สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด
22
Sep 26

                   สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด ไม่ได้หมายความว่าจะทำสัญญาขายฝากไม่ได้เสมอไป แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนทำธุรกรรม โดยเฉพาะกรณี ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง

                   หากข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างในเอกสารไม่ตรงกับสภาพจริง อาจทำให้เกิดปัญหาในการระบุทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ ตลอดจนการประเมินมูลค่าทรัพย์และความเสี่ยงของผู้รับซื้อฝาก

                   ดังนั้น ก่อนลงนามในสัญญาขายฝาก ควรตรวจสอบทั้ง โฉนดที่ดิน เอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง และสภาพทรัพย์จริง ให้ตรงกันมากที่สุด

 

สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนดคืออะไร?

                   โดยทั่วไป โฉนดที่ดินมีข้อมูลเกี่ยวกับ ที่ดินและสิทธิที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ส่วนรายละเอียดของบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างอาจมีเอกสารหรือข้อมูลจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

คำว่า “สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด” จึงอาจหมายถึงหลายกรณี เช่น

  • ในโฉนดหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องระบุข้อมูลสิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับสภาพจริง
  • บ้านหรืออาคารที่มีอยู่จริงมีการต่อเติมจากแบบหรือข้อมูลเดิม
  • จำนวนหรือประเภทของสิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับเอกสาร
  • สิ่งปลูกสร้างมีอยู่จริง แต่เอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างไม่ครบถ้วน
  • สิ่งปลูกสร้างสร้างขึ้นภายหลังจากข้อมูลหรือเอกสารเดิม
  • บ้านหรืออาคารที่อยู่บนที่ดินอาจมีประเด็นเรื่องผู้เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างแตกต่างจากเจ้าของที่ดิน

แต่ละกรณีมีรายละเอียดและผลทางกฎหมายแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปเพียงว่า “เอกสารไม่ตรง = ขายฝากไม่ได้”

 

สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด ขายฝากได้ไหม?

                   อาจทำขายฝากได้ แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

                   หัวใจสำคัญคือ ต้องตรวจสอบว่า ทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์ที่คู่สัญญาตั้งใจจะนำมาขายฝาก และผู้ขายฝากมีสิทธิในทรัพย์สินนั้นจริงหรือไม่ หากเป็นการขายฝากเฉพาะที่ดิน ปัญหาเกี่ยวกับรายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างอาจมีผลแตกต่างจากกรณีที่ต้องการขายฝาก ที่ดินพร้อมบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง ในกรณีขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จึงควรระบุรายละเอียดของทรัพย์สินให้ชัดเจน และตรวจสอบเอกสารประกอบก่อนจดทะเบียน

 

สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด ส่งผลต่อการขายฝากอย่างไร?

  1. อาจเกิดปัญหาในการระบุทรัพย์ที่ขายฝาก การขายฝากควรมีความชัดเจนว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์ที่อยู่ภายใต้สัญญา หากในเอกสารระบุสิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับของจริง อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า บ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างใดรวมอยู่ในการขายฝาก โดยเฉพาะกรณีที่บนที่ดินมีบ้านหลายหลัง อาคารหลายประเภท หรือมีการต่อเติมจำนวนมาก
  2. อาจต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม เจ้าของที่ดินกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้างอาจไม่ใช่บุคคลเดียวกันในทุกกรณี ดังนั้น หากจะทำขายฝาก “ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง” ควรตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง และผู้ที่จะนำทรัพย์สินดังกล่าวมาทำสัญญามีสิทธิในการทำนิติกรรมหรือไม่

 

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการขายฝากที่ดินไม่ได้หมายความว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างจะหมดไปโดยอัตโนมัติ

  1. อาจกระทบต่อการประเมินราคาขายฝาก สิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนสำคัญในการประเมินมูลค่าทรัพย์ หากเอกสารระบุว่ามีบ้านหรืออาคารประเภทหนึ่ง แต่สภาพจริงแตกต่างออกไป ผู้รับซื้อฝากควรตรวจสอบมูลค่าของสิ่งปลูกสร้างตามสภาพจริง ไม่ควรประเมินจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
  2. อาจมีประเด็นเรื่องใบอนุญาตก่อสร้าง หากสิ่งปลูกสร้างมีการก่อสร้าง ต่อเติม หรือดัดแปลงจากเดิม ควรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างกับหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบ เพราะแม้จะมีบ้านอยู่จริง แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือการต่อเติมอาจมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
  3. อาจเพิ่มความเสี่ยงในการบังคับสิทธิภายหลัง ผู้รับซื้อฝากควรเข้าใจอย่างชัดเจนว่าทรัพย์สินที่รับซื้อฝากมีอะไรบ้าง และมีสิทธิในทรัพย์สินเหล่านั้นเพียงใด หากไม่ได้ตรวจสอบตั้งแต่ต้น เมื่อเกิดการผิดนัดหรือมีข้อพิพาท อาจเกิดปัญหาในการพิสูจน์สิทธิและขอบเขตของทรัพย์สินได้

