1
Nov 25

ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ใช้ “บ้าน” เป็นสตูดิโอไลฟ์ขายของ

  1. เทรนด์ใหม่ บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

               ยุคของ “อินฟลูเอนเซอร์ – ไลฟ์ขายของ” ทำให้หลายคนเริ่มใช้บ้านของตัวเองเป็นพื้นที่สร้างคอนเทนต์ ถ่ายสินค้า หรือแม้แต่ตั้งเป็น “สตูดิโอขายของ” แบบเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่หลายคน มองข้าม คือผลทาง “ภาษีอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งอาจเปลี่ยนสถานะบ้านจาก “ที่อยู่อาศัย” ไปเป็น “ทรัพย์สินเพื่อการพาณิชย์” ได้โดยไม่รู้ตัว

 

  1. ภาษีที่เกี่ยวข้อง: “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง”

               ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ) กำหนดชัดว่า การใช้บ้านหรือที่ดินเพื่อทำการค้า หรือประกอบธุรกิจ จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา “เชิงพาณิชย์” ไม่ใช่ “อยู่อาศัย”

ตัวอย่าง

  • ถ้าใช้บ้านบางส่วนถ่ายคลิป รีวิวสินค้า ไลฟ์ขายของ หรือรับสปอนเซอร์
    → อาจเข้าข่าย “ใช้เพื่อการประกอบการ”
  • ถ้าเปิดพื้นที่เป็นสตูดิโอให้คนอื่นเช่าใช้ถ่ายงาน
    → ชัดเจนว่าเป็น “การประกอบธุรกิจ” ต้องเสียภาษีเชิงพาณิชย์

  1. ความแตกต่างของอัตราภาษี
ประเภทการใช้ทรัพย์อัตราภาษีโดยประมาณตัวอย่างการใช้
เพื่ออยู่อาศัย0.02 – 0.1%บ้านพักอาศัยทั่วไป
เพื่อพาณิชย์/ธุรกิจ0.3 – 1.2%สตูดิโอถ่ายงาน ไลฟ์ขายของ ร้านค้าในบ้าน
เพื่อเกษตรกรรม0.01 – 0.1%ที่ดินทำสวน ทำไร่

หมายเหตุ: หากบ้านราคา 10 ล้านบาท ถูกจัดเป็น “ที่อยู่อาศัย” จะเสียภาษีไม่ถึงหลักพันบาท
แต่หากถูกจัดเป็น “เพื่อการพาณิชย์” อาจต้องเสียภาษีหลักหมื่นบาทต่อปี

 

  1. ภาษีอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

               นอกจากภาษีที่ดินแล้ว ยังมีภาษีอื่นที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา:

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล → รายได้จากไลฟ์ขายของต้องนำมาคิดรวม
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) → หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT
  • ภาษีป้าย / ภาษีป้ายโฆษณา → ถ้ามีป้ายโลโก้หรือชื่อแบรนด์หน้าบ้าน

 

  1. จะรู้ได้อย่างไรว่า “บ้านเรา” เข้าข่ายพาณิชย์หรือยัง?

               กรมที่ดินและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต./เทศบาล) จะพิจารณาจากหลักฐานการใช้จริง เช่น

  • การตั้งอุปกรณ์ถ่ายทำแบบถาวร
  • การมีพนักงานหรือทีมงานเข้ามาทำงานประจำ
  • การโฆษณาว่าพื้นที่นี้เป็น “สตูดิโอ”
  • การมีการใช้ไฟฟ้า-น้ำเกินปกติอย่างต่อเนื่อง

หากเข้าข่าย อาจถูก “ประเมินใหม่” เป็นภาษีพาณิชย์โดยอัตโนมัติ

 

  1. แนวทางที่ผู้ประกอบการควรทำ

               ✅ แยกพื้นที่ให้ชัด – ระบุว่าส่วนใดใช้ทำธุรกิจ ส่วนใดใช้พักอาศัย
               ✅ เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายและการใช้งาน เพื่อใช้ชี้แจงภาษีได้
               ✅ แจ้งต่อสำนักงานเขตหรือท้องถิ่นหากมีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์
               ✅ ปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี เพื่อวางแผนลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย

 

               บทสรุป บ้านคือ “ทรัพย์สินมีมูลค่า” อย่าให้กลายเป็นภาระภาษี ในยุคที่ “คอนเทนต์คือธุรกิจ” การใช้บ้านเป็นสตูดิโอไลฟ์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องรู้เท่าทันภาษี เพราะหากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบย้อนหลัง อาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ ซึ่งสูงกว่าการวางแผนล่วงหน้าหลายเท่า

