กฎหมายว่า ด้วย ทรัพย์อิงสิทธิ แปลงสิทธิในทรัพย์สิน ให้เป็นหลักประกัน
8
Apr 25

หลายคนคงเคยได้ยิน เรื่อง กฎหมายว่า… ด้วย ทรัพย์อิงสิทธิ กันมาบ้าง แต่ด้วยชื่อเรียกอาจจะทำให้เข้าใจยาก และไม่น่าทำความเข้าใจเอาเสียด้วย ในบทความนี้ Property4Cash จึงนำอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายที่ว่า… ด้วยทรัพย์อิงสิทธิ มาย่อยให้เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อนกันค่ะ

 

ทำความเข้าใจว่า “ทรัพย์” คืออะไร?

ก่อนจะพูดถึงทรัพย์อิงสิทธิ ควรทำความเข้าใจกันก่อนว่า… “ทรัพย์” คืออะไรมีความหมายอย่างไร? 

คำว่า “ทรัพย์” ถูกให้ความหมายไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 137 ว่า “ทรัพย์ หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง”

ส่วนอีกคำหนึ่งที่เรามักพบกันบ่อยคือ “ทรัพยสิทธิ” ซึ่งคำคำนี้ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดให้ความหมายไว้โดยตรง เพียงแต่ถูกกล่าวถึงไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1298 ว่า “ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้น ว่า… จะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น”

ทรัพยสิทธิ หมายถึง สิทธิที่มีวัตถุแห่งสิทธิเป็นทรัพย์ คือ สิทธิที่มีอยู่เหนือทรัพย์ เช่น กรรมสิทธิ์, สิทธิครอบครอง, ภาระจำยอม, สิทธิอาศัย, สิทธิเก็บกิน, สิทธิจำนอง, สิทธิจำนำ ฯลฯ ซึ่งสิทธิเหล่านี้จะติดไปกับตัวทรัพย์ และเจ้าของสิทธิสามารถใช้สิทธินี้อ้างได้กับบุคคลทั่วไป ต่างกับสิทธิอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “บุคคลสิทธิ” ที่เป็นสิทธิที่สามารถใช้อ้างได้กับคู่สัญญาเท่านั้น เช่น สิทธิการเช่า ที่ผู้เช่าอาจยกขึ้นอ้างได้กับผู้ให้เช่าเท่านั้น แต่จำนอง ผู้รับจำนองสามารถอ้างสิทธิจำนองได้ต่อบุคคลทุกคนที่รับโอนทรัพย์ติดจำนองไปได้ เป็นต้น

จากความหมายตามกฎหมายข้างต้น ทรัพย์ จึงหมายถึง สิ่งที่มีรูปร่างเท่านั้น (ถึงแม้จะมีคำพิพากษาศาลฎีกาบางฉบับที่ตีความคำว่าทรัพย์ให้หมายถึงสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง เช่น กระแสไฟฟ้าด้วย แต่นั่นก็เป็นเรื่องการตีความในความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นคดีอาญาที่ศาลตีความขยายขอบเขตของคำว่าทรัพย์ออกไปเพื่อลงโทษผู้ลักกระแสไฟฟ้าให้สมตามเจตนารมย์ของกฎหมายเท่านั้น) 

ดังนั้น ทรัพยสิทธิ จึงเป็นสิทธิที่มีได้เฉพาะเหนือสิ่งที่มีรูปร่างเท่านั้น

 

ทรัพย์อิงสิทธิ คืออะไร?

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562 ตามกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดทรัพย์ชนิดใหม่ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่วัตถุที่มีรูปร่างตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้คำนิยามไว้

โดยตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ความหมายทรัพย์อิงสิทธิไว้ว่า “ทรัพย์อิงสิทธิ หมายความว่า ทรัพย์สินที่อิงจากสิทธิการใช้ประโยชน์อสังหาริมทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้”

เนื้อหาหลักของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้กำหนดให้สิทธิในการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นทรัพย์ขึ้นมา มีเนื้อหาหลัก ๆ ดังนี้

  • ทรัพย์อิงสิทธิ ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มีกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 30 ปี การทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์อิงสิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นกัน
  • ทรัพย์อิงสิทธิสามารถโอน ตกทอดเป็นมรดก หรือ จดทะเบียนจำนองได้
  • เมื่อมีการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ใด เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะก่อตั้งทรัพยสิทธิใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิ
  • ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในอสังหาริมทรัพย์นั้นเหมือนเจ้าของ เว้นแต่สิทธิติดตามและเอาคืนทรัพย์จากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

