Startup มีอสังหา หาเงินทุน
2
Oct 26

Startup มีอสังหา หาเงินทุน

                   Startup มีอสังหา แต่ต้องการเงินทุนเพิ่ม ควรหาเงินทุนอย่างไรดี? เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยต้องเจอ โดยเฉพาะช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ต้องการเพิ่มสภาพคล่อง ลงทุนในสินค้าและบริการ หรือมีโอกาสทางธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในระยะเวลาอันจำกัด

                   สำหรับ Startup ที่มี บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน อาคารพาณิชย์ โกดัง หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ทรัพย์สินเหล่านี้สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับจัดหาเงินทุนได้ แต่การเลือกแหล่งเงินทุนไม่ควรดูเพียงว่า “ได้เงินเร็วแค่ไหน” เพราะควรพิจารณาต้นทุนทางการเงิน ระยะเวลาชำระคืน ความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน และกระแสเงินสดของธุรกิจควบคู่กัน สรุปสั้นๆ Startup ที่มีอสังหาฯ สามารถหาเงินทุนได้อย่างไร?

 

ทางเลือกหลักที่สามารถนำมาพิจารณา ได้แก่

  1. สินเชื่อธุรกิจ โดยใช้หลักฐานรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ประกอบการพิจารณา
  2. สินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน เหมาะกับธุรกิจที่มีทรัพย์สินและต้องการเงินทุนก้อน
  3. ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่เจ้าของทรัพย์นำอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ธุรกรรมขายฝากเพื่อรับเงินทุน โดยมีสิทธิไถ่คืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
  4. ระดมทุนจากนักลงทุน เช่น นักลงทุนรายบุคคลหรือ Venture Capital ซึ่งพิจารณาศักยภาพและโมเดลธุรกิจเป็นสำคัญ
  5. หาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อร่วมลงทุนหรือสนับสนุนเงินทุนแลกกับผลประโยชน์ตามข้อตกลง
  6. ใช้กระแสเงินสดจากธุรกิจ โดยปรับรอบการเก็บเงินและการชำระเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สำหรับ Startup ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอยู่แล้ว การเปรียบเทียบทางเลือกที่ใช้ ทรัพย์สินเป็นฐานในการหาเงินทุน กับการระดมทุนจากนักลงทุนจึงเป็นประเด็นสำคัญ

 

ทำไม Startup ที่มีอสังหาฯ จึงมีทางเลือกในการหาเงินทุนเพิ่ม?

                   ธุรกิจ Startup หลายแห่งมีมูลค่าทางธุรกิจจากไอเดีย เทคโนโลยี ฐานลูกค้า หรือศักยภาพในการเติบโต แต่ในช่วงแรกอาจยังไม่มีรายได้หรือกำไรที่สม่ำเสมอ การมีอสังหาริมทรัพย์จึงอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาเงินทุน เพราะทรัพย์สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาทางการเงินได้

ตัวอย่างเช่น

  • บ้านพักอาศัย
  • คอนโดมิเนียม
  • ที่ดิน
  • อาคารพาณิชย์
  • สำนักงาน
  • โกดัง
  • อาคารหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม การมีอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทุนตามมูลค่าทรัพย์ทั้งหมด เพราะผู้ให้เงินทุนแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงแตกต่างกัน

 

5 ทางเลือกหาเงินทุนสำหรับ Startup ที่มีอสังหา

                   1. ขอสินเชื่อธุรกิจจากสถาบันการเงิน วิธีแรกที่หลายธุรกิจพิจารณาคือการขอสินเชื่อธุรกิจ สถาบันการเงินอาจพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • รายได้ของธุรกิจ
  • กระแสเงินสด
  • ประวัติทางการเงิน
  • งบการเงิน
  • ความสามารถในการชำระหนี้
  • อายุของธุรกิจ
  • หลักประกัน
  • วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

                   ข้อดีคือธุรกิจสามารถรักษากรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ไว้ได้ หากได้รับสินเชื่อและปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา อย่างไรก็ตาม Startup ระยะเริ่มต้นที่ยังมีรายได้ไม่สม่ำเสมออาจต้องเตรียมเอกสารและข้อมูลทางการเงินให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ให้กู้สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้

