สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่
14
Sep 26

                   สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับที่ให้ความคุ้มครองผู้ขายฝากโดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น กำหนดระยะเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี จำกัดสินไถ่ไม่ให้คิดผลตอบแทนเกิน 15% ต่อปี กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และเปิดทางให้ผู้ขายฝากวางทรัพย์เพื่อใช้สิทธิไถ่ได้ในกรณีที่ไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไรบ้าง?

                   การขายฝากเป็นธุรกรรมที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นำที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายไปขายให้ผู้ซื้อฝาก โดยตกลงกันว่าผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด

                   ประเด็นสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การขายฝากไม่ใช่การจำนอง เพราะเมื่อจดทะเบียนขายฝากแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที ผู้ขายฝากเหลือสิทธิในการไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนดเวลาเท่านั้น

                   ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงมีมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายฝากเสียเปรียบ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาที่นำที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยมาเป็นทรัพย์ขายฝาก

กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คืออะไร?

                   กฎหมายที่ใช้คุ้มครองผู้ขายฝากในกรณีดังกล่าวคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกรมที่ดินเผยแพร่ตัวบทกฎหมายดังกล่าวไว้โดยตรง

                   กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์สำคัญในการลดความเสียเปรียบของผู้ขายฝาก โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาไถ่ การกำหนดสินไถ่ สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ และขั้นตอนเมื่อถึงกำหนดไถ่ให้ชัดเจนมากขึ้น

                   หมายเหตุ: คำว่า “สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่” ที่ใช้กันทั่วไป อาจทำให้เข้าใจว่าเพิ่งมีกฎหมายใหม่ในปี 2569 แต่กฎหมายคุ้มครองเฉพาะเรื่องนี้คือ พ.ศ. 2562 และยังเป็นหลักเกณฑ์สำคัญสำหรับการขายฝากที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

 

  1. กำหนดระยะเวลาไถ่ชัดเจน ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี

                   หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ สัญญาขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดเวลาไถ่ ต่ำกว่า 1 ปีหรือเกิน 10 ปีไม่ได้ หากในสัญญากำหนดเวลาไว้นอกกรอบดังกล่าว กฎหมายกำหนดให้ถือระยะเวลาเป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี และผู้ขายฝากยังสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดได้ นอกจากนี้ หากมีการขยายระยะเวลาไถ่ ระยะเวลาเดิมรวมกับระยะเวลาที่ขยายแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี

ประโยชน์ต่อผู้ขายฝาก: ช่วยป้องกันการกำหนดระยะเวลาไถ่ที่สั้นเกินไปจนผู้ขายฝากไม่มีเวลาเตรียมเงินมาไถ่ทรัพย์คืน

 

  1. ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์คืนก่อนครบกำหนดได้

                   ผู้ขายฝากไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายของสัญญาจึงจะไถ่ทรัพย์คืนได้ หากมีเงินพร้อม ผู้ขายฝากสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมายได้ และในกรณีที่สินไถ่ถูกกำหนดสูงกว่าราคาขายฝาก หากมีการไถ่ก่อนครบกำหนด ส่วนที่สูงกว่านั้นจะต้องลดลงตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ลดลง ขณะที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกค่าเสียโอกาสได้ แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีของราคาขายฝากตามระยะเวลาที่เหลือ จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยลดภาระของผู้ขายฝากที่สามารถหาเงินมาไถ่ได้เร็วกว่ากำหนด

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่

  1. จำกัดสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี

                   อีกเรื่องที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบอย่างละเอียดคือ จำนวนสินไถ่ กฎหมายกำหนดว่า สินไถ่อาจสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณในลักษณะดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี โดยคำนวณตั้งแต่วันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่ หลักเกณฑ์นี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยกำหนดเพดานผลตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากสามารถเรียกจากผู้ขายฝาก และทำให้ผู้ขายฝากสามารถประเมินต้นทุนในการนำทรัพย์กลับคืนได้ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างง่ายๆ