ตัวอย่างของทรัพย์อิงสิทธิมีอะไรบ้าง

โดยหลักแล้ว กฎหมายว่า… ด้วยทรัพย์อิงสิทธิตราขึ้นมา เพื่อให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์ถูกใช้ประโยชน์ได้ในฐานะที่เป็นทรัพย์ชนิดหนึ่ง สามารถกำหนดมูลค่า และใช้เป็นหลักประกันได้ โอนเปลี่ยนมือกันได้อย่างอสังหาริมทรัพย์ 

 

และประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากกฎหมายฉบับนี้

จากกฎหมายฉบับนี้ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะมีทางเลือกในการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิ เพื่อนำออกหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นเพียงบุคคลสิทธิ สามารถใช้อ้างได้ต่อคู่สัญญาเช่านั้น

กฎหมายว่า ด้วย ทรัพย์อิงสิทธิ แปลงสิทธิในทรัพย์สิน ให้เป็นหลักประกัน

การใช้ทรัพย์สิน เป็นหลักประกันในการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจหรือการยืมเงินจากสถาบันการเงิน และในปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกันได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของการค้าและธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าใจและใช้สิทธิที่มีในทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องและมั่นคง

ทรัพย์อิงสิทธิ: ความหมายและประเภท

“ทรัพย์อิงสิทธิ” หมายถึง ทรัพย์สินที่สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการยืมเงินหรือการก่อหนี้ เพื่อให้ผู้ให้ยืมสามารถมีหลักประกันว่าในกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้ยืมจะสามารถเรียกร้องสิทธิในการเข้าครอบครองหรือขายทรัพย์สินนั้นเพื่อนำมาชำระหนี้ได้

ประเภทของทรัพย์อิงสิทธิ ได้แก่:

  1. อสังหาริมทรัพย์: เช่น บ้าน ที่ดิน อาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและสามารถใช้เป็นหลักประกันได้ตามกฎหมาย

  2. สังหาริมทรัพย์: เช่น รถยนต์, เครื่องจักร, อุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักประกันในการทำสัญญากู้ยืมได้

  3. สิทธิทางปัญญา: เช่น สิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้า ซึ่งในบางกรณีก็สามารถใช้เป็นหลักประกันได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกัน

การแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกันได้รับการควบคุมโดยกฎหมายหลายฉบับที่สำคัญ เช่น:

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ประมวลกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืม): โดยเฉพาะในส่วนของการจำนองหรือการโอนสิทธิในทรัพย์สินเพื่อให้เป็นหลักประกัน เช่น การจำนองบ้านหรือที่ดิน ซึ่งต้องมีการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

  2. กฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ (Business Security Law): กฎหมายนี้มีการออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้ทรัพย์สินที่ไม่ได้จดทะเบียนตามแบบดั้งเดิม เช่น บัญชี receivables หรือสินค้าคงคลัง เป็นหลักประกันในการทำธุรกรรม

  3. กฎหมายที่เกี่ยวกับการล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ: ในกรณีที่เจ้าหนี้ต้องการบังคับคดี หรือเรียกร้องสิทธิจากทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน

การแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกัน

การแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกันนั้นอาจเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ เช่น:

  1. การจำนอง: เป็นการให้สิทธิในทรัพย์สินบางประเภท เช่น ที่ดิน บ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน โดยผู้กู้ยังคงมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นจนกว่าจะผิดนัดชำระหนี้

  2. การโอนสิทธิ: ในบางกรณี เช่น การโอนสิทธิในทรัพย์สินบางชนิด เช่น บัญชีลูกหนี้ (accounts receivable) หรือสิทธิในทรัพย์สินที่มีมูลค่า อาจใช้เป็นหลักประกันในการขอกู้ยืมเงิน

  3. การเช่าซื้อ: ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินต้องการนำทรัพย์สินมาทำเป็นหลักประกันโดยใช้วิธีการเช่าซื้อ หรือการทำสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อทรัพย์สินนั้นๆ ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน

ข้อดีของการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน

การแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกันมีข้อดีหลายประการทั้งในด้านการเงินและธุรกิจ เช่น:

  1. ลดความเสี่ยง: การมีหลักประกันช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากเจ้าหนี้สามารถเรียกใช้ทรัพย์สินนั้นได้

  2. เพิ่มโอกาสในการกู้ยืม: ผู้กู้สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการมีหลักประกันเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าหนี้

  3. ลดต้นทุนทางการเงิน: เมื่อมีหลักประกัน เจ้าหนี้อาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพราะลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ

สรุปส่งท้าย ทรัพย์อิงสิทธิ ใช้เป็นหลักประกันในการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันควรทำความเข้าใจกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

การแปลงสิทธิในทรัพย์สินให้เป็นหลักประกันไม่ได้เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินและการทำธุรกรรม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการเงินและลดความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

นี่เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่เรานำมาฝากกัน บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไร? อย่าลืม! กดเข้ามาอ่านกันน้า…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