 

2. ใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน

                   หาก Startup มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า อาจพิจารณาสินเชื่อที่ใช้ทรัพย์เป็นหลักประกัน

ตัวอย่างเช่น

มีที่ดินมูลค่า 10 ล้านบาท แต่ต้องการเงินทุน 3 ล้านบาท

ผู้ให้กู้อาจพิจารณามูลค่าหลักประกันร่วมกับรายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อกำหนดวงเงิน

สิ่งสำคัญคือ มูลค่าหลักประกันไม่เท่ากับวงเงินที่จะได้รับเสมอไป

นอกจากนี้ควรเปรียบเทียบ

  • อัตราดอกเบี้ย
  • ค่าธรรมเนียม
  • ระยะเวลาผ่อนชำระ
  • เงื่อนไขผิดนัด
  • ค่าใช้จ่ายในการประเมินหลักประกัน

ก่อนตัดสินใจ

 

3. ขายฝากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

                   สำหรับเจ้าของ Startup ที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการเงินทุนในระยะสั้น การขายฝาก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจ การขายฝากเป็นธุรกรรมที่เจ้าของทรัพย์ขายทรัพย์ให้แก่ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายและสัญญา จุดที่แตกต่างจากสินเชื่อทั่วไปคือ ลักษณะของธุรกรรมเป็น การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่การกู้เงินโดยตรง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรอ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยเฉพาะ

  • จำนวนเงินที่ได้รับ
  • สินไถ่
  • ระยะเวลาไถ่
  • ค่าใช้จ่าย
  • เงื่อนไขการไถ่
  • สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา
  • ผลทางกฎหมายหากไม่สามารถไถ่ทรัพย์ภายในกำหนด

ขายฝากเหมาะกับ Startup แบบไหน?

อาจเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการนำมาพิจารณาเมื่อ

  • มีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง
  • ต้องการเงินทุนก้อน
  • ต้องการเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ
  • มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน
  • มีแผนบริหารเงินเพื่อให้สามารถไถ่ทรัพย์คืนตามกำหนด

แต่ไม่ควรตัดสินใจจากความเร็วในการได้รับเงินเพียงอย่างเดียว เพราะ หากไม่สามารถไถ่ทรัพย์คืนได้ตามเงื่อนไข อาจส่งผลต่อกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

 

4. ระดมทุนจากนักลงทุน

                   อีกทางเลือกที่เหมาะกับ Startup บางประเภทคือการระดมทุนจากนักลงทุน รูปแบบที่พบในระบบ Startup เช่น

  • Angel Investor
  • Venture Capital
  • Strategic Investor
  • Corporate Investor

นักลงทุนอาจไม่ได้พิจารณาเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของธุรกิจ เช่น

  • Business Model
  • Market Size
  • Revenue
  • Growth
  • Product
  • Technology
  • ทีมผู้ก่อตั้ง
  • แผนการใช้เงินทุน

                   ข้อแตกต่างสำคัญคือ การระดมทุนในลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนหุ้นหรือสิทธิในธุรกิจ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการลงทุน ดังนั้นผู้ก่อตั้งควรพิจารณาว่า ต้องการรักษาสัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจไว้มากน้อยเพียงใด

 

5. หาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ

                   บางกรณี Startup อาจไม่จำเป็นต้องกู้หรือขายทรัพย์เพื่อหาเงินทุน แต่สามารถหาพันธมิตรที่มีเงินทุน ทรัพยากร หรือฐานลูกค้าเข้ามาร่วมธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น

  • บริษัทที่ต้องการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • นักลงทุนเชิงกลยุทธ์
  • Partner ที่มีช่องทางการขาย
  • ผู้ร่วมทุนในโครงการเฉพาะ

ข้อดีคือ Startup อาจได้รับทั้งเงินทุนและทรัพยากรที่ช่วยขยายธุรกิจ แต่ต้องกำหนดสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน

 

Startup ควรเลือก “กู้เงิน” หรือ “ขายฝาก”?

