ทรัพย์ติดจำนองขายได้ไหม ?
16
Oct 24

เมื่อคุณเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ทำขายฝากหรือจำนองไว้ สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจสงสัย คือ ทรัพย์ติดจำนองขายได้ไหม ? เพราะการจัดการ ทรัพย์ขายฝาก ในสถานะนี้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายด้าน การเข้าใจเงื่อนไขและข้อจำกัดในการขายทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การขายฝากหรือจำนองจึงเป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันว่ามีข้อควรรู้หรือเงื่อนไขอะไรบ้างที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจประกาศขาย

การทำขายฝากหรือจำนองเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อหรือการตั้งหลักประกันเพื่อกู้เงินกับทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการขายทรัพย์สินนั้นดังนี้

ขายฝาก: เมื่อคุณทำขายฝาก ทรัพย์ขายฝาก จะยังคงเป็นของคุณในทางกฎหมาย แต่เจ้าของที่ได้ทำขายฝากจะมีสิทธิ์ในการไถ่ทรัพย์สินกลับในอนาคตโดยการชำระเงินตามที่ตกลงไว้ (ปกติจะมีระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยที่ตกลงกัน) หากไม่ไถ่กลับภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าของทรัพย์สินจะสูญเสียสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นไปและผู้ที่รับขายฝากจะได้ทรัพย์สินไป แต่เจ้าของทรัพย์เดิมสามารถประกาศขายบ้านได้ หากมีผู้ซื้อ ทรัพย์ก็นำเงินที่ประกาศขายได้ไปชำระเงินแก่ผู้รับซื้อฝากเพื่อไถ่ทรัพย์สินกลับและปลดการขายฝากก่อนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านให้กับผู้ซื้อนั่นเอง

จำนอง: ในกรณีของการจำนอง, ทรัพย์สิน บ้าน คอนโด ที่ดิน จะยังคงอยู่ในชื่อของคุณ, แต่จะมีการจดจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ หากคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้สามารถนำบ้านไปขายเพื่อชำระหนี้ได้ การขายทรัพย์สินในกรณีนี้คุณสามารถขายบ้านได้ แต่ต้องปิดหนี้จำนองให้เรียบร้อย หรือได้รับการยินยอมจากเจ้าหนี้เพื่อปลดจำนองก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ

การขายบ้านที่มีสัญญาขายฝาก จำนองเดิมอยู่นั้น ถ้าคุณทำการขายฝากบ้านแล้ว เจ้าของบ้านยังสามารถขายบ้านนั้นได้ เจ้าของเดิมมีสิทธิ์ในการไถ่ถอนบ้านภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าหากทำขายฝากแล้วมีผู้สนใจจะซื้อบ้านหลังที่เราประกาศขายและติดสัญญาขายฝากอยู่ เจ้าของทรัพย์ก็เพียงแค่นำเงินที่ขายได้ส่วนนึงมาชำระหนี้คืนให้แก่ผู้รับซื้อฝาก หรือที่เรียกกันว่า ค่าไถ่ถอน ตามตัวเลขที่ตกลงกันในสัญญา และเจ้าของทรัพย์ก็รับส่วนต่างจากการชำระหนี้สินทั้งหมดกลับไป

ทรัพย์ติดจำนองขายได้ไหม ? ; ทรัพย์ขายฝาก

การไถ่ถอนขายฝาก คือ การที่ผู้ขาย (เจ้าของทรัพย์) ชำระหนี้หรือเงินที่ตกลงกับเจ้าหนี้ในสัญญาขายฝากเพื่อคืนกรรมสิทธิ์ (หรือสิทธิ์ในการครอบครอง) กลับมายังเจ้าของทรัพย์ หลังจากที่เจ้าของทรัพย์ได้ขายทรัพย์ให้กับเจ้าหนี้โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ขายสามารถไถ่คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายฝาก

ขั้นตอนการไถ่ถอนขายฝากไม่ยุ่งยากเลย ทรัพย์ต้องตรวจสอบยอดเงินที่ต้องไถ่ถอน เมื่อต้องการไถ่ถอนบ้านจากการขายฝากทรัพย์ต้องตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระกับเจ้าหนี้ ซึ่งรวมถึง เงินต้น (ที่ขายฝาก) และ ดอกเบี้ย ตามที่ได้ตกลงในสัญญา เช่น เงินต้น 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย 15% ต่อปี เท่ากับว่า ค่าไถ่ถอนขายฝากจะเป็นเงิน 1,150,000 บาท เมื่อชำระหนี้สินเรียบร้อยแล้ว ทรัพย์จะมีการลงนาม หรือเซ็นต์ในเอกสารปลอดขายฝาก หลังจากที่ชำระหนี้เรียบร้อย เจ้าหนี้จะต้องลงนามในเอกสาร “ปลอดขายฝาก” หรือ “ปลดการขายฝาก” เพื่อยืนยันว่าเจ้าหนี้ได้ปลดสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นคืนให้แก่เจ้าของทรัพย์ เจ้าของทรัพย์ก็สามารถนำเอกสารไปยื่นให้กับ สำนักงานที่ดินเพื่อทำการยกเลิกการจดขายฝาก

