รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
8
Jul 26

รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เปลี่ยนเกมอสังหาริมทรัพย์รอบนอกอย่างไร

                   การเปิดให้บริการครบทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของทำเลรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยพึ่งพาการเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก

                   เมื่อการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสะดวกขึ้น ส่งผลให้ความต้องการซื้อและเช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่ตึกแถวเชิงพาณิชย์ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า

 

ราคาตึกแถวรอบแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

                   จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง พบว่า

  • ตึกแถวที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-25%
  • พื้นที่ศักยภาพสูง เช่น มีนบุรี รามอินทรา ศรีนครินทร์ และสำโรง มีการปรับราคาสูงกว่าเฉลี่ยของตลาด
  • อาคารพาณิชย์ที่สามารถปรับใช้เป็นสำนักงาน ร้านค้า หรือคลินิก มีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 20-30%

ทั้งนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาจะแตกต่างกันตามสภาพเศรษฐกิจ ทำเล ความหนาแน่นของประชากร และศักยภาพทางการค้าในแต่ละพื้นที่

 

ทำไมราคาขายฝากตึกแถวจึงเพิ่มขึ้นตามรถไฟฟ้า

                   การขายฝากอสังหาริมทรัพย์อ้างอิงจากมูลค่าตลาดของทรัพย์เป็นสำคัญ เมื่อราคาตึกแถวสูงขึ้น เจ้าของทรัพย์จึงสามารถนำทรัพย์มาขายฝากได้ในวงเงินที่สูงขึ้น

รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง

ปัจจัยที่ทำให้วงเงินขายฝากเพิ่มขึ้น ได้แก่

  1. มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เมื่อรถไฟฟ้าเข้าถึงพื้นที่ นักลงทุนและผู้ประกอบการให้ความสนใจมากขึ้น ส่งผลให้ราคาประเมินและราคาตลาดของตึกแถวสูงขึ้น
  2. สภาพคล่องของตลาดดีขึ้น ทรัพย์ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีโอกาสขายต่อหรือปล่อยเช่าได้ง่ายกว่า ทำให้ผู้รับขายฝากยินดีให้วงเงินสูงขึ้น
  3. ความเสี่ยงลดลง อสังหาริมทรัพย์ใกล้ระบบขนส่งมวลชนมักมีความต้องการต่อเนื่องในระยะยาว จึงช่วยลดความเสี่ยงของผู้ลงทุนและผู้รับขายฝาก

พื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด

 

พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ได้แก่

  • มีนบุรี
  • รามอินทรา
  • หลักสี่
  • แจ้งวัฒนะ
  • ศรีนครินทร์
  • พัฒนาการ
  • สำโรง
  • เทพารักษ์
  • บางกะปิ

ทำเลเหล่านี้มีแนวโน้มที่มูลค่าตึกแถวและอาคารพาณิชย์จะเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและธุรกิจ

 

ผู้ที่ต้องการขายฝากตึกแถวควรทำอย่างไร

                   หากเป็นเจ้าของตึกแถวในพื้นที่ใกล้แนวรถไฟฟ้า ควรดำเนินการดังนี้

  1. ประเมินมูลค่าทรัพย์สินล่าสุด
  2. ตรวจสอบราคาซื้อขายในพื้นที่ใกล้เคียง
  3. เปรียบเทียบเงื่อนไขผู้รับขายฝากหลายราย
  4. เตรียมเอกสารสิทธิ์ให้พร้อม
  5. เลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและจดทะเบียนถูกต้อง

การประเมินราคาทรัพย์ที่เป็นปัจจุบันจะช่วยให้ได้รับวงเงินขายฝากที่เหมาะสมกับมูลค่าตลาดจริง

 

Q: รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองทำให้ราคาตึกแถวเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่?

A: จริง โดยเฉพาะตึกแถวที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าภายในระยะเดินถึง มีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้น 10-25% หรือมากกว่านั้นในบางทำเล

 

Q: ขายฝากตึกแถวใกล้รถไฟฟ้าได้วงเงินสูงขึ้นหรือไม่?

A: โดยทั่วไปสามารถขอวงเงินได้สูงขึ้น เนื่องจากมูลค่าตลาดของทรัพย์เพิ่มขึ้นและมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากกว่า

 

Q: พื้นที่ใดได้รับผลบวกมากที่สุดจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง?

A: มีนบุรี รามอินทรา แจ้งวัฒนะ ศรีนครินทร์ พัฒนาการ สำโรง และเทพารักษ์ เป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

 

Q: รถไฟฟ้าส่งผลต่อการลงทุนตึกแถวระยะยาวอย่างไร?

