หมุนเงินไม่ทัน
14
Sep 26

                   หาก หมุนเงินไม่ทัน ในช่วงวิกฤตและมีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สิน ควรเริ่มจากการประเมินกระแสเงินสดและภาระหนี้ก่อน แล้วพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม เช่น เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ ใช้สินเชื่อที่มีหลักประกัน ปล่อยเช่าหรือขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น และพิจารณาขายฝากเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยต้องเปรียบเทียบต้นทุน ความเสี่ยง และผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ก่อนตัดสินใจ

 

หมุนเงินไม่ทันช่วงวิกฤต ควรเริ่มแก้จากตรงไหน?

                   ช่วงที่รายได้ลดลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือมีหนี้หลายก้อนพร้อมกัน ปัญหาใหญ่ไม่ได้มีเพียงเรื่อง “หาเงินเพิ่ม” แต่คือการรักษา สภาพคล่อง ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน สำหรับคนที่มีบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ อยู่ในมือ ทรัพย์เหล่านี้อาจช่วยสร้างสภาพคล่องได้ แต่แต่ละวิธีมีต้นทุนและความเสี่ยงแตกต่างกัน

                   สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้ผิดนัดชำระหนี้หลายงวดแล้วค่อยแก้ปัญหา เพราะเมื่อประวัติการชำระหนี้เสียลง ทางเลือกในการจัดการหนี้อาจลดลง และการเจรจากับเจ้าหนี้อาจทำได้ยากขึ้นบทความนี้สรุป 5 ทางเลือกที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาเมื่อกำลังประสบปัญหาเงินขาดมือ

 

  1. เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้

                   หากปัญหาหลักคือ รายได้ไม่พอกับค่างวด แต่ยังต้องการรักษาบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้ วิธีแรกที่ควรพิจารณาคือการติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้

ตัวอย่างแนวทางที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่

  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้
  • ปรับลดค่างวดในช่วงแรก
  • เปลี่ยนรูปแบบการชำระหนี้
  • พักหรือผ่อนปรนเงื่อนไขบางส่วนตามมาตรการของเจ้าหนี้
  • รวมหนี้บางประเภทให้บริหารจัดการง่ายขึ้น

ข้อดีคือเจ้าของทรัพย์ยังมีโอกาสรักษาอสังหาริมทรัพย์ไว้ โดยไม่ต้องรีบนำทรัพย์ออกขาย

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเจรจา

การเดินเข้าไปหาเจ้าหนี้พร้อมคำว่า “ผ่อนไม่ไหว” อาจไม่เพียงพอ ควรเตรียมข้อมูลให้ชัดเจน เช่น

รายได้ต่อเดือน – ค่าใช้จ่ายจำเป็น – หนี้ที่ต้องชำระ = เงินเหลือสำหรับชำระหนี้

รวมถึงควรแสดงให้เห็นว่าปัญหาเกิดจากอะไร และมีแผนอย่างไรที่จะทำให้สถานะทางการเงินกลับมาดีขึ้น

หลักสำคัญ: หากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะมีปัญหา ควรติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ควรรอจนถึงวันที่ไม่มีเงินจ่าย

หมุนเงินไม่ทัน

  1. รีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้ เพื่อลดภาระรายเดือน

                   หากมีประวัติการชำระหนี้ที่ยังดีและคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ของสถาบันการเงิน การ รีไฟแนนซ์ อาจเป็นอีกทางเลือกในการลดภาระดอกเบี้ยหรือปรับโครงสร้างการชำระเงิน ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านมีสินเชื่อบ้านที่เหลืออยู่ และพบว่าสามารถย้ายสินเชื่อไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ที่มีเงื่อนไขเหมาะสมกว่า ก็อาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้

                   อย่างไรก็ตาม อย่าดูเฉพาะว่า “ค่างวดต่อเดือนลดลงเท่าไร” ควรคำนวณ ต้นทุนรวมตลอดสัญญา ด้วย เพราะการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไปอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายเพิ่มขึ้นได้

ก่อนรีไฟแนนซ์ควรเปรียบเทียบอะไร?

