หมุนเงินไม่ทัน
14
Sep 26

                   หาก หมุนเงินไม่ทัน ในช่วงวิกฤตและมีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สิน ควรเริ่มจากการประเมินกระแสเงินสดและภาระหนี้ก่อน แล้วพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม เช่น เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ ใช้สินเชื่อที่มีหลักประกัน ปล่อยเช่าหรือขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น และพิจารณาขายฝากเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยต้องเปรียบเทียบต้นทุน ความเสี่ยง และผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ก่อนตัดสินใจ

 

หมุนเงินไม่ทันช่วงวิกฤต ควรเริ่มแก้จากตรงไหน?

                   ช่วงที่รายได้ลดลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือมีหนี้หลายก้อนพร้อมกัน ปัญหาใหญ่ไม่ได้มีเพียงเรื่อง “หาเงินเพิ่ม” แต่คือการรักษา สภาพคล่อง ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน สำหรับคนที่มีบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ อยู่ในมือ ทรัพย์เหล่านี้อาจช่วยสร้างสภาพคล่องได้ แต่แต่ละวิธีมีต้นทุนและความเสี่ยงแตกต่างกัน

                   สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้ผิดนัดชำระหนี้หลายงวดแล้วค่อยแก้ปัญหา เพราะเมื่อประวัติการชำระหนี้เสียลง ทางเลือกในการจัดการหนี้อาจลดลง และการเจรจากับเจ้าหนี้อาจทำได้ยากขึ้นบทความนี้สรุป 5 ทางเลือกที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาเมื่อกำลังประสบปัญหาเงินขาดมือ

 

  1. เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้

                   หากปัญหาหลักคือ รายได้ไม่พอกับค่างวด แต่ยังต้องการรักษาบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้ วิธีแรกที่ควรพิจารณาคือการติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้

ตัวอย่างแนวทางที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่

  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้
  • ปรับลดค่างวดในช่วงแรก
  • เปลี่ยนรูปแบบการชำระหนี้
  • พักหรือผ่อนปรนเงื่อนไขบางส่วนตามมาตรการของเจ้าหนี้
  • รวมหนี้บางประเภทให้บริหารจัดการง่ายขึ้น

ข้อดีคือเจ้าของทรัพย์ยังมีโอกาสรักษาอสังหาริมทรัพย์ไว้ โดยไม่ต้องรีบนำทรัพย์ออกขาย

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเจรจา

การเดินเข้าไปหาเจ้าหนี้พร้อมคำว่า “ผ่อนไม่ไหว” อาจไม่เพียงพอ ควรเตรียมข้อมูลให้ชัดเจน เช่น

รายได้ต่อเดือน – ค่าใช้จ่ายจำเป็น – หนี้ที่ต้องชำระ = เงินเหลือสำหรับชำระหนี้

รวมถึงควรแสดงให้เห็นว่าปัญหาเกิดจากอะไร และมีแผนอย่างไรที่จะทำให้สถานะทางการเงินกลับมาดีขึ้น

หลักสำคัญ: หากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะมีปัญหา ควรติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ควรรอจนถึงวันที่ไม่มีเงินจ่าย

หมุนเงินไม่ทัน

  1. รีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้ เพื่อลดภาระรายเดือน

                   หากมีประวัติการชำระหนี้ที่ยังดีและคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ของสถาบันการเงิน การ รีไฟแนนซ์ อาจเป็นอีกทางเลือกในการลดภาระดอกเบี้ยหรือปรับโครงสร้างการชำระเงิน ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านมีสินเชื่อบ้านที่เหลืออยู่ และพบว่าสามารถย้ายสินเชื่อไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ที่มีเงื่อนไขเหมาะสมกว่า ก็อาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้

                   อย่างไรก็ตาม อย่าดูเฉพาะว่า “ค่างวดต่อเดือนลดลงเท่าไร” ควรคำนวณ ต้นทุนรวมตลอดสัญญา ด้วย เพราะการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายเพิ่มขึ้นได้

ก่อนรีไฟแนนซ์ควรเปรียบเทียบอะไร?

