18
Oct 25

เจาะลึก!! ทำไม ค่าธรรมเนียมขายฝาก ถึงแพงกว่าการทำจำนอง?

               หลายคนอาจสงสัยว่า… “ขายฝากกับจำนอง ต่างกันตรงไหน?” ทำไมค่าธรรมเนียมตอนทำสัญญาขายฝากถึงดูแพงกว่าจำนองหลายเท่า?

               ทั้งสองอย่างต่างก็เป็น “วิธีนำโฉนดมาใช้ค้ำเงินกู้” เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือ ลักษณะทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน”

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจความต่างของ “ขายฝาก” และ “จำนอง”

รายการจำนองขายฝาก
สถานะกรรมสิทธิ์เจ้าของยังเป็นคนเดิมกรรมสิทธิ์ “โอนไปให้ผู้รับฝาก” ชั่วคราว
ความหมายทางกฎหมายเป็น “การประกันหนี้”เป็น “การขาย” ที่มีสิทธิไถ่ถอนคืน
สัญญาสิ้นสุดต้องฟ้องบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาดถ้าไม่ไถ่ถอนในเวลาที่กำหนด → ทรัพย์หลุดเป็นของผู้รับฝาก
ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน1% ของวงเงินจำนอง (ไม่เกิน 200,000 บาท)2% ของราคาขายฝากที่ระบุในสัญญา
ระยะเวลาไม่มีกำหนดตายตัวสูงสุด 10 ปี (อสังหา)

จะเห็นว่า “ขายฝาก” ถูกมองว่าเป็นการ ซื้อขายจริงตามกฎหมาย ต่างจาก “จำนอง” ที่เป็นเพียงการ “นำทรัพย์มาค้ำประกันหนี้” เท่านั้น

 

ค่าธรรมเนียมขายฝากแพงกว่า เพราะถือเป็น “การโอนกรรมสิทธิ์”

               กรมที่ดินจะคิดค่าธรรมเนียมจาก “ลักษณะของธุรกรรม” ซึ่งขายฝากถือว่าเป็น “การโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราว” แม้เจ้าของจะมีสิทธิ์ไถ่ถอนคืน แต่ในทางกฎหมายถือว่าทรัพย์นั้น ถูกขายไปก่อน

               ดังนั้น ค่าธรรมเนียมขายฝากจึงคิดในอัตราเดียวกับ การซื้อขายปกติ คือ ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน ในขณะที่ “จำนอง” ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ จึงเสียเพียง ค่าธรรมเนียมจำนอง 1% ของวงเงินที่จดจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท)

 

ภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาด้วย

               นอกจากค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน ยังมีภาษีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับ “ขายฝาก” เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะ (กรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี), อากรแสตมป์ 0.5%, ค่าประเมินและค่าธรรมเนียมทนาย / พยาน / เอกสาร รวมทั้งหมดแล้ว ทำให้ต้นทุนการทำขายฝาก “สูงกว่า” การทำจำนองพอสมควร

 

แล้วทำไมยังมีคนเลือก “ขายฝาก”?

               ถึงค่าธรรมเนียมจะสูงกว่า แต่ขายฝากก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น  ได้เงินเร็วกว่า (ขั้นตอนน้อยกว่า) ไม่ต้องผ่านระบบธนาคาร เงื่อนไขชัดเจน เช่น ไถ่ถอนภายในกำหนดทรัพย์จะคืน เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่อยากขายขาด

               ดังนั้นสำหรับคนที่ต้องการ “เงินหมุนชั่วคราว” โดยใช้ที่ดินหรือบ้านเป็นหลักประกัน การทำขายฝากยังถือเป็นทางเลือกที่ ถูกกฎหมาย และปลอดภัย ถ้าทำกับบริษัทที่น่าเชื่อถือ

               

               สรุปแล้ว… ขายฝากแพงกว่าเพราะ “โอนกรรมสิทธิ์จริง”

หัวข้อจำนองขายฝาก
การโอนกรรมสิทธิ์❌ ไม่มี✅ มี (แต่ไถ่ถอนได้)
ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน1%2%
ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่เสียอาจต้องเสีย
ภาระทางกฎหมายเจ้าของยังถือกรรมสิทธิ์ผู้รับฝากถือกรรมสิทธิ์ชั่วคราว

ดังนั้น “ค่าธรรมเนียมขายฝากแพงกว่า” เพราะเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราว ไม่ใช่เพียงค้ำประกันหนี้เท่านั้น

 

               สรุปส่ง้ทายสั้นๆ ทำไม ค่าธรรมเนียมขายฝาก ถึงแพงกว่าการทำจำนอง? “จำนอง” = ค้ำประกันหนี้ แต่ “ขายฝาก” = ขายจริง มีสิทธิ์ไถ่ถอนคืนค่าธรรมเนียมขายฝากเลยแพงกว่า เพราะถือว่าเป็น “การโอนกรรมสิทธิ์จริง”

               แต่ถ้าใช้บริการกับผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่ออสังหา เช่น Property4Cash เงินด่วนอสังหา ก็จะมีทีมช่วยคำนวณค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าทราบชัดก่อนทำทุกขั้นตอนนะคะ สนใจก็ติดต่อเราเข้ามาได้เลยค่ะ…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

จริงหรือไม่? เช็คเครดิตบูโรบ่อยๆ ขอสินเชื่อไม่ผ่าน!!
28
Nov 24
จริงหรือไม่? เช็คเครดิตบูโรบ่อย ขอสินเชื่อไม่ผ่าน!!

