วิกฤตเศรษฐกิจ
2
Jul 26

เมื่อเศรษฐกิจตึงตัว คนส่วนใหญ่เห็น วิกฤตเศรษฐกิจ แต่นักลงทุนเห็นโอกาส

                   ทุกครั้งที่เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น หรือสภาพคล่องในตลาดลดลง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความกังวลของผู้บริโภคและนักลงทุนจำนวนมาก หลายธุรกิจต้องลดการลงทุน หลายครัวเรือนต้องระมัดระวังการใช้จ่าย และเจ้าของสินทรัพย์บางส่วนจำเป็นต้องขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินสดมาใช้หมุนเวียน

                   แต่ในอีกมุมหนึ่ง ช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าเป็น “วิกฤต” กลับเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนซึ่งมีเงินสดพร้อมลงทุนสามารถเข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพดีในราคาที่น่าสนใจได้ นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนระดับโลกหลายคนมักมองว่าช่วงเศรษฐกิจตึงตัวคือจังหวะสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

 

ทำไมเงินสดจึงมีคุณค่ามากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว?

                   ในภาวะเศรษฐกิจปกติ สินทรัพย์จำนวนมากมักมีผู้ซื้อแข่งขันกัน ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

  • การเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น
  • ธนาคารอนุมัติสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น
  • นักลงทุนจำนวนมากขาดสภาพคล่อง
  • ผู้ประกอบการบางรายต้องเร่งขายสินทรัพย์

ผลลัพธ์คือจำนวนผู้ซื้อในตลาดลดลง แต่จำนวนผู้ขายเพิ่มขึ้น

นักลงทุนที่มีเงินสดในมือจึงมีอำนาจต่อรองสูงกว่า และสามารถเลือกซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาที่ต่ำกว่าช่วงตลาดปกติ

 

4 เหตุผลที่วิกฤตเศรษฐกิจเป็นโอกาสทองสำหรับผู้มีเงินสด

  1. ซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ในช่วงที่สภาพคล่องขาดแคลน หลายคนจำเป็นต้องขายทรัพย์สินเพื่อแก้ปัญหาการเงินระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็น
  • บ้าน
  • คอนโด
  • ที่ดิน
  • อาคารพาณิชย์
  • หุ้นคุณภาพดี

ทำให้เกิดโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแรงในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

 

  1. มีอำนาจในการเจรจาต่อรองสูงขึ้น เมื่อจำนวนผู้ซื้อในตลาดลดลง ผู้ขายจำนวนมากพร้อมเจรจาเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น
  • ลดราคาขาย
  • ผ่อนดาวน์
  • แบ่งชำระบางส่วน
  • เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการซื้อขาย

นักลงทุนที่พร้อมจ่ายเงินสดจึงมักได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าผู้ซื้อทั่วไป

 

  1. การแข่งขันในตลาดลดลง ในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว นักลงทุนจำนวนมากเข้ามาแข่งขันซื้อสินทรัพย์ ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว ผู้ซื้อส่วนใหญ่เลือกชะลอการตัดสินใจ ส่งผลให้นักลงทุนที่มีเงินสดสามารถคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพได้มากขึ้นโดยไม่ต้องแข่งขันรุนแรง

 

  1. ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า วิกฤตเศรษฐกิจเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นและผ่านไปเสมอ

เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

  • ความเชื่อมั่นกลับมา
  • การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  • การลงทุนขยายตัว
  • ราคาสินทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น

ผู้ที่เข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงราคาต่ำจึงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาในระยะยาว

 

อสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในช่วงวิกฤต

                   สำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ช่วงเศรษฐกิจตึงตัวมักเป็นช่วงที่มีโอกาสพบทรัพย์ราคาดีมากกว่าปกติ

ตัวอย่างเช่น

คอนโดในเมือง เจ้าของบางรายอาจต้องการขายด่วนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้ราคาต่ำกว่าตลาด

บ้านมือสอง มีโอกาสพบทรัพย์ที่อยู่ในทำเลดี แต่ขายต่ำกว่าราคาประเมิน

ที่ดินเปล่า เจ้าของที่ดินบางรายอาจยอมขายเพื่อเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินสด ส่งผลให้ผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยด้านทำเล ศักยภาพการเติบโต และสภาพคล่องของทรัพย์สินควบคู่กันเสมอ

