ใครอยากเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้วต้องลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างนะ?
25
Feb 25

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้ว… เศรษฐีลงทุนในสินทรัพย์อะไร? 

 

เคยสงสัยไหมว่า… มหาเศรษฐีที่รวยอันดับต้นๆ ของโลก จากการจัดการการเงิน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนของพวกเขาอย่างไร? ข้อมูลนี้ Property4Cash ไปหยิบยกมาจาก Knight Frank ที่เผยแพร่รายงาน Wealth Report ประจำปี 2023 เกี่ยวกับการเงินของบุคคลที่มีความมั่งคั่งสุทธิสูงพิเศษ (UHNWIs) ซึ่งมีความมั่งคั่งรวมกันกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ 

 

และวิธีที่คนรวยที่สุดในโลก เก็บเงินสะสมความมั่งคั่งของพวกเขา โดยสินทรัพย์แต่ละประเภทคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโอ (ยอดรวมจะมากกว่า 100% จากการปัดเศษตามรายงานของ Knight Frank)

 

อันดับที่ 1 คือ หุ้น เศรษฐี ลงในหุ้นสูงถึง 26%

บุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นเฉลี่ย 26% ของพอร์จโฟลิโอของพวกเขา โดยในอเมริกา สัดส่วนดังกล่าวสูงถึง 1 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนเฉลี่ย และจากข้อมูลรายงานประจำปี 2022 Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett ใช้เงินซื้อหุ้นถึง 6.8 หมื่นล้านเหรียญ

 

อันดับที่ 2 คือ อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการพาณิชย์ คิดเฉลี่ยได้ที่ 34% 

โดย 21% เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการพาณิชย์โดยตรง ในขณะที่อีก 13% ลงทุนผ่านทรัสต์ เพื่อหารลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ 17% คือ หุ้นกู้ หรือ พันธบัตร ที่เป็นสินทรัพย์การลงทุนที่เรียกว่ามีความสะดวกที่สุดในการลงทุน ไม่แปลกใจเลยว่า… ทำไม! พันธบัตรถึงคิดเป็น 17% ของพอร์ตการลงทุนเฉลี่ยของ UHNWI โดย BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลกก็ได้มีการกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า… นักลงทุนควรลงทุนในพันธบัตรในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยของรัฐบาลยังคงเพิ่มขึ้น

 

อันดับที่ 3 คือ 9% ที่ตัดสินใจลงทุนใน Start Up 

โดยการลงทุนในหุ้นของกิจการที่เกิดใหม่และมีศักยภาพเติบโตสูง แต่จะเป็นหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นั่นหมายถึง มีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในตลาดฯ กรณีศึกษาที่น่าสนใจ Peter Thiel นักลงทุนคนแรกของ Facebook ซึ่งในปี 2004 เขาลงทุนด้วยเงิน 500,000 ดอลลาร์ และเงินลงทุนก้อนนั้นได้กลายมาเป็น 638 ล้านดอลลาร์ เมื่อบริษัทเปิดตัวในอีก 8 ปีต่อมา

 

อันดับที่ 4 คือ ลงทุนในสิ่งที่ชอบ คิดเป็น 5%

ลงทุนในสิ่งที่ตัวเองหลงใหล เช่น งานศิลปะ รถยนต์ ไวน์ นาฬิกา หรือกระเป๋าแบรนด์เนม

โดยปี 2017 ภาพ ‘Salvator Mundi’ ของ Leonardo da Vinci กลายเป็นภาพวาดที่แพงที่สุดที่มีการขายสูงถึง 450.3 ล้านเหรียญ

 

อันดับที่ 5 คือ ทองคำ แม้ทองคำจะเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ แต่นักลงทุน ก็ลงทุนเพียง 3% จากการลงทุนอื่นๆ โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่รวยที่สุดในโลกจะถือทองคำประมาณ 3% พอร์ตการลงทุนของพวกเขา โดยการมีทองคำในพอร์ตถือ เป็นการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับสองรองจากอสังหาริมทรัพย์

ใครอยากเศรษฐี ฉันหน่ะสิ ฉันหน่ะสิ! แล้วต้องลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างนะ?

James Jason นักวิเคราะห์การเงินกล่าวว่า “ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า… ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ไปจนถึงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทองคำจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น

 

อันดับที่ 6 คือ สินทรัพย์ดิจิทัล มีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 2% แม้คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ก็ยังมองว่า… การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นการลงทุนที่มีความผันผวนมากที่สุด แต่พวกเขาก็ยังถือไว้เฉลี่ย 2% ของพอร์ต

 

อันดับที่ 7 คือ สินทรัพย์อื่นๆ คิดเป็น 7% ของทรัพย์สินทั้งหมด

การสำรวจของ Knight Frank แสดงรายการการลงทุนอื่นๆ ซึ่งคิดเป็น 7% ของพอร์ตการลงทุนโดยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุว่าหมวดหมู่นี้ประกอบด้วยอะไรบ้างนั่นเอง… 

 

สรุปส่ง้ทาย เศรษฐีลงทุนในสินทรัพย์อะไร? พวกเขาแบ่งสัดส่วนและให้ความสำคัญของการลงทุน ตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเพื่อนๆ ที่กำลังคิดจะลงทุนอย่าลืมศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนการลงทุนด้วยนะคะ บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไร ฝากกดติดตาม Property4Cash เงินด่วนอสังหาไว้ด้วยนะคะ

