4
Dec 25

ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ต้องเช็คอะไรบ้าง? บทความ ดูแลฟื้นฟูบ้านแบบละเอียด

               เมื่อระดับน้ำลดลง ไม่ใช่สัญญาณว่าปัญหาจะหมดไป เพราะบ้านอาจเสียหายหลายส่วน ทั้งโครงสร้าง พื้น ผนัง ระบบไฟ และเชื้อราที่อันตรายต่อสุขภาพ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยคุณ “เช็คลิสต์อย่างละเอียด” เพื่อให้รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อนหลังน้ำท่วม

1) ตรวจสอบโครงสร้างบ้านเป็นอันดับแรก

               ✔ ตรวจเสา คาน ผนัง หากพบรอยร้าว รอยแยก หรือผิวปูนหลุดล่อน แปลว่าเกิดการเสียหายจากความชื้น ควรเรียกช่างประเมินทันที

               ✔ พื้นกระเบื้องโก่งหรือหลุด มักเกิดจากน้ำซึม ทำให้กาวเสื่อม หากไม่แก้ไขจะเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ

               ✔ พื้นไม้พองหรือบิด วัสดุไม้ไวต่อความชื้น ต้องรีบตาก คาดหวังว่าจะกลับรูปเดิมหรืออาจต้องเปลี่ยนใหม่

2) ระบบไฟฟ้า ต้องตรวจโดยช่างเท่านั้น นี่คือส่วนที่ “ห้ามทำเองเด็ดขาด”

               ✔ ตรวจปลั๊ก สวิตช์ ตู้ไฟ หากน้ำท่วมถึงปลั๊กต้องทำการอบแห้งและทดสอบก่อนใช้งาน

               ✔ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าน้ำท่วมถึงแม้เพียงเล็กน้อยให้ช่างตรวจสอบก่อนเปิดใช้งาน

               ✔ สายไฟที่แช่น้ำ หากมีการฉีกขาด หรือแข็งผิดปกติ ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที

3) ระบบน้ำ–ท่อน้ำทิ้ง

               ✔ ตรวจท่อน้ำอุดตัน น้ำท่วมมักพาเศษดิน เศษไม้ หรือสิ่งปฏิกูลเข้าท่อ ควรล้างท่อให้สะอาด

               ✔ ตรวจถังบำบัดและบ่อพัก หากมีตะกอนหรือของเสียย้อนเข้า ควรให้ช่างล้างระบบใหม่ทั้งชุด

4) ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในบ้าน

               ความชื้นคือปัญหาใหญ่ที่สุดหลังน้ำท่วม เพราะเป็นสาเหตุของเชื้อราและแบคทีเรีย

                             ✔ เปิดบ้านรับลม–แดด ตากให้แห้ง ช่วยลดความชื้นได้เร็วขึ้น

                              ✔ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ (โซเดียมไฮโปคลอไรท์) ทาบริเวณพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ที่โดนน้ำ

                              ✔ ทิ้งของที่ดูดน้ำอย่างหนัก เช่น ที่นอน โซฟาผ้า พรม หากอมน้ำมากจะเกิดเชื้อราและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

5) ตรวจเช็คเชื้อราและกลิ่นอับในบ้าน เชื้อราจะเริ่มขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง หลังถูกน้ำขัง

               ✔ ตรวจผนัง มุมบ้าน หลังเฟอร์นิเจอร์ หากพบคราบดำหรือคราบฟุ้ง ควรรีบกำจัดด้วยสารกำจัดเชื้อรา

               ✔ เปิดพัดลมไล่ความชื้น / ใช้เครื่องลดความชื้น ช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อราลุกลาม

6) เฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน

               ✔ ของไม้ ถ้าเพียงแค่เปียก ให้เช็ดและตากแดด แต่ถ้าไม้บวมมากอาจต้องขัดหรือเปลี่ยนใหม่

               ✔ เฟอร์นิเจอร์เหล็ก เสี่ยงต่อการเกิดสนิม ควรเช็ดทำความสะอาดและทาน้ำมันกันสนิม

               ✔ ของใช้ไฟฟ้า ต้องให้ช่างตรวจ ก่อน เสียบปลั๊กทุกครั้ง

7) รอบบ้านและสวน

               ✔ ตรวจพื้นดินทรุดหรือทางเดินพัง เพราะแรงน้ำมักพัดดินออกส่งผลให้พื้นทรุดตัว

               ✔ ตรวจรั้ว ประตู และรางน้ำ อาจมีเศษขยะอุดตันต้องทำความสะอาด

               ✔ ตรวจปลวก–แมลง หลังน้ำท่วมปลวกมักขึ้นเพราะความชื้นสูง

8) เอกสารสำคัญต่างๆ หากคุณมีเอกสารที่เปียก เช่น โฉนด ใบรับรอง หรือเอกสารสำคัญ ให้รีบ:

