12
Feb 26

               ขายฝาก ไม่ใช่ ขายขาด ในช่วงที่หลายคนต้องการสภาพคล่องทางการเงินอย่างเร่งด่วน คำว่า “ขายฝาก” มักถูกพูดถึงควบคู่กับคำว่าขายขาดจนเกิดความเข้าใจผิดว่าทั้งสองอย่างคือเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ในทางกฎหมายแล้วมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการขายฝาก เปรียบเทียบกับการขายขาด พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสัญญา

               การขายฝากและการขายขาดแตกต่างกันที่กรรมสิทธิ์และการไถ่คืน โดยการขายฝาก มีการโอนกรรมสิทธิ์ทันที แต่ไถ่ถอนคืนได้ภายในกำหนด เหมาะสำหรับผู้ต้องการเงินด่วนแต่ยังอยากได้ทรัพย์คืน ส่วนการขายขาด มีการโอนกรรมสิทธิ์ทันที เหมาะสำหรับผู้ต้องการเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินสดแบบถาวร ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนได้ไม่เกิน 10 ปี (อสังหาฯ)

ขายฝาก คืออะไร?

               ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ โดยมี “เงื่อนไข” ว่าผู้ขายสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

               กล่าวง่ายๆ คือ ผู้ขายได้รับเงินทันที แต่ยังมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืน หากนำเงินพร้อมค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันมาชำระภายในกำหนดเวลา

ลักษณะสำคัญของการขายฝาก

  • มีการโอนกรรมสิทธิ์จริงให้ผู้ซื้อ

  • มีการกำหนด “ระยะเวลาไถ่ถอน” ชัดเจน

  • ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (กรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์)

  • หากไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อโดยสมบูรณ์

ขายขาดคืออะไร?

               ขายขาด คือ การซื้อขายทั่วไปที่โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ผู้ขายไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์คืนอีกต่อไปเมื่อทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้น กล่าวคือ เมื่อขายแล้วถือว่าจบความสัมพันธ์ ไม่มีสิทธิไถ่ถอนหรือขอคืนในภายหลัง

เปรียบเทียบ “ขายฝาก” กับ “ขายขาด”

ประเด็นขายฝากขายขาด
สิทธิไถ่ถอนมีสิทธิไถ่ถอนภายในกำหนดไม่มีสิทธิไถ่ถอน
เงื่อนไขสัญญามีระยะเวลาไถ่ถอนชัดเจนไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม
ความเสี่ยงเสียทรัพย์หากไม่ไถ่คืนทันเวลา ทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อทรัพย์ตกเป็นของผู้ซื้อทันที
วัตถุประสงค์หลักใช้เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินระยะสั้นขายทรัพย์เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ถาวร

ข้อดีและข้อควรระวังของการขายฝาก

ข้อดี

  • ได้รับเงินรวดเร็ว

  • ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโรเหมือนการกู้ธนาคาร

  • ยังมีโอกาสได้ทรัพย์สินคืน

ข้อควรระวัง

  • ต้องเข้าใจอัตราค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ที่ตกลงกัน

  • ระยะเวลาไถ่ถอนต้องชัดเจน

  • หากผิดนัด อาจเสียทรัพย์สินถาวร

  • ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้รับซื้อฝาก

ขายฝาก เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการเงินด่วนระยะสั้น

  • เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องการขายขาด

  • ผู้ที่มั่นใจว่าสามารถหาเงินมาไถ่คืนได้ภายในกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีแผนการเงินที่ชัดเจน การขายฝากอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินได้เช่นกัน

               สรุปส่งท้าย ขายฝาก ไม่ใช่ ขายขาด ซะทีเดียว และผู้ทำธุรกรรมจะต้องเข้าใจก่อนเซ็นสัญญา เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แม้คำว่า ขายฝากและขายขาด จะดูคล้ายกัน แต่ผลทางกฎหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง การขายฝากยังเปิดโอกาสให้ไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ขณะที่การขายขาด คือ การโอนกรรมสิทธิ์ถาวร

               ก่อนตัดสินใจทำสัญญาใดๆ ควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย และประเมินความสามารถในการไถ่ถอน เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาการเงินระยะสั้น กลายเป็นการสูญเสียทรัพย์สินในระยะยาว

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%
28
Aug 25
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%

