เปรียบเทียบภาษีถือครองอสังหาในนามบริษัทและบุคคลธรรมดา
8
May 26

           ถือครองอสังหาในนามบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนทรัพย์และรายได้ค่าเช่าที่มี โดยทั่วไป บุคคลธรรมดาเหมาะกับทรัพย์ 1-2 ยูนิต ส่วนบริษัทเหมาะกับการลงทุนหลายยูนิตที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะหักค่าใช้จ่ายได้เต็มและเสียภาษีคงที่ 20%

บทความนี้เปรียบเทียบภาษีทั้ง 2 รูปแบบแบบตรงไปตรงมา พร้อมตารางสรุปให้ตัดสินใจง่าย

คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและรูปแบบรายได้ของคุณ

 

           ถือครองอสังหาฯ ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า? โดยทั่วไปแล้ว หากถือครองเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (ไม่เกิน 5 ปี) การถือในนาม “บุคคลธรรมดา” มักเสียภาษีน้อยกว่าในภาพรวม เพราะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะหากมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี แต่หากถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการและหวังผลกำไรระยะยาวเกิน 5 ปี หรือมีรายได้จากการเช่าจำนวนมาก การถือครองในนาม “บริษัท” จะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้

 

เปรียบเทียบภาพรวมภาษี
ประเด็นบุคคลธรรมดาบริษัท
ภาษีรายได้ค่าเช่าอัตราก้าวหน้า (5–35%)ภาษีนิติบุคคล (20% โดยทั่วไป)
หักค่าใช้จ่ายเหมาจ่าย 30% หรือหักจริงหักค่าใช้จ่ายได้เต็ม
ภาษีขายทรัพย์ภาษีธุรกิจเฉพาะ + ภาษีเงินได้ภาษีนิติบุคคล
ความยุ่งยากต่ำสูง (บัญชี/ตรวจสอบ)

 

การถือครองในนาม “บุคคลธรรมดา”

ข้อดี

  • จัดการง่าย ไม่ต้องทำบัญชีซับซ้อน
  • เหมาะกับผู้ที่มีทรัพย์สินไม่มาก
  • ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบุคคลได้

ข้อเสีย

  • อัตราภาษีสูงขึ้นตามรายได้ (สูงสุด 35%)
  • หักค่าใช้จ่ายได้จำกัด
  • ไม่เหมาะกับการลงทุนหลายยูนิต

เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่ หรือมีอสังหาฯ 1–2 ยูนิต

ถือครองในนาม “บริษัท”

ข้อดี

  • ภาษีคงที่ (ประมาณ 20%) อาจต่ำกว่าบุคคลธรรมดา
  • หักค่าใช้จ่ายได้มาก เช่น ดอกเบี้ย ค่าบริหาร
  • วางแผนภาษีได้ยืดหยุ่น

ข้อเสีย

  • มีต้นทุนบัญชี/ผู้สอบบัญชี
  • การถอนเงินต้องเสียภาษีซ้ำ (เงินปันผล)
  • ขั้นตอนซับซ้อนกว่า

เหมาะกับ นักลงทุนที่มีหลายทรัพย์ หรือทำธุรกิจปล่อยเช่าเป็นหลัก

 

กรณีศึกษา แบบไหนประหยัดกว่าจริง?

กรณี 1 รายได้ค่าเช่าไม่เกิน 500,000 บาท/ปี

              ➡️ บุคคลธรรมดามัก “คุ้มกว่า” เพราะภาษียังไม่สูง

 

กรณี 2 รายได้ 1,000,000+ บาท/ปี

              ➡️ บริษัทเริ่มได้เปรียบ เพราะอัตราภาษีคงที่ + หักค่าใช้จ่ายได้มาก

 

กรณี 3 ลงทุนหลายโครงการ / มีแผนขยาย

              ➡️ บริษัทตอบโจทย์ระยะยาวมากกว่า

⚖️ ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา

  • จำนวนทรัพย์สินที่ถือครอง
  • รายได้ต่อปีจากค่าเช่า
  • แผนขายในอนาคต
  • ความพร้อมในการทำบัญชี
  • เป้าหมาย (ถือยาว vs เก็งกำไร)

 

Q1: ถ้านำอสังหาฯ ที่ถือครองไม่ถึง 5 ปี มาทำเรื่อง “ขายฝาก” ฝั่งไหนจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะน้อยกว่า?

