ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
23
Sep 26

5 ปัจจัยหลักที่บริษัทใช้อนุมัติวงเงิน ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

                   หากต้องการนำ ที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นมาขายฝาก คำถามสำคัญที่เจ้าของทรัพย์มักต้องการรู้คือ “จะได้รับวงเงินขายฝากเท่าไร?” โดยทั่วไป บริษัทรับซื้อฝากไม่ได้พิจารณาจากราคาประเมินราชการเพียงอย่างเดียว แต่จะวิเคราะห์ มูลค่าทรัพย์ ความสามารถในการขายต่อ ความเสี่ยงของเอกสารสิทธิ ทำเล สภาพทรัพย์ และเงื่อนไขของธุรกรรม ประกอบกัน

                   ดังนั้น หากต้องการทราบว่า บริษัทใช้หลักเกณฑ์อะไรในการอนุมัติวงเงินประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ สามารถสรุปได้เป็น 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ทำเลและศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์
  2. ราคาตลาดและมูลค่าทรัพย์ในปัจจุบัน
  3. สภาพและประเภทของทรัพย์สิน
  4. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน
  5. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

 

  1. ทำเลและศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์

                   ทำเลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการประเมินวงเงินขายฝาก แม้จะเป็นที่ดินที่มีขนาดเท่ากัน แต่หากอยู่คนละทำเล มูลค่าและความต้องการของตลาดอาจแตกต่างกันอย่างมาก

บริษัทอาจพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น

  • อยู่ในเขตเมืองหรือชุมชนหรือไม่
  • อยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือถนนสาธารณะหรือไม่
  • การเดินทางเข้า-ออกสะดวกหรือไม่
  • อยู่ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือระบบขนส่งสาธารณะหรือไม่
  • ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน หรือแหล่งชุมชนหรือไม่
  • มีโครงการพัฒนาหรือการขยายตัวของพื้นที่หรือไม่
  • ที่ดินสามารถนำไปพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

 

ทำเลดีช่วยให้ได้วงเงินสูงขึ้นหรือไม่?

                   มีโอกาสช่วยเพิ่มมูลค่าและวงเงินที่พิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำเลดีจะได้รับวงเงินสูงเสมอไป บริษัทจะนำทำเลไปพิจารณาร่วมกับราคาตลาด สภาพทรัพย์ เอกสารสิทธิ และความเสี่ยงของธุรกรรมด้วย

 

  1. ราคาตลาดและมูลค่าทรัพย์ในปัจจุบัน

                   การประเมินวงเงินขายฝากจำเป็นต้องพิจารณาว่า อสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าในตลาดประมาณเท่าไร ราคาที่ใช้พิจารณาอาจไม่ได้มีเพียงราคาประเมินจากหน่วยงานราชการ แต่ยังต้องเปรียบเทียบกับสภาพตลาดและราคาของทรัพย์ลักษณะใกล้เคียงกัน

                   ตัวอย่างเช่น ที่ดินแปลงหนึ่งมีราคาประเมินราชการ 5 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาราคาซื้อขายในพื้นที่และสภาพตลาดจริง อาจมีมูลค่าตลาดแตกต่างจากตัวเลขดังกล่าว

                   ดังนั้น ผู้รับซื้อฝากจึงต้องประเมิน มูลค่าที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง

 

ราคาประเมินราชการกับราคาตลาดต่างกันอย่างไร?

                   ราคาประเมินราชการ เป็นราคาที่หน่วยงานรัฐกำหนดเพื่อใช้เป็นฐานในเรื่องที่กฎหมายกำหนดบางประการ ขณะที่ ราคาตลาด เป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะซื้อขายกันได้ภายใต้สภาวะตลาดและปัจจัยของทรัพย์นั้น

                   สำหรับการพิจารณาวงเงินขายฝาก บริษัทอาจนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบกัน ไม่ได้ดูจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

  1. สภาพและประเภทของทรัพย์สิน

                   ประเภทและสภาพของอสังหาริมทรัพย์มีผลโดยตรงต่อมูลค่าและความเสี่ยง

ทรัพย์ที่บริษัทอาจรับพิจารณา เช่น

  • ที่ดินเปล่า
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์เฮาส์
  • อาคารพาณิชย์
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงงาน
  • โกดัง
  • อาคารสำนักงาน
  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

แต่ทรัพย์ประเภทเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับวงเงินเท่ากัน

บริษัทอาจตรวจสอบสภาพจริง เช่น

  • อายุของอาคาร
  • สภาพโครงสร้าง
  • การต่อเติม
  • การใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • ทางเข้า-ออก
  • สภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • ความสามารถในการขายต่อ

 

บ้านเก่าหรือที่ดินเปล่า ได้วงเงินขายฝากน้อยกว่าหรือไม่?

