วิธีคำนวนค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ
25
Jan 23

ค่าธรรมเนียมจดจำนองที่กรมที่ดินคำนวณได้ง่ายมาก โดยค่าจดจำนอง 1% ของวงเงิน (ไม่เกิน 200,000 บาท) บวกค่าอากรแสตมป์ 0.05% (ไม่เกิน 10,000 บาท) ส่วนขายฝากคิดค่าธรรมเนียมโอน 2% บวกภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี) บวกอากรแสตมป์ 0.5%

บทความนี้ Property4Cash สรุปสูตรคำนวณพร้อมตัวอย่างจริงให้เห็นภาพชัด

วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียมสำหรับการจำนอง

  1. ค่าธรรมเนียมคำขอจดจำนอง แปลงละ 5 บาท
  2. ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท)
  3. ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท)


ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม จำนองที่ดิน ยอดจำนอง 3,000,000 บาท

ประเภทค่าธรรมเนียมวิธีคำนวณมูลค่า
ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท5 บาท
ค่าจดจำนอง3,000,000 x 1%30,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์3,000,000 x 0.05%1,500 บาท
รวม31,500 บาท

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ

ค่าธรรมเนียมสำหรับการขายฝาก

1. ค่าธรรมเนียม 2% จากราคาประเมินกรมที่ดิน

2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราคาประเมินกรมที่ดิน

  • ต้องทราบจำนวนปีที่ถือครอง และราคาประเมินจากกรมที่ดินเสียก่อน จึงจะคำนวณภาษีได้
    ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานถือดินเป็นผู้คำนวณให้ได้ โดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 1-3%

3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมินกรมที่ดิน หรือราคาขายฝาก ขึ้นอยู่ว่าราคาใดสูงกว่า

  • ในข้อนี้จะเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ มาน้อยกว่า 5 ปี
    โดยดูจากวันที่รับโอนหลังโฉนด หรือ หากเจ้าของบ้านย้ายทะเบียนบ้านมาเข้าอยู่มากกว่า 1 ปี
    จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ)

4. ค่าอากรแสตมป์ 0.5% จากราคาประเมินกรมที่ดินหรือราคาขายฝาก ขึ้นอยู่ว่าราคาใดสูงกว่า

  • โดยในข้อนี้ หากใครเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์

ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณ ค่าธรรมเนียม ขายฝาก

กรณีที่ 1 – เจ้าของซื้อที่ดินนี้มาเป็นระยะเวลา 3 ปี ต้องการนำที่ดินมาขายฝาก
ในราคา 3,000,000 บาท โดยที่ราคาประเมินของกรมที่ดินอยู่ที่ 2,000,000 บาท

ประเภทค่าธรรมเนียมวิธีคำนวณมูลค่า
ค่าธรรมเนียม2,000,000 x 2%40,000 บาท
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ประมาณ)2,000,000 x 1%20,000 บาท
ภาษีธุรกิจเฉพาะ3,000,000 x 3.3%99,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ไม่เสีย0 บาท
รวม159,000 บาท

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ

กรณีที่ 2 – เจ้าของซื้อที่ดินนี้มาเป็นระยะเวลา 6 ปี ต้องการนำที่ดินมาขายฝาก
ในราคา 3,000,000 บาท โดยที่ราคาประเมินของกรมที่ดินอยู่ที่ 2,000,000 บาท

ประเภทค่าธรรมเนียมวิธีคำนวณมูลค่า
ค่าธรรมเนียม2,000,000 x 2%40,000 บาท
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ประมาณ)2,000,000 x 3%60,000 บาท
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่เสีย0 บาท
ค่าอากรแสตมป์3,000,000 x 0.515,000 บาท
รวม115,000 บาท

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ

นอกจากค่าใช้จ่ายวันทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินในครั้งแรกแล้ว
ยังมีจุดที่นายทุนหลายๆ เจ้ามักไม่ได้แจ้งให้เจ้าของทรัพย์ทราบคือ
การทำจำนอง-ขายฝากยังมีค่าใช้จ่ายในวัน “ไถ่ถอน” ด้วยเช่นกัน
ทำให้เจ้าของทรัพย์ไม่ได้เตรียมการ ไม่ได้ตั้งตัวในการบริหารเงินเพื่อรองรับค่าใช่จ่ายนี้มาก่อน

ค่าธรรมเนียมไถ่ถอนจำนอง

  1. ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท
  2. ค่าจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนทรัพย์ แปลงละ 50 บาท

ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมไถ่ถอนจำนองที่ดิน ยอดจำนอง 3,000,000 บาท