  • อัตราดอกเบี้ย
  • ค่างวดใหม่
  • ระยะเวลาผ่อน
  • ค่าธรรมเนียม
  • ค่าใช้จ่ายในการจดจำนองหรือโอนที่เกี่ยวข้อง
  • เงื่อนไขการปิดสินเชื่อเดิม
  • ดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญา

รีไฟแนนซ์ไม่ใช่การลบหนี้ แต่เป็นการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่ ดังนั้นควรใช้เมื่อช่วยให้กระแสเงินสดดีขึ้นอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างหนี้ก้อนใหม่มาปิดหนี้เก่า

 

  1. เปลี่ยนอสังหาฯ ให้สร้างกระแสเงินสด

                   บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีทรัพย์สิน” แต่อยู่ที่ทรัพย์สินที่มี ไม่ได้สร้างรายได้ หากมีบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจพิจารณาเปลี่ยนทรัพย์ให้กลายเป็นกระแสเงินสด เช่น

  • ปล่อยเช่า
  • ให้เช่าพื้นที่บางส่วน
  • ปรับบ้านให้เป็นที่พักอาศัยให้เช่า
  • ให้เช่าพื้นที่สำหรับทำธุรกิจ
  • ขายทรัพย์สินบางรายการที่ไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือการทำธุรกิจ

วิธีนี้มีข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ทันที หากสามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าได้

แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุน เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าใช้จ่ายในการหาผู้เช่า รวมถึงความเสี่ยงจากช่วงเวลาที่ไม่มีผู้เช่า

ถ้ามีอสังหาฯ หลายแห่ง ควรเริ่มจากทรัพย์ไหน?

ลองจัดลำดับทรัพย์สินตาม 3 คำถาม

  1. ทรัพย์ไหนสร้างรายได้ต่ำที่สุด?
  2. ทรัพย์ไหนมีค่าใช้จ่ายในการถือครองสูงที่สุด?
  3. ทรัพย์ไหนไม่ได้มีความสำคัญต่อการอยู่อาศัยหรือการประกอบธุรกิจ?

ทรัพย์ที่ตอบ “ใช่” หลายข้อ อาจเป็นทรัพย์ที่ควรพิจารณาปรับรูปแบบการถือครองก่อน

 

  1. ขายอสังหาริมทรัพย์บางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

                   หากประเมินแล้วว่าปัญหาทางการเงินไม่ใช่เพียงชั่วคราว การ ขายอสังหาริมทรัพย์บางส่วน อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระหนี้และสร้างเงินก้อน แม้หลายคนจะรู้สึกว่า “ขายทรัพย์สินคือการยอมแพ้” แต่ในบางสถานการณ์ การขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็นอาจช่วยป้องกันไม่ให้ต้องขายทรัพย์สินในอนาคตด้วยราคาที่ต่ำกว่าเดิมจากแรงกดดันทางการเงิน

ก่อนขายควรคำนวณ “เงินเหลือจริง”

อย่าดูเฉพาะราคาขาย เช่น

ราคาขาย – หนี้คงเหลือ – ค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง – ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ = เงินสุทธิที่ได้รับ

จากนั้นถามตัวเองว่าเงินก้อนนี้สามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่

หากขายบ้าน 5 ล้านบาท แต่มีหนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนเหลือเงินเพียงจำนวนหนึ่ง และยังมีภาระรายเดือนสูงเหมือนเดิม การขายอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

ในทางกลับกัน หากการขายสามารถปิดหนี้ก้อนใหญ่และลดค่าใช้จ่ายประจำลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ช่วยให้ฐานะทางการเงินกลับมาแข็งแรงขึ้น

 

  1. ขายฝากอสังหาริมทรัพย์: ทางเลือกที่ต้องเข้าใจความเสี่ยง

                   สำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินก้อน แต่ยังต้องการมีโอกาสไถ่ทรัพย์คืน การขายฝาก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่บางคนอาจนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า ขายฝากไม่ใช่จำนอง ในการขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ขณะที่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น แม้จะได้เงินก้อนมาแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่ก็มีความเสี่ยงสูง หากไม่สามารถหาเงินมาไถ่ทรัพย์ได้ภายในกำหนด

                   สำหรับการขายฝากที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มีกลไกคุ้มครองผู้ขายฝากหลายประการ เช่น การกำหนดระยะเวลาไถ่ การควบคุมสินไถ่ และการแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าธุรกรรมนั้นเข้าเกณฑ์ของกฎหมายหรือไม่

