ที่ดินทำเลดีขายฝาก
20
Sep 26

ทำเลแบบไหนที่นายทุนรับขายฝากชอบมากที่สุด?

                   โดยทั่วไป นายทุนรับขายฝากมักให้ความสนใจกับที่ดินที่มีทำเลชัดเจน เข้าถึงง่าย มีตลาดรองรับ และสามารถประเมินมูลค่าได้ไม่ยาก เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อทั้งมูลค่าทรัพย์และความสามารถในการขายต่อหากเกิดกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ทรัพย์ได้ตามเงื่อนไข

ทำเลที่มักมีศักยภาพ เช่น

  • อยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือถนนที่มีการสัญจร
  • มีทางเข้าออกชัดเจน
  • อยู่ใกล้ชุมชนหรือแหล่งงาน
  • ใกล้ตลาด ห้าง โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญ
  • อยู่ในพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • มีศักยภาพสำหรับที่อยู่อาศัยหรือการประกอบธุรกิจ
  • เอกสารสิทธิ์และข้อมูลทรัพย์ตรวจสอบได้
  • มีราคาตลาดในพื้นที่ที่สามารถเปรียบเทียบได้

                   อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าที่ดินทำเลเหล่านี้จะขายฝากได้ในวงเงินสูงเสมอไป เพราะการพิจารณาขึ้นอยู่กับรายละเอียดของทรัพย์ สภาพตลาด ภาระผูกพัน และเงื่อนไขของผู้รับขายฝากแต่ละรายด้วย

ทำไมนายทุนจึงให้ความสำคัญกับ “ทำเล”?

                   สำหรับการพิจารณาขายฝาก นายทุนไม่ได้มองเพียงว่า “ที่ดินมีราคาเท่าไร” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากต้องถือครองหรือจำหน่ายทรัพย์ในอนาคต ทรัพย์นั้นมีโอกาสเปลี่ยนเป็นเงินได้มากน้อยเพียงใด

จึงมักพิจารณาปัจจัย 3 ด้านหลัก

1. มูลค่า

                   ที่ดินมีมูลค่าตลาดประมาณเท่าไร และมีทรัพย์ลักษณะใกล้เคียงกันซื้อขายกันในระดับใด

2. สภาพคล่อง

                   หากต้องขายทรัพย์ในอนาคต มีผู้ซื้อที่เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

3. ความเสี่ยง

                   มีปัญหาเรื่องทางเข้าออก เอกสารสิทธิ์ ภาระจำนอง การใช้ประโยชน์ หรือข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือไม่ ดังนั้น ที่ดินทำเลดีไม่ได้แปลว่าแค่ “อยู่ในเมือง” แต่หมายถึงทรัพย์ที่มีคุณสมบัติหลายด้านประกอบกัน

 

8 ลักษณะทำเลที่เพิ่มโอกาสให้ที่ดินได้รับความสนใจ

1. ติดถนนใหญ่หรืออยู่ใกล้ถนนสายสำคัญ

                   ที่ดินที่ติดถนนหลักมักมีข้อได้เปรียบด้านการเดินทางและการมองเห็น โดยเฉพาะที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ แต่ต้องพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น

  • หน้ากว้างติดถนน
  • สภาพถนน
  • ทางเข้าออก
  • จำนวนช่องจราจร
  • การเชื่อมต่อกับถนนสายอื่น
  • ข้อจำกัดในการเข้าออก

ที่ดินติดถนนไม่ได้หมายความว่าทุกแปลงจะมีมูลค่าสูงเท่ากัน

 

2. ทางเข้าออกสะดวก

                   นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ที่ดินราคาดีแต่ไม่มีทางเข้าออกที่เหมาะสม อาจมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์และทำให้ความน่าสนใจลดลง

ลองตรวจสอบว่า

  • รถยนต์สามารถเข้าถึงได้หรือไม่
  • ถนนกว้างเพียงพอหรือไม่
  • ทางเข้าเป็นทางสาธารณะหรือทางส่วนบุคคล
  • มีปัญหาการใช้ทางร่วมกับผู้อื่นหรือไม่
  • รถขนาดใหญ่สามารถเข้าออกได้หรือไม่ หากต้องการใช้เชิงพาณิชย์

