17
Jun 25

          มีอสังหาฯ อยากได้เงินทุน ระหว่าง “จำนอง” หรือ “ขายฝาก” ดีกว่ากัน? ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน หากคุณเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ หรือคอนโด แล้วต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินสดก้อนใหญ่ด่วน การนำทรัพย์สินโดยเฉพาะ อสังหาริมทรัพย์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “กระแสเงินสด” เป็นทางเลือกที่เจ้าของทรัพย์หลายคนมองหา

          โดยทั้งสองวิธีเป็นการนำอสังหาฯ มาใช้เป็นหลักประกันในการขอเงินทุน แต่มีรายละเอียด ข้อดี-ข้อเสีย และความเสี่ยงต่างกัน บทความนี้จะช่วยคุณเข้าใจอย่างชัดเจน และเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณที่สุด

ทำความรู้จักกับความหมายของ “จำนอง” คืออะไร?

          การจำนอง (Mortgage) คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ของคุณไปเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยคุณยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น และหากคุณผ่อนชำระครบตามสัญญา ทรัพย์สินนั้นก็จะไม่มีภาระอีกต่อไป

✅ ข้อดีของการจำนอง:

  • ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

  • อัตราดอกเบี้ยต่ำ (เพราะส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อจากธนาคาร)

  • มีระยะเวลาผ่อนชำระนาน ทำให้สามารถวางแผนทางการเงินได้ง่าย

❌ ข้อจำกัด:

  • ต้องใช้เวลาอนุมัติพอสมควร (อาจหลายสัปดาห์)

  • ต้องมีเอกสารแสดงรายได้ รายการเดินบัญชี หรือเครดิตทางการเงิน

  • หากผิดนัดชำระ ธนาคารสามารถฟ้องบังคับขายทอดตลาดได้

แล้ว “ขายฝาก” คืออะไร?

          การขายฝาก (Sale with Right of Redemption) คือ การขายทรัพย์สินให้กับผู้รับซื้อฝาก โดยเจ้าของยังมีสิทธิในการไถ่ถอนกลับภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ (ไม่เกิน 10 ปีตามกฎหมาย) หากไม่ไถ่คืนตามกำหนด ทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที

✅ ข้อดีของการขายฝาก:

  • ได้รับเงินก้อนเร็ว (บางกรณีภายใน 1-3 วัน)

  • ไม่ต้องตรวจเครดิตหรือประวัติทางการเงิน

  • ใช้ได้แม้ไม่มีรายได้ประจำ

❌ ข้อจำกัด:

  • ความเสี่ยงสูง หากไม่ไถ่คืนตามกำหนด จะเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทันที

  • ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนสูงกว่าการจำนอง

  • ต้องตรวจสอบผู้ซื้อฝากอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ทุกรายมีจรรยาบรรณ

แล้ว “จำนอง” หรือ “ขายฝาก” ดีกว่ากัน?

  • หากคุณมีเวลา และสามารถแสดงรายได้หรือเครดิตได้ดี → “จำนอง” คือ ตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

  • หากคุณต้องการเงินด่วนมาก และมั่นใจว่าจะไถ่ถอนทรัพย์ได้ตามกำหนด → “ขายฝาก” อาจตอบโจทย์ แต่ต้องระวังเงื่อนไขสัญญาให้ดี

          สรุปส่งท้าย ก่อนตัดสินใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการใช้ทรัพย์สินเป็นเครื่องมือในการหาเงินทุนมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงสูง หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกทางไหนดี สามารถปรึกษา Property4Cash เงินด่วนอสังหา รับจำนอง ขายฝากก่อนได้นะคะ…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

16
Oct 25
ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น มีผลกับเศรษฐกิจหรือไม่?

ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น?                ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนสังเกตเห็นว่าราคาทองคำ “พุ่งขึ้นต่อเนื่อง” จนทำสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกเดือน  ไม่ว่าจะเป็นราคาทองแท่งในประเทศ หรือราคาทองคำโลกที่ทะลุ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์                คำถามคือ… อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้น?  และ ราคาทองที่แพงขึ้นมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไร? มาดูคำตอบกันค่ะ                1.ทองคำ คือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ยามเศรษฐกิจผันผวน ทุกครั้งที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน  เช่น สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือเงินเฟ้อพุ่งสูง                นักลงทุนทั่วโลกมัก “โยกเงิน” จากสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น, สกุลเงิน) มาลงทุนในทองคำแทน เพราะทองคำ รักษามูลค่าได้ในระยะยาว จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ ราคาทองพุ่งขึ้นทันที เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ                  2. ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า → ราคาทองสูงขึ้น ทองคำถูกกำหนดราคาเป็น เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)  ดังนั้น เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักจะ “เพิ่มขึ้น” เพราะนักลงทุนต้องใช้เงินดอลลาร์มากขึ้นเพื่อซื้อทองในปริมาณเท่าเดิม ในทางกลับกัน หากดอลลาร์แข็งค […]

อ่านเพิ่มเติม
ที่ดิน กรรมสิทธิ์รวม ซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองได้หรือไม่?
23
Dec 23
ที่ดิน กรรมสิทธิ์รวม ซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองได้หรือไม่?