  • อัตราดอกเบี้ย
  • ค่างวดใหม่
  • ระยะเวลาผ่อน
  • ค่าธรรมเนียม
  • ค่าใช้จ่ายในการจดจำนองหรือโอนที่เกี่ยวข้อง
  • เงื่อนไขการปิดสินเชื่อเดิม
  • ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา

รีไฟแนนซ์ไม่ใช่การลบหนี้ แต่เป็นการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่ ดังนั้นควรใช้เมื่อช่วยให้กระแสเงินสดดีขึ้นอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างหนี้ก้อนใหม่มาปิดหนี้เก่า

 

  1. เปลี่ยนอสังหาฯ ให้สร้างกระแสเงินสด

                   บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีทรัพย์สิน” แต่อยู่ที่ทรัพย์สินที่มี ไม่ได้สร้างรายได้ หากมีบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจพิจารณาเปลี่ยนทรัพย์ให้กลายเป็นกระแสเงินสด เช่น

  • ปล่อยเช่า
  • ให้เช่าพื้นที่บางส่วน
  • ปรับบ้านให้เป็นที่พักอาศัยให้เช่า
  • ให้เช่าพื้นที่สำหรับทำธุรกิจ
  • ขายทรัพย์สินบางรายการที่ไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือการทำธุรกิจ

วิธีนี้มีข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ทันที หากสามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าได้

แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุน เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าใช้จ่ายในการหาผู้เช่า รวมถึงความเสี่ยงจากช่วงเวลาที่ไม่มีผู้เช่า

ถ้ามีอสังหาฯ หลายแห่ง ควรเริ่มจากทรัพย์ไหน?

ลองจัดลำดับทรัพย์สินตาม 3 คำถาม

  1. ทรัพย์ไหนสร้างรายได้ต่ำที่สุด?
  2. ทรัพย์ไหนมีค่าใช้จ่ายในการถือครองสูงที่สุด?
  3. ทรัพย์ไหนไม่ได้มีความสำคัญต่อการอยู่อาศัยหรือการประกอบธุรกิจ?

ทรัพย์ที่ตอบ “ใช่” หลายข้อ อาจเป็นทรัพย์ที่ควรพิจารณาปรับรูปแบบการถือครองก่อน

 

  1. ขายอสังหาริมทรัพย์บางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

                   หากประเมินแล้วว่าปัญหาทางการเงินไม่ใช่เพียงชั่วคราว การ ขายอสังหาริมทรัพย์บางส่วน อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระหนี้และสร้างเงินก้อน แม้หลายคนจะรู้สึกว่า “ขายทรัพย์สินคือการยอมแพ้” แต่ในบางสถานการณ์ การขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็นอาจช่วยป้องกันไม่ให้ต้องขายทรัพย์สินในอนาคตด้วยราคาที่ต่ำกว่าเดิมจากแรงกดดันทางการเงิน

ก่อนขายควรคำนวณ “เงินเหลือจริง”

อย่าดูเฉพาะราคาขาย เช่น

ราคาขาย – หนี้คงเหลือ – ค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง – ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ = เงินสุทธิที่ได้รับ

จากนั้นถามตัวเองว่าเงินก้อนนี้สามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่

หากขายบ้าน 5 ล้านบาท แต่มีหนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนเหลือเงินเพียงจำนวนหนึ่ง และยังมีภาระรายเดือนสูงเหมือนเดิม การขายอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

ในทางกลับกัน หากการขายสามารถปิดหนี้ก้อนใหญ่และลดค่าใช้จ่ายประจำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ช่วยให้ฐานะทางการเงินกลับมาแข็งแรงขึ้น

 

  1. ขายฝากอสังหาริมทรัพย์: ทางเลือกที่ต้องเข้าใจความเสี่ยง

                   สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินก้อน แต่ยังต้องการมีโอกาสไถ่ทรัพย์คืน การขายฝาก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่บางคนอาจนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า ขายฝากไม่ใช่จำนอง ในการขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ขณะที่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น แม้จะได้เงินก้อนมาแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่ก็มีความเสี่ยงสูง หากไม่สามารถหาเงินมาไถ่ทรัพย์ได้ภายในกำหนด