 

3. ใกล้ชุมชนและแหล่งงาน

                   ที่ดินใกล้พื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น หรืออยู่ใกล้แหล่งงาน มักมีโอกาสรองรับการใช้ประโยชน์หลายประเภท

ตัวอย่างเช่น

  • บ้านพักอาศัย
  • อาคารพาณิชย์
  • ร้านค้า
  • สำนักงาน
  • โกดัง
  • อพาร์ตเมนต์

ทั้งนี้ต้องดูข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

 

4. ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

                   การเดินทางเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์

ทำเลที่เชื่อมต่อกับ

  • รถไฟฟ้า
  • ทางด่วน
  • ถนนวงแหวน
  • สนามบิน
  • สถานีขนส่ง
  • ท่าเรือ
  • ถนนสายหลัก

                   อาจมีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะหากโครงสร้างพื้นฐานนั้นช่วยให้เดินทางเข้าออกพื้นที่ได้สะดวก อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ออกระหว่าง โครงการที่สร้างเสร็จและใช้งานจริง กับ โครงการที่เพียงมีข่าวหรืออยู่ในแผน เพราะผลต่อมูลค่าที่ดินอาจแตกต่างกัน

 

5. ใกล้ตลาด ห้าง โรงพยาบาล และสถานศึกษา

                   ทำเลที่อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสามารถเพิ่มทางเลือกในการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เช่น

ใกล้ตลาด → เหมาะกับการอยู่อาศัยหรือกิจการค้าบางประเภท

ใกล้โรงพยาบาล → อาจมีความต้องการที่พักหรือธุรกิจบริการบางประเภท

ใกล้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย → อาจรองรับที่พัก ร้านค้า หรือธุรกิจบริการ

ใกล้ห้างหรือศูนย์การค้า → การเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจ

แต่ไม่ควรสรุปว่าที่ดินใกล้สถานที่เหล่านี้จะมีราคาสูงขึ้นเสมอ ต้องพิจารณาสภาพพื้นที่และตลาดจริงประกอบ

 

6. อยู่ในพื้นที่ที่มีการพัฒนา

                   อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรจับตาคือ ทิศทางการเติบโตของพื้นที่ ลองสังเกตว่ารอบๆ ที่ดินมีสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นหรือไม่

  • หมู่บ้านจัดสรร
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงงาน
  • โครงการเชิงพาณิชย์
  • ศูนย์กระจายสินค้า
  • ถนนหรือโครงสร้างพื้นฐานใหม่
  • แหล่งงานใหม่

หากพื้นที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาจสะท้อนว่ามีความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่

 

7. ที่ดินมีรูปแปลงและขนาดเหมาะสม

                   ทำเลดีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ รูปแปลงของที่ดินก็มีผลต่อการใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น ที่ดินรูปสี่เหลี่ยมที่มีหน้ากว้างเหมาะสม อาจวางแผนก่อสร้างได้ง่ายกว่าที่ดินรูปร่างแปลกหรือมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง

ควรดู

  • เนื้อที่
  • หน้ากว้าง
  • ความลึก
  • รูปทรง
  • ทางเข้าออก
  • ระดับพื้นที่
  • ลักษณะพื้นที่โดยรอบ

 

8. เอกสารสิทธิ์ชัดเจนและตรวจสอบได้

                   แม้ที่ดินจะอยู่ในทำเลดี แต่หากมีประเด็นด้านเอกสารสิทธิ์หรือภาระผูกพัน ก็อาจทำให้การพิจารณาซับซ้อนขึ้น ก่อนเสนอขายฝาก ควรเตรียมข้อมูล เช่น

  • เอกสารสิทธิ์
  • ข้อมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์
  • ภาระจำนอง
  • ภาระผูกพัน
  • ข้อมูลการใช้ประโยชน์
  • รายละเอียดที่ตั้งและทางเข้าออก

การมีเอกสารครบจะช่วยให้การตรวจสอบทรัพย์ทำได้สะดวกขึ้น

 

เช็กศักยภาพที่ดินของคุณด้วยตัวเองก่อนเสนอขายฝาก

                   หากต้องการประเมินเบื้องต้น ลองให้คะแนนตัวเองจากคำถามต่อไปนี้

ด้านทำเล

  • อยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือไม่?
  • เดินทางเข้าออกสะดวกหรือไม่?
  • ใกล้ชุมชนหรือแหล่งงานหรือไม่?
  • ใกล้สถานที่สำคัญหรือไม่?