                   หากราคาขายฝากกำหนดไว้ 1,000,000 บาท ผู้ขายฝากไม่ควรดูเพียงตัวเลข “สินไถ่” ที่เขียนอยู่ในสัญญา แต่ควรคำนวณด้วยว่าสินไถ่ดังกล่าวเมื่อเทียบกับราคาขายฝากและระยะเวลาของสัญญาแล้ว คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีเท่าใด

 

  1. ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์

                   แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้ซื้อฝากเมื่อจดทะเบียนขายฝาก แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝากจนถึงวันที่หมดสิทธิไถ่สำหรับกรณีที่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ผู้ขายฝากไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝากสำหรับการใช้ประโยชน์ดังกล่าว และดอกผลที่เกิดจากทรัพย์ระหว่างระยะเวลาขายฝากยังเป็นของผู้ขายฝากด้วย มาตรการนี้มีความสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะช่วยให้ผู้ขายฝากยังสามารถใช้บ้านเป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ที่ดินประกอบเกษตรกรรมต่อไปได้ระหว่างรอหาเงินมาไถ่

 

  1. ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไถ่

                   กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ผู้ขายฝากต้องจำวันครบกำหนดด้วยตัวเองเพียงฝ่ายเดียว ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝาก เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีการแจ้งตามกฎหมาย หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากจะมีสิทธิไถ่ทรัพย์ต่อไปได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่เดิม ตามเงื่อนไขของกฎหมาย นี่ถือเป็นมาตรการคุ้มครองที่สำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ขายฝากจะเสียทรัพย์เพียงเพราะพลาดกำหนดเวลาโดยไม่ทราบจำนวนสินไถ่หรือวันครบกำหนดที่แน่นอน

 

  1. หากไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้ สามารถวางทรัพย์ได้

                   ในบางกรณีผู้ขายฝากมีเงินพร้อมไถ่ แต่ไม่สามารถติดต่อหรือใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ โดยไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ขายฝาก กฎหมายจึงเปิดช่องให้ผู้ขายฝากสามารถ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง กรมที่ดินระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของตน ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์ภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือวันที่เหตุที่ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่สิ้นสุดลง ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น หากถึงกำหนดไถ่แล้วผู้ซื้อฝากไม่รับเงินหรือไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ขายฝากไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไป แต่ควรตรวจสอบสิทธิในการวางทรัพย์กับสำนักงานที่ดินโดยเร็ว

 

  1. ข้อพิพาทจากการขายฝากถือเป็นคดีผู้บริโภค

                   กฎหมายยังวางหลักให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้เป็น คดีผู้บริโภค และให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค หลักการดังกล่าวมีความสำคัญในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ขายฝากกับผู้ซื้อฝาก เพราะผู้ขายฝากได้รับสถานะตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้อง

 

  1. สิ่งที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา

                   แม้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ผู้ขายฝากก็ไม่ควรเซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่านรายละเอียด เพราะการขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์จริง ไม่ใช่เพียงการนำทรัพย์ไปค้ำประกัน ก่อนจดทะเบียน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่

  1. ราคาขายฝากจริง ว่าตรงกับเงินที่ได้รับจริงหรือไม่
  2. จำนวนสินไถ่ และวิธีคำนวณว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  3. วันเริ่มต้นและวันครบกำหนดไถ่
  4. สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์
  5. เงื่อนไขการขยายเวลาไถ่ หากไม่สามารถหาเงินมาไถ่ได้ทัน
  6. เอกสารและหลักฐานการชำระเงิน ควรเก็บไว้ให้ครบถ้วน

หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน การให้ทนายความตรวจร่างสัญญาก่อนจดทะเบียนย่อมช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

 

