ติดเครดิตบูโรต้องรอกี่ปี
12
Aug 26

                   ติดเครดิตบูโรต้องรอกี่ปี ถึงจะหาย? หลายคนเข้าใจว่าการ “ติดบูโร” หมายถึงการถูกขึ้นบัญชีดำและไม่มีโอกาสกู้เงินอีก แต่ความจริงแล้ว เครดิตบูโรไม่ได้เป็นบัญชีดำ หากเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมประวัติการชำระหนี้ของผู้ใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อ

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ติดบูโรต้องรอกี่ปีถึงจะหาย?

                   คำตอบคือ โดยทั่วไป ข้อมูลเครดิตจะถูกจัดเก็บไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชีหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูลเครดิตในประเทศไทย

                   อย่างไรก็ตาม การที่ข้อมูลเก่าหายไป ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ใช้พิจารณาร่วมด้วย เช่น รายได้ ภาระหนี้ ความสามารถในการผ่อนชำระ และประวัติทางการเงินล่าสุด

 

เครดิตบูโรคืออะไร?

                   เครดิตบูโร คือ ฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อของประชาชน เช่น

  • สินเชื่อบ้าน
  • สินเชื่อรถยนต์
  • บัตรเครดิต
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • สินเชื่อธุรกิจบางประเภท

ข้อมูลที่ถูกบันทึก เช่น

  • ยอดหนี้คงเหลือ
  • วงเงินสินเชื่อ
  • ประวัติการชำระรายเดือน
  • การค้างชำระ
  • การปิดบัญชี
  • การปรับโครงสร้างหนี้ (ตามข้อมูลที่ผู้ให้สินเชื่อรายงาน)

สถาบันการเงินจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนอนุมัติสินเชื่อ

 

ติดบูโร คืออะไร?

                   คำว่า “ติดบูโร” เป็นคำที่ใช้เรียกกันทั่วไป หมายถึง ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ผิดนัดหรือค้างชำระ จนถูกบันทึกไว้ในรายงานเครดิต

ไม่ได้หมายความว่า

  • ถูกห้ามกู้ตลอดชีวิต
  • ไม่มีสิทธิ์ขอสินเชื่อ
  • ทุกธนาคารจะปฏิเสธทันที

แต่หมายถึง ผู้ให้กู้อาจพิจารณาอย่างเข้มงวดมากขึ้น

 

ติดบูโรต้องรอกี่ปี?

โดยสรุปมี 2 กรณี

                   กรณีที่ยังค้างชำระหนี้ ข้อมูลสถานะหนี้จะยังคงแสดงอยู่จนกว่าจะมีการชำระ ปิดบัญชี หรือปรับสถานะตามข้อมูลที่เจ้าหนี้รายงาน กล่าวคือ ไม่ได้รอให้เวลาผ่านไปแล้วข้อมูลหายเอง หากหนี้ยังไม่ได้รับการจัดการ

                   กรณีปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว เมื่อชำระหนี้ครบและปิดบัญชีแล้ว ข้อมูลเครดิตจะยังคงถูกเก็บไว้ในระบบ ไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ปิดบัญชี ก่อนที่จะพ้นระยะเวลาการจัดเก็บตามหลักเกณฑ์ ในช่วงเวลาดังกล่าว ธนาคารยังสามารถเห็นประวัติการชำระที่ผ่านมาได้

 

หลังปิดหนี้แล้ว สามารถกู้ธนาคารได้เลยหรือไม่?

                   คำตอบคือ สามารถยื่นกู้ได้ แต่การอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสถาบันการเงิน

ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • รายได้ประจำ
  • อายุงาน
  • ภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio)
  • ความมั่นคงของอาชีพ
  • ประวัติการชำระหนี้ล่าสุด
  • วงเงินที่ขอกู้

หากหลังจากปิดหนี้แล้วมีการสร้างประวัติการเงินที่ดีอย่างต่อเนื่อง โอกาสได้รับการอนุมัติก็มีแนวโน้มดีขึ้น

 

วิธีเซ็ตซีโร่ชีวิตใหม่ เพื่อกลับไปกู้ธนาคารได้

 

  1. ปิดหนี้ที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อย หากยังมีหนี้ค้าง การเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อหาทางชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้สถานะบัญชีมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อมีการอัปเดตข้อมูล

 

  1. ชำระหนี้ตรงเวลาทุกงวด หลังจากเริ่มต้นใหม่ ควรรักษาวินัยการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง การจ่ายตรงเวลาทุกเดือนช่วยสร้างประวัติทางการเงินที่ดี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ให้สินเชื่อใช้ประกอบการพิจารณา

 

  1. ลดภาระหนี้ให้น้อยลง หากมีภาระผ่อนหลายรายการ ควรทยอยลดหนี้ ตัวอย่างเช่น
  • ปิดบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น
  • ลดวงเงินที่ไม่ได้ใช้งาน
  • ไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น