ด้านทรัพย์

  • เอกสารสิทธิ์ชัดเจนหรือไม่?
  • มีภาระจำนองหรือภาระผูกพันหรือไม่?
  • รูปแปลงใช้ประโยชน์ได้ง่ายหรือไม่?
  • มีสาธารณูปโภคเข้าถึงหรือไม่?

ด้านตลาด

  • มีที่ดินแปลงอื่นในละแวกเดียวกันประกาศขายหรือไม่?
  • ราคาที่ประกาศขายอยู่ประมาณเท่าไร?
  • พื้นที่มีการพัฒนาใหม่หรือไม่?
  • มีคนต้องการซื้อหรือเช่าทรัพย์ประเภทเดียวกันหรือไม่?

คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพเบื้องต้นว่า จุดแข็งและข้อจำกัดของที่ดินอยู่ตรงไหน

 

นายทุนดูอะไรบ้างก่อนรับขายฝาก?

นอกจากทำเลแล้ว ผู้รับขายฝากอาจพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

ปัจจัยสิ่งที่ควรพิจารณา
ทำเลการเดินทางและความต้องการในพื้นที่
มูลค่าทรัพย์ราคาตลาดและทรัพย์เปรียบเทียบ
เอกสารสิทธิ์ความชัดเจนของกรรมสิทธิ์
ภาระผูกพันจำนองหรือข้อผูกพันอื่น
ทางเข้าออกสิทธิและความสะดวกในการเข้าถึง
การใช้ประโยชน์สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้
สภาพตลาดมีผู้ซื้อหรือความต้องการในพื้นที่หรือไม่
จำนวนเงินที่ต้องการสอดคล้องกับมูลค่าและเงื่อนไขของดีลหรือไม่
ความสามารถในการไถ่ผู้ขายฝากมีแผนชำระเงินเพื่อไถ่ทรัพย์หรือไม่

ดังนั้น ไม่มีสูตรตายตัวว่าที่ดินทำเลดีจะได้รับวงเงินขายฝากเท่าใด เพราะต้องประเมินเป็นรายทรัพย์

 

ทำเลไม่ดัง แปลว่าขายฝากไม่ได้หรือไม่?

ไม่จำเป็น

ที่ดินนอกเมืองหรืออยู่ในทำเลที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก อาจยังมีศักยภาพได้ หากมีปัจจัยอื่นสนับสนุน เช่น

  • อยู่ใกล้ชุมชน
  • มีถนนเข้าถึง
  • ใกล้นิคมอุตสาหกรรมหรือแหล่งงาน
  • เป็นพื้นที่เกษตรที่มีตลาดรองรับ
  • อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว
  • มีโครงการพัฒนาในพื้นที่
  • สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ดังนั้น การประเมินไม่ควรดูแค่ชื่อจังหวัดหรือชื่ออำเภอ แต่ควรดู ตำแหน่งจริงของที่ดินและสภาพแวดล้อมโดยรอบ

 

ถ้าอยากได้วงเงินขายฝากสูง ต้องทำอย่างไร?

                   สิ่งสำคัญคือ อย่าตั้งเป้าจากราคาที่ดินเพียงอย่างเดียว

ควรเตรียมข้อมูลให้ครบและชัดเจน เช่น

  1. ราคาที่ต้องการขายฝาก
  2. จำนวนเงินที่ต้องการได้รับจริง
  3. ราคาตลาดโดยประมาณ
  4. เอกสารสิทธิ์
  5. ภาระจำนองหรือภาระผูกพัน
  6. รายละเอียดทำเล
  7. รูปแปลงและขนาดที่ดิน
  8. รูปถ่ายทรัพย์
  9. ทางเข้าออก
  10. แผนการไถ่ถอน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้รับขายฝากประเมินทรัพย์และความเป็นไปได้ของธุรกรรมได้ง่ายขึ้น