                   สรุปส่งท้าย สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไร? กล่าวโดยสรุป กฎหมายขายฝาก พ.ศ. 2562 เพิ่มหลักประกันให้ผู้ขายฝากในหลายด้าน ตั้งแต่การกำหนดระยะเวลาไถ่ 1–10 ปี การควบคุมสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี การให้ผู้ขายฝากยังใช้ประโยชน์จากทรัพย์ได้ การกำหนดให้ผู้ซื้อฝากแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และการเปิดช่องให้วางทรัพย์เมื่อไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้

                   อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ทำให้การขายฝากปราศจากความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ดังนั้นหัวใจสำคัญที่สุดคือ ผู้ขายฝากต้องเข้าใจจำนวนเงินที่ได้รับ จำนวนสินไถ่ วันครบกำหนด และเงื่อนไขการไถ่ก่อนลงนามในสัญญา

                   หากเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่าธุรกรรมของตนเข้าเกณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องจากกรมที่ดินได้โดยตรง

 

Q: ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต่างจากจำนองอย่างไร?

A: ขายฝากคือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน แล้วผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด ส่วนจำนองไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าหนี้ตั้งแต่การจดทะเบียนจำนอง ดังนั้นทั้งสองธุรกรรมมีลักษณะทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างมาก

 

Q: สัญญาขายฝากกำหนดเวลาไถ่ได้กี่ปี?

A: สำหรับการขายฝากที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากฯ พ.ศ. 2562 กำหนดเวลาไถ่ต้อง ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี

 

Q: ผู้ขายฝากไถ่คืนก่อนครบกำหนดได้หรือไม่?

A: ได้ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์ก่อนครบกำหนดได้ และกฎหมายมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดสินไถ่ในส่วนที่สูงกว่าราคาขายฝาก รวมถึงค่าเสียโอกาสที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกได้ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

 

Q: ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งก่อนวันครบกำหนดหรือไม่?

A: ต้องแจ้งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนด ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่มากกว่า 6 เดือน หากไม่แจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากอาจได้รับสิทธิไถ่ต่ออีก 6 เดือนตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

Q: ถ้ามีเงินไถ่แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน ต้องทำอย่างไร?

A: ผู้ขายฝากอาจมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก

 

Q: กฎหมายขายฝากคุ้มครองผู้ขายฝากทุกกรณีหรือไม่?

A: ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับการทำสัญญาขายฝาก ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้นก่อนสรุปว่าสัญญาใดได้รับความคุ้มครอง ควรตรวจสอบประเภททรัพย์ ลักษณะคู่สัญญา และวัตถุประสงค์ของการใช้ทรัพย์ด้วย

 

 

ข้อควรระวัง: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากกำลังจะทำสัญญาขายฝากจริง โดยเฉพาะทรัพย์มูลค่าสูง ควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงกับสำนักงานที่ดินหรือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายก่อนดำเนินการ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

เจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน กับ เจ้าของบ้าน แตกต่างกันอย่างไร?
24
Oct 23
เจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน กับ เจ้าของบ้าน แตกต่างกันอย่างไร?

หลายท่านคงสงสัย? ว่าเจ้าบ้านคือใคร!! หรือบางท่านอาจจะคิดไปถึงผีบ้านผีเรือน แต่ที่จริงแล้วตามหลักกฎหมาย ว่าด้วยเรื่องการดูแลบ้าน บ้านทุกหลังต้องมี เจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน เพื่อระบุว่าบุคคลที่เป็นเจ้าบ้านนั้น ผู้เป็นหัวหน้าซึ่งครอบครองบ้าน ในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่น เช่น ผู้ดูแลบ้าน แล้วแตกต่างยังไงกับเจ้าของบ้านละ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันค่ะก่อนอื่นเรามาดูความหมายของทั้งสองคำนี้กันก่อนเลยค่ะ เจ้าบ้าน หมายถึง ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครองบ้านในฐานะที่เป็นเจ้าของ ผู้เช่า และอื่นๆ โดยหากในทะเบียนบ้านไม่มีชื่อเจ้าบ้าน หรือผู้ที่ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าบ้าน เกิดเสียชีวิต ผู้มีหน้าที่ดูแลบ้านสามารถมาเป็นเจ้าบ้านแทนได้ เจ้าของบ้าน หมายถึง เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่มีชื่อในโฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย มีสิทธิใช้สอย หวงกัน ติดตามเอาทรัพย์คืน. ใช้ยันต่อบุคคลทั่วไป มีกฎหมายรองรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 โดยจากความหมายด้านบน เจ้าบ้านหรือเจ้าของบ้าน อาจจะเป็นคนเดียวกัน หรือ ไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้ค่ะ หน้าที่เจ้าบ้าน VS เจ้าของบ้าน เจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร […]

