วิธีค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์
20
Jun 25

วิธีค้นหา ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ (อัปเดตปี 2025)

          ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของที่ดิน นักลงทุนหน้าใหม่ หรือกำลังวางแผนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การรู้  “ราคาประเมินที่ดิน” อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ เพราะราคาประเมินคือค่าที่หน่วยงานรัฐใช้ในการคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ

          หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินได้เองแบบออนไลน์ ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานที่ดินเหมือนในอดีต

          ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์กรมธนารักษ์ที่ treasury.go.th ภายใน 3 ขั้นตอน คือ เลือกประเภทการค้นหา → ระบุตำแหน่งที่ดิน → ดูผลราคาประเมินได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานที่ดินเลย

บทความนี้ Property4Cash แนะนำขั้นตอนทีละสเต็ปพร้อมเทคนิคใช้งานให้ได้ข้อมูลตรงจุด

 

          ราคาประเมินที่ดิน คือ ราคาที่รัฐกำหนดขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลหลากหลายด้าน เช่น สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ทำเลที่ตั้งของที่ดิน ความเจริญของพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนการใช้งานของที่ดินในแต่ละพื้นที่ โดยราคาดังกล่าวจะใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของที่ดินแปลงนั้นๆ ได้อีกด้วย

          สำหรับเจ้าของที่ดิน นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจในธุรกรรมประเภท ซื้อบ้าน ขายบ้าน หรือขายฝากอสังหา ราคาประเมินมีบทบาทสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาซื้อขายที่เหมาะสม การใช้เป็นแนวทางในการต่อรองราคากับผู้ซื้อหรือผู้ขาย การใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน การวางแผนภาษีในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการใช้เป็นฐานในการประเมินวงเงินที่สามารถทำสัญญาขายฝากได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สิน

          การตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินหรือกรมธนารักษ์อีกต่อไป เนื่องจากหน่วยงานรัฐได้จัดเตรียมระบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกขึ้น โดยแบ่งออกเป็นสองระบบหลัก ได้แก่ ระบบของกรมธนารักษ์ และระบบแผนที่ของกรมที่ดิน ซึ่งสามารถเข้าใช้งานได้ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องลงทะเบียน

          หากเลือกใช้งานผ่านเว็บไซต์ กรมธนารักษ์ ผู้ใช้งานสามารถกรอกข้อมูลของที่ดินได้หลากหลายวิธี เช่น กรอกเลขที่โฉนดที่ดิน, เลขที่ดินตามระวาง, เลข น.ส.3 ก., ชื่ออาคารชุด หรือเลือกประเภทสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดูราคาประเมินเฉพาะอาคาร เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ หรือคลังสินค้า ระบบจะประมวลผลและแสดงผลข้อมูลราคาประเมินตามเงื่อนไขที่เลือกไว้ พร้อมรายละเอียดของที่ดินหรือทรัพย์สินนั้น ๆ

          อีกช่องทางหนึ่ง คือ การใช้งานเว็บไซต์ LandsMaps ของกรมที่ดิน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีข้อมูลโฉนดหรือเลขที่ดิน โดยสามารถใช้งานผ่านแผนที่แบบ Interactive ผู้ใช้งานเพียงขยายแผนที่ไปยังพื้นที่ที่ต้องการทราบราคาประเมิน จากนั้นคลิกสองครั้งที่ตำแหน่งของแปลงที่ดิน ระบบจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น เลขโฉนด หน้าสำรวจ ระวาง เนื้อที่ และราคาประเมินที่อ้างอิงจากฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ ในระบบ LandsMaps จำกัดการค้นหาจำนวน 20 ครั้งต่อวัน หากต้องการใช้งานเพิ่มเติมจำเป็นต้องลงทะเบียน

ราคาประเมิน VS ราคาตลาด

          ราคาประเมินที่ดินและราคาตลาดมีความแตกต่างกันในเชิงวัตถุประสงค์ วิธีการประเมิน และช่วงเวลาในการอัปเดตอย่างชัดเจน โดยราคาประเมินที่ดินนั้นจัดทำขึ้นโดยกรมธนารักษ์ ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงใหม่ทุก 4 ปี ตามรอบการประเมินของรัฐ

          ในขณะที่ราคาตลาด คือ ราคาที่เกิดจากการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสถานการณ์จริง ซึ่งสะท้อนอุปสงค์และอุปทานในขณะนั้น ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงทุกไตรมาสหรือแม้แต่ทุกเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ความต้องการของตลาด ความเจริญของพื้นที่ การพัฒนาโครงการใหม่ หรือแม้กระทั่งข่าวสารทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อความมั่นใจของผู้ซื้อ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ยกตัวอย่าง