จะขอสินเชื่อแต่ละทีก็ดูจะเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องเตรียมเอกสารเยอะแยะไปหมด ไหนจะสลิปเงินเดือน ข้อมูลเครดิตบูโร หรือกระทั่งข้อมูลส่วนตัวต่างๆ แล้วถ้ายิ่งยื่นขอสินเชื่อพร้อมๆ กัน หลายธนาคารเอกสารที่ใช้ยื่นก็คงไม่น้อย ต้องกอปปี้ไว้หลายๆ ฉบับ แม้เอกสารจะครบถ้วน ก็ไม่ได้การันตีว่าจะขอสินเชื่อผ่าน…  และในกรณีที่เรา เช็คเครดิตบูโรบ่อยๆ จะขอสินเชื่อไม่ผ่านจริงหรอ?! วันนี้ Property4Cash มีคำตอบมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เครดิตบูโร คืออะไร? เครดิตบูโร คือ องค์กรหรือสถาบันที่เก็บรวบรวมข้อมูลเครดิตของบุคคลและนิติบุคคลที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต หรือผู้ให้สินเชื่อ โดยมีหน้าที่หลักในการจัดทำรายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) เพื่อให้สถาบันการเงินใช้ประเมินความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเมื่อลูกค้าขอสินเชื่อ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บ จะเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ วันเกิด ข้อมูลบัญชีสินเชื่อ เช่น ประเภทสินเชื่อ (บัตรเครดิต, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถยนต์ ฯลฯ) วงเงินที่ได้รับอนุมัติ ยอดคงค้าง ปร […]

อ่านเพิ่มเติม
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)
5
Apr 23
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)

กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง ขึ้นชื่อว่า “การโกง” นั้น นับว่าเป็นอะไรที่อยู่คู่สังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทุกวงการ รวมไปถึงวงการ “ขายฝาก” เองนั้น ก็เป็นหนึ่งในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มักจะมีปัญหาโดนโกงด้วยวิธีต่างๆ มากมาย จนทำให้เจ้าของบ้านน้ำตาตกในกันมานักต่อนัก พาลทำให้หลายๆ คน ไม่กล้าที่จะทำสัญญาขายฝาก เพราะกลัวว่าจะต้องเสียทรัพย์ เสียบ้าน เสียที่ดินสุดรักสุดหวงไป จะดีกว่าหรือไม่..? ถ้ารู้เท่าทัน กลโกงขายฝาก ต่างๆ พร้อมวิธีป้องกัน เพื่อที่เราจะได้ขายฝากอย่างสบายใจ นำเงินไปใช้ยามฉุกเฉิน ยามจำเป็น โดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาผ่านไป จะมีวิกฤตใหม่เข้ามาทำให้ชีวิตต้องทุกข์ทรมาน นัดไถ่ถอน แต่ติดต่อนายทุนไม่ได้! สัญญาขายฝากนั้น เป็นสัญญาที่มีการกำหนดไว้ว่า “ผู้ขายฝาก” หรือเจ้าของทรัพย์ สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนตามเวลาที่กำหนดในระยะสัญญาได้ ซึ่งจะทำให้สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินนั้นๆ กลับคืนสู่เจ้าของเดิมผู้ขายฝาก แต่หากไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วล่ะก็ อสังหาริมทรัพย์ที่เรานำมาขายฝากนั้น ก็จะตกเป็นของนายทุนทันทีโดยไม่ต้องขึ้นศาลฟ้องร้องกันแต่อย่างใด   […]

อ่านเพิ่มเติม
อสังหาริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568
31
Jan 25
อสังหริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568

อสังหาริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568 จากการอัปเดต ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ คาดการณ์ปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย จำนวน 363,600 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.7% แยกเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 254,520 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.7% และอาคารชุด 109,080 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.5%    โดยภาพรวมดูดีขึ้นกว่าปี 2567 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการสินเชื่อ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้าง การออกแบบตกแต่ง เป็นต้น  แต่อย่างไรก็ตามในปี 2568 ยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ภาระหนี้สินครัวเรือน, สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ, ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางจะส่งผลรุนแรงต่อราคาน้ำมันและพลังงาน นโยบาย America First ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก เช่น การตั้งกำแพงภาษีโดยขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 60%และขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ อีก 10 – 20% เพื่อสกัดสินค้านำเข้าจากต่างประเ […]

อ่านเพิ่มเติม