วิกฤตเศรษฐกิจ

สิ่งที่นักลงทุนควรระวัง

                   แม้ว่า… วิกฤตจะสร้างโอกาส แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกสินทรัพย์จะเป็นการลงทุนที่ดี

ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรพิจารณา

  • ความสามารถในการถือครองระยะยาว
  • กระแสเงินสดสำรอง
  • ภาระหนี้สินของตนเอง
  • ความเสี่ยงของตลาดในอนาคต
  • มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์

การมีเงินสดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีวินัยและการวิเคราะห์ที่รอบคอบด้วย

 

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมองวิกฤตอย่างไร?

                   นักลงทุนมืออาชีพจำนวนมากไม่ได้มองวิกฤตเป็นเหตุการณ์ที่ต้องหลีกเลี่ยง แต่เป็นช่วงเวลาที่ตลาดเปิดโอกาสให้เข้าซื้อสินทรัพย์คุณภาพในราคาที่เหมาะสม ในขณะที่คนส่วนใหญ่กังวลกับความไม่แน่นอน นักลงทุนที่เตรียมสภาพคล่องไว้ล่วงหน้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Q: ทำไมเงินสดจึงสำคัญในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว?

A: เพราะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและทำให้นักลงทุนสามารถเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาปรับลดลงได้ทันที

 

Q: ช่วงเศรษฐกิจไม่ดีควรลงทุนหรือไม่?

A: สามารถลงทุนได้ หากมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และเลือกสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแรง

 

Q: อสังหาริมทรัพย์น่าลงทุนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวหรือไม่?

A: อสังหาริมทรัพย์บางประเภทอาจมีราคาปรับตัวลง ทำให้เกิดโอกาสสำหรับผู้ที่มีเงินสดและสามารถถือครองระยะยาวได้

 

Q: ควรถือเงินสดทั้งหมดในช่วงวิกฤตหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ควรมีการกระจายการลงทุนและรักษาสภาพคล่องให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

 

                   สรุปส่งท้าย วิกฤตเศรษฐกิจ อาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับคนจำนวนมาก แต่สำหรับนักลงทุนที่มีเงินสดในมือ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการค้นหาโอกาสลงทุนที่หาได้ยากในภาวะปกติ การมีสภาพคล่องที่ดี ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง เปิดโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ราคาต่ำกว่ามูลค่า และสร้างผลตอบแทนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้น แทนที่จะมองวิกฤตเป็นเพียงความเสี่ยง นักลงทุนที่เตรียมพร้อมอาจมองเห็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวที่ซ่อนอยู่ภายในวิกฤตนั้นเอง

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

เอกสารสิทธิ์ที่ดิน มีอะไรบ้าง?
18
Jul 25
เอกสารสิทธิ์ที่ดิน มีอะไรบ้าง?

เอกสารสิทธิ์ที่ดิน คืออะไร?           เอกสารสิทธิ์ที่ดินคือ เอกสารที่ทางราชการออกให้ เพื่อแสดงสิทธิ์ในการครอบครอง หรือเป็นเจ้าของที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยแต่ละประเภทของเอกสารสิทธิ์จะมีระดับสิทธิ์ในการครอบครองแตกต่างกัน ตั้งแต่เพียงแค่ “สิทธิ์ในการใช้” จนถึง “สิทธิ์เป็นเจ้าของเต็มรูปแบบ”   ประเภทของเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ควรรู้ โฉนดที่ดิน (น.ส.4 หรือ น.ส.4 จ.)           ความหมาย คือ เอกสารสิทธิ์ที่ดินแบบที่ให้สิทธิ์สูงสุด เป็นเจ้าของที่ดินอย่างสมบูรณ์สามารถ ซื้อขาย โอน จำนอง และใช้เป็นหลักทรัพย์ได้ มีเลขที่โฉนด-ระวางชัดเจน เหมาะสำหรับการลงทุน ซื้อขาย หรือใช้เป็นหลักประกันธนาคาร น.ส.3 ก. (หนังสือรับรองการทำประโยชน์)           ความหมาย คือ เอกสารแสดงสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน โดยมีการรังวัดแน่นอน สามารถ ซื้อขาย โอนได้ใกล้เคียงโฉนด แต่ยังไม่ใช่โฉนดเต็มรูปแบบ เหมาะกับผู้ที่มองหาที่ดินราคาถูกกว่าที่มีโฉนด น.ส.3 (หนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั่วไป)           ความหมาย คือ คล้าย น.ส.3 ก. แต่ยังไม่มีการรังวัดชัดเจน สามารถ ซื้อขายได้ แต่ต้องระวังเรื่องเขตแดน เสี่ยงเร […]

