โฉนดที่ดิน แต่ละประเภทให้สิทธิ์ในที่ดินต่างกัน
7
Feb 24

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่ดิน เราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่า โฉนดที่ดิน มีกี่ประเภท
ซึ่งในปัจจุบันที่ดินถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทมากๆ
มีทั้งแบบเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินและเอกสารสิทธิที่ดิน
หรือแบบที่คนทั่วไปอย่างเราๆ สามารถซื้อขายกันได้ตามกฎหมาย
และแบบที่รัฐออกสิทธิ์ให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินตรงนั้น แต่ไม่อนุญาตให้ครอบครองซื้อขายกันได้
ซึ่งความแตกต่างของสิทธิ์นี้จะระบุในโฉนดที่ดินทั้งหมด
บางคนอาจไม่ได้สังเกตุจึงทำให้เข้าใจผิดเกิดเป็นข้อพิพาทฟ้องร้องกันได้
เพื่อความชัดเจนว่าโฉนดที่ดินแบบไหนสามารถซื้อขายกันได้
เราจะรวบรวมข้อมูลโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ์ที่ดินต่างๆ กัน

ทำความรู้จักโฉนดที่ดิน

โฉนดที่ดินที่เราเรียกกันบ่อยๆ คือ หนังสือสำคัญที่มีไว้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินออกให้โดยกรมที่ดิน
ผู้ที่มีโฉนดที่ดินจะถือว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ระบุไว้ในเอกสาร
และมีอำนาจในการใช้ประโยชน์จากที่ดินตามพื้นที่ ที่ระบุในโฉนดที่ดินนั้น
ซึ่งโฉนดที่ดินมีหลายประเภทและมีกรรมสิทธิ์ที่แตกต่างกันไป
เช่น บางชนิดสามารถซื้อขายได้ บางชนิดไม่สามารถซื้อขายได้
โดยสังเกตได้จากสีของตราครุฑ และรหัสเอกสารด้านบนขวา

โฉนดที่ดิน สามารถแบ่งเป็น 7 ประเภท

  1. โฉนดที่ดิน นส.4 หรือตราครุฑสีแดง

โฉนดที่ดินแบบนี้ ผู้ครอบครองมีกรรมสิทธิ์เต็มที่ในการใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เป็นโฉนดที่ดินที่แสดงกรรมสิทธิ์ชัดเจน ทำให้โฉนดที่ดินประเภทนี้เป็นที่นิยมในการซื้อขายมากที่สุด

  1. เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. หรือตราครุฑเขียว

เป็นเอกสารที่แสดงสิทธิในการทำประโยชน์ในพื้นที่ดินนั้นๆ แต่ไม่มีกรรมสิทธิครอบครอง
จะต้องมีการทำระวางรูปถ่ายทางอากาศและต้องมีการรังวัดจัดทำแผนที่แล้วเท่านั้น สามารถซื้อขาย จดจำนองได้
แต่ผู้ครอบครองโฉนดนี้สามารถยื่นขอเปลี่ยนโฉนดตราครุฑเขียวเป็นโฉนดนส.4 ได้เลย
โดยไม่ต้องไม่ต้องรองรังวัดและติดประกาศ 30 วัน

  1. เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ข. หรือตราครุฑดำ

เป็นเอกสารที่แสดงสิทธิการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินนั้นๆ แต่ไม่มีสิทธิครอบครอง
โฉนดนี้จะไม่มีรูปถ่ายทางอากาศ ไม่มีการวัดพื้นที่ละเอียด
หรือเรียกง่ายๆ คือโฉนดประเภทนี้ขาดความถูกต้องของขอบเขตที่ดินสามารถซื้อขายได้เลย
ผู้ครอบครองโฉนดนี้สามารถยื่นขอเปลี่ยนโฉนดตราครุฑดำเป็นโฉนดนส.4 ได้
แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้ามาทำการรังวัดและติดประกาศเป็นระยะเวลา 30 วัน
ถ้าไม่มีใครยื่นเรื่องขอคัดค้าน จึงจะสามารถทำเรื่องขอออกโฉนดได้

  1. เอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 หรือตราครุฑสีน้ำเงิน

เป็นเอกสารที่ออกให้เจ้าของมีสิทธิในการทำ “เกษตรกรรม” บนที่ดินนั้น ไม่สามารถซื้อขายได้
แต่สามารถแบ่งตกทอดเป็นมรดกสู่ทายากต่อไปได้และทายาทก็จะต้องทำเกษตรกรรมบนที่ดินนั้นเท่านั้น
สามารถจำนองได้เฉพาะที่เป็นโครงการของรัฐ หากผู้ครอบครองทำผิดเงื่อนไข รัฐสามารถยืดคืนได้

  1. ใบจอง หรือ นส. 2

เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ทางราชการออกให้แก่ประชาชนแบบชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี
ซึ่งผู้ที่มีใบจองจะสามารถทำประโยชน์ในที่ดินได้เกิน 75% ของที่ดิน
ก่อนจะครบกำหนดส่งคืน ไม่สามารถซื้อขาย โอน จดจำนองได้ ยกเว้นยกมอบเป็นมรดกแก่ทายากโดยตรง

  1. ที่ดิน ภ...5 หรือบำรุงภาษีท้องที่

เป็นใบชำระภาษีบำรุงภาษีท้องที่ของผู้อยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาแต่เดิม
ซึ่งที่ดินนี้เป็นของรัฐ ผู้ที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินนี้จะต้องชำระภาษีให้กับภาครัฐ
ไม่มีสิทธิครอบครอง ไม่สามารถซื้อ ขาย หรือโอนให้กันได้
แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้กับทายาทได้

  1. สิทธิที่ดินทำกิน หรือ สทก.

