ไม่ใช้ประโยชน์ที่ดิน 10 ปี ถูกยึดคืนจริงหรือ?
21
Jul 25

กฎหมายที่ดิน หาก ไม่ใช้ประโยชน์ที่ดิน 10 ปี จะถูกยึดคืนจริงหรือ? 

          ในยุคที่ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่อง “การถูกยึดคืนที่ดินหากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี โดยไม่ใช้ประโยชน์” แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่? กฎหมายไทยมีบทบัญญัติไว้ว่าอย่างไร? มาทำความเข้าใจให้ชัดเจน ก่อนที่คุณจะเสี่ยงเสียสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่รู้ตัว

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน

          ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พระราชบัญญัติให้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ. 2522 และ ประมวลกไม่ใช้ประโยชน์ที่ดิน 10 ปี ถูกยึดคืนจริงหรือ? ฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 โดยมีแนวคิดหลักคือรัฐต้องการกระตุ้นให้ประชาชนใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

          ตาม มาตรา 6 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากเจ้าของที่ดินได้รับเอกสารสิทธิ์ (เช่น โฉนดที่ดิน) แล้ว ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี โดยไม่มีการทำประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และไม่สามารถแสดงเหตุผลอันสมควรได้ รัฐมีอำนาจ “เพิกถอนเอกสารสิทธิ์” ได้ โดยผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่ถูกยึดคืนทันที

 

“ไม่ใช้ประโยชน์” หมายถึงอะไร?

          การไม่ใช้ประโยชน์ในที่ดิน หมายถึง การปล่อยทิ้งร้าง โดยไม่มีการใช้พื้นที่เพื่อการเกษตร การก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย หรือกิจกรรมใดๆ ที่เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคม หากที่ดินอยู่ในสภาพรกร้าง วัชพืชขึ้นปกคลุม ไม่มีการเข้าใช้เป็นเวลานาน รัฐอาจตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้

          หลักสำคัญเลย หากสามารถแสดงเจตนาว่ามีการดูแลรักษา หรืออยู่ระหว่างดำเนินการวางแผนพัฒนา เช่น รอการลงทุน การโอนกรรมสิทธิ์ หรือมีข้อพิพาททางแพ่งที่ยังไม่จบ รัฐจะไม่สามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้ทันที

 

ขั้นตอน หากรัฐจะเพิกถอนสิทธิ์

          การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบว่าเจ้าของที่ดินไม่ใช้ประโยชน์จริงหรือไม่? ส่งจดหมายแจ้งเตือนจากเจ้าของที่ดินเป็นลายลักษณ์อักษร หากพบการไม่ใช้ประโยชน์ เจ้าหน้าที่ต้องส่งหนังสือแจ้งให้เจ้าของแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากยังไม่มีการปรับปรุงภายใน 180 วัน รัฐสามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการที่ดินระดับจังหวัด เพื่อเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ 

          แต่เจ้าของที่ดิน มีสิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่งและนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลได้

          สรุปส่งท้าย ไม่ใช้ประโยชน์ที่ดิน 10 ปี ถูกยึดคืนจริงหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ใช่ทันที แต่ มีความเสี่ยงสูงหากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 10 ปี โดยไม่ชี้แจงเหตุผล หรือไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างชัดเจน เจ้าของที่ดิน จึงควรระวัง และควรมีหลักฐานการใช้ที่ดินหรือเหตุผลที่ชัดเจนหากเกิดข้อสงสัยจากภาครัฐ

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

วิธีคำนวนค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ
25
Jan 23
วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ

วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียม ณ กรมที่ดิน ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ ได้รู้จักกันไปแล้วว่าการจำนอง-ขายฝาก คือการทำนิติกรรมอะไร มีเงื่อนไข มีขั้นตอน มีผลตอบแทนที่จะได้รับเท่าไหร่บ้าง แต่นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปในข้างต้นนั้น ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรรู้นั่นก็คือ “ค่าใช้จ่าย” ทั้งหลาย โดยเฉพาะในส่วนของ ค่าธรรมเนียมในการทำจำนอง และ ค่าธรรมเนียม ขายฝาก ณ สำนักงานที่ดิน วิธีคำนวณค่าโอน ค่าธรรมเนียมสำหรับการจำนอง ค่าธรรมเนียมคำขอจดจำนอง แปลงละ 5 บาท ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท) ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินจำนอง (แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท) ตัวอย่าง : วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียม จำนองที่ดิน ยอดจำนอง 3,000,000 บาท ประเภทค่าธรรมเนียม วิธีคำนวณ มูลค่า ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท 5 บาท ค่าจดจำนอง 3,000,000 x 1% 30,000 บาท ค่าอากรแสตมป์ 3,000,000 x 0.05% 1,500 บาท รวม 31,500 บาท หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าพยาน, ค่ามอบอำนาจ(กรณีมอบอำนาจ) ฯลฯ ค่าธรรมเนียมสำหรับการขายฝาก 1. ค่าธรรมเนียม 2% จากราคาประเมินกรมที่ดิน 2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราคาประเมินกรมที่ดิน ต้อ […]

อ่านเพิ่มเติม
จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร
30
Mar 23
จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร

ช่วงนี้หลายคนอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเพราะโควิดไม่มากก็น้อย หนึ่งในทางออกที่ใช้คือการนำทรัพย์สินที่มีออกมาขาย หรือนำทรัพย์สินที่มีค่าไป จำนำ หรือ จำนอง  หลายคนก็ยังสงสัยว่า จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปไข้ข้อสงสัยนี้กัน มาดูกัน จำนอง จำนำ แตกต่างกันอย่างไร การจำนอง การที่ผู้จำนองนำทรัพย์สินที่มีค่านำมาประกันเพื่อกู้เงินมาใช้  โดยใช้เป็นหลักประกันคือ อสังหาริมทรัพย์  คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น คอนโด โฉนดที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ โดยการจำนอง ผู้จำนองต้องนำสินทรัพย์ไปจดทะเบียนไว้กับผู้รับจำนอง ซึ่งต้องกระทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ต้องโอนที่ดินหรือทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจำนอง สาระสำคัญ ทรัพย์สินที่นำมาจำนองจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ ผู้จำนองไม่ต้องส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่ผู้รับจำนอง โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้จำนองอยู่ ผู้จำนองเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกก็ได้ มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที ณ กรมที่ดิน ในกรณีที่ผู้จำนองไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้ต้องทำการฟ้องร้องเพื่อบังคับจำนองโดยการที่จะนำทรัพย์สินไปข […]

อ่านเพิ่มเติม
19
Nov 25
โฉนดที่ดิน ในเมือง vs ต่างจังหวัด ใช้ค้ำประกันต่างกันไหม?

               การใช้ โฉนดที่ดิน เป็นหลักทรัพย์ในการขอสินเชื่อ จำนอง หรือขายฝาก ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ และวงเงินอนุมัติสูงกว่าเงินกู้แบบใช้บุคคลค้ำประกัน แต่หลายคนสงสัยว่า…                โฉนดที่ดินในเมืองกับต่างจังหวัด ใช้เป็นหลักทรัพย์เหมือนกันหรือไม่? วงเงินอนุมัติจะต่างกันแค่ไหน?                บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปคำตอบแบบเข้าใจง่าย สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนใช้ที่ดินเป็นหลักค้ำประกัน มาให้แล้ว…    โฉนดที่ดินทุกที่ “ใช้เป็นหลักทรัพย์ได้เหมือนกัน”                ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินในกรุงเทพฯ, ที่ดินในต่างจังหวัด, ที่ดินชนบท, ที่ดินใจกลางเมือง ทุกแห่งสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์เพื่อจำนองหรือขายฝากได้ตามกฎหมาย ตราบใดที่เป็นโฉนดที่ดินประเภท นส.4 จ (โฉนด) โดยไม่ติดภาระอื่น เช่น ถูกอายัด หรือคดีความ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ “มูลค่าประเมิน” ซึ่งส่งผลต่อวงเงินที่อนุมัติได้โดยตรง   ความต่างสำคัญ มูลค่าตลาดของที่ดิน (Market Value)                ที่ดินในเมือง (Urban Land) ราคาต่อตารางวาสูงกว่า มีความต้องการซื้อ–ขายมาก การพัฒนา […]

อ่านเพิ่มเติม