 

ก่อนตัดสินใจขายฝาก ต้องตอบให้ได้ 4 ข้อ

  1. ต้องใช้เงินเท่าไร? อย่าขายฝากด้วยจำนวนเงินมากกว่าที่จำเป็นเพียงเพราะมีคนเสนอวงเงินสูง
  2. จะหาเงินมาไถ่จากไหน? ต้องมีแผนที่เป็นไปได้ เช่น รายได้จากธุรกิจ การขายทรัพย์สินอื่น หรือการขอสินเชื่อในอนาคต
  3. วันครบกำหนดไถ่คือวันไหน? ต้องบันทึกวันสำคัญนี้ไว้อย่างชัดเจนและเตรียมเงินล่วงหน้า
  4. หากไถ่ไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น? ต้องเข้าใจความเสี่ยงต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ก่อนเซ็นสัญญา

 

ขายฝากจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็น “เงินด่วนที่ใช้บ้านค้ำ” แต่ควรมองว่าเป็นธุรกรรมที่มีผลต่อกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

 

แล้วควรเลือกทางรอดทางการเงินแบบไหนดี?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เงินขาดมือและสถานะของอสังหาริมทรัพย์

ลองใช้หลักง่ายๆ ดังนี้

สถานการณ์ทางเลือกที่ควรพิจารณา
รายได้ลดลงชั่วคราว แต่ยังมีรายได้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้
หนี้เดิมมีต้นทุนสูงเปรียบเทียบรีไฟแนนซ์
มีอสังหาฯ ที่ไม่ได้ใช้ปล่อยเช่าหรือขาย
ต้องการลดหนี้ระยะยาวขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น
ต้องการเงินก้อนและมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจนพิจารณาขายฝากอย่างรอบคอบ
ไม่มีแผนหาเงินมาไถ่ไม่ควรรีบขายฝาก

 

3 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อหมุนเงินไม่ทัน

 

  1. กู้ก้อนใหม่โดยไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร การกู้เงินใหม่มาปิดหนี้เก่าอาจช่วยได้เพียงชั่วคราว หากรายรับยังไม่พอกับรายจ่าย สุดท้ายหนี้อาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  2. นำทรัพย์สำคัญไปแลกเงินโดยไม่อ่านสัญญา โดยเฉพาะการทำธุรกรรมที่มีผลต่อกรรมสิทธิ์ เช่น การขายฝาก ผู้ทำสัญญาต้องเข้าใจสิทธิ หน้าที่ จำนวนเงิน และกำหนดเวลาอย่างละเอียด
  3. รอจนถึงวันผิดนัดแล้วค่อยเจรจา ยิ่งเริ่มแก้ปัญหาเร็ว ยิ่งมีโอกาสเลือกทางออกได้มากขึ้น

 

วิธีวางแผนการเงินเมื่อมีอสังหาฯ แต่เงินสดไม่พอ

                   หากกำลังอยู่ในภาวะเงินตึงมือ ลองทำตารางง่ายๆ 4 ช่อง

ช่องที่ 1: เงินสดที่มีอยู่ รวมเงินในบัญชี เงินสำรอง และเงินที่คาดว่าจะได้รับในระยะสั้น

ช่องที่ 2: รายได้ที่จะเข้ามา แยกเป็นรายได้ประจำ รายได้จากธุรกิจ ค่าเช่า และเงินก้อนที่คาดว่าจะได้รับ

ช่องที่ 3: ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้

ช่องที่ 4: หนี้ที่ต้องจ่าย จัดลำดับหนี้ตามวันครบกำหนดและผลกระทบหากไม่ชำระ

เมื่อเห็นตัวเลขทั้งหมดแล้ว จึงค่อยเลือกว่าจะ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปรับหนี้ หรือใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์

วิธีนี้ดีกว่าการตัดสินใจจากความรู้สึกว่า “ต้องหาเงินให้ได้เร็วที่สุด”

 

                   สรุปส่งท้าย มีอสังหาฯ แต่ หมุนเงินไม่ทัน ยังมีทางออก การมีอสังหาริมทรัพย์ในช่วงวิกฤตอาจเป็นทั้งภาระและ “ต้นทุน” ที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาเงินให้ได้เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว

 