A: ช่วยเพิ่มศักยภาพเชิงพาณิชย์ เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในพื้นที่ และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว

 

                   สรุปส่งท้าย การเปิดให้บริการครบทุกสถานีของ รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ได้ส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์รอบนอกกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะตึกแถวและอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-25% และบางทำเลสามารถเติบโตได้มากกว่า 30%

                   สำหรับเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการขายฝาก การเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินถือเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าถึงวงเงินที่สูงขึ้น พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน มีแบบไหนบ้างนะ?
21
Nov 23
กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน มีแบบไหนบ้างนะ?

เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ของ กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน กันว่าคืออะไร? เพื่อที่ว่าเราจะเข้าใจบทบาทรวมถึงบริบทกันได้มากขึ้น สำหรับคนที่กำลังมีปัญหาว่าจะแบ่งสิทธิ์การถือครองร่วมในที่ดินอย่างไร? ซึ่งก็จะมีหลายรูปแบบด้วยกันค่ะ กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน หมายถีง นิติกรรมการซื้อการขายหรือเป็นการให้ในที่ดินซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ นั่นก็คือ เป็นการขายหรือให้ในบางส่วนโดยให้สังเกตดูตรงรายชื่อในหนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดิน ว่าจะมีชื่อเจ้าของที่ดินร่วมมากกว่า 1 คนขึ้นไป เช่น ที่ดิน 100 ไร่ มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันหลายคน . การถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน แบบต่างๆ มีแบบไหนบ้าง ? การแบ่งที่ดินในแบบรวมๆ ผู้ร่วมจะไม่สามารถนำที่ดินผืนดังกล่าวไปขายได้จนกว่าได้รับอนุญาติจากผู้ร่วมคนอื่นๆ ลักษณะการแบ่ง โดยการแบ่งชัดเจนด้วยสัดส่วนคิดเป็น % เช่น มีบุตร 3 คน นั่นก็คือ นางสาวเอ นายบี นายซี แต่ในขณะนั้น บิดายังมีชีวิตอยู่และยังไม่ได้ทำเรื่องโอนที่ดินเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้น ความต้องการที่จะให้มีการถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินถึงเกิดขึ้น โดยมีรูปแบบง่ายๆ นั่นก็คือ สมาชิกที่ต้องการจะมีกรรมสิทธิ์มาตกลงและ คุยกันก่อนว่ารู […]

อ่านเพิ่มเติม
20
Jul 24
ผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?

สัญญาขายฝาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเงินทุน แต่ยังต้องการคงไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า สัญญาขายฝากนั้นเหมือนกับการจำนองที่ดิน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ตามมาหากผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา วันนี้  เราจะมาไขข้อข้องใจ  “กรณีผู้ขายฝากไม่มีเงินมา ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?”  พร้อมเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ  “เกี่ยวกับสัญญาขายฝาก กันค่ะ   เมื่อผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของ “ผู้รับขายฝาก” โดยไม่ต้องดำเนินการฟ้องร้องใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากการจำนอง ที่ผู้รับจำนองจะต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับคดีก่อน จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งนี้ สิทธิ์ของผู้ขายฝากที่จะไถ่ถอนที่ดินนั้น  จะมีระยะเวลา “ไม่เกิน 10 ปี”  นับตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝาก  ซึ่งระยะเวลานี้  สามารถตกลงกัน  “ให้สั้นลงหรือยาวนานขึ้นได้”  แต่ไม่เกิน 10 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีช่องทางช่วยเหลือผู้ขายฝาก  “กรณีพิเศษ”  ดังนี้       R […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบภาษีถือครองอสังหาในนามบริษัทและบุคคลธรรมดา
8
May 26
ถือครองอสังหา ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า?

           ถือครองอสังหาในนามบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนทรัพย์และรายได้ค่าเช่าที่มี โดยทั่วไป บุคคลธรรมดาเหมาะกับทรัพย์ 1-2 ยูนิต ส่วนบริษัทเหมาะกับการลงทุนหลายยูนิตที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะหักค่าใช้จ่ายได้เต็มและเสียภาษีคงที่ 20% บทความนี้เปรียบเทียบภาษีทั้ง 2 รูปแบบแบบตรงไปตรงมา พร้อมตารางสรุปให้ตัดสินใจง่าย คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและรูปแบบรายได้ของคุณ              ถือครองอสังหาฯ ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า? โดยทั่วไปแล้ว หากถือครองเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (ไม่เกิน 5 ปี) การถือในนาม “บุคคลธรรมดา” มักเสียภาษีน้อยกว่าในภาพรวม เพราะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะหากมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี แต่หากถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการและหวังผลกำไรระยะยาวเกิน 5 ปี หรือมีรายได้จากการเช่าจำนวนมาก การถือครองในนาม “บริษัท” จะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้   เปรียบเทียบภาพรวมภาษี ประเด็น บุคค […]

อ่านเพิ่มเติม