เป็นหนังสือที่กรมป่าไม้ออกให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการทำกินบนพื้นที่ป่าไม้
ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนให้กันได้ แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้แก่ทายากได้
หากเจ้าของสิทธิปล่อยที่ดินรกร้างติดต่อกันเกิน 2 ปี อาจถูกยึดคืนได้

สรุปแล้ว การจะซื้อขายที่ดินจะต้องดูว่าโฉนดที่เรามีอยู่ เป็นโฉนดประเภทไหน มีไว้เพื่ออะไร
เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องกรรมสิทธิและนำไปสู่การฟ้องร้องที่หลังมาได้ค่ะ

โฉนดที่ดิน แต่ละประเภทให้สิทธิ์ในที่ดินต่างกัน

—————————————————–

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficia

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

28
Oct 25
อัพเดทข้อตกลง MOU ไทย-สหรัฐ ใครได้เปรียบ? 

อัพเดทข้อตกลง MOU ไทย-สหรัฐ ใครได้เปรียบ?                 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยรายละเอียดฉบับเต็มของ “บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน” มีรายละเอียด ดังนี้   รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลไทย (ต่อไปนี้เรียกว่า “ภาคี”)                แสวงหาความร่วมมือในการกำกับดูแลภาคทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ และส่งเสริมการค้าและการลงทุน เพื่อยกระดับการบูรณาการของไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้                โดยคำนึงถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองภาคี ตลอดจนความสำคัญของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนา                ตระหนักถึงความสำคัญของตลาดที่มีความมั่นคง หลากหลาย คล่องตัว และเป็นธรรมสำหรับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่มีความสำคัญ เพื่อสนับสนุนการสำรวจ การสกัด การแปรรูป ก […]

อ่านเพิ่มเติม
16
Oct 25
ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น มีผลกับเศรษฐกิจหรือไม่?

ทำไม ราคาทอง พุ่งขึ้น?                ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนสังเกตเห็นว่าราคาทองคำ “พุ่งขึ้นต่อเนื่อง” จนทำสถิติสูงสุดใหม่แทบทุกเดือน  ไม่ว่าจะเป็นราคาทองแท่งในประเทศ หรือราคาทองคำโลกที่ทะลุ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์                คำถามคือ… อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทองพุ่งขึ้น?  และ ราคาทองที่แพงขึ้นมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไร? มาดูคำตอบกันค่ะ                1.ทองคำ คือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ยามเศรษฐกิจผันผวน ทุกครั้งที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน  เช่น สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือเงินเฟ้อพุ่งสูง                นักลงทุนทั่วโลกมัก “โยกเงิน” จากสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น, สกุลเงิน) มาลงทุนในทองคำแทน เพราะทองคำ รักษามูลค่าได้ในระยะยาว จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ ราคาทองพุ่งขึ้นทันที เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ                  2. ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า → ราคาทองสูงขึ้น ทองคำถูกกำหนดราคาเป็น เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)  ดังนั้น เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักจะ “เพิ่มขึ้น” เพราะนักลงทุนต้องใช้เงินดอลลาร์มากขึ้นเพื่อซื้อทองในปริมาณเท่าเดิม ในทางกลับกัน หากดอลลาร์แข็งค […]

อ่านเพิ่มเติม
ค่าโอน
30
Dec 22
ไอ้หยา~ ค่าโอนอสังหาฯ ปีหน้า แพงขึ้น 100 เท่า!!

ถึงกับต้องร้องเสียงหลงกันว่า ไอ้หยา~ เมื่อ ค่าโอน อสังหาฯ ปีหน้า แพงขึ้นถึง 100 เท่า!! หลังมีมิติ ครม. ออกมาว่า ในปี 2566 นี้ จะมีมาตรการช่วยเหลือลดค่าโอนให้เพียง 1% เท่านั้น เทียบจากปี 2565 ที่ผ่านมาคนไทยได้รับการช่วยเหลือตรงนี้ เสียค่าโอนกันเพียงแค่ 0.01% จากปกติ 2% เท่านั้นเอง จากข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เห็นชอบมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน ด้วยมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1%  ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01%  สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ และห้องชุด (คอนโด) ทั้งบ้านมือ 1 และมือ 2 เฉพาะที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสัญญา (แหล่งที่มาข่าว https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/62863) หมายความว่า.. หากเราจะซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท  จากเดิมปี 2565 เราจะเสียค่าโอน 0.01% หรือ 300 บาท เพียงเท่านั้น แต่ในป […]

อ่านเพิ่มเติม