                   สำหรับการขายฝากที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มีกลไกคุ้มครองผู้ขายฝากหลายประการ เช่น การกำหนดระยะเวลาไถ่ การควบคุมสินไถ่ และการแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าธุรกรรมนั้นเข้าเกณฑ์ของกฎหมายหรือไม่

 

ก่อนตัดสินใจขายฝาก ต้องตอบให้ได้ 4 ข้อ

  1. ต้องใช้เงินเท่าไร? อย่าขายฝากด้วยจำนวนเงินมากกว่าที่จำเป็นเพียงเพราะมีคนเสนอวงเงินสูง
  2. จะหาเงินมาไถ่จากไหน? ต้องมีแผนที่เป็นไปได้ เช่น รายได้จากธุรกิจ การขายทรัพย์สินอื่น หรือการขอสินเชื่อในอนาคต
  3. วันครบกำหนดไถ่คือวันไหน? ต้องบันทึกวันสำคัญนี้ไว้อย่างชัดเจนและเตรียมเงินล่วงหน้า
  4. หากไถ่ไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น? ต้องเข้าใจความเสี่ยงต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ก่อนเซ็นสัญญา

 

ขายฝากจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็น “เงินด่วนที่ใช้บ้านค้ำ” แต่ควรมองว่าเป็นธุรกรรมที่มีผลต่อกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

 

แล้วควรเลือกทางรอดทางการเงินแบบไหนดี?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เงินขาดมือและสถานะของอสังหาริมทรัพย์

ลองใช้หลักง่ายๆ ดังนี้

สถานการณ์ทางเลือกที่ควรพิจารณา
รายได้ลดลงชั่วคราว แต่ยังมีรายได้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้
หนี้เดิมมีต้นทุนสูงเปรียบเทียบรีไฟแนนซ์
มีอสังหาฯ ที่ไม่ได้ใช้ปล่อยเช่าหรือขาย
ต้องการลดหนี้ระยะยาวขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น
ต้องการเงินก้อนและมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจนพิจารณาขายฝากอย่างรอบคอบ
ไม่มีแผนหาเงินมาไถ่ไม่ควรรีบขายฝาก

 

3 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อหมุนเงินไม่ทัน

 

  1. กู้ก้อนใหม่โดยไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร การกู้เงินใหม่มาปิดหนี้เก่าอาจช่วยได้เพียงชั่วคราว หากรายรับยังไม่พอกับรายจ่าย สุดท้ายหนี้อาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  2. นำทรัพย์สำคัญไปแลกเงินโดยไม่อ่านสัญญา โดยเฉพาะการทำธุรกรรมที่มีผลต่อกรรมสิทธิ์ เช่น การขายฝาก ผู้ทำสัญญาต้องเข้าใจสิทธิ หน้าที่ จำนวนเงิน และกำหนดเวลาอย่างละเอียด
  3. รอจนถึงวันผิดนัดแล้วค่อยเจรจา ยิ่งเริ่มแก้ปัญหาเร็ว ยิ่งมีโอกาสเลือกทางออกได้มากขึ้น

 

วิธีวางแผนการเงินเมื่อมีอสังหาฯ แต่เงินสดไม่พอ

                   หากกำลังอยู่ในภาวะเงินตึงมือ ลองทำตารางง่ายๆ 4 ช่อง

ช่องที่ 1: เงินสดที่มีอยู่ รวมเงินในบัญชี เงินสำรอง และเงินที่คาดว่าจะได้รับในระยะสั้น

ช่องที่ 2: รายได้ที่จะเข้ามา แยกเป็นรายได้ประจำ รายได้จากธุรกิจ ค่าเช่า และเงินก้อนที่คาดว่าจะได้รับ

ช่องที่ 3: ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้

ช่องที่ 4: หนี้ที่ต้องจ่าย จัดลำดับหนี้ตามวันครบกำหนดและผลกระทบหากไม่ชำระ

เมื่อเห็นตัวเลขทั้งหมดแล้ว จึงค่อยเลือกว่าจะ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปรับหนี้ หรือใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์