                   คำตอบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละธุรกิจ ไม่มีทางเลือกเดียวที่เหมาะกับทุก Startup ลองเปรียบเทียบในมุมต่างๆ

ประเด็นสินเชื่อ/กู้โดยมีหลักประกันขายฝาก
รูปแบบธุรกรรมการกู้ยืม/สินเชื่อการขายฝาก
ทรัพย์สินใช้เป็นหลักประกันตามเงื่อนไขกรรมสิทธิ์โอนตามธุรกรรมขายฝาก
การได้รับเงินขึ้นอยู่กับการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับการประเมินและข้อตกลง
การชำระโดยทั่วไปเป็นงวดตามสัญญาไถ่ถอนตามเงื่อนไขและกำหนดเวลา
ความเสี่ยงต้องชำระหนี้ตามสัญญาหากไม่ไถ่ตามกำหนด อาจกระทบสิทธิในทรัพย์
สิ่งที่ต้องดูดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อสินไถ่ ระยะเวลา และเงื่อนไขสัญญา

ตารางนี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบลักษณะทั่วไป ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสัญญาและรายละเอียดของธุรกรรมแต่ละกรณีก่อนตัดสินใจ

 

มีอสังหาฯ แต่ไม่มีรายได้มาก จะหาเงินทุนได้หรือไม่?

                   อาจมีทางเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทุนโดยอัตโนมัติ กรณี Startup มีทรัพย์สินมูลค่าสูง แต่รายได้ยังไม่มาก ผู้ให้เงินทุนอาจพิจารณาแตกต่างกันตามประเภทของเงินทุน

หากเป็นสินเชื่อ อาจให้ความสำคัญกับความสามารถในการชำระหนี้และกระแสเงินสด

                   หากเป็นการใช้ทรัพย์สินเป็นฐานในการทำธุรกรรม อาจพิจารณามูลค่าตลาด สภาพคล่อง ทำเล สภาพทรัพย์ และภาระผูกพัน ดังนั้น สิ่งที่ควรเตรียมไว้ ได้แก่

เอกสารบริษัท + ข้อมูลทางการเงิน + เอกสารอสังหาริมทรัพย์ + แผนการใช้เงิน

 

ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนหาเงินทุน?

                   ก่อนติดต่อผู้ให้เงินทุน ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อให้การประเมินทำได้รวดเร็วและชัดเจนขึ้น

เอกสารธุรกิจ

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • รายละเอียดผู้ถือหุ้น
  • งบการเงิน
  • Statement
  • รายละเอียดรายได้
  • ภาระหนี้สิน

เอกสารอสังหาริมทรัพย์

  • โฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารกรรมสิทธิ์ห้องชุด กรณีเป็นคอนโด
  • เอกสารเกี่ยวกับภาระจำนอง
  • ข้อมูลราคาประเมิน
  • ข้อมูลการซื้อขายในพื้นที่

ข้อมูลการใช้เงิน

                   ควรตอบให้ได้ว่า “ต้องการเงินเท่าไร และจะนำเงินไปทำอะไร?”

ตัวอย่างเช่น

  • ซื้อเครื่องจักร
  • เพิ่มสต๊อกสินค้า
  • ทำการตลาด
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์
  • ขยายสำนักงาน
  • เพิ่มทีมงาน
  • ชำระภาระทางธุรกิจ
  • ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

การมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจนช่วยให้สามารถประเมินได้ว่าเงินทุนที่ต้องการสอดคล้องกับความจำเป็นของธุรกิจหรือไม่

5 เรื่องที่ Startup ควรคิดก่อนนำอสังหาฯ มาหาเงินทุน

                   1. ต้องการเงินเท่าไร? ไม่ควรนำทรัพย์สินมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนโดยไม่กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการอย่างชัดเจน

                   2. ใช้เงินทำอะไร? เงินทุนที่นำมาใช้ควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และควรประเมินว่าจะสร้างรายได้หรือช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องของธุรกิจได้อย่างไร

                   3. ธุรกิจสามารถคืนเงินได้เมื่อไร? ข้อนี้สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการหาเงินทุนที่มีภาระต้องชำระคืนหรือมีระยะเวลาไถ่ทรัพย์

                   4. ต้นทุนเงินจริงเท่าไร? อย่าดูเพียงจำนวนเงินที่ได้รับ ควรคำนวณต้นทุนทั้งหมด เช่น ดอกเบี้ย สินไถ่ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามประเภทของธุรกรรม

                   5. หากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผน จะเกิดอะไรขึ้น? ควรมีแผนสำรอง เพราะการนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุนอาจทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวหรือทรัพย์สินของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทางการเงิน

 

Q: Startup มีคอนโด สามารถนำมาหาเงินทุนได้หรือไม่?