เมื่อภาระหนี้ลดลง ความสามารถในการผ่อนชำระก็จะดูดีขึ้น

 

  1. สร้างรายได้ที่มั่นคง รายได้เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาสินเชื่อ หากสามารถเพิ่มรายได้ หรือมีรายได้ต่อเนื่องจากงานประจำหรือธุรกิจ ก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินได้

 

  1. ตรวจสอบรายงานเครดิตของตนเอง ก่อนยื่นกู้ ควรตรวจสอบรายงานเครดิตเพื่อดูว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ หากพบข้อมูลผิดพลาด ควรติดต่อผู้ให้สินเชื่อหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอน

 

  1. เว้นระยะก่อนยื่นกู้หลายแห่ง การยื่นขอสินเชื่อหลายแห่งในช่วงเวลาสั้นๆ อาจทำให้มีการตรวจสอบเครดิตหลายครั้ง ซึ่งผู้ให้สินเชื่อบางแห่งอาจนำมาพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น จึงควรวางแผนเลือกยื่นกับสถาบันการเงินที่เหมาะสม

ติดเครดิตบูโรต้องรอกี่ปี

 

Q: ติดบูโรคือแบล็กลิสต์ใช่หรือไม่?

A: ไม่ใช่ เครดิตบูโรเป็นฐานข้อมูลประวัติสินเชื่อ ไม่ใช่บัญชีดำ ผู้ให้สินเชื่อจะใช้ข้อมูลดังกล่าวร่วมกับปัจจัยอื่นในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

 

Q: ปิดหนี้แล้วข้อมูลจะหายทันทีไหม?

A: ไม่ ข้อมูลจะยังคงถูกจัดเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายและหลักเกณฑ์กำหนด แม้ว่าบัญชีจะปิดแล้วก็ตาม

 

Q: ติดบูโรสามารถขอสินเชื่อได้หรือไม่?

A: สามารถยื่นขอได้ แต่ผลการอนุมัติขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง รวมถึงรายได้ ภาระหนี้ และประวัติการชำระล่าสุด

 

Q: ถ้าชำระหนี้ครบแล้ว ควรรอกี่ปี?

A: โดยทั่วไป ข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บไว้ไม่เกิน 3 ปีหลังปิดบัญชี อย่างไรก็ตาม ผู้ให้สินเชื่อยังพิจารณาปัจจัยด้านการเงินอื่นร่วมด้วย

 

Q: ติดบูโรต้องรอกี่ปีถึงจะหาย?
A: โดยทั่วไป ข้อมูลเครดิตจะถูกจัดเก็บไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ปิดบัญชีหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ หากยังมีหนี้ค้าง ข้อมูลจะยังคงแสดงจนกว่าสถานะบัญชีจะได้รับการปรับปรุงตามข้อมูลที่ผู้ให้สินเชื่อรายงาน

Q: ปิดหนี้แล้วกู้ได้เลยไหม?
A: สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ แต่การอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ให้สินเชื่อ โดยจะดูรายได้ ภาระหนี้ และประวัติการชำระหนี้ร่วมด้วย

Q: ติดบูโรแปลว่ากู้ไม่ได้ใช่หรือไม่?
A: ไม่ใช่ เครดิตบูโรเป็นเพียงฐานข้อมูลเครดิต ไม่ใช่บัญชีดำ การอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงิน

Q: ทำอย่างไรให้กลับมากู้ผ่านง่ายขึ้น?
A: จัดการหนี้ค้าง ชำระหนี้ตรงเวลา ลดภาระหนี้ สร้างรายได้ที่มั่นคง และตรวจสอบรายงานเครดิตก่อนยื่นกู้ จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการขอสินเชื่อ

 

 

                   สรุปส่งท้าย ติดเครดิตบูโรต้องรอกี่ปี ถึงจะหายติดลิสต์ แม้ติดเครดิตบูโร แต่ไม่ได้หมายความว่าหมดโอกาสในการขอสินเชื่อ สิ่งสำคัญคือการจัดการหนี้ที่ค้างอยู่ ชำระหนี้ให้ตรงเวลา ลดภาระหนี้ และสร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เมื่อประวัติการเงินดีขึ้นและมีความสามารถในการชำระหนี้ที่เหมาะสม โอกาสในการกลับมายื่นกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตนเองเป็นประจำ จะช่วยให้การเริ่มต้นใหม่เป็นไปอย่างมั่นคง และเพิ่มความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อในอนาคต