ประเภทค่าธรรมเนียมวิธีคำนวณมูลค่า
ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท5 บาท
ค่าจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนแปลงละ 50 บาท50 บาท
รวม55 บาท

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ

 

ค่าธรรมเนียมไถ่ถอนขายฝาก

  1. ค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท
  2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่่จ่าย- คำนวณตามระยะเวลาถือครองตั้งแต่วันที่ได้มีการทำขายฝากถึงวันที่จดทะเบียนไถ่ถอน
    โดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 2-3% ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินเป็นผู้คำนวณให้ได้
  3. อากรแสตมป์ 0.5% จากราคาประเมินกรมที่ดิน หรือค่าสินไถ่ ขึ้นอยู่ว่าราคาใดสูงกว่า

ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม ขายฝากที่ดินราคา  3,000,000 บาท
มีราคาประเมินจากกรมที่ดินอยู๋ที่ 2,000,000 บาท โดยมีกำหนดค่าสินไถ่ในสัญญาไว้ที่ 3,450,000 บาท

ประเภทค่าธรรมเนียมวิธีคำนวณมูลค่า
ค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท50 บาท
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ประมาณ)2,000,000 x 2%40,000 บาท
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่เสีย0 บาท
ค่าอากรแสตมป์3,450,000 x 0.5%17,250 บาท
รวม55,300 บาท

หมายเหตุ
: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ
: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นการคำนวณแบบประมาณการเท่านั้น

 

มาถึงบรรทัดนี้แล้ว หากคุณกำลังปวดหัวกับวิธีคำนวณ เห็นตัวเลขแล้วไมเกรนขึ้น ปกติถนัดแต่นับเงิน
เรามีอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะทำให้การคำนวณค่าธรรมเนียมของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาแนะนำ
นั่นคือ ระบบให้บริการประชาชนในการคำนวณภาษีอากร” ทางเว็บไซต์กรมที่ดิน
คุณสามารถเข้าไปกรอกข้อมูล ทาง http://lecs.dol.go.th/rcal และให้ระบบช่วยคำนวณได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดิน
แต่ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผู้จำนอง-ขายฝากต้องจ่าย ยังมีในส่วนของ “ค่าดำเนินการ”
ที่แล้วแต่ทางนายทุน ผู้รับจำนอง ผู้รับซื้อฝากจะเรียกเก็บแตกต่างกันไป
อาทิเช่น ค่าปากถุง หรือค่าใช้จ่ายในการหักดอกเบี้ยล่วงหน้า 2-3 เดือน

หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำจำนอง-ขายฝาก มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริงๆ
ก็ขอให้เลือกนายทุนที่คิดค่าใช้จ่ายอย่างเป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย
จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแบบขูดเลือดขูดเนื้อให้ช้ำอกช้ำใจ

 

Q: ค่าจดจำนองที่กรมที่ดินเท่าไหร่?

A: 1% ของวงเงินจำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และค่าอากรแสตมป์ 0.05% ไม่เกิน 10,000 บาท

 

Q: ค่าธรรมเนียมขายฝากที่กรมที่ดินมีอะไรบ้าง?

A: ค่าโอน 2% บวกภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี) บวกอากรแสตมป์ 0.5%

 

Q: ค่าธรรมเนียมขายฝากใครเป็นคนจ่าย?

A: โดยทั่วไปผู้ขายฝากเป็นผู้จ่าย แต่ตกลงแบ่งกับผู้รับซื้อฝากได้

 

วิธีคำนวณค่าโอนค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน จำนองและขายฝากด้วยตัวเอง

 


สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง 

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

21
Oct 24
ธุรกิจขายตรง และ กลโกงแชร์ลูกโซ่ ต่างกันอย่างไร? มีบทลงโทษความผิดตามกฎหมายอย่างไรบ้าง?

ทำไม “ขายตรง (แอบแฝง) แชร์ลูกโซ่” ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ก็ยังมีอยู่ในสังคมไทย จนถูกหลอกให้หลงเชื่อ วันนี้ Property4Cash ขอมาแชร์ความแตกต่างของ ธุรกิจขายตรง และแชร์ลูกโซ่ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกันค่ะ กลายเป็นกระแสสังคมอีกครั้ง เมื่อธุรกิจขายตรง (Direct Selling) อย่าง “ดิไอคอนกรุ๊ป” ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น “แชร์ลูกโซ่ (Pyramid Scheme หรือ Ponzi Scheme)” จากผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตนักธุรกิจขายตรง สู่ เหยื่อขบวนการแชร์ลูกโซ่จริงหรือไม่? ระวังตกเป็นหยื่อ ถ้ายังไม่เข้าใจความต่าง? ธุรกิจขายตรง คือ เน้นขายสินค้าส่งถึงมือลูกค้าโดยไม่ผ่านร้านค้า ธุรกิจขายตรง คือ การขายสินค้า หรือ บริการในลักษณะขายตรงต่อผู้บริโภค ณ ที่อยู่อาศัย หรือ สถานที่ ที่ไม่ใช่ร้านค้า โดยขายผ่านตัวแทนขายตรง หรือ ผู้ขายอิสระ ถึงลูกค้าเลย แปลง่ายกว่านั้นคือ การขายสินค้าให้ลูกค้าตรงๆ โดยไม่ผ่านร้านค้าตัวกลาง หากจะประกอบธุรกิจขายตรง ต้องยื่นจดทะเบียนประกอบธุรกิจกับ สคบ. และจะมีการรับรองตามกฎหมาย และ เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ TDSA หรือสมาคการขายตรงไทย ในกฏระบุชัดว่า… กิจการขายตรงที่เข้าร่วมเป็ […]

อ่านเพิ่มเติม
รีไฟแนนซ์คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
7
Apr 23
รีไฟแนนซ์คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

มนุษย์เงินเดือนแบบเรามักได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์” อยู่บ่อยๆ แต่เชื่อว่ามีเพื่อนๆ จำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจว่าคืออะไร หากเพื่อนๆยังสงสัย ไม่เข้าใจว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? มีขั้นตอน ข้อดีและประโยชน์อย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านให้มากขึ้น รีไฟแนนซ์ คือ การเปลี่ยนเจ้าหนี้ เป็นการที่เราไปขอกู้เงินใหม่อีกก้อนหนึ่งเพื่อนำมาชำระหนี้ก้อนเดิม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะทำกับการกู้ซื้อบ้าน คอนโดและรถยนต์เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ในการผ่อนชำระหนี้สินเชื่อก้อนเดิม และจ่ายส่วนของดอกเบี้ยลดลงเพราะได้รับการลดอัตราดอกเบี้ย ที่สำคัญคือในการทำเรื่องขอรีไฟแนนซ์ครั้งใหม่นี้ จะได้รับข้อเสนอในการผ่อนชำระที่ดีกว่าสินเชื่อเดิม และอาจจะได้ระยะเวลาในการผ่อนที่ยาวขึ้นโดยคนส่วนใหญ่มักจะไปขอรีไฟแนนซ์หลังจากได้ผ่อนชำระครบ 3 ปี วิธีขอรีไฟแนนซ์บ้าน ตรวจสอบสัญญากู้เดิม ก่อนการยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำการติดต่อขอเอกสารสรุปยอดหนี้ทั้งหมดจากธนาคารเก่า เพื่อเป็นการสรุปรายละเอียด เช่น จำนวนเงินที่กู้ ระยะเวลาที่ชำระไปแล้ว เหลือเวลาที่ต้องผ่อนชำระอีกกี่ปี หลังจากนั้นให้นำเอกสารนี้ไปยื่นที่ธนาคารใหม่ท […]

อ่านเพิ่มเติม
17
Mar 26
ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนบ้านให้สร้างรายได้และเพิ่มสภาพคล่อง

ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนอสังหาฯ ให้สร้างโอกาสทางการเงิน                บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น เครื่องมือทางการเงิน (Financial Asset) ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง สร้างรายได้ และต่อยอดการลงทุนได้ หากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม บทความนี้จะพาไปรู้จักแนวคิดและวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ทางการเงินสูงสุด บ้านสามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินได้อย่างไร                โดยทั่วไปแล้ว บ้านถือเป็น สินทรัพย์ (Asset) ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว นอกจากการถือครองเพื่ออยู่อาศัย ยังสามารถนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ สร้างรายได้จากการปล่อยเช่า เพิ่มมูลค่าด้วยการรีโนเวท ขายต่อเพื่อทำกำไรในอนาคต การเข้าใจวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ จะช่วยเปลี่ยนจาก ค่าใช้จ่าย (Expense) ให้กลายเป็น สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) 4 วิธีใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน                1. ใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง บ้านสามารถนำไปใช้เป็น หลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ จากสถาบันการเงิน เช่น ทำขายฝาก จำนอง กับเงินด่วนอสังหา, สินเชื่อบ้านแลกเ […]

อ่านเพิ่มเติม