A: สามารถนำมาพิจารณาเป็นหนึ่งในทางเลือกได้ เช่น การใช้เป็นหลักประกัน หรือการทำธุรกรรมขายฝาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์ มูลค่า ภาระผูกพัน และเงื่อนไขของผู้ให้เงินทุน

 

Q: Startup ไม่มีรายได้มาก แต่มีที่ดิน สามารถหาเงินทุนได้ไหม?

A: อาจมีทางเลือกในการใช้ที่ดินเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุน แต่ผู้ให้เงินทุนแต่ละประเภทมีเกณฑ์พิจารณาต่างกัน จึงไม่สามารถรับประกันวงเงินหรือการอนุมัติได้

 

Q: ขายฝากเหมาะกับ Startup หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงิน แผนการใช้เงิน และความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนตามกำหนด หากพิจารณาขายฝาก ควรเข้าใจเงื่อนไขและผลทางกฎหมายก่อนทำธุรกรรม

 

Q: ต้องมีอสังหาริมทรัพย์ปลอดภาระหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องสรุปเหมือนกันทุกกรณี เพราะข้อกำหนดขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกรรมและผู้ให้เงินทุน หากทรัพย์มีจำนองหรือภาระผูกพัน ควรแจ้งข้อมูลตามจริงเพื่อให้ตรวจสอบได้

 

Q: ควรหาเงินทุนจากนักลงทุนหรือใช้ทรัพย์สิน?

A: ทั้งสองทางเลือกมีลักษณะและความเสี่ยงแตกต่างกัน นักลงทุนอาจเกี่ยวข้องกับการแบ่งหุ้นหรือสิทธิในธุรกิจ ขณะที่การใช้ทรัพย์สินอาจทำให้เกิดภาระทางการเงินหรือความเสี่ยงต่อทรัพย์ จึงควรพิจารณาจากเป้าหมายและกระแสเงินสดของธุรกิจ

 

                   สรุปส่งท้าย Startup มีอสังหา หาเงินทุน สำหรับ Startup ที่มีอสังหาริมทรัพย์ การหาเงินทุนไม่ได้มีเพียงทางเลือกเดียว หากธุรกิจมีรายได้และกระแสเงินสดชัดเจน อาจพิจารณาสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีอสังหาริมทรัพย์อาจพิจารณาการใช้ทรัพย์เป็นหลักประกันหรือ ขายฝาก ตามเงื่อนไขที่เหมาะสม ในอีกด้านหนึ่ง หาก Startup มีศักยภาพในการเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ การพูดคุยกับนักลงทุนหรือ Strategic Partner ก็เป็นอีกแนวทางที่ควรพิจารณา

                   สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าดูเพียงว่า “ได้เงินเท่าไร” แต่ควรดูว่า “ต้นทุนเท่าไร ต้องคืนเมื่อไร และหากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนจะเกิดอะไรขึ้นกับทรัพย์สินและธุรกิจ” การเปรียบเทียบข้อเสนอหลายทางเลือก พร้อมตรวจสอบสัญญา ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขทางกฎหมายก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้ Startup เลือกโครงสร้างเงินทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของตัวเองมากขึ้น