ในการ ซื้อขายที่ดิน หรือมีการ ขายฝากจำนองที่ดิน เกิดขึ้น หากเราเป็นเจ้าของคนเดียวก็คงไม่ยากที่จะนำที่ดินแปลงนั้นออกมาจำหน่ายหรือทำธุรกรรมได้ แต่ถ้าที่ดินนั้นเป็นมรดกตกทอดที่มีเจ้าของ 2 – 3 คนขึ้นไป หรือเรียกได้ง่ายๆ ว่าที่ดินตรงนั้นมีเจ้าของ กรรมสิทธิ์รวม กรรมสิทธิ์รวม คืออะไร กรรมสิทธิ์รวมหมายถึง การที่มีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือมากกว่านั้นเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน โดยในโฉนดที่ดินไม่ได้ระบุว่าเจ้าของรวมคนใดเป็นเจ้าของส่วนไหนบ้าง ตามกฎหมายแล้วสันนิษฐานว่าเจ้าของรวมแต่ละคนจะต้องมีสัดส่วนที่ดินเท่าๆ กัน และมีสิทธิ์ในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน การซื้อขาย ขายฝากหรือจำนองที่ดินกรรมสิทธิ์รวม ทำได้หรือไม่? ถ้าเจ้าของที่ดินกรรมสิทธิ์รวม ไม่ได้มีการตกลงแบ่งสัดส่วนที่ดินอย่างชัดเจน เมื่อมีเจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งต้องการซื้อขายหรือมีการขายฝากจำนองที่ดินเกิดขึ้น ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกๆ คนก่อน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่สมบูรณ์ กลายเป็นความยุ่งยากที่ก่อให้เกิดภาระติดพันในส่วนของความเป็นเจ้าที่ดินของตนเอง แต่หากเจ้าของที่ดินกรรมสิทธิ์รวม มีการตกลงแบ่งที่ดินเป็นสัดส่วนชัดเจนแล้ว มีการระบุในโฉนด […]

อ่านเพิ่มเติม
ทรัพย์หลุดขาย ฝากผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง?
31
Aug 24
ทรัพย์หลุดขายฝากผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง?

ทรัพย์หลุดขายฝาก ผู้รับซื้อฝากจะทำยังไง? การทำธุรกรรมขายฝาก เป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่เจ้าของทรัพย์สิน (ผู้ขายฝาก) นำทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ มาให้กับอีกบุคคลหนึ่งซึ่งเรียกว่า (ผู้รับซื้อฝาก) ถือกรรมสิทธิ์ชั่วคราว เพื่อขอเงินกู้หรือพูดกันให้เข้าใจง่ายๆว่า เอาโฉนดมาวางค้ำเป็นหลักประกัน เพื่อกู้เงินนำเงินไปใช้ก่อนเมื่อครบกำหนดสัญญาตามที่ตกลงกันก็นำเงินต้นมาไถ่ถอนคืน แต่ในระหว่างสัญญาก็จะมีค่าดอกเบี้ยที่ผู้ขายฝากจะต้องจ่ายให้แก้ผู้รับซื้อฝาก ในปัจจุบันนี้คนต้องการใช้เงินก้อน เงินด่วนเป็นจำนวนมากเจ้าของทรัพย์ก็นำโฉนดมาทำขายฝากกับทางนายทุนเป็นตัวเลขที่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่เมื่อครบกำหนดสัญญาผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอนทรัพย์คืน จึงทำให้ทรัพย์หลุดไปเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยทางกฎหมาย กรณีที่ ทรัพย์หลุดขายฝาก ผู้รับซื้อฝากจะต้องทำยังไงบ้าง และจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรไหม? – กรณีที่ผู้รับซื้อฝากไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ทรัพย์ได้ทราบ ตามกฎหมายใหม่ต้องรอ 6เดือน ทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ – ถ้าผู้รับซื้อฝากส่งหนังสือแจ้งทรัพย์แล้ว (ส่งหนังสือแจ้งทรัพย์ไม่น้อยกว่า […]

อ่านเพิ่มเติม