ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ซื้อขายได้ไหม?
6
Jun 25

         หลายคนที่กำลังมองหาที่ดินเพื่อปลูกบ้าน หรือเพื่อการลงทุน อาจเคยเจอประกาศขายที่ดินย่อยแปลงยาว ๆ หรือเป็นแปลงย่อยขนาดเล็ก แล้วเกิดคำถามว่า “ที่ดินแปลงนี้ ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน จะซื้อขายได้ไหม?” คำถามนี้ไม่เพียงแต่สำคัญต่อผู้ซื้อเท่านั้น! แต่ยังสำคัญต่อเจ้าของที่ดินด้วย เพราะหากไม่มีความเข้าใจเรื่อง “ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน” อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลังได้

ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน คืออะไร?

         ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน คือ เอกสารที่ทางเจ้าของที่ดินต้องขออนุญาตจาก กรมที่ดิน หรือ สำนักงานที่ดินจังหวัด ก่อนจะสามารถแบ่งแปลงย่อยที่ดินออกขายให้บุคคลอื่นได้ หากการแบ่งที่ดินนั้นเข้าข่ายการ “จัดสรร”

         ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 การแบ่งที่ดินเกิน 9 แปลง หรือมีทางสาธารณะ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และมีเจตนาขายแก่ประชาชนทั่วไป จะเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน

ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ซื้อขายได้ไหม?

ถ้า ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน จะสามารถซื้อขายได้ไหม?

         ซื้อขายได้ บางกรณี หากการแบ่งแปลง ไม่เข้าข่ายการจัดสรร ตามกฎหมาย เช่น แบ่งไม่เกิน 9 แปลง, ขายให้ญาติ หรือไม่มีถนนสาธารณะ อาจไม่ต้องขอใบอนุญาตจัดสรร และสามารถซื้อขายได้ตามกฎหมาย

         ซื้อขายไม่ได้หรือมีความเสี่ยงทางกฎหมาย หากแบ่งเกิน 9 แปลง หรือมีลักษณะเหมือนจัดสรร (มีถนน วางผังโครงการ ขายให้คนทั่วไป) แต่ไม่มีใบอนุญาตจัดสรร จะถือว่าผิดกฎหมาย และ กรมที่ดินอาจไม่ยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ หรืออาจมีปัญหาด้านผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานตามมา

ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ซื้อขายได้ไหม?

ความเสี่ยงที่ผู้ซื้อควรระวัง

  1. ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้
  2. ไม่สามารถขอเลขที่บ้านหรือไฟฟ้า-ประปาได้ หากที่ดินไม่ผ่านการจัดสรรอย่างถูกต้อง
  3. ไม่มีถนนสาธารณะ หรือถนนในแปลงที่ดินเป็นของเอกชน อาจถูกปิดกั้นในอนาคต
  4. เสี่ยงต่อการถูกยกเลิกการซื้อขายโดยศาล หากมีการฟ้องร้องจากหน่วยงานรัฐ

ก่อนซื้อ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

  • ตรวจสอบ จำนวนแปลงที่ดินรวมทั้งหมด ในโครงการนั้น
  • ขอ สำเนาใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน จากผู้ขาย (ถ้ามี)
  • ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายกับ สำนักงานที่ดินท้องถิ่น
  • ตรวจสอบว่าเข้าข่าย “จัดสรรที่ดิน” หรือไม่ โดยดูจากเจตนา ความถี่ และจำนวนการแบ่งแปลง

         สรุปส่งท้าย ไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน ซื้อขายได้ไหม? การซื้อขายที่ดินไม่มีใบอนุญาตจัดสรร ทำได้ในบางกรณี หากไม่เข้าข่ายการ “จัดสรรที่ดิน” ตามกฎหมาย เช่น แบ่งไม่เกิน 9 แปลง และไม่มีเจตนาจัดสรรเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป หากแบ่งแปลงหลายแปลง มีถนน มีโครงสร้างคล้ายหมู่บ้านจัดสรร และไม่มีใบอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย อาจโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ และเสี่ยงต่อปัญหาทางกฎหมายในอนาคต ผู้ซื้อควร ตรวจสอบเอกสารและสถานะที่ดินกับสำนักงานที่ดินก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ซื้อที่ดินที่มี ใบอนุญาตจัดสรรถูกต้อง และอยู่ในโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน
2
Sep 25
หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน

หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน? หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยในกรณีการเสียชีวิตของเจ้าของที่ดิน คือ “ใครมีสิทธิรับมรดก?” โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าของไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนเสียชีวิต เรื่องสิทธิในที่ดินอาจกลายเป็นปัญหายุ่งยากในครอบครัวหากไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายมรดก บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหาจะอธิบายหลักเกณฑ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย ว่าใครคือผู้มีสิทธิรับมรดกในกรณีที่ไม่มีพินัยกรรม และจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป หากไม่มีพินัยกรรม มรดกจะตกแก่ใคร? กรณีที่เจ้าของที่ดินเสียชีวิตโดย ไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สิน (รวมถึงที่ดิน) จะถูกแบ่งตาม กฎหมายมรดกไทย โดยจะยึดตามลำดับ ทายาทโดยธรรม ซึ่งมี 6 ลำดับ ดังนี้ 👉 ลำดับของทายาทโดยธรรม: ผู้สืบสันดาน (เช่น บุตรหลาน) บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หมายเหตุ: คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิได้รับมรดกร่วมด้วย ไม่ว่าจะมีทายาทในลำดับใดอยู่หรือไม่! หลักการแบ่งมรดก ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่ 1 มีคู่สมรส + ลูก ที่ดิน […]

อ่านเพิ่มเติม
13
Feb 26
เจ้าของบ้านเกือบเสียบ้าน เพราะไม่เข้าใจ สัญญาขายฝาก

               ในช่วงที่ต้องการเงินด่วน หลายคนเลือกใช้วิธี “ขายฝากบ้าน” เพราะเห็นว่าได้เงินเร็ว และยังมีสิทธิไถ่ถอนคืนได้ในภายหลัง แต่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ สัญญาขายฝาก อาจทำให้เจ้าของบ้านเกือบต้องสูญเสียทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิต                บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะเล่ากรณีตัวอย่าง พร้อมอธิบายจุดเสี่ยงในสัญญาที่เจ้าของบ้านควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ กรณีศึกษา มีนายทุนอนุมัติเงินก้อน 1 ล้าน แต่เกือบเสียบ้านมูลค่า 3 ล้าน                คุณเอ (นามสมมติ) ต้องการเงิน 1 ล้านบาท เพื่อปิดหนี้ธุรกิจระยะสั้น จึงตัดสินใจทำ สัญญาขายฝากบ้าน มูลค่าตลาดประมาณ 3 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาไถ่ถอน 1 ปี เงื่อนไขที่ตกลงกันคือ เงินต้น 1,000,000 บาท ค่าตอบแทนรายเดือน(ดอกเบี้ย) ตามที่ระบุในสัญญา กำหนดไถ่ถอนภายใน 12 เดือน                แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคุณเอเข้าใจว่า “หากเกินกำหนดสัก 1 ปี ก็คงต่อรองได้” แต่ในความเป็นจริง เมื่อครบกำหนดแล้ว และเกินระยะเวลา 6 เดือน จากสัญญา จะไม่สามารถไถ่ถอนตามเงื่อนไข และบ้านจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที  บ้านมูลค่า 3 ล้านบาท เกือ […]

อ่านเพิ่มเติม
ก่อนลงทุนต้องรู้จักกับ อัตราการดูดซับ
19
Dec 22
ก่อนลงทุนต้องรู้จักกับ ‘อัตราการดูดซับ’

หลายต่อหลายครั้งเราเห็นคำว่า อัตราการดูดซับ ปรากฏบนข่าว ซึ่งบางทีก็อาจสร้างความสงสัยให้กับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ ว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะมาไขข้องสงสัยกันค่ะ อัตราการดูดซับ หรือ Absorption Rate คือ ดัชนีชี้วัด ‘ความต้องการ’ หรือ ‘อุปสงค์’ ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ว่าในทำเลนั้นๆ หรือ ตลาดของอสังหาฯ แต่ละประเภท เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยการนำหน่วยที่ขายได้ หารด้วยจำนวนยูนิตทั้งหมดที่โครงการมี ยิ่งค่าสูง แสดงว่ายังเป็นที่ต้องการมาก อัตราการดูดซับนี้ เป็นหนึ่งในดัชนีที่ใช้คาดการณ์ภาวะธุรกิจ (Business Expectation Index) ซึ่งโดยส่วนมากทางภาครัฐจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลตัวเลขเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูล เพื่อให้เห็นถึงจุดสูงสุดและต่ำสุดของเศรษฐกิจในประเทศ และติดตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่ในบางครั้ง ทางผู้พัฒนาอสังริมทรัพย์เองก็มีการเก็บรวมรวบข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับโครงการของตน เพื่อคำนวณออกมาเป็นอัตราการดูดซับเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ครึ่งแรกของปี 2565 อัตราการดูดซับของที่อยู่อาศัยทุกประเภท ต่ำสุดในรอบ 5 ปี สำหรับบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด อัตราการดูดซับอยู่ท […]

อ่านเพิ่มเติม