3
Oct 25

ใบ 50 ทวิ คืออะไร? สำคัญแค่ไหนในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา?

               ในช่วงต้นปีของทุกปี มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือผู้มีรายได้จากการจ้างทำของ มักจะได้ยินคำว่า “ใบ 50ทวิ” บ่อยครั้ง แล้ว ใบนี้คืออะไร? มีไว้ทำไม? สำคัญต่อการยื่นภาษีแค่ไหน?

               ในบทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับ ใบ 50ทวิ ทั้งความหมาย ประโยชน์ และการใช้งาน เพื่อให้คุณเตรียมตัวยื่นภาษีได้ถูกต้องและไม่พลาดสิทธิ์ทางภาษีที่ควรได้รับ

 

ใบ 50 ทวิ คืออะไร?

               ใบ 50 ทวิ หรือชื่อเต็มคือ “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” (แบบ ภ.ง.ด. 50ทวิ)
เป็นเอกสารที่ ผู้จ่ายเงินได้ (นายจ้าง หรือผู้ว่าจ้าง) ออกให้แก่ ผู้รับเงินได้ เพื่อรับรองว่า ได้มีการ หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งให้กรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว เป็นหลักฐานสำคัญในการใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีเงินได้ประจำปี (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91)

 

ใบ 50 ทวิ มีข้อมูลอะไรบ้าง?

               ในใบ 50 ทวิ จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ เช่น ชื่อ-นามสกุลของผู้มีรายได้, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, จำนวนเงินได้ที่จ่าย, จำนวนภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย, ระยะเวลาที่จ่ายเงินได้, ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงินได้ และลายเซ็นผู้มีอำนาจของบริษัท/ผู้ว่าจ้าง

ใครควรได้รับใบ 50 ทวิ?

               บุคคลที่ควรได้รับใบ 50 ทวิ ได้แก่

                             – พนักงานประจำ (มนุษย์เงินเดือน) ได้รับจากฝ่ายบัญชี/HR ของบริษัท

                             – ฟรีแลนซ์/ผู้รับจ้างทำของ ได้รับจากผู้ว่าจ้างเมื่อมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

                             – ผู้ให้บริการต่างๆ ที่มีการหักภาษี เช่น นักบัญชี, ที่ปรึกษา, นักออกแบบ ฯลฯ

ต้องใช้ใบ 50 ทวิเมื่อไร?

               ใช้ในช่วง ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90/91)  โดยปกติคือระหว่าง 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของทุกปี หากคุณมีหลายแหล่งรายได้ เช่น ทำงานประจำ + รับจ้างนอกเวลา ต้องเก็บใบ 50 ทวิจากทุกที่ เพื่อรวมยอดรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้

ประโยชน์ของใบ 50 ทวิ

  1.  ยื่นภาษีถูกต้อง ใช้เป็นหลักฐานว่ามีรายได้จากแหล่งใดบ้าง?
  2. ขอคืนภาษีได้ หากถูกหักภาษีเกินกว่าที่ควรเสียจริง
  3. ช่วยป้องกันข้อพิพาท กรณีที่ต้องชี้แจงกับสรรพากรในอนาคต
  4.  ใช้ประกอบขอสินเชื่อ/วีซ่า เพื่อแสดงรายได้และสถานะทางการเงิน

ถ้าไม่ได้รับใบ 50 ทวิ ต้องทำอย่างไร?

  1. แจ้งขอจากนายจ้าง/ผู้ว่าจ้างทันที  โดยปกติบริษัทต้องออกใบ 50 ทวิให้ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไป
  2. เก็บหลักฐานการรับรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน, ใบโอนเงิน, ใบแจ้งหนี้
  3. หากผู้ว่าจ้างไม่ยอมออก สามารถแจ้งสรรพากรให้ตรวจสอบได้

ตัวอย่าง การใช้ใบ 50 ทวิในการยื่นภาษี

               สมมุติว่าคุณมีรายได้จากบริษัท ABC จำนวน 500,000 บาทต่อปี และบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15,000 บาท

คุณจะนำยอดรายได้นี้ไปกรอกใน แบบ ภ.ง.ด.91 (สำหรับพนักงานประจำ) และแนบใบ 50 ทวิ เพื่อยื่นแบบทางออนไลน์หรือยื่นที่สำนักงานสรรพากร

 

ตัวอย่างไฟล์ใบ 50 ทวิ (แบบฟอร์ม)

               หากคุณต้องการดูหน้าตาของใบ 50 ทวิจริงๆ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือสอบถามฝ่ายบัญชีของบริษัทที่คุณทำงานด้วย

               

               สรุปส่งท้าย ใบ 50 ทวิ มีความสำคัญ โดยใช้ยื่นภาษีเงินได้, ขอคืนภาษี, แสดงรายได้อย่างถูกต้อง และคนที่ต้องมีใบนี้ คือ พนักงานประจำ, ฟรีแลนซ์, ผู้ให้บริการที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มักจะออกโดย นายจ้าง/ผู้ว่าจ้าง ที่เป็นผู้จ่ายเงิน และออกให้ตั้งแต่ต้นปี ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ ใช้กับการยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด.90 / ภ.ง.ด.91

               เคล็ดลับเพิ่มเติม: ขอใบ 50 ทวิ ทุกครั้งที่ถูกหักภาษี เก็บไว้หลายปี เผื่อต้องใช้อ้างอิงย้อนหลัง ตรวจสอบรายละเอียดในใบให้ถูกต้องก่อนนำไปยื่นภาษีทุกครั้ง