 

ตัวอย่างกรณีสิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับเอกสาร

                   สมมติว่าโฉนดเป็นที่ดินเปล่า แต่ปัจจุบันมีบ้านพักอาศัยสร้างอยู่บนที่ดิน และเจ้าของต้องการทำ สัญญาขายฝากที่ดินพร้อมบ้าน

กรณีนี้ไม่ควรดูเฉพาะโฉนดว่ามีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นใคร แต่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่า

  • บ้านสร้างโดยใคร
  • ใครเป็นเจ้าของบ้าน
  • มีเอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างหรือไม่
  • บ้านมีการต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
  • สิ่งปลูกสร้างสามารถนำมาทำธุรกรรมร่วมกับที่ดินได้อย่างไร
  • มีบุคคลอื่นอ้างสิทธิในบ้านหรือไม่

การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการทำขายฝากได้มากกว่าการพิจารณาจากโฉนดเพียงอย่างเดียว

 

ก่อนทำขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ควรตรวจสอบอะไร?

ผู้รับซื้อฝากควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้

                   ตรวจสอบโฉนดที่ดิน ตรวจสอบชื่อเจ้าของ เลขที่โฉนด เนื้อที่ ตำแหน่งที่ดิน และรายการจดทะเบียนด้านหลังโฉนด รวมถึงภาระผูกพันต่างๆ

                   ตรวจสอบสิทธิในสิ่งปลูกสร้าง ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของบ้านหรืออาคาร และมีเอกสารใดที่ใช้ยืนยันสิทธิในสิ่งปลูกสร้างนั้น

                   ตรวจสอบสภาพจริง ควรลงพื้นที่ตรวจสอบว่า สิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่จริงตรงกับข้อมูลและรายละเอียดที่แจ้งไว้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการต่อเติมหรือก่อสร้างเพิ่มเติม

                   ตรวจสอบเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีบ้านหรืออาคาร ควรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือทะเบียนบ้านตามความเหมาะสมของกรณี

                   ตรวจสอบภาระและสิทธิของบุคคลอื่น ควรตรวจสอบว่ามีผู้เช่า ผู้อยู่อาศัย ผู้ครอบครอง หรือบุคคลอื่นที่อาจมีสิทธิหรือข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างหรือไม่

หากสิ่งปลูกสร้างต่อเติมไม่ตรงกับเอกสาร ทำขายฝากได้หรือไม่?

 

อาจทำได้ แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อน

                   การต่อเติมบ้านหรืออาคารไม่ควรเป็นเหตุให้ตัดสินทันทีว่าสามารถหรือไม่สามารถขายฝากได้ เพราะต้องพิจารณาว่าการต่อเติมนั้นเกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สิน เอกสารการก่อสร้าง และเงื่อนไขของการจดทะเบียนอย่างไร

                   หากเป็นทรัพย์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ควรนำเอกสารทั้งหมดไปตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรม

                   สรุปส่งท้าย สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด กระทบการขายฝากอย่างไร? สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนดไม่ได้แปลว่าจะขายฝากไม่ได้ทันที แต่เป็นสัญญาณว่าควรตรวจสอบเอกสารและสิทธิในทรัพย์สินให้ละเอียดก่อนทำสัญญา

                   โดยเฉพาะการ ขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างมีรายละเอียดตรงกับสภาพจริงหรือไม่ และมีภาระหรือสิทธิของบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่

                   การตรวจสอบข้อมูลก่อนจดทะเบียนขายฝากจะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้

 

Q: สิ่งปลูกสร้างไม่ตรงกับโฉนด ขายฝากได้ไหม?

A: อาจขายฝากได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสารของทรัพย์ โดยควรตรวจสอบสิทธิในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงรายละเอียดของทรัพย์ที่จะนำมาขายฝากก่อน

 

Q: บ้านไม่ตรงกับเอกสาร สามารถขายฝากได้หรือไม่?

A: อาจสามารถทำได้ แต่ควรตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของบ้าน มีเอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ และบ้านมีการต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างไร

 

Q: ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านต้องตรวจสอบอะไร?

A: ควรตรวจสอบโฉนด กรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาระผูกพัน เอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง สภาพบ้านจริง และสิทธิของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

Q: สิ่งปลูกสร้างไม่มีเอกสาร ขายฝากได้ไหม?

A: ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป การไม่มีเอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างอาจทำให้ต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์และรายละเอียดของทรัพย์เพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรม

 

Q: บ้านต่อเติมไม่ตรงกับแบบเดิม มีผลต่อการขายฝากหรือไม่?

A: อาจมีผลต่อการตรวจสอบสิทธิและเอกสารของสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงประเด็นด้านการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนทำขายฝาก

 

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากสิ่งปลูกสร้างมีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ เอกสารไม่ครบ มีการต่อเติม หรือมีบุคคลอื่นอ้างสิทธิ ควรตรวจสอบเอกสารกับสำนักงานที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำสัญญาขายฝาก

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ที่ดิน กรรมสิทธิ์รวม ซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองได้หรือไม่?
23
Dec 23
ที่ดิน กรรมสิทธิ์รวม ซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองได้หรือไม่?