ในส่วนของการดำเนินการขอปลดการขายฝากที่สำนักงานที่ดิน เมื่อมีเอกสารปลอดขายฝากแล้ว เจ้าของบ้านสามารถนำเอกสารนี้ไปยื่นที่ สำนักงานที่ดิน เพื่อขอให้ทำการยกเลิกการจดขายฝากในทะเบียนที่ดิน และให้โอนกรรมสิทธิ์กลับเป็นของเจ้าของเดิม เมื่อขั้นตอนการไถ่ถอนขายฝากเสร็จสมบูรณ์  เจ้าของทรัพย์จะได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นคืน และทรัพย์สินนั้นจะกลับมาเป็นของเจ้าของเดิมโดยสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย

ในส่วนการโอนขายบ้านเป็นกระบวนการที่เจ้าของบ้าน (ผู้ขาย) และผู้ซื้อบ้านต้องทำการโอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยผ่านขั้นตอนทางกฎหมายที่สำนักงานที่ดิน เพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์นั้นสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนการโอนบ้านมีรายละเอียดดังนี้

เตรียมเอกสาร ก่อนที่จะไปโอนที่สำนักงานที่ดิน ผู้ขายและผู้ซื้อจำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้ โฉนดที่ดิน , ทะเบียนบ้าน , บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ , สัญญาซื้อขาย , เอกสารการชำระหนี้ (ถ้ามีการจำนองหรือขายฝาก) หากบ้านมีการจำนองหรือขายฝากอยู่ ผู้ขายต้องทำการปลดจำนองหรือไถ่ขายฝากให้เสร็จก่อน เพื่อให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์

ตรวจสอบสถานะบ้านและที่ดิน ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ควรตรวจสอบสถานะของบ้านและที่ดินว่าไม่มีภาระผูกพันหรือข้อพิพาท เช่น ไม่มีการจำนองขายฝาก หรือมีการไถ่ถอนจำนองขายฝากเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง

ตกลงราคาและวิธีการชำระเงิน ก่อนที่จะไปโอนกรรมสิทธิ์กันที่สำนักงานที่ดิน, ผู้ขายและผู้ซื้อจะต้องตกลงเรื่องราคาขายและวิธีการชำระเงิน เช่น ชำระทั้งหมดในครั้งเดียว หรือชำระตามงวดที่ตกลงกัน (โดยมักจะชำระก่อนโอนกรรมสิทธิ์เพื่อความปลอดภัย)

ไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำการโอน เมื่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเตรียมเอกสารทั้งหมดพร้อมแล้ว ให้ไปที่ สำนักงานที่ดิน ที่ตั้งของบ้านเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ โดยจะมีขั้นตอนดังนี้:

กรอกแบบฟอร์มโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อจะต้องกรอกเอกสารที่สำนักงานที่ดินเตรียมไว้สำหรับการโอน

จ่ายค่าธรรมเนียมการโอน และภาษี ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์บ้านจะคิดตามราคาประเมินที่ดินหรือราคาขายที่สูงกว่า ซึ่งตามกฎหมายจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2% ของราคาซื้อขายบ้าน และค่าภาษีต่างๆสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้เลย

สำนักงานที่ดินออกเอกสารโอน เมื่อกระบวนการโอนเสร็จสิ้น สำนักงานที่ดินจะทำการออกเอกสารเพื่อยืนยันการโอนกรรมสิทธิ์ และทั้งผู้ขายและผู้ซื้อจะได้รับ โฉนดที่ดิน (หรือหนังสือกรรมสิทธิ์) ที่ใหม่ โดยระบุชื่อของผู้ซื้อใหม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทนผู้ขายใบเสร็จรับเงิน หรือ เอกสารที่แสดงการชำระเงินค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งนี้เมื่อการโอนเสร็จสมบูรณ์แล้ว, ผู้ซื้อจะเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถนำเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ไปใช้อ้างอิงในการทำธุรกรรมอื่นๆ ได้

 

สรุปแล้ว สำหรับข้อสงสัยที่ถามว่า… ทรัพย์ติดจำนองขายได้ไหม คำตอบคือ สามารถทำได้!! แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดตามกฎหมาย หากคุณเป็นเจ้าของทรัพย์ที่อยู่ในสถานะนี้ ควรตรวจสอบสัญญาและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์หรือทนายความก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถจัดการทรัพย์สินของคุณได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

—————————————————–

Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ที่ดินท้องมังกร คืออะไร?
29
Jul 25
ที่ดินท้องมังกรคืออะไร และที่ดินแบบไหนถูกหลักฮวงจุ้ย