วิธีนี้ดีกว่าการตัดสินใจจากความรู้สึกว่า “ต้องหาเงินให้ได้เร็วที่สุด”

 

                   สรุปส่งท้าย มีอสังหาฯ แต่ หมุนเงินไม่ทัน ยังมีทางออก การมีอสังหาริมทรัพย์ในช่วงวิกฤตอาจเป็นทั้งภาระและ “ต้นทุน” ที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาเงินให้ได้เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว

 

ทางรอดที่เหมาะสมควรเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กระแสเงินสดกลับมาสมดุล โดยไม่สร้างปัญหาใหญ่กว่าเดิม

5 ทางเลือกที่ควรพิจารณา ได้แก่

  1. เจรจาปรับโครงสร้างหนี้
  2. รีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้
  3. นำอสังหาฯ มาสร้างรายได้
  4. ขายทรัพย์สินบางส่วน
  5. พิจารณาขายฝากอย่างรอบคอบ หากมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจน

โดยเฉพาะการขายฝาก ผู้ขายฝากต้องตระหนักว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์มีการโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน จึงควรพิจารณาความสามารถในการไถ่คืนและเงื่อนไขในสัญญาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ในภาวะวิกฤต เป้าหมายไม่ใช่แค่ “หาเงินให้ทัน” แต่คือ “หาเงินโดยไม่ทำให้อนาคตทางการเงินแย่ลงกว่าเดิม”

 

Q: หมุนเงินไม่ทันควรทำอย่างไร?

A: ควรเริ่มจากประเมินเงินสด รายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้ทั้งหมด จากนั้นติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเจรจาทางเลือกก่อนพิจารณาก่อหนี้ใหม่หรือใช้อสังหาริมทรัพย์สร้างสภาพคล่อง

 

Q: มีบ้านแต่ไม่มีเงินสด ทำอย่างไรได้บ้าง?

A: อาจพิจารณาปล่อยเช่า รีไฟแนนซ์ ขอสินเชื่อที่มีหลักประกัน ขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น หรือพิจารณาขายฝากในกรณีที่เข้าเงื่อนไขและมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจน

 

Q: ขายฝากช่วยแก้ปัญหาเงินขาดมือได้หรือไม่?

A: ขายฝากสามารถทำให้ผู้ขายฝากได้รับเงินก้อน แต่เป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ผู้ขายฝากจึงต้องสามารถไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด หากไถ่ไม่ทันอาจสูญเสียสิทธิในทรัพย์ได้ จึงควรศึกษาสัญญาและกฎหมายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

 

Q: ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร?

A: จำนองเป็นการนำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันโดยกรรมสิทธิ์ไม่ได้โอนไปยังเจ้าหนี้ ขณะที่การขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด

 

Q: ถ้ากำลังจะไม่มีเงินจ่ายค่างวด ควรทำอย่างไร?

A: ควรติดต่อเจ้าหนี้โดยเร็วเพื่อแจ้งสถานการณ์และสอบถามทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมจัดทำแผนกระแสเงินสดเพื่อแสดงความสามารถในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขใหม่

 

Q: ควรขายอสังหาฯ เพื่อใช้หนี้หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้สร้างรายได้และมีต้นทุนถือครองสูง การขายอาจช่วยลดหนี้ได้ แต่ควรคำนวณเงินสุทธิหลังหักหนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ

 

 

                   สรุปส่งท้าย มีอสังหาฯ แต่ หมุนเงินไม่ทัน ยังมีทางออก การมีอสังหาริมทรัพย์ในช่วงวิกฤตอาจเป็นทั้งภาระและ “ต้นทุน” ที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาเงินให้ได้เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว

 

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะการขายฝาก จำนอง หรือการนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกัน ควรตรวจสอบเงื่อนไขสัญญา ค่าใช้จ่าย และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรมจริง

 

