ลงทุนรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกัน
22
Jun 26

                   เปรียบเทียบความเสี่ยง: ลงทุนปล่อยกู้ทั่วไป vs ลงทุนรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกัน กรรมสิทธิ์ นักลงทุนควรเลือกแบบไหน? เมื่อผลตอบแทนสูงมาพร้อมความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

                   ในยุคที่นักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร การลงทุนประเภท “ปล่อยกู้เอกชน” และ “รับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์” กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งสองรูปแบบสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงอัตราผลตอบแทนเท่านั้น หากแต่เป็น “ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้น” และ “หลักประกันที่รองรับการลงทุน”

                   คำถามที่หลายคนสงสัยคือ การลงทุนปล่อยกู้ทั่วไปกับการลงทุนรับซื้อฝากที่มีโฉนดค้ำประกันกรรมสิทธิ์ แบบไหนมีความเสี่ยงน้อยกว่ากัน? บทความนี้จะพาไปเปรียบเทียบในทุกมิติ เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

 

การลงทุนปล่อยกู้ทั่วไปคืออะไร?

                   การปล่อยกู้ทั่วไป คือ การนำเงินไปให้บุคคลหรือธุรกิจยืม โดยผู้ให้กู้ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยตามที่ตกลงกัน

ตัวอย่างเช่น

  • ปล่อยกู้บุคคล
  • ปล่อยกู้ SME
  • ปล่อยกู้ระยะสั้น
  • ปล่อยกู้หมุนเวียนธุรกิจ

โดยบางกรณีอาจมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบางกรณีอาจไม่มีหลักประกันเลย

 

การลงทุนรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกันกรรมสิทธิ์คืออะไร?

                   การรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ คือการทำสัญญาซื้อฝากตามกฎหมาย โดยเจ้าของทรัพย์จะโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับซื้อฝากชั่วคราวเพื่อแลกกับเงินทุน

อสังหาริมทรัพย์ที่นิยมใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่

  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • อาคารพาณิชย์
  • คอนโดมิเนียม
  • ที่ดินเปล่า

ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ในระหว่างนั้น ผู้รับซื้อฝากจะมีสถานะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย

 

เปรียบเทียบความเสี่ยงระหว่างการปล่อยกู้ทั่วไปและการรับซื้อฝาก

  1. ความเสี่ยงด้านหลักประกัน

ปล่อยกู้ทั่วไป ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับประเภทของหลักประกัน

  • บางรายไม่มีหลักประกัน
  • บางรายใช้บุคคลค้ำประกัน
  • บางรายใช้ทรัพย์สินค้ำประกันแต่ไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์

หากลูกหนี้ผิดนัดชำระ ผู้ให้กู้อาจต้องดำเนินคดีเพื่อบังคับชำระหนี้ ซึ่งใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย 

 

รับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกันกรรมสิทธิ์ ผู้ลงทุนได้รับการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาซื้อฝาก

จุดเด่นคือ

  • มีโฉนดเป็นหลักฐาน
  • มีทรัพย์สินจริงรองรับ
  • สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์ก่อนลงทุนได้

ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนทรัพย์ ผู้รับซื้อฝากอาจมีสิทธิในทรัพย์สินตามเงื่อนไขของกฎหมายและสัญญา

ระดับความเสี่ยง: ต่ำกว่า

 

  1. ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระ

ปล่อยกู้ทั่วไป ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ

  • ลูกหนี้ขาดสภาพคล่อง
  • หนีหนี้
  • ปิดกิจการ
  • รายได้ไม่เป็นไปตามแผน

ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องติดตามทวงถามหนี้ด้วยตนเอง 

 

รับซื้อฝากอสังหาฯ แม้ผู้ขายฝากจะไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์ได้ แต่ยังมีอสังหาริมทรัพย์รองรับมูลค่าการลงทุน ผู้ลงทุนจึงไม่ได้พึ่งพาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เพียงอย่างเดียว 

ระดับความเสี่ยง: ต่ำกว่า

 

  1. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

ปล่อยกู้ทั่วไป หากต้องการเงินคืนก่อนกำหนด อาจไม่สามารถเรียกคืนได้ทันที

รับซื้อฝากอสังหาฯ แม้จะมีอสังหาริมทรัพย์รองรับ แต่การเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินสดอาจต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังมีสินทรัพย์ที่จับต้องได้เป็นหลักประกัน

ระดับความเสี่ยง: ใกล้เคียงกัน

 

  1. ความเสี่ยงด้านมูลค่าทรัพย์

ปล่อยกู้ทั่วไป หากไม่มีหลักประกัน ความเสี่ยงจะผูกกับสถานะทางการเงินของลูกหนี้โดยตรง

รับซื้อฝากอสังหาฯ มูลค่าการลงทุนขึ้นอยู่กับ

  • ทำเล
  • สภาพทรัพย์
  • แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์

หากลงทุนในทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่าวงเงินซื้อฝากอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ระดับความเสี่ยง: ควบคุมได้มากกว่า

 

ตารางเปรียบเทียบความเสี่ยง

ปัจจัยปล่อยกู้ทั่วไปรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกัน
หลักประกันอาจมีหรือไม่มีมีอสังหาริมทรัพย์รองรับ
กรรมสิทธิ์ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ถือกรรมสิทธิ์ตามสัญญา
ความเสี่ยงผิดนัดสูงต่ำกว่า
การติดตามหนี้จำเป็นน้อยกว่า
การประเมินมูลค่ายากกว่าตรวจสอบได้
ความปลอดภัยของเงินต้นปานกลางสูงกว่า
ผลตอบแทนสูงสูง
ความผันผวนขึ้นกับลูกหนี้ขึ้นกับมูลค่าทรัพย์

 

ทำไมผู้ลงทุนมืออาชีพจึงเลือกลงทุนที่มีโฉนดค้ำประกัน?

                   นักลงทุนที่มีประสบการณ์มักให้ความสำคัญกับการปกป้องเงินต้นมากกว่าการไล่ล่าผลตอบแทนสูงสุด เหตุผลสำคัญ ได้แก่

  • มีสินทรัพย์จริงรองรับ
  • ตรวจสอบได้ที่กรมที่ดิน
  • ประเมินราคาทรัพย์ได้ล่วงหน้า
  • ลดความเสี่ยงจากการผิดนัด
  • มีโอกาสได้รับทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงกว่าวงเงินลงทุน

ด้วยเหตุนี้ การรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความปลอดภัย

ลงทุนรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกัน

ข้อควรพิจารณาก่อนลงทุนรับซื้อฝาก

                   แม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการปล่อยกู้ทั่วไป แต่ผู้ลงทุนควรตรวจสอบ

  • เอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือโฉนด
  • ภาระผูกพันของทรัพย์
  • ราคาประเมินและราคาตลาด
  • ทำเลและศักยภาพของทรัพย์
  • เงื่อนไขในสัญญาซื้อฝาก
  • การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการลงทุนระยะยาว

 

Q1: การลงทุนรับซื้อฝากมีโฉนดค้ำประกันปลอดภัยกว่าปล่อยกู้ทั่วไปหรือไม่?

A: โดยทั่วไปมีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันและมีการโอนกรรมสิทธิ์ตามเงื่อนไขของสัญญาซื้อฝาก

 

Q2: ความเสี่ยงหลักของการปล่อยกู้ทั่วไปคืออะไร?

A: ความเสี่ยงสำคัญคือการผิดนัดชำระหนี้ การไม่มีหลักประกัน และต้นทุนในการดำเนินคดีติดตามหนี้

 

Q3: รับซื้อฝากกับจำนองแตกต่างกันอย่างไร?

A: การรับซื้อฝากมีการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวให้ผู้รับซื้อฝาก ส่วนการจำนองกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของผู้กู้

 

Q4: ผู้ลงทุนควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนรับซื้อฝาก?

A: ควรตรวจสอบโฉนดที่ดิน ภาระผูกพัน ราคาตลาด ทำเล และเงื่อนไขในสัญญาอย่างละเอียด

 

Q5: ใครเหมาะกับการลงทุนรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์?

A: เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก มีสินทรัพย์ค้ำประกัน และต้องการลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้

 

                   สรุปส่งท้าย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนปล่อยกู้ทั่วไปกับการ ลงทุนรับซื้อฝากที่มีโฉนดค้ำประกัน กรรมสิทธิ์ พบว่าการรับซื้อฝากมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องของหลักประกันและการลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ

                   แม้ว่า… การลงทุนทุกประเภทจะมีความเสี่ยง แต่การมีอสังหาริมทรัพย์รองรับและสามารถตรวจสอบมูลค่าได้จริง ทำให้การรับซื้อฝากเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรักษาเงินต้น ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่อยู่ในระดับแข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อกฎหมาย รายละเอียดสัญญา และประเมินความเสี่ยงของแต่ละโครงการก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

 

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

1
Nov 25
จำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์ แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน?

               ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อน ว่า… ทั้ง จำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์  เป็นการใช้ อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันเงินกู้ แต่มีจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมาก    เปรียบเทียบจำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์ จำนองบ้าน ใช้บ้านค้ำเพื่อกู้เงินสดก้อนใหม่, ผู้กู้หลัก คือ เจ้าของบ้านที่ต้องการเงินทุน, ผลลัพธ์ ได้เงินสดทันที, ดอกเบี้ยโดยทั่วไป สูงกว่าเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง), ระยะเวลาอนุมัติ เร็ว (1–3 สัปดาห์) รีไฟแนนซ์บ้าน ย้ายหนี้ไปธนาคารใหม่เพื่อลดดอกเบี้ย, ผู้กู้หลัก คือ เจ้าของบ้านที่มีสินเชื่ออยู่แล้ว ผลลัพธ์ ได้ภาระผ่อนต่อเดือนลดลง, ต่ำกว่าของเดิม (ตามโปรโมชั่นธนาคาร), ระยะเวลาอนุมัติ เช้ากว่า (1–2 เดือน)                การ “จำนอง” คือ การนำบ้านหรือที่ดินไปค้ำประกันเพื่อขอเงินกู้ โดยที่เจ้าของยังถือกรรมสิทธิ์อยู่ แต่ธนาคารหรือผู้ให้กู้มีสิทธิบังคับขายได้ หากไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ข้อดี : ได้เงินสดก้อนใหญ่โดยไม่ต้องขายบ้าน, ยังอยู่ในบ้านได้ตามปกติ, ระยะเวลาทำเรื่องสั้น เหมาะกับคนต้องการ “เงินด่วน” ข้อเสีย : ดอกเบี้ยสูงกว่ารีไฟแนนซ์, หากผิดนัดชำระต่อเนื่อง อาจถูกฟ้องบังคับจำนอง […]

อ่านเพิ่มเติม
อายุสัญญาขายฝาก
15
Jun 26
อายุสัญญาขายฝาก ต่ำสุด-สูงสุดกี่ปี ขยายสัญญาได้กี่ครั้ง

อายุสัญญาขายฝาก ต่ำสุดและสูงสุดกำหนดไว้กี่ปี ขยายสัญญาได้กี่ครั้ง รู้ก่อนทำสัญญาขายฝาก อายุสัญญาสำคัญกว่าที่คิด                    การขายฝากเป็นทางเลือกทางการเงินที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นิยมใช้เมื่อต้องการเงินทุนเร่งด่วน โดยนำบ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ไปทำสัญญาขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก พร้อมกำหนดสิทธิในการไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน                    อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือ “สัญญาขายฝากทำได้กี่ปี” และ “สามารถขยายสัญญาได้กี่ครั้ง” ซึ่งเป็น   อายุสัญญาขายฝากขั้นต่ำกี่ปี                    ภายใต้กฎหมายคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝาก กำหนดให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต้องมีระยะเวลาไถ่ถอนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี การกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายฝากถูกกำหนดเงื่อนไขที่สั้นเกินไปจนไม่มีโอกาสหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ทัน ดังนั้น หากเป็นการขายฝากบ้าน ที่ดิน หรือคอนโด สัญญาจะต้องมีอายุอย่างน้อย 1 ปีนับจากวันจดทะเบียนขายฝาก   อายุสัญญาขายฝากสูงสุดกี่ปี                    สำหรับอสังห […]

อ่านเพิ่มเติม
ทรัพย์หลุดขาย ฝากผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง?
31
Aug 24
ทรัพย์หลุดขายฝากผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง?

ทรัพย์หลุดขายฝาก ผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง? การทำธุรกรรมขายฝาก เป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่เจ้าของทรัพย์สิน (ผู้ขายฝาก) นำทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มาให้กับอีกบุคคลหนึ่งซึ่งเรียกว่า (ผู้รับซื้อฝาก) ถือกรรมสิทธิ์ชั่วคราว เพื่อขอเงินกู้หรือพูดกันให้เข้าใจง่ายๆว่า เอาโฉนดมาวางค้ำเป็นหลักประกัน เพื่อกู้เงินนำเงินไปใช้ก่อนเมื่อครบกำหนดสัญญาตามที่ตกลงกันก็นำเงินต้นมาไถ่ถอนคืน แต่ในระหว่างสัญญาก็จะมีค่าดอกเบี้ยที่ผู้ขายฝากจะต้องจ่ายให้แก้ผู้รับซื้อฝาก ในปัจจุบันนี้คนต้องการใช้เงินก้อน เงินด่วนเป็นจำนวนมากเจ้าของทรัพย์ก็นำโฉนดมาทำขายฝากกับทางนายทุนเป็นตัวเลขที่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่เมื่อครบกำหนดสัญญาผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอนทรัพย์คืน จึงทำให้ทรัพย์หลุดไปเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยทางกฎหมาย กรณีที่ ทรัพย์หลุดขายฝาก ผู้รับซื้อฝากจะต้องทำยังไงบ้าง และจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรไหม? – กรณีที่ผู้รับซื้อฝากไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ทรัพย์ได้ทราบ ตามกฎหมายใหม่ต้องรอ 6เดือน ทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ – ถ้าผู้รับซื้อฝากส่งหนังสือแจ้งทรัพย์แล้ว (ส่งหนังสือแจ้งทรัพย์ไม่น้อยกว่า […]

อ่านเพิ่มเติม