 

https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

                   สรุปส่งท้าย ที่ดินแบบไหนที่นายทุนรับขายฝากมักสนใจ? ทำเลที่มีการเข้าถึงสะดวก มีตลาดรองรับ ใช้ประโยชน์ได้ และสามารถประเมินมูลค่าได้ชัดเจน มักเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของที่ดินในการพิจารณาขายฝาก แต่การพิจารณาไม่ได้ขึ้นอยู่กับทำเลเพียงอย่างเดียว

                   ทำเลดี + ทางเข้าออกดี + เอกสารชัดเจน + ใช้ประโยชน์ได้ + มีตลาดรองรับ = ทรัพย์ที่มีข้อมูลพร้อมสำหรับการประเมิน

                   หากคุณกำลังพิจารณาขายฝากที่ดิน สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การถามเพียงว่า “ขายฝากได้เท่าไร?” แต่ควรเริ่มจากการประเมินว่า “ทรัพย์ของเรามีจุดแข็งอะไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?” เมื่อรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว จึงค่อยนำไปเปรียบเทียบวงเงิน เงื่อนไข และค่าใช้จ่ายของข้อเสนอขายฝากแต่ละแห่งอย่างรอบคอบ

 

 

Q: ที่ดินทำเลแบบไหนขายฝากง่าย?

A: โดยทั่วไป ที่ดินที่มีทำเลเข้าถึงง่าย มีเอกสารชัดเจน มีตลาดรองรับ และสามารถประเมินมูลค่าได้ อาจได้รับความสนใจมากกว่า แต่ไม่มีเกณฑ์เดียวที่ใช้ได้กับนายทุนทุกราย

Q: ที่ดินติดถนนใหญ่ขายฝากได้วงเงินสูงกว่าหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป การติดถนนเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยประเมิน ต้องดูหน้ากว้าง ทางเข้าออก รูปแปลง การใช้ประโยชน์ สภาพตลาด และมูลค่าทรัพย์โดยรวมด้วย

Q: ที่ดินต่างจังหวัดขายฝากได้ไหม?

A: สามารถพิจารณาได้ในบางกรณี โดยขึ้นอยู่กับทำเล สภาพคล่อง เอกสารสิทธิ์ มูลค่าทรัพย์ และเงื่อนไขของผู้รับขายฝาก

Q: ที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างขายฝากได้ไหม?

A: อาจทำได้ ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารสิทธิ์ ลักษณะทรัพย์ ทำเล มูลค่า และเงื่อนไขของผู้รับขายฝาก

Q: ทำเลไม่ติดถนนใหญ่มีโอกาสขายฝากหรือไม่?

A: มีโอกาสในบางกรณี หากมีทางเข้าออกที่ชัดเจนและทรัพย์มีมูลค่าหรือศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม

Q: นายทุนประเมินราคาที่ดินจากอะไร?

A: โดยทั่วไปอาจพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ทำเล ราคาตลาดของทรัพย์ใกล้เคียง ขนาดและรูปแปลง ทางเข้าออก การใช้ประโยชน์ เอกสารสิทธิ์ ภาระผูกพัน และสภาพตลาด

Q: ก่อนขายฝากควรเตรียมอะไร?

A: ควรเตรียมเอกสารสิทธิ์ ข้อมูลกรรมสิทธิ์ รายละเอียดภาระผูกพัน ข้อมูลทำเล ขนาดทรัพย์ รูปถ่าย และข้อมูลจำนวนเงินที่ต้องการ รวมถึงทำความเข้าใจเงื่อนไขการไถ่ถอนให้ชัดเจนก่อนทำสัญญา

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ทำไมราคาอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้นทุกปี 4 ปัจจัยหลักที่ทำให้ที่ดินราคาสูง
22
Jul 25
ทำไมราคาอสังหาฯ แพงขึ้น ทุกปี และปัจจัยอะไรที่ทำให้ที่ดินราคาสูง