4
Aug 26
รถไฟฟ้าสายใหม่ เส้นไหนส่งผลต่อราคาอสังหาฯ มากที่สุด? วิเคราะห์ทำเลน่าลงทุน ปี 2569

รถไฟฟ้าสายใหม่ เส้นไหนส่งผลต่อราคาอสังหาฯ มากที่สุด                    การขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มีการประกาศก่อสร้างหรือเปิดให้บริการเส้นทางใหม่ มูลค่าที่ดิน บ้าน และคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบมักได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน                    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่รถไฟฟ้าทุกสายที่จะส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในระดับเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความหนาแน่นของชุมชน การเชื่อมต่อกับย่านธุรกิจ (CBD) ศักยภาพการพัฒนาเมือง และความต้องการของตลาด   ทำไมรถไฟฟ้าจึงทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น?                    ระบบขนส่งมวลชนช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิต และยกระดับศักยภาพของพื้นที่ ส่งผลให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและที่ดินบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาปรับตัว ได้แก่ เดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจได้สะดวก มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเมือง นักลงทุนเข้ามาพัฒนาโครงการใหม่ ความต้องการซื้อแ […]

อ่านเพิ่มเติม
ทรัพย์หลุด ฝากขาย ควรทำอย่างไรดี?
12
Dec 23
ทรัพย์หลุดฝากขาย ควรทำอย่างไรดี?

หลายๆ คนที่นำอสังหาริมทรัพย์มาขายฝากครั้งแรกก็มักมีคำถามกังวลใจตลอดเวลา ถ้าขายฝากอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วจะมีโอกาสหลุดไปหรือไม่ หากขายฝากแล้ว ทรัพย์หลุด เราควรทำอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ทรัพย์สินนั้นคือมา จริงๆ การขายฝากก็คล้ายกับการจำนองนั้นเอง เราสามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และเสียค่าดอกเบี้ยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ เมื่อมีการจะถอนไถ่ทรัพย์จะต้องมีเงินต้นไปไถ่ถอนคืนภายใน 1 ปี กรณีเลยกำหนดไถ่ถอน หรือ ทรัพย์หลุด ขายฝาก อาจมี 2 สาเหตุ เกิดจากติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้ หรือผู้ซื้อฝากเบี้ยวนัด ในกรณีนี้ หากผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ หรือติดต่อเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้เลย อย่าปล่อยเวลาผ่านไปเฉยๆ เพราะคิดว่าติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้คงไม่เป็นอะไร เพราะมันมีผลทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่ขายฝากไปนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อฝากทันที ปัญหาตรงนี้แหละที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จะทำอย่างไรดี? ถ้าเกิดกรณีกับคุณ หรือเกิดกับญาติพี่น้อง ให้แก้ด้วยวิธีการนำเงินสินไถ่ไปวางที่ สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดี ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ผู้ขายฝากหลุดจากหน […]

อ่านเพิ่มเติม
8
Oct 25
ขายฝากหลุด คืออะไร? มีผลอย่างไรกับเจ้าของเดิม?

ขายฝากหลุด คืออะไร? มีผลอย่างไรกับเจ้าของเดิม?                ขายฝากคืออะไร? ก่อนจะเข้าใจคำว่า “ขายฝากหลุด” เราต้องรู้จักคำว่า ขายฝาก กันก่อน                 ขายฝาก (Sale with the Right of Redemption) คือ การซื้อขายทรัพย์สิน (เช่น บ้าน ที่ดิน) ที่ผู้ขายยังมีสิทธิ “ไถ่ถอน” ทรัพย์คืนได้ ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย ซึ่ง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อทันที ตั้งแต่วันทำสัญญา ต่างจากการจำนองที่เจ้าของยังคงเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ ขายฝากหลุดคืออะไร?                ขายฝากหลุด หมายถึง สถานการณ์ที่ เจ้าของเดิมไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยปกติไม่เกิน 10 ปีสำหรับบุคคลธรรมดา และ 3 ปีสำหรับนิติบุคคล หากไม่มีการต่ออายุ เมื่อถึงกำหนดแล้วเจ้าของเดิม ไม่ชำระเงินไถ่ถอน ทรัพย์นั้นจะกลายเป็น กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ของผู้ซื้อฝากทันที โดยไม่ต้องฟ้องร้องใดๆ   สาเหตุที่ทำให้ขายฝากหลุด ไม่มีเงินไถ่ถอนตามกำหนด ผู้ขายอาจประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ไม่มีเงินมาชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย ลืมหรือไม่รู้กำหนดเวลาไถ่ถอน บางคนเข้าใจผิดว่า… สามารถไถ่เมื่อไรก็ได้ หรือไม่รู้เงื่อนไขในสัญญา เจรจาต่อร […]

อ่านเพิ่มเติม