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

20
Jul 24
ผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?

สัญญาขายฝาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเงินทุน แต่ยังต้องการคงไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า สัญญาขายฝากนั้นเหมือนกับการจำนองที่ดิน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ตามมาหากผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา วันนี้  เราจะมาไขข้อข้องใจ  “กรณีผู้ขายฝากไม่มีเงินมา ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?”  พร้อมเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ  “เกี่ยวกับสัญญาขายฝาก กันค่ะ   เมื่อผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของ “ผู้รับขายฝาก” โดยไม่ต้องดำเนินการฟ้องร้องใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากการจำนอง ที่ผู้รับจำนองจะต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับคดีก่อน จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งนี้ สิทธิ์ของผู้ขายฝากที่จะไถ่ถอนที่ดินนั้น  จะมีระยะเวลา “ไม่เกิน 10 ปี”  นับตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝาก  ซึ่งระยะเวลานี้  สามารถตกลงกัน  “ให้สั้นลงหรือยาวนานขึ้นได้”  แต่ไม่เกิน 10 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีช่องทางช่วยเหลือผู้ขายฝาก  “กรณีพิเศษ”  ดังนี้       R […]

อ่านเพิ่มเติม
9
Dec 25
มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า

มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า                ที่ดินเปล่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มูลค่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็อาจกลายเป็นภาระ ทั้งค่าเสียโฉนด ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าดูแลรักษา ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า “มีที่ดินเปล่าอยู่ จะเอาไปทำอะไรดีให้คุ้มค่า?” บทความนี้รวบรวมทุกแนวทางที่ทำได้จริง ตั้งแต่การปล่อยเช่า ไปจนถึงการพัฒนาให้สร้างรายได้แบบยั่งยืน มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? ไอเดียทำเงินที่เหมาะกับทุกขนาดที่ดิน                1) ปล่อยเช่าที่ดิน — วิธีเริ่มต้นง่ายและเสี่ยงต่ำ หนึ่งในทางเลือกที่เจ้าของที่ดินนิยมมากที่สุดคือ ปล่อยเช่าที่ดิน เพราะไม่ต้องลงทุนก่อสร้างเพิ่ม เหมาะมากถ้ายังไม่พร้อมใช้ที่ดินทำธุรกิจใดๆ รูปแบบยอดนิยม เช่น เช่าที่เพื่อจอดรถ เปิดตลาดนัด ลงเต็นท์ร้านอาหาร เช่าพื้นที่เก็บของ ทำเป็นโกดังชั่วคราว ข้อดี คือ สร้างรายได้ทันทีโดยไม่ใช้เงินลงทุนมาก แต่ต้องตรวจสอบสัญญาให้รัดกุมเพื่อป้องกันความเสียหายต่อที่ดิน                2) ทำเกษตรรายได้ดี — เทรนด์ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ถ้าที่ดินอยู่ในต่างจังหวัดหรือรอบเมือง การทำเกษ […]

อ่านเพิ่มเติม
25
Feb 26
ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?

ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?                การซื้อขายบ้าน คอนโด หรือที่ดินในปี 2569 หลายคนกังวลว่า “ต้องจ่ายค่าอะไรบ้างที่กรมที่ดิน?” และ “คำนวณอย่างไรให้ไม่พลาด?” บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปให้ครบ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณเบื้องต้น โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามแนวทางของ กรมที่ดิน และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศราชการ) ค่าใช้จ่ายหลักๆ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ มีอะไรบ้าง? 1) ค่าธรรมเนียมการโอน อัตรา 2% ของ “ราคาประเมินราชการ” หรือ “ราคาซื้อขาย” แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า ปกติผู้ซื้อ–ผู้ขายตกลงกันว่าใครเป็นผู้ชำระ (มักแบ่งคนละครึ่ง แต่ไม่ตายตัว) สูตรคำนวณ ค่าธรรมเนียมโอน = 2% × ราคาที่ใช้คำนวณ (ประเมินหรือซื้อขายที่สูงกว่า) 2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) อัตรา 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว) เรียกเก็บเมื่อผู้ขายถือครองอสังหาฯ ไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี คำนวณจากราคาที่สูงกว่าเช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมโอน สูตรคำนวณ ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 3.3% × ราคาที่ใช้คำนวณ หากเข้าเงื่อนไขยกเว้น จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แ […]

อ่านเพิ่มเติม