          ทำเลทองหล่อ กรุงเทพ ซึ่งเป็นย่านที่มีความคึกคักสูงและมีอุปสงค์จากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ในรอบปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาตลาดกลับอยู่ที่ราว 1,200,000 บาทต่อตารางวา หรือคิดเป็นมากกว่า 2.5 เท่า สะท้อนว่าผู้ถือที่ดินไม่สามารถตั้งราคาขายโดยอิงเฉพาะราคาประเมินได้ มิฉะนั้นจะสูญเสียโอกาสทางมูลค่าทางเศรษฐกิจไปมาก

          ในทางกลับกัน หากดูทำเลที่กำลังเติบโต เช่น ย่านกรุงธนบุรี แม้ราคาประเมินจะอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาทต่อตารางวา ราคาตลาดจริงอาจอยู่เพียง 550,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่างกันไม่มากนักเพราะพื้นที่นี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ความคึกคักของตลาดยังไม่เทียบเท่าทำเลในศูนย์กลางธุรกิจ

          ความเข้าใจในช่องว่างระหว่างราคาประเมินกับราคาตลาด จะช่วยให้เจ้าของที่ดินสามารถวางแผนการขาย หรือทำสัญญาขายฝากได้อย่างรอบคอบ ไม่ตั้งราคาต่ำเกินจริง หรือสูงเกินกว่าที่ตลาดรับได้ และยังสามารถใช้ต่อรองกับผู้ซื้อหรือนักลงทุนได้อย่างมีเหตุผลรองรับ ราคาประเมินและราคาตลาดมีจุดประสงค์และวิธีคำนวณที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ราคาประเมินเป็นราคากลางที่ภาครัฐใช้ในการคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียม แต่ราคาตลาดเกิดจากการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสถานการณ์จริง จึงมีแนวโน้มสูงกว่าราคาประเมินค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจหลักหรือพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

วิธีขอหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์

          หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดิน คือ เอกสารที่ออกโดยกรมธนารักษ์ ซึ่งแสดงราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินแปลงหนึ่ง ๆ ณ ช่วงเวลาที่กำหนด โดยเอกสารนี้สามารถใช้ยื่นประกอบการขอสินเชื่อ การทำธุรกรรมซื้อขาย หรือการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางกฎหมายได้อย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนการขอหนังสือรับรองราคาประเมิน

  1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่
    • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเลขที่โฉนดที่ชัดเจน
    • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของที่ดิน หรือผู้ยื่นคำขอ
    • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
  2. ยื่นคำร้องที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ โดยสามารถค้นหาสำนักงานธนารักษ์ประจำพื้นที่ได้จากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ หรือโทรสอบถาม Call Center กรมธนารักษ์ โทร. 0-2059-4999
  3. กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือรับรองราคาประเมิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้แบบฟอร์มและแนะนำการกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
  4. รอรับหนังสือรับรอง ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ หากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสาร

หมายเหตุ : ไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง หากยื่นขอด้วยตนเองที่สำนักงานธนารักษ์, ราคาประเมินที่ระบุในหนังสือรับรองจะอ้างอิงจากรอบปีการประเมินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (เช่น รอบปี 2566–2569)

 

ประโยชน์ของราคาประเมินที่ดิน

          ราคาประเมินที่ดินไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อใช้ในการยื่นภาษีหรือค่าธรรมเนียมโอนเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในการวางแผนธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในหลายมิติ ทั้งสำหรับเจ้าของทรัพย์ทั่วไปและนักลงทุนที่ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อประเมินความคุ้มค่าและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ

ประโยชน์สำคัญของราคาประเมินที่ดิน ได้แก่

  • ใช้คำนวณค่าใช้จ่ายด้านภาษีและค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ช่วยให้เตรียมงบประมาณได้อย่างแม่นยำก่อนวันโอนจริง
  • ใช้วิเคราะห์ศักยภาพของทำเล โดยการเปรียบเทียบแนวโน้มราคาประเมินในแต่ละรอบปี หากราคาประเมินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มักสะท้อนถึงการเติบโตของพื้นที่และความน่าสนใจในการลงทุนในอนาคต
  • ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเบื้องต้นในการกำหนดราคาซื้อขาย โดยเฉพาะในกรณีที่ยังไม่มีข้อมูลราคาตลาดที่ชัดเจน หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการซื้อขายน้อย
  • ใช้ประกอบการต่อรองราคา โดยราคาประเมินสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงร่วมกับราคาตลาด เพื่อเจรจาให้เกิดความเหมาะสมทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะในธุรกรรมที่ต้องการความเป็นกลางและโปร่งใส เช่น การขายฝากกับนักลงทุน
  • ใช้กำหนดวงเงินเบื้องต้นในการยื่นขอสินเชื่อหรือขายฝากกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทที่รับทำธุรกรรมอสังหา โดยราคาประเมินมักเป็นจุดเริ่มต้นในการประเมินมูลค่าทรัพย์เพื่ออนุมัติวงเงินที่เหมาะสม