 

ที่มา : https://www.businessinsider.com/how-the-worlds-richest-people-invest-their-money-2023-3?fbclid=IwAR0Crj5zSc1vYKudIPu-CLc4i0SAf4vF3DDmdsfnW9eGnHYTv1h1xqnY6J4

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ผลกระทบของการไม่ชำระหนี้จำนองต่อทรัพย์สินของคุณ
11
Oct 24
ผลกระทบของการไม่ชำระหนี้จำนองต่อทรัพย์สินของคุณ

การไม่ชำระหนี้จำนองสามารถมีผลกระทบหลายประการที่มีทั้งผลลัพธ์ทางการเงินและด้านอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่คุณอาจเผชิญ: การยึดทรัพย์สิน (Foreclosure) กระบวนการยึดทรัพย์สิน เมื่อคุณไม่ชำระหนี้จำนองตามที่กำหนด ธนาคารหรือผู้ให้กู้จะเริ่มกระบวนการยึดทรัพย์สิน ซึ่งโดยปกติแล้วจะเริ่มต้นจากการส่งจดหมายเตือนถึงการผิดนัดชำระหนี้ หากคุณยังไม่ชำระหนี้ ธนาคารจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการยึดทรัพย์สิน หลังจากได้รับการอนุมัติจากศาล ธนาคารจะสามารถเข้ายึดทรัพย์สินได้ ทรัพย์สินที่ถูกยึดจะถูกนำไปประมูลขายเพื่อกู้คืนหนี้ ผลกระทบที่ตามมา คุณจะต้องออกจากบ้านหรือทรัพย์สินนั้น โดยอาจต้องจัดการย้ายสิ่งของของคุณในเวลาที่จำกัด การสูญเสียบ้านหรือที่อยู่อาศัยอาจส่งผลต่อความมั่นคงของคุณและครอบครัว เครดิตสกอร์ลดลง (ในกรณีที่ติดจำนองกับทางธนาคาร) การส่งผลกระทบต่อประวัติการเงิน ประวัติการไม่ชำระหนี้จะถูกบันทึกในเครดิตบูโร และจะส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้คะแนนเครดิตลดลงถึง 100-200 คะแนนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เครดิตสกอร์ที่ต […]

อ่านเพิ่มเติม
20
May 26
อสังหาไทยซ้ำรอยปี 40 จริงไหม? วิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ ปี 2026

                   อสังหาไทยซ้ำรอยปี 40  จริงไหม? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา ชวนวิเคราะห์ตลาดอสังหาในปัจจุบัน ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คำว่า “อสังหาไทยกำลังจะซ้ำรอยปี 40” ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากนักลงทุน ผู้ซื้อบ้าน ไปจนถึงผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากภาพที่เห็นในปัจจุบันเริ่มมีบางอย่างคล้ายกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดที่ขายไม่ออก กำลังซื้อที่หดตัว หรือหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง                    แต่คำถามสำคัญคือ… สถานการณ์วันนี้ “เหมือน” หรือ “ต่าง” จากปี 2540 มากแค่ไหน?                    บทความนี้จะพาชวนวิเคราะห์แบบตรงไปตรงมา ว่าตลาดอสังหาไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงจริงหรือไม่ และถ้าไม่ถึงขั้นวิกฤต เราควรมองเกมนี้อย่างไรต่อ   ย้อนกลับไปปี 2540 วิกฤตเกิดจากอะไร?                    วิกฤตปี 2540 หรือที่หลายคนเรียกว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” มีรากสำคัญจากการเก็งกำไรและการก่อหนี้จำนวนมหาศาลในภาคอสังหาริมทรัพย์                    ในช่วงก่อนเกิดวิกฤต ประเทศไทยมีการปล่อยสินเชื่ออย่างรวดเร็ว นักลงทุนแห่ซื้อที่ดินและคอนโด เพื่อเก็งกำไร ทำให […]

อ่านเพิ่มเติม
บางนา-ตราด
13
Jul 26
ทำเล บางนา-ตราด กรุงเทพตะวันออก ที่ดินเปล่าขายฝากได้ง่ายแค่ไหน

ทำเล บางนา-ตราด ศูนย์กลางโลจิสติกส์ตะวันออก ที่ดินเปล่าโซนนี้มีสภาพคล่องในการขายฝากแค่ไหน                    บางนา ตราด ทำไมจึงเป็นทำเลทองของธุรกิจโลจิสติกส์                    ถนนบางนา ตราด ถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก                    ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ที่ดินเปล่าตลอดแนวบางนา-ตราด มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแปลงที่สามารถพัฒนาเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน หรือโครงการเชิงพาณิชย์ได้   ที่ดินเปล่าในโซนบางนา-ตราด ยังมีความต้องการสูงหรือไม่                    คำตอบคือ “ยังมีความต้องการสูง” แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ความต้องการใช้พื้นที่ด้านโลจิสติกส์ยังเติบโตจากหลายปัจจัย เช่น การเติบโตของธุรกิจ E-commerce การขยายตัวของคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า […]

อ่านเพิ่มเติม