ทางรอดที่เหมาะสมควรเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กระแสเงินสดกลับมาสมดุล โดยไม่สร้างปัญหาใหญ่กว่าเดิม

5 ทางเลือกที่ควรพิจารณา ได้แก่

  1. เจรจาปรับโครงสร้างหนี้
  2. รีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้
  3. นำอสังหาฯ มาสร้างรายได้
  4. ขายทรัพย์สินบางส่วน
  5. พิจารณาขายฝากอย่างรอบคอบ หากมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจน

โดยเฉพาะการขายฝาก ผู้ขายฝากต้องตระหนักว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์มีการโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน จึงควรพิจารณาความสามารถในการไถ่คืนและเงื่อนไขในสัญญาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

ในภาวะวิกฤต เป้าหมายไม่ใช่แค่ “หาเงินให้ทัน” แต่คือ “หาเงินโดยไม่ทำให้อนาคตทางการเงินแย่ลงกว่าเดิม”

 

Q: หมุนเงินไม่ทันควรทำอย่างไร?

A: ควรเริ่มจากประเมินเงินสด รายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้ทั้งหมด จากนั้นติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเจรจาทางเลือกก่อนพิจารณาก่อหนี้ใหม่หรือใช้อสังหาริมทรัพย์สร้างสภาพคล่อง

 

Q: มีบ้านแต่ไม่มีเงินสด ทำอย่างไรได้บ้าง?

A: อาจพิจารณาปล่อยเช่า รีไฟแนนซ์ ขอสินเชื่อที่มีหลักประกัน ขายทรัพย์ที่ไม่จำเป็น หรือพิจารณาขายฝากในกรณีที่เข้าเงื่อนไขและมีแผนไถ่คืนที่ชัดเจน

 

Q: ขายฝากช่วยแก้ปัญหาเงินขาดมือได้หรือไม่?

A: ขายฝากสามารถทำให้ผู้ขายฝากได้รับเงินก้อน แต่เป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ผู้ขายฝากจึงต้องสามารถไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด หากไถ่ไม่ทันอาจสูญเสียสิทธิในทรัพย์ได้ จึงควรศึกษาสัญญาและกฎหมายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

 

Q: ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร?

A: จำนองเป็นการนำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันโดยกรรมสิทธิ์ไม่ได้โอนไปยังเจ้าหนี้ ขณะที่การขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด

 

Q: ถ้ากำลังจะไม่มีเงินจ่ายค่างวด ควรทำอย่างไร?

A: ควรติดต่อเจ้าหนี้โดยเร็วเพื่อแจ้งสถานการณ์และสอบถามทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมจัดทำแผนกระแสเงินสดเพื่อแสดงความสามารถในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขใหม่

 

Q: ควรขายอสังหาฯ เพื่อใช้หนี้หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้สร้างรายได้และมีต้นทุนถือครองสูง การขายอาจช่วยลดหนี้ได้ แต่ควรคำนวณเงินสุทธิหลังหักหนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ

 

 

                   สรุปส่งท้าย มีอสังหาฯ แต่ หมุนเงินไม่ทัน ยังมีทางออก การมีอสังหาริมทรัพย์ในช่วงวิกฤตอาจเป็นทั้งภาระและ “ต้นทุน” ที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาสภาพคล่องได้ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาเงินให้ได้เร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว

 

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะการขายฝาก จำนอง หรือการนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกัน ควรตรวจสอบเงื่อนไขสัญญา ค่าใช้จ่าย และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรมจริง

 

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

มีที่อยู่แล้ว อยาก กู้เงิน สร้างบ้าน
29
Apr 25
มีที่ดินอยู่แล้ว อยาก กู้เงิน ทำบ้านต้องเริ่มยังไง?