               การเข้าใจ “ใบ 50 ทวิ” จะช่วยให้คุณ จัดการภาษีอย่างมืออาชีพ ไม่เสียสิทธิ์ ไม่ถูกหักภาษีซ้ำซ้อน และยังช่วยให้การเงินส่วนตัวของคุณเป็นระบบมากขึ้นอีกด้วย

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

2
Feb 23
ค้ำประกัน อันตรายขนาดไหน ทำไมใครๆ ก็บอกว่า หนีไปปป!!

ค้ำประกัน คำที่มักจะได้ยินบ่อยๆ ในตอนที่ต้องกู้สินเชื่อกับทางธนาคาร เนื่องจากในการจะกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดต้องใช้เงินก้อนใหญ่ หากจะให้การกู้ง่ายยิ่งขึ้น อาจจะต้องมีการกู้ร่วม เพื่อให้ได้วงเงินที่มากขึ้น หรืออาศัยคนค้ำประกัน เพราะผู้กู้อาจมีคุณสมบัติบางอย่างไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อมาช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การอนุมัติขอสินเชื่อได้ ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับการค้ำประกัน กันแบบง่ายๆ ก่อนเลยค่ะ การค้ำประกันคือ บุคคลที่มาค้ำประกันสินเชื่อให้กับลูกหนี้ โดยสถานะไม่ได้เป็นลูกหนี้ร่วมเหมือนกับคนกู้ร่วม สถานะจะเป็นเพียงแค่คนค้ำประกันที่เมื่อเกิดกรณีที่ลูกหนี้เบี้ยวไม่จ่ายหนี้ ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็จะไปไล่เบี้ยเอาคืนกับคนค้ำประกัน เมื่อรู้จักการค้ำประกันแบบคร่าวๆ แล้ว มาดูกันค่ะว่าการค้ำประกันมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ความสัมพันธ์กับการค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันสามารถเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลในเครือญาติของผู้กู้ การพิจารณาของธนาคาร การค้ำประกัน ธนาคารจะไม่นำรายได้ของคนค้ำประกันมารวมคิดเพื่อพิจารณาอนุมัติ จะยังคงพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้เท่านั้น แต่จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันแทน โดยผู้ค้ำประกันจะต้อ […]

อ่านเพิ่มเติม
ทำนิติกรรมขายฝากทรัพย์ ใครเป็นคนจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียม
25
Oct 24
การทำนิติกรรม ใครเป็นคนจ่าย ค่าธรรมเนียมการขายฝาก

เมื่อคุณตัดสินใจขายฝากทรัพย์ หรือ ทำนิติกรรมขายฝาก คำถามที่หลายคนยังคงสงสัย คือ ค่าธรรมเนียมการขายฝาก ใครเป็นคนจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม? เดี๋ยววันนี้จะมาไขข้อสงสัยให้ทุกคนกันค่ะ ก่อนอื่นเลยมาทำความรู้จักกับคำว่า ขายฝาก กันก่อนค่ะ การขายฝาก คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย มีกฎหมายคุ้มครองทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก(นักลงทุน) โดยการขายฝาก คือ การซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่มีการทำสัญญา แต่มีเงื่อนไขตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและวงเงินที่ตกลงกัน โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการขายฝากทรัพย์ และค่านิติกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมนั้นๆ    ทำไมต้องจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียม:  การจ่ายค่าภาษี และ ค่าธรรมเนียมการขายฝาก ในการทำนิติกรรมขายฝากทรัพย์มีความสำคัญ ดังนี้ ปฏิบัติตามกฎหมาย การจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่ช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นไปตามข้อกำหนดและถูกต้องตามหลักกฎหมาย บันทึกข้อมูลทางการ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนช่วยให้การขายฝากทรัพย์สินถูกบันทึกในระบบทะเบียนอย่างเป็นทางก […]

อ่านเพิ่มเติม
11
Jun 26
รีไฟแนนซ์กับจำนองต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบชัดเจน

               หลายคนที่มีบ้านหรือคอนโดติดภาระธนาคาร มักสับสนว่า รีไฟแนนซ์กับจำนองต่างกันอย่างไร? เพราะทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับ “การกู้เงินโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน” เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง วัตถุประสงค์ ขั้นตอน และผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสียของแต่ละทางเลือก รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?                รีไฟแนนซ์ คือ การย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิม ไปยังธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น ดอกเบี้ยต่ำลง หรือระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น ตัวอย่างเช่น จากเดิมผ่อนกับ ธนาคารกสิกรไทย อาจย้ายไปรีไฟแนนซ์กับ ธนาคารไทยพาณิชย์ หากได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า จุดประสงค์หลักของรีไฟแนนซ์ ลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน ปรับโครงสร้างหนี้ ขอวงเงินเพิ่ม (Top-up) กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของบ้านเหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนเจ้าหนี้เท่านั้น จำนอง คืออะไร?                จำนอง คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ไปค้ำประกันเงินกู้ โดยเจ้าของทรัพย์ยังคงถือกรรมสิทธิ์ แต่ผู้ให้กู้มีสิทธิยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระ การจำนองสามารถท […]

อ่านเพิ่มเติม