ทำไมราคาอสังหาฯ แพงขึ้น ทุกปี และปัจจัยอะไรที่ทำให้ที่ดินราคาสูง?                ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้นทุกปีเกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ ต้นทุนก่อสร้างและวัสดุเพิ่มขึ้น, ที่ดินในเมืองมีจำกัดและหายาก, ความต้องการที่อยู่อาศัยยังสูง และโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐที่ผลักดันราคาโดยรอบให้พุ่งขึ้นต่อเนื่อง                 บทความนี้ Property4Cash เจาะลึกทุกปัจจัยพร้อมวิเคราะห์ว่าอสังหาฯ ยังน่าลงทุนไหมในภาวะนี้   ทำไมราคาอสังหาริมทรัพย์ถึงแพงขึ้นทุกปี? ต้นทุนก่อสร้างและวัสดุที่เพิ่มขึ้น          ราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ ไม้ และแรงงาน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นทุกปีจากต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาขายบ้านและคอนโด ค่าที่ดินที่พุ่งสูง          เมื่อที่ดินในเมืองเริ่มหายาก ราคาก็ยิ่งพุ่งขึ้น โครงการใหม่จึงต้องซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าเดิม และสะท้อนกลับมายังราคาขายให้ผู้ซื้อ ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีสูง          ในหลายเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ความต้องการบ้านหรือคอนโดยังมีสูงจากทั้งประชากรในพื้นที่และผู้ย้ายถิ่น รวมถึงนักลงทุนที่เข้ามาซื้อเพื่อเก็งกำไร […]

อ่านเพิ่มเติม
ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก
7
Sep 26
รีบใช้เงินสดใน 24 ชั่วโมง: ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก แบบไหนดีกว่า?

                   หากต้องการเงินสดจากบ้านหรือที่ดิน “ขายขาด” เหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินและไม่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ต่อ ส่วน “ขายฝาก” เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนแต่ยังต้องการมีโอกาสไถ่ทรัพย์คืน อย่างไรก็ตาม การขายฝากมีความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน และผู้ขายฝากต้องไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ดังนั้นไม่ควรเลือกจากความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเงินสุทธิ ต้นทุน และความสามารถในการไถ่คืนด้วย   ต้องการเงินสดภายใน 24 ชั่วโมง ควร “ขายบ้านทิ้ง” หรือ “ขายฝาก”?                    เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการเงิน หลายคนอาจมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่กลับไม่มีเงินสดในมือ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าต้องการเงินเร็ว ควรขายบ้านไปเลย หรือขายฝากเพื่อให้มีโอกาสได้บ้านคืน?”                      สองวิธีนี้อาจทำให้เกิดเงินก้อนเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายและทางการเงิน แตกต่างกันอย่างมาก การขายบ้านหรือ “ขายขาด” คือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อและจบธุรกรรมตามเงื่อนไขการซื้อขาย ขณะที่การขายฝากเป็นการขายที่ผู้ขายฝากย […]

อ่านเพิ่มเติม
วิกฤตหนี้กระทบอสังหา
4
Sep 25
วิกฤตหนี้กระทบอสังหา อย่างไร?

วิกฤตหนี้กระทบอสังหา อย่างไร?           ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับปัญหา “วิกฤตหนี้ภาคครัวเรือน” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 ที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างไม่เต็มที่ แต่ภาระหนี้สินของประชาชนกลับเพิ่มขึ้นสวนทาง ส่งผลให้เกิดคำถามว่า… “ปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ส่งผลกระทบอย่างไรกับตลาดอสังหาริมทรัพย์?”           บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์แบบเจาะลึกว่า วิกฤตหนี้ส่งผลถึงใคร อย่างไรบ้างในแวดวงอสังหาฯ ทั้งฝั่งผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุน หนี้ครัวเรือนพุ่ง ส่งผลต่อ “กำลังซื้อ” โดยตรง           หนึ่งในผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือ กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง เพราะต้องนำรายได้ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ไม่เหลือพอสำหรับการซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ ส่งผลให้: ยอดจองโครงการใหม่ลดลง ผู้กู้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน เพราะมี ภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) สูงเกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ความสามารถในการผ่อนระยะยาวลดลง สินเชื่อที่อยู่อาศัย “ตึงตัว” จากมาตรการคุมเข้มของธนาคาร           เมื่อหนี้ครัวเรือนเพิ่ม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต้องระวังการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น […]

อ่านเพิ่มเติม