สำหรับใครที่ ต้องการ กู้เงิน สร้างบ้าน และมีที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการ กู้เงินสร้างบ้าน ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านจัดสรรหรือคอนโดในโครงการ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขั้นตอนการขอกู้สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายและไม่สะดุดระหว่างทาง ขั้นตอนการกู้เงินสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง 1. ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน  ก่อนจะ กู้เงิน ธนาคารจะตรวจสอบว่า… คุณมีสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องหรือไม่ ที่ดินควรมี โฉนดที่ดินประเภท น.ส.4 จ. เท่านั้นถึงจะสามารถนำมากู้ได้ ข้อควรระวัง: ถ้าที่ดินยังมีการจำนอง หรือเป็นของพ่อแม่ ต้องมีการโอนหรือทำหนังสือยินยอมให้ใช้เป็นหลักประกัน   2. ประเมินงบประมาณและขอแบบบ้าน คุณต้องมีแบบแปลนบ้านพร้อม BOQ (Bill of Quantity) หรือรายการวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นเอกสารยื่นขอสินเชื่อ แบบบ้านสามารถขอจากสถาปนิกหรือบริษัทรับสร้างบ้าน โดยควรสอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น 1.5 – 3 ล้านบาท   3. เลือกธนาคารและเช็กเงื่อ […]

อ่านเพิ่มเติม
3
Dec 25
เป็นหนี้ก่อนรวย หรือรวยก่อนเป็นหนี้? ควรเลือกทางไหนให้ชีวิตการเงินมั่นคง

เป็นหนี้ก่อนรวย หรือ รวยก่อนเป็นหนี้? คำถามที่คนยุคนี้ต้องคิดให้รอบด้าน                ในยุคที่หลายคนต้องการเติบโตเร็วขึ้น ทั้งด้านธุรกิจ การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ทำให้แนวคิด “เป็นหนี้ก่อนรวย” ถูกพูดถึงมากขึ้น ขณะเดียวกันบางคนก็เลือก “รอให้รวยก่อนแล้วค่อยเป็นหนี้” เพื่อความปลอดภัยทางการเงิน                แล้วจริงๆ แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบคือ ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความเสี่ยง และวินัยทางการเงินของแต่ละคน บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยคุณวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดเจนว่าแนวทางไหนเหมาะกับคุณที่สุด 1) เป็นหนี้ก่อนรวย ใช้เงินล่วงหน้า เพื่อสร้างโอกาส                นี่คือแนวคิดการใช้ Leverage หรือ “เงินคนอื่น” เพื่อทำให้เติบโตเร็วขึ้น ข้อดี เริ่มต้นไวกว่า ไม่ต้องรอให้มีเงินครบ ช่วยสร้างทรัพย์สิน เช่น กู้ซื้อบ้าน คอนโด ที่ดิน หรืออุปกรณ์สำหรับทำธุรกิจ เงินทำงานเร็วขึ้น ทำให้ได้รับผลตอบแทนในอนาคต เหมาะกับคนที่เห็นโอกาสและต้องการ “จังหวะ” ที่ไม่สามารถรอได้ ข้อเสีย มี ภาระดอกเบี้ยและสภาพคล่อง ที่ต้องรับผิดชอบ หากไม่มีวินัย อาจกลายเป็น หนี้เสีย ความเสี่ยงสูงหากรายได้ไม่แน่นอ […]

อ่านเพิ่มเติม
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569
29
May 26
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 คิดยังไง? เจ้าของบ้านต้องรู้

                   ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 เจ้าของบ้าน คอนโด และที่ดินต้องรู้อะไรบ้าง? ปี 2569 ภาษีที่ดินยังต้องจ่ายไหม? คำตอบคือ “ยังต้องจ่าย” สำหรับเจ้าของบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ และที่ดินที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยปี 2569 รัฐยังคงใช้อัตราภาษีตามโครงสร้างเดิม แต่หลายคนเริ่มกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะ ราคาประเมินที่ดินบางพื้นที่ปรับเพิ่ม บ้านหลังที่ 2 และคอนโดปล่อยเช่าเริ่มมีภาระภาษีชัดขึ้น ที่ดินรกร้างมีภาษีสูงกว่าปกติ นักลงทุนอสังหาฯ ต้องบริหารต้นทุนระยะยาวมากขึ้น บทความนี้จะสรุปว่า “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2569” คิดยังไง ใครต้องจ่าย และมีวิธีวางแผนอย่างไรบ้าง   ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คืออะไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีรายปีที่จัดเก็บจาก บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า โรงงาน อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บ เช่น กรุงเทพมหานคร หรือเทศบาลต่าง ๆ ภาษีจะคำนวณจาก “ราคาประเมิน × อัตราภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์”     อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2569 ตารางคำนวณภาษีที่ดินแบบง่าย […]

อ่านเพิ่มเติม