          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 0.25% เพื่อช่วยส่งแรงหนุนอสังหาฟื้นเชื่อมั่น – กำลังซื้อ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้ลดดอกเบี้ย นับเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ แนะรัฐเร่งคลายเกณฑ์สินเชื่อ กระตุ้นดีมานด์บ้านไม่เกิน 7 ล้าน            การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% และมีผลทันทีนั้น ถือเป็น “ข่าวดี” ที่ส่งแรงหนุนต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งฝั่งอุปสงค์ และอุปทานในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน           คุณสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า… มาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกใน 3 มิติหลัก คือ “ต้นทุนการกู้ต่ำลง – ฟื้นความเชื่อมั่น – ผ่อนภาระผู้ประกอบการ” ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดบ้านจัดสรรในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม             ดอกเบี้ยที่ลดลงทันที จะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้กู้สินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่ใช้ดอกเบี้ยแบบลอยตัว ภาระผ่อนต่อเดือนจะลดลง เพิ่มความสามารถในการซื้อบ้านในระยะสั้น           หนึ่งในผลกระทบที่จับต้องได้ชัดเจน คือ ต้ […]

อ่านเพิ่มเติม
บ้านหลุดจำนอง ดีจริงหรือ?
14
Nov 23
บ้านหลุดจำนอง ดีจริงหรือ?

หลายๆ คนมักจะอคติกับ “บ้านหลุดจำนอง” จริงๆ แล้วรูปแบบอสังหาฯ ประเภทนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ถ้าได้มาจากแหล่งขายอันน่าเชื่อถือ รับรองว่าได้ราคาดี แถมยังสามารถเรียกกำไรงามได้อีกด้วย บ้านหลุดจำนอง เป็นรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพหรือรอการขาย โดยมักเรียกกันหมู่นักลงทุนว่า NPA ย่อมาจาก Non-Performing Asset เกิดจากทางสถาบันการเงินได้กรรมสิทธิ์เมื่อผู้กู้เกิดพฤติกรรมขาดผ่อนหรือผ่อนต่อไม่ไหว จึงยอมให้ธนาคารยึดบ้านเพื่อนำมาชำระหนี้ รวมไปถึงบ้านที่กรมบังคับคดีได้นำออกมาประมูล ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดถึง 40-50% อีกด้วย สำหรับบ้านหลุดจำนอง อาจจะต้องเช็คประวัติย้อนหลังของบ้านให้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าบ้านหลุดจำนองมีประวัติด้านลบมามากหรือน้อยแค่ไหน ถ้าหากไม่ตรวจสอบอย่างละเอียด อาจนำความเดือดร้อนมาภายหลังได้ แล้วบ้านหลุดจำนอง จะทำกำไรให้กับนักลงทุนได้ยังไง วันนี้เรามาเรียนรู้เทคนิคการเลือกซื้อบ้านหลุดจำนองกัน มี 5 ข้อดังต่อไป ต้องรู้ความต้องการของตัวเองก่อน เราต้องรู้ว่าซื้อบ้านหลุดจำนองนี้ไปเพื่ออะไร จะเป็นการลงทุนหรือเพื่ออยู่อาศัยเอง ถ้าเป็นการลงทุน ควรพิจารณาเรื่องแหล่งซื้อเป็นอันดับแรกก่อ […]

อ่านเพิ่มเติม
ใครอยากเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้วต้องลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างนะ?
25
Feb 25
ใครอยากเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้วต้องลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างนะ?

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้ว… เศรษฐีลงทุนในสินทรัพย์อะไร?    เคยสงสัยไหมว่า… มหาเศรษฐีที่รวยอันดับต้นๆ ของโลก จากการจัดการการเงิน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนของพวกเขาอย่างไร? ข้อมูลนี้ Property4Cash ไปหยิบยกมาจาก Knight Frank ที่เผยแพร่รายงาน Wealth Report ประจำปี 2023 เกี่ยวกับการเงินของบุคคลที่มีความมั่งคั่งสุทธิสูงพิเศษ (UHNWIs) ซึ่งมีความมั่งคั่งรวมกันกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์    และวิธีที่คนรวยที่สุดในโลก เก็บเงินสะสมความมั่งคั่งของพวกเขา โดยสินทรัพย์แต่ละประเภทคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโอ (ยอดรวมจะมากกว่า 100% จากการปัดเศษตามรายงานของ Knight Frank)   อันดับที่ 1 คือ หุ้น เศรษฐี ลงในหุ้นสูงถึง 26% บุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นเฉลี่ย 26% ของพอร์จโฟลิโอของพวกเขา โดยในอเมริกา สัดส่วนดังกล่าวสูงถึง 1 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนเฉลี่ย และจากข้อมูลรายงานประจำปี 2022 Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ใช้เงินซื้อหุ้นถึง 6.8 หมื่นล้านเหรียญ   อันดับที่ 2 คือ อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการพาณิชย์ คิดเฉลี่ยได้ที่ 34%  โดย 21% เป็นการลงทุ […]

อ่านเพิ่มเติม