  • อบแห้ง

  • ถ่ายสำเนาสำรอง

  • หรือขอออกสำเนาใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

               สรุปส่งท้าย เช็คให้ครบก่อนเข้าอยู่ เพื่อความปลอดภัยของทั้งบ้านและคนในบ้าน ควร ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือ “ความปลอดภัย” ทั้งระบบไฟ โครงสร้าง และเชื้อรา ซึ่งต้องตรวจให้ละเอียดก่อนกลับเข้าอยู่อาศัยจริง หากพบความเสียหายที่สงสัยว่าร้ายแรง ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญทันที

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร
18
Apr 23
Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรอยู่บ่อยๆ แต่หลายๆ อาจยังไม่เข้าใจ ว่าจริงๆ แล้วเครดิตบูโร มันคืออะไร และมันต่างจาก Blacklist ยังไงบ้าง มาค่ะ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกัน ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และเอามาวัดเครดิตการเงินของเราอย่างไรบ้าง ข้อมูลเครดิตบูโร คือข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของเรา ซึ่งมันจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต หรือเราเรียกสั้นๆว่า NCB  ปัจจุบันข้อมูลเครดิตประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1 ข้อมูลบ่งชี้ถึงตัวตนเรา เช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน 2 ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อ ราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต รวมถึงสถานะบัญชีอีกด้วย สถานะบัญชี คือ รายงานที่จะบอกว่าคุณชำระสินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว * สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น ข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร ? ต้องบอกเลยค่ะว่ามันสำคัญมาก เพราะมันคือข้อมูลเครดิตที่จะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ ที่จะสะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเรา แสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้ และความน่ […]

อ่านเพิ่มเติม
16
Oct 25
ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น มีผลกับเศรษฐกิจหรือไม่?

ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น?                ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนสังเกตเห็นว่าราคาทองคำ “พุ่งขึ้นต่อเนื่อง” จนทำสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกเดือน  ไม่ว่าจะเป็นราคาทองแท่งในประเทศ หรือราคาทองคำโลกที่ทะลุ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์                คำถามคือ… อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้น?  และ ราคาทองที่แพงขึ้นมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไร? มาดูคำตอบกันค่ะ                1.ทองคำ คือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ยามเศรษฐกิจผันผวน ทุกครั้งที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน  เช่น สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือเงินเฟ้อพุ่งสูง                นักลงทุนทั่วโลกมัก “โยกเงิน” จากสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น, สกุลเงิน) มาลงทุนในทองคำแทน เพราะทองคำ รักษามูลค่าได้ในระยะยาว จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ ราคาทองพุ่งขึ้นทันที เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ                  2. ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า → ราคาทองสูงขึ้น ทองคำถูกกำหนดราคาเป็น เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)  ดังนั้น เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักจะ “เพิ่มขึ้น” เพราะนักลงทุนต้องใช้เงินดอลลาร์มากขึ้นเพื่อซื้อทองในปริมาณเท่าเดิม ในทางกลับกัน หากดอลลาร์แข็งค […]

อ่านเพิ่มเติม
ทรัพย์หลุด ฝากขาย ควรทำอย่างไรดี?
12
Dec 23
ทรัพย์หลุดฝากขาย ควรทำอย่างไรดี?

หลายๆ คนที่นำอสังหาริมทรัพย์มาขายฝากครั้งแรกก็มักมีคำถามกังวลใจตลอดเวลา ถ้าขายฝากอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วจะมีโอกาสหลุดไปหรือไม่ หากขายฝากแล้ว ทรัพย์หลุด เราควรทำอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ทรัพย์สินนั้นคือมา จริงๆ การขายฝากก็คล้ายกับการจำนองนั้นเอง เราสามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และเสียค่าดอกเบี้ยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ เมื่อมีการจะถอนไถ่ทรัพย์จะต้องมีเงินต้นไปไถ่ถอนคืนภายใน 1 ปี กรณีเลยกำหนดไถ่ถอน หรือ ทรัพย์หลุด ขายฝาก อาจมี 2 สาเหตุ เกิดจากติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้ หรือผู้ซื้อฝากเบี้ยวนัด ในกรณีนี้ หากผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ หรือติดต่อเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้เลย อย่าปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ เพราะคิดว่าติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้คงไม่เป็นอะไร เพราะมันมีผลทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่ขายฝากไปนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝากทันที ปัญหาตรงนี้แหละที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จะทำอย่างไรดี? ถ้าเกิดกรณีกับคุณ หรือเกิดกับญาติพี่น้อง ให้แก้ด้วยวิธีการนำเงินสินไถ่ไปวางที่ สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดี ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ผู้ขายฝากหลุดจากหน […]

อ่านเพิ่มเติม