25
Apr 24

ธุรกิจ SMEs ในปัจจุบัน พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง “การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน” ฝันร้ายของธุรกิจ SMEs เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และไม่มีหลักทรัพย์สำหรับค้ำประกันจะขอสินเชื่อที่ไหนก็ไม่ผ่าน
เชื่อเลยว่ายังมีหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีหน่วยงานจากภาครัฐที่คอยให้ความช่วยเหลือธุรกิจ SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น นั่นก็คือ “ บสย. คือ บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม”  

บสย.คือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง Property4Cash มีคำตอบ !

บสย. คือ ใคร  

บสย.คือ สถาบันการเงินของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง โดยมีหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่ไม่มีหลักทรัพย์ และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  เพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อตามที่ต้องการ

หน้าที่หลักของบสย. 

บสย.มีนโยบายค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SMEs ทุกประเภท ที่ต้องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดภาระหลักทรัพย์ และช่วยให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกิจกรรมต่างๆ และเป็นตัวกลางข้อมูลเพื่อดำเนินการระหว่าง SMEs กับหน่วยงานภาครัฐ 

คุณสมบัติธุรกิจ SMEs ที่บสย. ค้ำประกัน 

บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย ที่มีคนไทยถือหุ้นมากกว่า 50% และมีทรัพย์สินถาวรสุทธิ (ไม่รวมที่ดิน) ตามเกณฑ์ที่บสย. กำหนดตามแต่ละประเภทการค้ำประกันสินเชื่อ  

ทำความรู้จัก บสย. ตัวช่วยของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs

อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนก็พอจะรู้จักกับบสย. กันบ้างแล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่า บสย. นั้นข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง ?   

 

ข้อดี 

SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งกู้ยืมเงินได้มากขึ้น : ปัญหาที่ธุรกิจ SMEs ส่วนใหญ่ต้องพบเจอ เนื่องจากขาดหลักประกันที่เพียงพอบสย. จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงจุดนี้ โดยการค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SMEs เพื่อโอกาสในการได้รับสินเชื่อที่มากขึ้น 

ลดภาระในการหาหลักประกัน : SMEs สามารถใช้หลักประกันที่มีอยู่แค่บางส่วน ประกอบกับการค้ำประกันจากบสย. แค่นี้ก็เพียงพอที่จะได้สินเชื่อจากธนาคาร 

เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ : SMEs ถ้ามีแหล่งเงินทุนเพียงพอ ก็มีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จได้มากขึ้น 

 

ข้อเสีย 

กระบวนการขอสินเชื่อ : กระบวนการขอสินเชื่อจากบสย. ใช้เวลานาน SMEs อาจต้องเจอกับอุปสรรคสำหรับขั้นตอนนี้ 

หลักเกณฑ์การพิจารณา : บสย.มีหลักเกณฑ์การพิจารณา ที่เข้มงวด นั่นทำอาจทำให้ SMEs บางรายไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณา 

วงเงินค้ำประกันที่มีจำกัด : วงเงินค้ำประกันสำหรับธุรกิจ SMEs ไม่เกิน 40 ล้านบาท ต่อรายรวมทุกสถาบันการเงิน นั่นทำให้ SMEs อาจไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อตามที่ต้องการ 

 

ตอนนี้ทุกคนน่าจะเข้าใจและได้รู้จักบสย. มากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs  หากวันนึงต้องการเงินทุนหมุนเวียน หรือต้องการต่อยอดธุรกิจบสย. ก็คงจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่สำหรับผู้ประกอบทุกท่าน

 

สำหรับใครที่มีโฉนด ไม่ต้องกังวลกับปัญหาใดๆ เพียงนำโฉนดที่ดินมาที่ Property4Cash  รับจำนอง-ขายฝาก  

 

–  ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน 

– ทำสัญญาถูกต้องตามกฎหมาย 

– ไม่ต้องมีคนค้ำ

– ไม่เช็คประวัติ

– ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์

—————————————————–

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficia

#property4cash #เงินด่วนทันใจ #จำนอง #ขายฝาก #เงินด่วนอสังหาฯ #เคียงข้างทุกปัญหาการเงิน  #รู้ผลไว #ได้เงินจริง