  • A: กรณีถือครองทรัพย์ไม่เกิน 5 ปีและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากันที่อัตรา 3.3% ของราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาขายฝาก (แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า) แต่บุคคลธรรมดาจะมีทางเลือกประหยัดภาษีโดยการมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ซึ่งนิติบุคคลไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้

Q2: หากต้องการยื่นขอเงินด่วน “จำนอง หรือ ขายฝาก” บริษัทกับบุคคลธรรมดา ใครมีโอกาสอนุมัติง่ายกว่า?

  • A: ไม่แตกต่างกันค่ะ ที่ Property4cash เงินด่วนอสังหา เราพิจารณาอนุมัติเงินด่วนอสังหาฯ โดยเน้นศักยภาพและมูลค่าของตัวทรัพย์สิน (บ้าน, คอนโด, อาคารพาณิชย์) เป็นหลัก ไม่ว่าทรัพย์นั้นจะถือครองในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากโฉนดปลอดภาระและอยู่ในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราพร้อมอนุมัติไวใน 24 ชั่วโมง ไม่เช็คเครดิตบูโรทั้งสองกรณีค่ะ

Q3: หากบริษัทต้องการนำอสังหาฯ มายื่นทำเรื่อง “ขายฝาก” เพื่อรับเงินทุนหมุนเวียนด่วน ต้องเสียภาษีอย่างไร?

  • A: การนำอสังหาฯ ในนามนิติบุคคลมาขายฝาก ณ สำนักงานที่ดิน จะเสียภาษีและค่าธรรมเนียมในฝั่งของผู้ขายฝาก ได้แก่

    1. ค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาขายฝาก (แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า)

    2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (หากถือครองไม่เกิน 5 ปี)

    3. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% (จะเสียเฉพาะกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวันทำสัญญาฝั่งผู้ขายฝาก มักจะหักจากวงเงินที่จะได้รับในวันทำสัญญา

 

Q4: ถือครองอสังหาในนามบริษัทเสียภาษีเท่าไหร่?

A: ภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% แต่หักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

 

Q5: บุคคลธรรมดาเสียภาษีค่าเช่าอย่างไร?

A: คิดอัตราก้าวหน้า หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 30% จากรายได้ค่าเช่า

 

Q6: ตั้งบริษัทเพื่อถือครองอสังหาคุ้มไหม?

A: คุ้มเมื่อมีทรัพย์หลายยูนิต รายได้ค่าเช่าสูง และมีค่าใช้จ่ายจริงที่หักได้

 

              สรุปส่งท้าย การ ถือครองอสังหา ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา  แบบไหนคุ้มกว่า ประหยัดภาษีมากกว่า ให้พิจารณาดังนี้ ถ้าคุณ ลงทุนเล็กๆ เริ่มต้น → บุคคลธรรมดา ถ้าคุณ ลงทุนจริงจัง รายได้สูง → แนะนำแบบบริษัท และถ้าคุณ อยากวางแผนภาษีระยะยาว → บริษัทได้เปรียบค่ะ ทางที่ดีที่สุดคือ “คำนวณจริงตามสถานการณ์ของคุณ” นะคะ