ตัวอย่างราคาประเมินที่ดินในปี 2025 (อัปเดตตามภูมิภาค)

          แม้ว่า… ราคาประเมินจะมีการปรับปรุงทุก 4 ปีตามรอบของกรมธนารักษ์ แต่การรู้แนวโน้มและช่วงราคาประเมินในแต่ละภูมิภาคก็สามารถช่วยให้เจ้าของทรัพย์และนักลงทุนเห็นภาพรวมของตลาดในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น

ภาคกลาง

  • กรุงเทพมหานคร: 100,000 – 145,000 บาท/ตารางวา (พื้นที่ CBD และแนวรถไฟฟ้า)
  • นนทบุรี: 1,000 – 170,000 บาท/ตารางวา
  • ปทุมธานี: 600 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคเหนือ

  • เชียงใหม่: 25 – 515,000 บาท/ตารางวา (ทำเลศูนย์กลางและย่านท่องเที่ยวมีราคาสูง)
  • เชียงราย: 130 – 85,000 บาท/ตารางวา
  • ลำปาง: 100 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคใต้

  • ภูเก็ต: 980 – 200,000 บาท/ตารางวา (สูงที่สุดในภาคใต้ โดยเฉพาะแนวชายหาด)
  • กระบี่: 250 – 72,500 บาท/ตารางวา
  • นครศรีธรรมราช: 60 – 200,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันออก

  • ชลบุรี: 200 – 220,000 บาท/ตารางวา (ทำเล EEC และศูนย์อุตสาหกรรม)
  • ระยอง: 100 – 100,000 บาท/ตารางวา
  • จันทบุรี: 100 – 90,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันตก

  • ประจวบคีรีขันธ์: 100 – 150,000 บาท/ตารางวา
  • ราชบุรี: 75 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ขอนแก่น: 50 – 200,000 บาท/ตารางวา
  • อุดรธานี: 50 – 180,000 บาท/ตารางวา
  • นครราชสีมา: 50 – 130,000 บาท/ตารางวา

 

 

Q: ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ได้จากที่ไหน?

A: ค้นหาได้ที่เว็บไซต์กรมธนารักษ์ treasury.go.th ฟรีและไม่ต้องลงทะเบียน

 

Q: ราคาประเมินที่ดินออนไลน์กับราคาตลาดต่างกันอย่างไร?

A: ราคาประเมินกำหนดโดยกรมธนารักษ์เพื่อคิดภาษีและค่าธรรมเนียม มักต่ำกว่าราคาตลาดจริง 20-40%

 

Q: ราคาประเมินที่ดินมีผลต่อวงเงินขายฝากอย่างไร?

A: วงเงินขายฝากคิดจาก 50-70% ของราคาประเมิน ยิ่งราคาประเมินสูงวงเงินที่ได้ก็สูงตาม

 

 

          สรุปส่งท้าย การตรวจสอบ ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพียงเข้าเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ คุณก็สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นราคาประเมินรายแปลง หรือราคากลางในแต่ละพื้นที่ 

          ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเพื่อ วางแผนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์, คำนวณค่าธรรมเนียมการโอน, ประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, หรือใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

 

          สิ่งสำคัญ คือ อย่าลืมว่า ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็น “ราคากลางจากภาครัฐ” ไม่ใช่ราคาตลาด หากต้องการเปรียบเทียบเพิ่มเติม ควรศึกษาราคาตลาดในบริเวณเดียวกันร่วมด้วย เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุด 

          การรู้จักใช้เครื่องมือออนไลน์ที่มีให้ฟรีจากหน่วยงานรัฐ จะช่วยให้คุณ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจทางอสังหาริมทรัพย์ อย่างแน่นอน

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

5 ปัญหาทางการเงิน ที่แก้ได้ด้วยการจำนองขายฝาก
10
Mar 23
5 ปัญหาทางการเงิน ที่แก้ได้ด้วยการจำนองขายฝาก