อ่านเพิ่มเติม
วิธีซื้อทรัพย์หลุดจำนองกรมบังคับคดี ให้ได้ราคาดีและปลอดภัย
23
Jan 25
ทรัพย์สินหลุดจำนอง จาก กรมบังคับคดี คืออะไร?

ทรัพย์หลุดจำนองจากกรมบังคับคดีสามารถซื้อได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ การประมูลขายทอดตลาดโดยกรมบังคับคดี และการซื้อตรงจากธนาคารที่มีทรัพย์ NPA โดยราคามักต่ำกว่าตลาด 15-30% แต่ต้องตรวจสอบภาระหนี้ค้างชำระ สภาพทรัพย์ และผู้อยู่อาศัยเดิมก่อนตัดสินใจ บทความนี้ Property4Cash แนะนำขั้นตอนซื้อทรัพย์บังคับคดีให้ได้ราคาดีและปลอดภัย   กระบวนการทรัพย์สินหลุดจำนอง การแจ้งเตือนและฟ้องร้อง เมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้จะส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ หากยังไม่ดำเนินการ เจ้าหนี้สามารถฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกคืนทรัพย์สิน การบังคับคดี หากศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้สามารถบังคับคดีได้ กรมบังคับคดีจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินที่จำนองไว้ การขายทอดตลาด ทรัพย์สินที่ถูกยึดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด เพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ โดยรายได้จากการขายจะถูกนำไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ก่อน หากมีเงินเหลือจะคืนให้เจ้าของเดิม   ข้อดีของการซื้อทรัพย์สินหลุดจำนอง ราคาถูกกว่าในตลาด: ทรัพย์สินหลุดจำนองมักมีราคาต่ำกว่าราคาประเมินหรือราคาตลาด เนื่องจากเป็นการขายทอดตลาด โอกาสในการลงทุน: เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที […]

อ่านเพิ่มเติม
อัปเดต! การชำระ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2568
18
Jan 25
อัปเดต! การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2568

เปิดศักราชใหม่ กับเรื่องควรรู้ เกี่ยวกับ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2568 วันนี้ Property4Cash ได้รวมข้อมูลต่างๆ มาไว้ให้แล้วค่ะ โดยการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในปี 2568 มีการขยายระยะเวลาชำระภาษี จากเดิมเดือนเมษายน เลื่อนเป็นมิถุนายน เพื่อลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมให้กับประชาชน ดังนั้น Property4Cash สรุปมาให้เช็ก ว่า… ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภท ต้องเสียภาษีเท่าไร? เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า เพราะหากชำระล่าช้า ต้องจ่ายค่าปรับสูงสุดถึง 40% ของภาษีที่ค้างชำระเลยนะ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประเภทไหน ต้องเสียภาษีที่ดิน 2568 ประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ต้องเสียภาษีมี 4 ประเภท แบ่งตามรูปแบบการใช้งาน คือ ที่ดินเกษตรกรรม ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม และที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า ซึ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภท มีอัตราการเสียภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้   1. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการเกษตรกรรม มูลค่าไม่เกิน 75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01% (บุคคลธรรมดายกเว้น 50 ล้านแรก) มูลค่า 75 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% มูลค่า 1 […]

อ่านเพิ่มเติม