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

2
Oct 25
เทคนิคขอสินเชื่อ โฉนดแลกเงิน” ผ่านฉลุย อาชีพอิสระ เจ้าของกิจการก็กู้ได้

เทคนิคขอสินเชื่อ โฉนดแลกเงิน” ผ่านฉลุย อาชีพอิสระ-เจ้าของกิจการก็กู้ได้ ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน!                การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ อาชีพอิสระ หรือ เจ้าของกิจการรายย่อย ที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้ชัดเจน เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ แต่โชคดีที่ปัจจุบันมีทางเลือกทางการเงินที่เปิดโอกาสให้ทุกอาชีพเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “สินเชื่อโฉนดแลกเงิน”                ในบทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณไปเจาะลึกถึง เทคนิคขอสินเชื่อโฉนดแลกเงินให้ผ่านฉลุย พร้อมแนะนำวิธีเตรียมเอกสาร และข้อควรระวังสำหรับผู้มีอาชีพอิสระและเจ้าของกิจการ สินเชื่อโฉนดแลกเงิน คืออะไร?                สินเชื่อโฉนดแลกเงิน คือ สินเชื่อที่ใช้ โฉนดที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์  มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอวงเงินกู้จากธนาคาร หรือนิติบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือนหรือรายได้ประจำ เหมาะสำหรับ เจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และคนที่มีทรัพย์สินแต่ไม่มีเอกสารรายได้ ข้อดีของสินเชื่อโฉนดแลกเงิน ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน กู้ง่าย วงเงินสูงตามมูลค […]

อ่านเพิ่มเติม
การ ประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?
4
Mar 25
การประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?

รู้ไว้ จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ! การ ประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?   ในวงการอสังหาริมทรัพย์ “การประเมินราคาทรัพย์สิน” คือ กุญแจสำคัญ ที่ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจะไม่มีวันมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง การทำขายฝาก เพราะการประเมินที่ถูกต้องและแม่นยำไม่เพียงช่วยให้คุณไม่เสียเปรียบ แต่ยังปกป้องผลประโยชน์ในระยะยาว ทั้งสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ก่อนอื่น ต้องรู้กันก่อนว่า… การ ประเมินราคาทรัพย์สิน คืออะไร? การประเมินทรัพย์สิน คือ การวิเคราะห์และประเมิน มูลค่าที่เหมาะสม ของทรัพย์สิน ณ ขณะนั้น    การจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น สภาพทรัพย์สิน, ทำเลที่ตั้ง, ราคาตลาด ณ ขณะนั้น รวมถึง ปัจจัยอื่นๆ เช่น ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ สภาพเศรษฐกิจ หรือ แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต   ทำไมต้องประเมินราคาทรัพย์สินก่อนทำการขายฝาก? เพราะการประเมินราคาที่ถูกต้องและเป็นธรรมจะช่วยให้คุณ “ไม่เสียเปรียบ” และ “ช่วยลดความเสี่ยง” ซึ่งหากมีการประเมินราคาทรัพย์ในราคาที่ต่ำเกินไป อาจเสี่ยง! ที่จะได้วงเงินอนุมัติน้อย ไม่ตรง […]

อ่านเพิ่มเติม
20
Jul 24
ผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?

สัญญาขายฝาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเงินทุน แต่ยังต้องการคงไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า สัญญาขายฝากนั้นเหมือนกับการจำนองที่ดิน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ตามมาหากผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา วันนี้  เราจะมาไขข้อข้องใจ  “กรณีผู้ขายฝากไม่มีเงินมา ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?”  พร้อมเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ  “เกี่ยวกับสัญญาขายฝาก กันค่ะ   เมื่อผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของ “ผู้รับขายฝาก” โดยไม่ต้องดำเนินการฟ้องร้องใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากการจำนอง ที่ผู้รับจำนองจะต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับคดีก่อน จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งนี้ สิทธิ์ของผู้ขายฝากที่จะไถ่ถอนที่ดินนั้น  จะมีระยะเวลา “ไม่เกิน 10 ปี”  นับตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝาก  ซึ่งระยะเวลานี้  สามารถตกลงกัน  “ให้สั้นลงหรือยาวนานขึ้นได้”  แต่ไม่เกิน 10 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีช่องทางช่วยเหลือผู้ขายฝาก  “กรณีพิเศษ”  ดังนี้       R […]

อ่านเพิ่มเติม