                   ไม่สามารถสรุปได้จากประเภททรัพย์เพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ที่ดินเปล่าในทำเลศักยภาพสูงอาจมีมูลค่ามากกว่าบ้านที่อยู่ในทำเลที่มีความต้องการต่ำ ในทางกลับกัน บ้านที่อยู่ในทำเลดีและมีสภาพพร้อมใช้งานก็อาจมีมูลค่าสูง จึงต้องประเมินเป็นรายทรัพย์

 

  1. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน

                   เอกสารสิทธิเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพิจารณาวงเงินขายฝาก บริษัทจะต้องตรวจสอบว่าผู้ขอขายฝากมีสิทธิในทรัพย์จริงหรือไม่ และทรัพย์สามารถนำมาทำธุรกรรมได้อย่างถูกต้องหรือมีข้อจำกัดใดหรือไม่

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ประเภทเอกสารสิทธิ
  • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
  • รายละเอียดเนื้อที่และตำแหน่งที่ดิน
  • ภาระจำนอง
  • การอายัด
  • ภาระจำยอม
  • สิทธิของบุคคลอื่น
  • ข้อจำกัดในการโอน
  • ประวัติการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

หากทรัพย์มีภาระผูกพันหรือมีประเด็นทางกฎหมาย บริษัทอาจต้องนำความเสี่ยงดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการอนุมัติวงเงิน

 

เอกสารสิทธิมีปัญหา ทำให้วงเงินลดลงหรือไม่?

                   อาจมีผลต่อการพิจารณา เพราะเอกสารสิทธิที่มีความไม่ชัดเจนหรือมีภาระผูกพันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกรรม ในบางกรณี บริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติม หรือตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินก่อนพิจารณาวงเงินขั้นสุดท้าย

 

  1. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

                   นอกจากมูลค่าของทรัพย์แล้ว บริษัทรับซื้อฝากยังต้องพิจารณา ความเสี่ยงของธุรกรรมและความเป็นไปได้ที่ผู้ขายฝากจะสามารถไถ่ทรัพย์คืนได้ การขายฝากแตกต่างจากการซื้อขายทั่วไป เพราะผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญาและกฎหมาย

บริษัทจึงอาจพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ เช่น

  • จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากต้องการ
  • ระยะเวลาขายฝาก
  • ความสามารถในการชำระสินไถ่
  • วัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้
  • สภาพคล่องของทรัพย์
  • ความสามารถในการขายต่อหากเกิดปัญหา
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมายและเอกสาร

ด้วยเหตุนี้ วงเงินที่ได้รับอนุมัติจึงอาจไม่เท่ากับราคาตลาดของทรัพย์

 

บริษัทคำนวณวงเงินขายฝากจากราคาประเมินอย่างไร?

                   โดยทั่วไป การพิจารณาวงเงินขายฝากไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับทุกบริษัทและทุกทรัพย์ แต่แนวคิดสำคัญคือ บริษัทต้องประเมิน มูลค่าทรัพย์และระดับความเสี่ยง ก่อนกำหนดวงเงินที่เหมาะสม ตัวอย่างเชิงหลักการ หากทรัพย์มีมูลค่าตลาดสูง แต่มีข้อจำกัดในการขายต่อหรือมีปัญหาเอกสาร บริษัทอาจกำหนดวงเงินต่ำกว่ามูลค่าตลาดเพื่อบริหารความเสี่ยง ในทางกลับกัน หากทรัพย์มีทำเลดี เอกสารชัดเจน สภาพดี และมีสภาพคล่องสูง ก็อาจมีโอกาสได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจมากขึ้น ดังนั้น คำว่า “วงเงินขายฝาก” ไม่ได้เท่ากับ “ราคาขายทรัพย์” และไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมาเปรียบเทียบกันโดยตรง

 

ทำอย่างไรให้มีโอกาสได้รับวงเงินขายฝากที่เหมาะสม?

                   เจ้าของทรัพย์สามารถเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่นประเมิน เช่น

เตรียมเอกสารให้ครบ

                   ควรเตรียมโฉนดหรือเอกสารสิทธิ เอกสารประจำตัว และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ให้พร้อม

แจ้งข้อมูลทรัพย์ตามความเป็นจริง

                   ควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบ้าน อาคาร ผู้ครอบครอง ผู้เช่า ภาระผูกพัน หรือข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา

เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง

                   หากขายฝากที่ดินพร้อมบ้านหรืออาคาร ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเมินทรัพย์ได้ครบถ้วน

ตรวจสอบภาระผูกพันก่อน

                   หากมีการจำนอง ภาระจำยอม หรือภาระอื่นบนทรัพย์ ควรแจ้งให้ผู้รับซื้อฝากทราบตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในขั้นตอนตรวจสอบเอกสาร

เปรียบเทียบข้อเสนอมากกว่าหนึ่งแห่ง

                   เจ้าของทรัพย์ไม่ควรดูเฉพาะ “วงเงินที่ได้รับ” แต่ควรเปรียบเทียบ จำนวนเงินที่ได้รับจริง สินไถ่ ระยะเวลาขายฝาก ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสัญญา ด้วย

วงเงินสูงที่สุด คือข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือไม่?