ในการ ซื้อขายที่ดิน หรือมีการ ขายฝากจำนองที่ดิน เกิดขึ้น หากเราเป็นเจ้าของคนเดียวก็คงไม่ยากที่จะนำที่ดินแปลงนั้นออกมาจำหน่ายหรือทำธุรกรรมได้ แต่ถ้าที่ดินนั้นเป็นมรดกตกทอดที่มีเจ้าของ 2 – 3 คนขึ้นไป หรือเรียกได้ง่ายๆ ว่าที่ดินตรงนั้นมีเจ้าของ กรรมสิทธิ์รวม กรรมสิทธิ์รวม คืออะไร กรรมสิทธิ์รวมหมายถึง การที่มีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือมากกว่านั้นเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน โดยในโฉนดที่ดินไม่ได้ระบุว่าเจ้าของรวมคนใดเป็นเจ้าของส่วนไหนบ้าง ตามกฎหมายแล้วสันนิษฐานว่าเจ้าของรวมแต่ละคนจะต้องมีสัดส่วนที่ดินเท่าๆ กัน และมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน การซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองที่ดินกรรมสิทธิ์รวม ทำได้หรือไม่? ถ้าเจ้าของที่ดินกรรมสิทธิ์รวม ไม่ได้มีการตกลงแบ่งสัดส่วนที่ดินอย่างชัดเจน เมื่อมีเจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งต้องการซื้อขายหรือมีการขายฝากจำนองที่ดินเกิดขึ้น ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกๆ คนก่อน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่สมบูรณ์ กลายเป็นความยุ่งยากที่ก่อให้เกิดภาระติดพันในส่วนของความเป็นเจ้าที่ดินของตนเอง แต่หากเจ้าของที่ดินกรรมสิทธิ์รวม มีการตกลงแบ่งที่ดินเป็นสัดส่วนชัดเจนแล้ว มีการระบุในโฉนด […]

อ่านเพิ่มเติม
ขายฝากที่ดิน
15
Jul 26
รีวิว 5 ขั้นตอนการ ขายฝากที่ดิน ณ กรมที่ดิน ให้ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย

รีวิว 5 ขั้นตอนการ ขายฝากที่ดิน ณ กรมที่ดิน ให้ปลอดภัย ถูกต้อง 100%                    การขายฝากที่ดินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนโดยยังต้องการโอกาสไถ่ถอนที่ดินคืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมประเภทนี้มีผลทางกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงควรดำเนินการที่กรมที่ดินอย่างถูกต้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย                    บทความนี้จะพาไปรีวิว 5 ขั้นตอนการขายฝากที่ดิน ณ กรมที่ดิน พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำสัญญา เพื่อให้การขายฝากเป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น   การขายฝากที่ดินคืออะไร                    การขายฝาก คือ การทำนิติกรรมที่ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์สินคืนภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือสัญญากำหนด หากไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์                    ดังนั้น การขายฝากจึงแตกต่างจากการกู้ยืมเงินหรือการจำนอง เพราะเป็นการโอนกรรมสิทธิ์จริงตั้งแต่วันที่จดทะเบียน   ทำไมต้องทำสัญญาขายฝากที่กรมที่ดิน                    กา […]

อ่านเพิ่มเติม
รีไฟแนนซ์ Retention ต่างกันอย่างไร?
26
May 23
Retention กับ Refinance ต่างกันอย่างไร?

เมื่อผ่อนบ้านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วหลายคนก็เริ่มที่จะหาทางทำให้ดอกเบี้ยนั้นลดลง ซึ่งวิธีการที่เราคุ้นเคยกันนั้นคือการ รีไฟแนนซ์ แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่ามาก คือการ Retention แล้วทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ Retention เป็นการติดต่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ในขณะที่ รีไฟแนนซ์ เป็นการนำที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ผ่อนชำระอยู่ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อใหม่มาปิดหนี้ยอดเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หนี้ของเรากับเจ้าหนี้ ซึ่งก็คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมนั้นสิ้นสุดลง พร้อม ๆ กับการเกิดขึ้นของหนี้ใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ ซึ่งข้อแตกต่างสามารถแบ่งได้ตามนี้ #สถาบันการเงิน Retention จะใช้ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิม ไม่ต้องหาสถาบันการเงินใหม่ Refinance จะต้องหาธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ #การเตรียมเอกสาร Retention ไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เนื่องจากธนาคารสามารถใช้เอกสารเดิมหลายฉบับที่ผู้กู้ใช้ยื่นขอสินเชื่อ Refinance เนื่องจากเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ จึงต้องมีการเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด #ระยะเวลาอนุมัติ Retention เนื่องจากมีข้อ […]

อ่านเพิ่มเติม