เพื่อนๆ หลายคนต้องเจอกับปัญหาทางการเงิน ที่ทำให้เพื่อนๆนั้นตัดสินใจลำบาก ไม่รู้จะแก้ไขยังไง พึ่งพาครอบครัวก็ไม่ได้ หากเจอปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้องมองหาช่องทางการกู้เงินก้อน เข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจ หรือชำระหนี้ต่างๆ การจำนองขายฝากอสังหา อาจจะเป็นตัวเลือกหลัก ๆของใครหลายๆคน ที่จะช่วยเข้ามาให้เพื่อนๆเข้าถึงแหล่งการเงินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย วันนี้ทีมงาน Proprety4cash จะมาบอกวิธีแก้และ 5 ปัญหาทางการเงิน ที่แก้ได้ด้วยการจำนองขายฝาก จะมีปัญหาทางการเงินแบบไหนบ้าง? ไปดูกันเลย 5 ปัญหาทางการเงิน 1 ธุรกิจขาดสภาพคล่อง เพราะว่าได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ ที่ทธุรกิจกำลังเกิดสภาวะขาดทุน หรือการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ต้องมองหาแหล่งเงินทุนนำไปใช้ต่อยอดส่งเสริมธุรกิจให้กลับมาดำเนินการต่อไปได้ ติดหนี้บัตรเครดิต ขึ้นชื่อว่าหนี้ ไม่มีใครอยากให้เกิด หมุนเงินไม่ทัน จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ผิดนัดชำระงวดบัตรเครดิต ส่งผลทำให้หนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งถ้าเพื่อนๆมีหลายใบแล้ว อาจจะทำให้เพื่อนๆ ต้องเผชิญกับหนี้สินและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กลายเป็นหนี้สินรุงรัง 3.ติดหนี้หนี้นอกระบบ ได้ยินชื่อเพื่อน […]

อ่านเพิ่มเติม
วิธีคำนวนค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ
25
Jan 23
วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ

วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ               ค่าธรรมเนียมจดจำนองที่กรมที่ดินคำนวณได้ง่ายมาก โดยค่าจดจำนอง 1% ของวงเงิน (ไม่เกิน 200,000 บาท) บวกค่าอากรแสตมป์ 0.05% (ไม่เกิน 10,000 บาท) ส่วนขายฝากคิดค่าธรรมเนียมโอน 2% บวกภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี) บวกอากรแสตมป์ 0.5% บทความนี้ Property4Cash สรุปสูตรคำนวณพร้อมตัวอย่างจริงให้เห็นภาพชัด วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียมสำหรับการจำนอง ค่าธรรมเนียมคำขอจดจำนอง แปลงละ 5 บาท ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท) ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท) ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม จำนองที่ดิน ยอดจำนอง 3,000,000 บาท ประเภทค่าธรรมเนียม วิธีคำนวณ มูลค่า ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท 5 บาท ค่าจดจำนอง 3,000,000 x 1% 30,000 บาท ค่าอากรแสตมป์ 3,000,000 x 0.05% 1,500 บาท รวม 31,500 บาท หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ ค่าธรรมเนียมสำหรับการขายฝาก 1. ค่าธรรมเนียม 2% จากราคาประเมินกรมที่ดิน 2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราค […]

อ่านเพิ่มเติม
พนักงานประจำ VS เจ้าของธุรกิจใคร ขอสินเชื่อ ง่ายกว่ากัน
5
May 23
พนักงานประจำ VS เจ้าของธุรกิจ ใครขอสินเชื่อง่ายกว่ากัน

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือแม้แต่เจ้าของกิจการเองก็คงอยากมีที่พักอาศัยเป็นของตัวเองทั้งนั้น แต่การจะมีบ้านหรือคอนโดสักหลังที่มีราคาค่อนข้างสูงอาจเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับบางคน ถึงแม้ช่วงนี้เหล่า Developer จะออกโปรโมชั่น ขายคอนโดราคาถูกลง แต่หากเราไม่มีเงินสดไปซื้อแบบเต็มจำนวน แน่นอนว่าต้องมีการยื่น ขอสินเชื่อ กับทางธนาคาร แล้วระหว่างคน 2 คน ที่เป็นพนักงานประจำกับเจ้าของกิจการ ธนาคารจะมีหลักการพิจารณาที่แตกต่างกันไหม ธนาคารจะขอเอกสารอะไรบ้าง และใครที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อให้ได้ง่ายกว่ากัน มาดูกันเลยค่ะ เอกสารที่ใช้ในการยื่นขออนุมัติสินเชื่อบ้าน แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการยื่น ขอสินเชื่อ กับธนาคารต้องเตรียมเอกสารกู้บ้านให้พร้อม เพื่อช่วยร่นระยะเวลาให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อบ้านเร็วมากยิ่งขึ้น การเตรียมเอกสารจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ เอกสารทั่วไป 1. สำเนาบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ หรือหนังสือเดินทาง 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณะบัตร/ใบแจ้งความแยกกันอยู่ 4. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล (ถ้ามี) เอกสารแสดงรายได้ ซึ่งส่วนนี้เอกสารที่ต้องเตรียมระหว่าง พนักงานประ […]

อ่านเพิ่มเติม