                   ไม่เสมอไป

 

การเลือกข้อเสนอขายฝากควรพิจารณามากกว่าวงเงิน เช่น

  • เงินที่ได้รับจริงหลังหักค่าใช้จ่าย
  • สินไถ่และเงื่อนไขการไถ่
  • ระยะเวลาขายฝาก
  • ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน
  • เงื่อนไขกรณีผิดนัด
  • รายละเอียดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา

ข้อเสนอที่ให้วงเงินสูงกว่าอาจมีต้นทุนหรือเงื่อนไขอื่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรอ่านสัญญาและรายละเอียดทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

 

สรุป 5 ปัจจัยหลักในการอนุมัติวงเงินขายฝาก ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

                   การประเมินวงเงินขายฝากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้พิจารณาจากราคาประเมินเพียงอย่างเดียว แต่บริษัทมักต้องวิเคราะห์หลายปัจจัยร่วมกัน โดย 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ทำเลและศักยภาพของทรัพย์ — ทำเลมีผลต่อมูลค่าและสภาพคล่อง

  2. ราคาตลาดและมูลค่าปัจจุบัน — ต้องพิจารณามูลค่าของทรัพย์จากข้อมูลหลายด้าน

  3. สภาพและประเภททรัพย์ — บ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออาคารแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและมูลค่าแตกต่างกัน

  4. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน — เอกสารต้องชัดเจนและตรวจสอบสถานะทางกฎหมายได้

  5. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน — บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมและเงื่อนไขการขายฝาก

ดังนั้น หากต้องการทราบว่า ขายฝากอสังหาริมทรัพย์จะได้วงเงินเท่าไร วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการนำข้อมูลทรัพย์จริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการประเมิน เพราะแต่ละทรัพย์มีปัจจัยและความเสี่ยงแตกต่างกัน

Q: บริษัทรับซื้อฝากใช้เกณฑ์อะไรในการอนุมัติวงเงิน?

A: โดยหลักจะพิจารณาจากทำเล ราคาตลาด สภาพและประเภททรัพย์ เอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน รวมถึงความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

 

Q: ราคาประเมินราชการมีผลต่อวงเงินขายฝากหรือไม่?

A: มีส่วนในการพิจารณา แต่โดยทั่วไปไม่ควรนำราคาประเมินราชการมาใช้เป็นตัวกำหนดวงเงินเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องพิจารณาราคาตลาด สภาพทรัพย์ ทำเล และความเสี่ยงประกอบกัน

 

Q: ต้องมีราคาประเมินเท่าไรจึงจะขายฝากได้?

A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เพราะวงเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ มูลค่า ทำเล เอกสาร และหลักเกณฑ์ของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย

 

Q: ทำเลมีผลต่อวงเงินขายฝากอย่างไร?

A: ทำเลมีผลต่อมูลค่าตลาดและสภาพคล่องของทรัพย์ หากเป็นทำเลที่มีความต้องการและสามารถนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาจส่งผลดีต่อการประเมินมูลค่า

 

Q: เอกสารสิทธิไม่ครบจะขอวงเงินขายฝากได้ไหม?

A: ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป โดยบริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของทรัพย์ก่อน จึงจะสามารถประเมินวงเงินได้อย่างเหมาะสม

 

Q: วงเงินขายฝากเท่ากับราคาขายของที่ดินหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน วงเงินขายฝากเป็นจำนวนเงินที่ผู้รับซื้อฝากอนุมัติภายใต้การประเมินมูลค่าและความเสี่ยงของธุรกรรม จึงอาจแตกต่างจากราคาตลาดของทรัพย์

 