อ่านเพิ่มเติม
4
Dec 25
ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ต้องเช็คอะไรบ้าง? รวมรายการตรวจเช็คสำคัญ

ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม ต้องเช็คอะไรบ้าง? บทความ ดูแลฟื้นฟูบ้านแบบละเอียด                เมื่อระดับน้ำลดลง ไม่ใช่สัญญาณว่าปัญหาจะหมดไป เพราะบ้านอาจเสียหายหลายส่วน ทั้งโครงสร้าง พื้น ผนัง ระบบไฟ และเชื้อราที่อันตรายต่อสุขภาพ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยคุณ “เช็คลิสต์อย่างละเอียด” เพื่อให้รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อนหลังน้ำท่วม 1) ตรวจสอบโครงสร้างบ้านเป็นอันดับแรก                ✔ ตรวจเสา คาน ผนัง หากพบรอยร้าว รอยแยก หรือผิวปูนหลุดล่อน แปลว่าเกิดการเสียหายจากความชื้น ควรเรียกช่างประเมินทันที                ✔ พื้นกระเบื้องโก่งหรือหลุด มักเกิดจากน้ำซึม ทำให้กาวเสื่อม หากไม่แก้ไขจะเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ                ✔ พื้นไม้พองหรือบิด วัสดุไม้ไวต่อความชื้น ต้องรีบตาก คาดหวังว่าจะกลับรูปเดิมหรืออาจต้องเปลี่ยนใหม่ 2) ระบบไฟฟ้า ต้องตรวจโดยช่างเท่านั้น นี่คือส่วนที่ “ห้ามทำเองเด็ดขาด”                ✔ ตรวจปลั๊ก สวิตช์ ตู้ไฟ หากน้ำท่วมถึงปลั๊กต้องทำการอบแห้งและทดสอบก่อนใช้งาน                ✔ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด แอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ถ้าน้ำท่วมถึงแม้เพียงเล็กน้อยให้ช่างตรว […]

อ่านเพิ่มเติม
25
Feb 26
ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?

ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?                การซื้อขายบ้าน คอนโด หรือที่ดินในปี 2569 หลายคนกังวลว่า “ต้องจ่ายค่าอะไรบ้างที่กรมที่ดิน?” และ “คำนวณอย่างไรให้ไม่พลาด?” บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปให้ครบ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณเบื้องต้น โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามแนวทางของ กรมที่ดิน และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศราชการ) ค่าใช้จ่ายหลักๆ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ มีอะไรบ้าง? 1) ค่าธรรมเนียมการโอน อัตรา 2% ของ “ราคาประเมินราชการ” หรือ “ราคาซื้อขาย” แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า ปกติผู้ซื้อ–ผู้ขายตกลงกันว่าใครเป็นผู้ชำระ (มักแบ่งคนละครึ่ง แต่ไม่ตายตัว) สูตรคำนวณ ค่าธรรมเนียมโอน = 2% × ราคาที่ใช้คำนวณ (ประเมินหรือซื้อขายที่สูงกว่า) 2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) อัตรา 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว) เรียกเก็บเมื่อผู้ขายถือครองอสังหาฯ ไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี คำนวณจากราคาที่สูงกว่าเช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมโอน สูตรคำนวณ ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 3.3% × ราคาที่ใช้คำนวณ หากเข้าเงื่อนไขยกเว้น จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แ […]

อ่านเพิ่มเติม