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

3
Oct 25
ใบ 50 ทวิ คืออะไร สำคัญแค่ไหนในการยื่นภาษี?

ใบ 50 ทวิ คืออะไร? สำคัญแค่ไหนในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา?                ในช่วงต้นปีของทุกปี มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือผู้มีรายได้จากการจ้างทำของ มักจะได้ยินคำว่า “ใบ 50ทวิ” บ่อยครั้ง แล้ว ใบนี้คืออะไร? มีไว้ทำไม? สำคัญต่อการยื่นภาษีแค่ไหน?                ในบทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับ ใบ 50ทวิ ทั้งความหมาย ประโยชน์ และการใช้งาน เพื่อให้คุณเตรียมตัวยื่นภาษีได้ถูกต้องและไม่พลาดสิทธิ์ทางภาษีที่ควรได้รับ   ใบ 50 ทวิ คืออะไร?                ใบ 50 ทวิ หรือชื่อเต็มคือ “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” (แบบ ภ.ง.ด. 50ทวิ) เป็นเอกสารที่ ผู้จ่ายเงินได้ (นายจ้าง หรือผู้ว่าจ้าง) ออกให้แก่ ผู้รับเงินได้ เพื่อรับรองว่า ได้มีการ หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งให้กรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว เป็นหลักฐานสำคัญในการใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีเงินได้ประจำปี (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91)   ใบ 50 ทวิ มีข้อมูลอะไรบ้าง?                ในใบ 50 ทวิ จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ เช่น ชื่อ-นามสกุลของผู้มีรายได้, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, […]

อ่านเพิ่มเติม
เงินด่วนอสังหา
24
Sep 26
เงินด่วนอสังหา คืออะไร? เหมาะกับใคร พร้อมข้อดีและข้อควรรู้

เงินด่วนอสังหา คืออะไร? เหมาะกับใคร รู้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ                    เงินด่วนอสังหา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ และต้องการเงินทุนในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ                    แต่เงินด่วนอสหาฯ เหมาะกับทุกคนหรือไม่? มีข้อดี ข้อควรระวัง และเงื่อนไขอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมาย วิธีการทำงาน ไปจนถึงการประเมินว่าเหมาะกับสถานการณ์ของคุณหรือไม่   เงินด่วนอสังคืออะไร?                    เงินด่วนอสังหาคือ การขอสินเชื่อหรือเงินทุนโดยนำ อสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อแลกกับวงเงินที่ผู้ให้บริการพิจารณาตามมูลค่าและคุณสมบัติของทรัพย์สิน รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ อสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันอาจมีหลายประเภท เช่น บ้านหรือบ้านพร้อมที่ดิน ที่ดินเปล่า คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮาส์หรือทาวน์โฮม อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์บางประเภท รายละเอียดและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ดังนั้นควรตรวจสอบว […]

อ่านเพิ่มเติม
ที่ดินทำเลดีขายฝาก
20
Sep 26
ทำเลแบบไหนที่นายทุนรับขายฝากชอบ? เช็กศักยภาพที่ดินก่อนขายฝาก

ทำเลแบบไหนที่นายทุนรับขายฝากชอบมากที่สุด?                    โดยทั่วไป นายทุนรับขายฝากมักให้ความสนใจกับที่ดินที่มีทำเลชัดเจน เข้าถึงง่าย มีตลาดรองรับ และสามารถประเมินมูลค่าได้ไม่ยาก เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อทั้งมูลค่าทรัพย์และความสามารถในการขายต่อหากเกิดกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ทรัพย์ได้ตามเงื่อนไข ทำเลที่มักมีศักยภาพ เช่น อยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือถนนที่มีการสัญจร มีทางเข้าออกชัดเจน อยู่ใกล้ชุมชนหรือแหล่งงาน ใกล้ตลาด ห้าง โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญ อยู่ในพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีศักยภาพสำหรับที่อยู่อาศัยหรือการประกอบธุรกิจ เอกสารสิทธิ์และข้อมูลทรัพย์ตรวจสอบได้ มีราคาตลาดในพื้นที่ที่สามารถเปรียบเทียบได้                    อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าที่ดินทำเลเหล่านี้จะขายฝากได้ในวงเงินสูงเสมอไป เพราะการพิจารณาขึ้นอยู่กับรายละเอียดของทรัพย์ สภาพตลาด ภาระผูกพัน และเงื่อนไขของผู้รับขายฝากแต่ละรายด้วย ทำไมนายทุนจึงให้ความสำคัญกับ “ทำเล”?                    สำหรับการพิจารณาขายฝาก นายทุนไม่ได้มองเพียงว่า “ที่ดินมีราคาเท่าไร” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากต้องถือครองหรือจำห […]

อ่านเพิ่มเติม