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

4
Mar 26
ขายฝากคอนโดต่างจากบ้านอย่างไร? เปรียบเทียบชัดๆ

ขายฝากคอนโดต่างจากบ้านอย่างไร?                การ “ขายฝาก” เป็นทางเลือกทางการเงินที่หลายคนนำมาใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินด่วน แต่คำถามที่พบบ่อยคือ ขายฝากคอนโดต่างจากบ้านอย่างไร? เพราะแม้จะเป็นอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน แต่ในทางกฎหมาย รายละเอียด และความเสี่ยงมีความแตกต่างกันพอสมควร บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะสรุปให้ครบทั้งเรื่องกฎหมาย ขั้นตอน เงื่อนไข และข้อควรระวัง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ ขายฝากคืออะไร?                “ขายฝาก” คือ การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้รับซื้อฝากทันที แต่มีสิทธิไถ่ถอนคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยต้องจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน หากไถ่ถอนไม่ทันตามกำหนด ควรต่อสัญญาขายฝาก มิเช่นนั้น กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ความแตกต่างระหว่างขายฝากคอนโดกับขายฝากบ้าน 1. ลักษณะกรรมสิทธิ์ คอนโดมิเนียม เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด มี “โฉนดห้องชุด” แยกเฉพาะยูนิต มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางร่วมกับเจ้าของห้องอื่น บ้าน (บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม) มีโฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นกรรมสิทธิ์ใ […]

อ่านเพิ่มเติม
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ?
9
Aug 23
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม จะขยายสัญญาขายฝากได้ไหม ?

อย่างที่เพื่อนๆ รู้กันว่าการ ขายฝาก คือ การนำทรัพย์หรืออสังหาไปขายให้กับผู้รับซื้อทรัพย์ โดยกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากยังสามารถซื้อทรัพย์สินของตนเองคืนได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา แต่สิ่งที่พบเจอได้บ่อยครั้ง คือเมื่อพอถึงเวลาไถ่ถอนแล้วแต่ผู้ขายฝากยังไม่พร้อมที่จะนำเงินมาไถ่ถอน แล้วทีนี้เราควรจะทำอย่างไรต่อดี จะ ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน เงื่อนไข เกี่ยวกับการขายฝาก กำหนดเวลาไถ่ ห้ามต่ำกว่า 1 ปี หรือ เกิน 10 ปี ขายฝากจะกำหนดเวลาไถ่ถอนห้ามต่ำกว่า 1 ปีหรือไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาสั้น จนทำให้ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้ทันกำหนดเวลาไถ่ และเพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกิน 10 ปี เมื่อรวมดอกเบี้ย ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี ยอดเงินที่ต้องมาชำระคืนแก่ทุนเพื่อไถ่ทรัพย์สิน โดยจำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี 3.ทรัพย์สินที่ขายฝากเจ้าของยังใช้งานได้ […]

อ่านเพิ่มเติม
Startup มีอสังหา หาเงินทุน
2
Oct 26
Startup มีอสังหา หาเงินทุนอย่างไรดี? รวม 5 ทางเลือกหาเงินทุน

Startup มีอสังหา หาเงินทุน                    Startup มีอสังหา แต่ต้องการเงินทุนเพิ่ม ควรหาเงินทุนอย่างไรดี? เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยต้องเจอ โดยเฉพาะช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ต้องการเพิ่มสภาพคล่อง ลงทุนในสินค้าและบริการ หรือมีโอกาสทางธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในระยะเวลาอันจำกัด                    สำหรับ Startup ที่มี บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน อาคารพาณิชย์ โกดัง หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ทรัพย์สินเหล่านี้สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับจัดหาเงินทุนได้ แต่การเลือกแหล่งเงินทุนไม่ควรดูเพียงว่า “ได้เงินเร็วแค่ไหน” เพราะควรพิจารณาต้นทุนทางการเงิน ระยะเวลาชำระคืน ความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน และกระแสเงินสดของธุรกิจควบคู่กัน สรุปสั้นๆ Startup ที่มีอสังหาฯ สามารถหาเงินทุนได้อย่างไร?   ทางเลือกหลักที่สามารถนำมาพิจารณา ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจ โดยใช้หลักฐานรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ประกอบการพิจารณา สินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน เหมาะกับธุรกิจที่มีทรัพย์สินและต้องการเงินทุนก้อน ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่เจ้าของทรัพย์นำอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ธุรกรรมขายฝากเพ […]

อ่านเพิ่มเติม