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

6
Apr 26
ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน ทำอย่างไรดี? วิธีแก้ไขตามกฎหมายที่ควรรู้

ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน แก้ไขอย่างไรได้บ้าง?               การ “ขายฝาก” เป็นธุรกรรมที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินต้องการเงินด่วนและนำทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ และอสังหาอื่นๆ ไปทำสัญญาขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนพบคือ เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอน กลับถูกปฏิเสธไม่ให้ไถ่ถอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยอธิบายแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งข้อกฎหมายที่ควรรู้ การขายฝากคืออะไร?               การขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้ขาย (ผู้ขายฝาก) โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ (ผู้รับซื้อฝาก) แต่มีสิทธิ “ไถ่ถอน” ทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด อสังหาริมทรัพย์: เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ และอสังหาอื่นๆ ไถ่ถอนได้ไม่เกิน 10 ปี สังหาริมทรัพย์: ไม่เกิน 3 ปี หากพ้นกำหนด จะถือว่าผู้รับซื้อฝากเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ ปัญหาผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน ปัญหานี้อาจเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น ปฏิเสธรับเงินไถ่ถอน อ้างว่าพ้นกำหนดเวลาแล้ว เรียกเงินเพิ่มนอกสัญญา หลบเลี่ยงไม่ให้ติดต่อ ซึ่งในหลายกรณีอาจเข้าข่าย […]

อ่านเพิ่มเติม
17
Feb 26
ทำธุรกิจ SME ขาดสภาพคล่อง ต้องการเงินหมุนเวียนด่วน แก้ยังไงดี?

ทำธุรกิจ SME ขาดสภาพคล่อง ต้องการเงินหมุนเวียนด่วน…แก้ยังไงดี? พร้อมทางเลือกของเงินทุนด่วน จากอสังหาฯ                 หลายธุรกิจ SME ไปได้ดีเรื่องยอดขาย แต่ “เงินสดในมือ” กลับไม่พอใช้ เพราะต้องสำรองจ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายประจำก่อนเสมอ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ลูกค้าจ่ายช้า สต๊อกค้าง หรือมีออเดอร์ใหญ่เข้ามากะทันหัน ปัญหาสภาพคล่องจึงเกิดทันที ทางแก้ต้องทำควบคู่กัน 2 ส่วน คือ บริหารกระแสเงินสดภายใน และ หาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมกับจังหวะธุรกิจ 1. แก้เกมในธุรกิจก่อน ดึงเงินเข้า ชะลอเงินออก เร่งเก็บหนี้ เสนอส่วนลดสำหรับการจ่ายเร็ว ระบายสต๊อกที่หมุนช้า เจรจาขยายเครดิตเทอมกับซัพพลายเออร์ ทำประมาณการ Cash Flow ล่วงหน้า 3–6 เดือน วิธีเหล่านี้ช่วยพยุงสถานการณ์ได้ แต่หากยังขาดเงินหมุนเวียนด่วน การเข้าถึงแหล่งทุนที่ “รวดเร็วและยืดหยุ่น” คือกุญแจสำคัญ 2. ใช้อสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนเป็นเงินสดเร็ว                สำหรับผู้ประกอบการที่มีบ้าน คอนโด ที่ดิน หรืออาคารพาณิชย์ การใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะวงเงินมักสูงกว่าและดอกเบี้ยต่ […]

อ่านเพิ่มเติม
29
Apr 24
3 แอปฯ ช่วยให้การออมเงินเป็นเรื่องง่าย ตัวช่วยบริหารค่าใช้จ่าย แบบฉบับมือโปร 2024

“ความมั่นคงทางการเงิน” เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตมนุษย์ทุกคน ถึงจะพูดอย่างงั้น แต่ใช่ว่าทุกจะสามารถทำได้ ด้วยภาระทางเกินเงินที่แตกต่างกัน ปัญหาที่พบเจอจึงไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายและใกล้ตัวที่สุดนั่นก็คือ “การออมเงิน” เพื่อให้การออมเงินเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน วันนี้ Propert4cash ขอแนะนำ 3 แอปออมเงิน ตัวช่วยการออมเงิน เพื่อการทำรายรับ-รายจ่าย ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับทุกคนมาฝากกันค่ะ  Save Money แอปออมเงิน แอปแรกที่เราแนะนำ แอปฯ บริการรายรับ-รายจ่าย ช่วยควบคุมการเงิน ทำให้มองเห็นภาพรวมการใช้จ่าย ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สามารถเรียกดูประวัติย้อนหลังได้ วัน/สัปดาห์/เดือน ที่สำคัญ ฟรี! ส่งออกข้อมูลไปยังไฟล์ CSV ฟรี! ระบบสำรองข้อมูล (backup) ได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบ ICloud , Google Drive , Dropbox  ดาวโหลด : Andriod / iOS Money+ ตัวช่วยการบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างง่ายดาย ออกแบบด้วยสีสันสดใส ใช้งานง่าย สามารถแยกบัญชีหลายประเภทค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบ มาพร้อมกับฟีเจอร์แปลงสกุลเงินต่างๆ สามารถใช้แบบออฟไลน์และป้องกันข้อมูลรั่วไหล ดาวโหลด : Andriod / iOS 3.  Piggipo GO ทางเลือกที่เหมาะส […]

อ่านเพิ่มเติม