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ส่อง ธุรกิจมาแรง ในปี 2568 โอกาสทองสำหรับคนอยากเริ่มธุรกิจ
19
Aug 25
ส่อง ธุรกิจมาแรง ในปี 2568 โอกาสทองสำหรับคนอยากเริ่มธุรกิจ

          ส่อง ธุรกิจมาแรง ในปี 2568 โอกาสทองสำหรับคนอยากเริ่มธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้ที่กำลังมองหาลู่ทางสร้างธุรกิจของตนเอง การจับเทรนด์ และมองหาโอกาสใหม่ๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ในปี 2568 นี้ มีหลายธุรกิจที่น่าจับตามอง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างน่าสนใจ การศึกษาข้อมูล และเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณคว้าโอกาสลงทุนและวางแผนธุรกิจ ได้อย่างแม่นยำ            บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาไปส่องธุรกิจมาแรง ปี 2568 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ เพื่อเป็นแนวทางสู่เป้าหมายความสำเร็จทางธุรกิจของคุณกัน   แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 – 2570 จะเป็นอย่างไร?           ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อธิบายภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2568 ถึง 2570 ว่ามีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 2.8% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2567 แม้อัตราการเติบโตนี้จะยังไม่กลับไปแรงเหมือนช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แต่ก็มีปัจจัยบวกหลายประการที่จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างมั่นคง   ปัจจัยที่สนับสนุนให้เศรษฐก […]

อ่านเพิ่มเติม
พ.ร.บ.คุ้มครองการขายฝาก
11
Jun 26
เจาะลึก พ.ร.บ.คุ้มครองการขายฝาก ฉบับใหม่ เจ้าของทรัพย์ได้อะไร

เจาะลึก พ.ร.บ.คุ้มครองการขายฝาก ฉบับอัปเดต เจ้าของทรัพย์ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ชวนทำความเข้าใจ “การขายฝาก” ก่อนตัดสินใจนำทรัพย์ไปใช้เป็นหลักประกัน                    การขายฝากเป็นรูปแบบการทำนิติกรรมที่เจ้าของทรัพย์สินโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้รับซื้อฝากชั่วคราว โดยผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา หากไม่สามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในกำหนด ทรัพย์ดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์                    ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาจากการขายฝาก เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง ส่งผลให้สูญเสียที่ดิน บ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงไปอย่างไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุนี้ จึงมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้ขายฝาก และสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น   พ.ร.บ.คุ้มครองการขายฝากฉบับอัปเดต คืออะไร                    พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝาก มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้ขายฝาก โดยกำหนดมาตรฐานการทำสัญญา การแจ้งเตือนสิทธิ และการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น กฎหมายฉบับนี […]

อ่านเพิ่มเติม
ราคาประเมินที่ดินนนทบุรี
9
Jul 26
เจาะลึก ราคาประเมินที่ดินนนทบุรี ราชพฤกษ์ ทำไมบ้านหรูดึงวงเงินขายฝากได้หลักสิบล้าน

นนทบุรี-ราชพฤกษ์ ทำไมจึงกลายเป็นทำเลทองของบ้านหรู                    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ย่านนนทบุรี-ราชพฤกษ์ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดในเขตปริมณฑลกรุงเทพฯ ด้วยความพร้อมของระบบคมนาคม ถนนสายหลัก ศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน                    ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านระดับไฮเอนด์จำนวนมาก ส่งผลให้ราคาที่ดินและมูลค่าทรัพย์สินปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นโซนที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถนำทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงินสดได้ตั้งแต่หลายล้านบาทไปจนถึงหลักสิบล้านบาท   ราคาประเมินที่ดินนนทบุรี ราชพฤกษ์เพิ่มขึ้นอย่างไร                    ราคาประเมินที่ดินในโซนราชพฤกษ์และพื้นที่เชื่อมต่อจังหวัดนนทบุรีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ได้แก่ การขยายตัวของโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและถนนสายหลัก การเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้สะดวก ความต้องการซื้อบ้านหรูจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง การเติบโตของศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์   พื้นที่ที่ไ […]

อ่านเพิ่มเติม