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินวงเงินขายฝาก หลักเกณฑ์และวงเงินอนุมัติจริงอาจแตกต่างกันตามนโยบายของผู้รับซื้อฝาก ลักษณะทรัพย์ เอกสารสิทธิ และเงื่อนไขของแต่ละธุรกรรม ควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการไถ่ถอนให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?
24
Sep 25
5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?           คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหม? เงินเดือนออกมาไม่ทันไรก็หมด รายรับไม่พอกับรายจ่าย ต้องคอยหยิบยืม หรือรูดบัตรเครดิตเป็นประจำ ถ้าคุณกำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา มี 5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน ที่ใช้ได้จริง ช่วยให้คุณกลับมาควบคุมการเงินได้อีกครั้ง   1. ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย อย่างละเอียด           เริ่มจากการรู้จัก “ที่มาที่ไป” ของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายรายวันอย่างจริงจัง เพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายใดจำเป็น และค่าใช้จ่ายใดสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้ เคล็ดลับ ใช้แอปพลิเคชันจดบัญชี เช่น Money Lover, Spendee หรือสมุดจดธรรมดาก็ได้ เช็กย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อหาพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่จำเป็น   2. ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น           เมื่อรู้ว่า… ค่าใช้จ่ายไหนเกินตัว ก็ถึงเวลาปรับลด เช่น งดกินข้าวนอกบ้านบ่อย, ยกเลิกสมัครสมาชิกแอปหรือบริการที่ไม่ได้ใช้, เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของจาก “อยากได้” เป็น “จำเป็นต้องใช้” จำไว้ : เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ คือเงินที่ช่วยให้คุณรอดในยามวิกฤ […]

อ่านเพิ่มเติม
13
Mar 26
ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากันสำหรับเจ้าของที่ดิน

ขายฝาก vs จำนอง ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า!!                เมื่อเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ดินต้องการเงินด่วน วิธีที่นิยมใช้คือ การนำทรัพย์สินไปขายฝากหรือจำนอง ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ที่ดินหรือบ้านเป็นหลักประกันได้เหมือนกัน แต่ในทางกฎหมาย ขายฝากกับจำนองมีความแตกต่างกันอย่างมาก และหากไม่รู้ข้อมูล อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะอธิบายความแตกต่าง พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ขายฝากคืออะไร?                ขายฝาก คือ การทำสัญญาขายทรัพย์สินให้กับผู้รับซื้อก่อน โดยมีข้อตกลงว่าสามารถนำเงินมาไถ่คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด พูดง่ายๆ คือ คุณขายที่ดินให้ผู้ซื้อก่อน แต่มีสิทธิซื้อคืนภายหลัง หาก ไม่ไถ่คืนตามกำหนด หรือไม่พร้อมจริงๆ ก็สามารถต่อสัญญาได้ค่ะ แต่ถ้านิ่งเฉย ทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อทันที                ขายฝากไถ่คืนได้กี่ปี ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน โดยกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้ ระยะเวลาไถ่ถอนขายฝากตามกฎหมาย 1. บ้าน / ที่ดิน / อสังหาริมทรัพย์ สามารถกำหนดระยะเวลาไถ่คืนได้ […]

อ่านเพิ่มเติม
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)
5
Apr 23
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)

กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง ขึ้นชื่อว่า “การโกง” นั้น นับว่าเป็นอะไรที่อยู่คู่สังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทุกวงการ รวมไปถึงวงการ “ขายฝาก” เองนั้น ก็เป็นหนึ่งในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มักจะมีปัญหาโดนโกงด้วยวิธีต่างๆ มากมาย จนทำให้เจ้าของบ้านน้ำตาตกในกันมานักต่อนัก พาลทำให้หลายๆ คน ไม่กล้าที่จะทำสัญญาขายฝาก เพราะกลัวว่าจะต้องเสียทรัพย์ เสียบ้าน เสียที่ดินสุดรักสุดหวงไป จะดีกว่าหรือไม่..? ถ้ารู้เท่าทัน กลโกงขายฝาก ต่างๆ พร้อมวิธีป้องกัน เพื่อที่เราจะได้ขายฝากอย่างสบายใจ นำเงินไปใช้ยามฉุกเฉิน ยามจำเป็น โดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาผ่านไป จะมีวิกฤตใหม่เข้ามาทำให้ชีวิตต้องทุกข์ทรมาน นัดไถ่ถอน แต่ติดต่อนายทุนไม่ได้! สัญญาขายฝากนั้น เป็นสัญญาที่มีการกำหนดไว้ว่า “ผู้ขายฝาก” หรือเจ้าของทรัพย์ สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนตามเวลาที่กำหนดในระยะสัญญาได้ ซึ่งจะทำให้สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินนั้นๆ กลับคืนสู่เจ้าของเดิมผู้ขายฝาก แต่หากไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วล่ะก็ อสังหาริมทรัพย์ที่เรานำมาขายฝากนั้น ก็จะตกเป็นของนายทุนทันทีโดยไม่ต้องขึ้นศาลฟ้องร้องกันแต่อย่างใด   […]

อ่านเพิ่มเติม