          ที่ดินท้องมังกร เป็นคำที่มาจากศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีน ซึ่งเปรียบเทียบทำเลที่ดินกับร่างกายของมังกร หนึ่งในสัตว์มงคลที่มีพลังอำนาจ ความเจริญรุ่งเรือง และโชคลาภ ที่ดินที่ได้ลักษณะ “ท้องมังกร” มักหมายถึง ทำเลที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีพลังงานไหลเวียนดี เหมาะสำหรับการสร้างบ้านหรือธุรกิจ ลักษณะเด่นของ “ที่ดินท้องมังกร” อยู่ในแอ่งกระทะ (โอบล้อมเหมือนท้องมังกร) ลักษณะที่ดินแบบแอ่งหรือมีภูเขา/เนินเขาโอบล้อมด้านหลัง เปรียบเสมือนมังกรกำลังก้มลงห่อหุ้มพลัง เป็นจุดที่พลังงานไหลเวียนมารวมตัว ถือเป็นจุดศูนย์รวมโชคลาภ มีน้ำอยู่ด้านหน้า (แม่น้ำ สระ หรือทะเล) น้ำในศาสตร์ฮวงจุ้ย หมายถึง ความมั่งคั่ง หากด้านหน้าของที่ดินมีน้ำไหลเอื่อยหรืออยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่าเป็นที่ดินมงคล ทิศหลังแข็งแรง ทิศหน้าปลอดโปร่ง ด้านหลังที่ดินควรมีภูเขาหรือสิ่งก่อสร้างที่มั่นคง เช่น กำแพง ตึก เพื่อเปรียบเสมือน “กระดูกสันหลังมังกร” ส่วนด้านหน้า ควรเปิดโล่งเพื่อให้พลังงานดีเข้ามาได้อย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือคมทิ่มแทงตรงหน้า เช่น เสาไฟฟ้า ถนนพุ่งตรงเข้าบ้าน หรือมุมอาคารคมๆ เล็งเข้าหาตัวบ้าน […]

อ่านเพิ่มเติม
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
17
Jul 26
แนะนำ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ทางเลือกเมื่อแบงก์อนุมัติช้า แต่ธุรกิจต้องเดินต่อ

เมื่อธุรกิจต้องโต สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME  จึงสำคัญ แต่การรอสินเชื่อจากธนาคารอาจไม่ทันเวลา                    สำหรับผู้ประกอบการ SME “เวลา” คือ ทรัพยากรที่มีมูลค่าไม่แพ้เงินทุน เพราะทุกโอกาสทางธุรกิจอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับออเดอร์ล็อตใหญ่ การนำเข้าสินค้า การขยายสาขา หรือการเติมสต็อกในช่วงที่ยอดขายกำลังเติบโต                    แต่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับปัญหา สินเชื่อธนาคารใช้เวลาพิจารณานาน ตั้งแต่การรวบรวมเอกสาร การตรวจสอบงบการเงิน ไปจนถึงขั้นตอนอนุมัติ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เมื่อเงินทุนมาช้า โอกาสทางธุรกิจก็อาจหลุดลอยไปเช่นกัน    ทำไม SME จึงมองหาทางเลือกนอกเหนือจากธนาคาร                    ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางมักมีข้อจำกัดที่แตกต่างจากธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนตลอดเวลา รายได้อาจไม่สม่ำเสมอในแต่ละเดือน ไม่มีหลักประกันมูลค่าสูง เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ ต้องการเงินทุนภายในเวลาอันจำกัด ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหา สินเชื่อธุรกิจทางเลือก ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า และตอ […]

อ่านเพิ่มเติม
5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?
24
Sep 25
5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?           คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหม? เงินเดือนออกมาไม่ทันไรก็หมด รายรับไม่พอกับรายจ่าย ต้องคอยหยิบยืม หรือรูดบัตรเครดิตเป็นประจำ ถ้าคุณกำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา มี 5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน ที่ใช้ได้จริง ช่วยให้คุณกลับมาควบคุมการเงินได้อีกครั้ง   1. ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย อย่างละเอียด           เริ่มจากการรู้จัก “ที่มาที่ไป” ของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายรายวันอย่างจริงจัง เพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายใดจำเป็น และค่าใช้จ่ายใดสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้ เคล็ดลับ ใช้แอปพลิเคชันจดบัญชี เช่น Money Lover, Spendee หรือสมุดจดธรรมดาก็ได้ เช็กย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อหาพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่จำเป็น   2. ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น           เมื่อรู้ว่า… ค่าใช้จ่ายไหนเกินตัว ก็ถึงเวลาปรับลด เช่น งดกินข้าวนอกบ้านบ่อย, ยกเลิกสมัครสมาชิกแอปหรือบริการที่ไม่ได้ใช้, เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของจาก “อยากได้” เป็น “จำเป็นต้องใช้” จำไว้ : เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ คือเงินที่ช่วยให้คุณรอดในยามวิกฤ […]

อ่านเพิ่มเติม