20
Feb 26

ขั้นตอนการ ต่ออายุสัญญาขายฝาก ต้องทำอย่างไรให้ถูกกฎหมาย

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นวิธีเข้าถึงเงินด่วนที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าของทรัพย์ต้องการเงินทุนระยะสั้น แต่ยังต้องการสิทธิไถ่คืนทรัพย์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม เมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญา หลายคนสงสัยว่า สามารถต่ออายุสัญญาขายฝากได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปขั้นตอนและข้อควรรู้แบบเข้าใจง่าย

ขายฝาก คืออะไร ตามกฎหมายไทย

               ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขายฝาก คือ การซื้อขายทรัพย์สินที่ผู้ขายมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ไถ่คืนภายในกำหนด ทรัพย์สินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อทันที

ระยะเวลาไถ่ถอนสูงสุดตามกฎหมาย

  • อสังหาริมทรัพย์ (เช่น ที่ดิน บ้าน) ไม่เกิน 10 ปี

  • สังหาริมทรัพย์ ไม่เกิน 3 ปี

หากกำหนดเกินกว่านี้ จะลดลงเหลือเท่าที่กฎหมายกำหนดโดยอัตโนมัติ

ต่ออายุสัญญาขายฝาก ทำได้หรือไม่?

               คำตอบคือ ทำได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องก่อนครบกำหนดไถ่ถอน และต้องทำในรูปแบบที่กฎหมายรับรอง มิฉะนั้นสิทธิไถ่ถอนอาจสิ้นสุดลงทันที

การต่ออายุไม่ใช่เพียงการเขียนบันทึกข้อตกลงกันเอง แต่ต้องดำเนินการในลักษณะเดียวกับการทำสัญญาขายฝากใหม่

ขั้นตอนการต่ออายุสัญญาขายฝากให้ถูกกฎหมาย

               1. ตรวจสอบวันครบกำหนดไถ่ถอน ควรตรวจสอบในสัญญาฉบับเดิมว่า วันครบกำหนดคือวันใด และต้องดำเนินการก่อนวันนั้น หากเลยกำหนด สิทธิไถ่ถอนจะหมดลงทันที

               2. เจรจาตกลงเงื่อนไขใหม่ คู่สัญญาต้องตกลงกันเรื่อง ระยะเวลาขายฝากใหม่, สินไถ่ (จำนวนเงินไถ่คืน), ค่าใช้จ่ายต่างๆ, ดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตอบแทน (ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด)

               3. จัดทำสัญญาขายฝากฉบับใหม่ ในทางปฏิบัติ การต่ออายุจะทำโดย “ยกเลิกสัญญาเดิมและทำสัญญาใหม่” เพื่อให้ชัดเจนตามกฎหมาย

               4. จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ภายใต้การกำกับของ กรมที่ดิน
หากไม่จดทะเบียน การต่ออายุอาจไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

               5. เก็บหลักฐานเอกสารให้ครบถ้วน ควรเก็บสำเนาสัญญา ใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานการจดทะเบียนไว้ครบถ้วน เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

ข้อควรระวังในการต่ออายุสัญญาขายฝาก

  • อย่าปล่อยให้ครบกำหนดก่อนดำเนินการ

  • อย่าทำสัญญาเป็นเพียงเอกสารส่วนตัวโดยไม่จดทะเบียน (กรณีอสังหาริมทรัพย์)

  • ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยไม่ให้เกินกฎหมาย

  • อ่านรายละเอียดเงื่อนไขใหม่ทุกข้อก่อนลงนาม

หากไม่ต่ออายุหรือไม่ไถ่ถอน จะเกิดอะไรขึ้น?

               เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน และไม่มีการต่ออายุหรือไถ่คืน ทรัพย์สินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อโดยสมบูรณ์ ผู้ขายเดิมไม่มีสิทธิเรียกร้องคืน เว้นแต่มีข้อพิพาททางกฎหมายอื่นๆ

               สรุป การ ต่ออายุสัญญาขายฝาก สามารถทำได้ แต่ต้องทำก่อนครบกำหนดไถ่ถอน และต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (กรณีอสังหาริมทรัพย์) เพื่อให้มีผลตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ การดำเนินการอย่างถูกต้องจะช่วยรักษาสิทธิของผู้ขายฝาก และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่ตั้งใจ

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ผลกระทบของการไม่ชำระหนี้จำนองต่อทรัพย์สินของคุณ
11
Oct 24
ผลกระทบของการไม่ชำระหนี้จำนองต่อทรัพย์สินของคุณ

การไม่ชำระหนี้จำนองสามารถมีผลกระทบหลายประการที่มีทั้งผลลัพธ์ทางการเงินและด้านอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่คุณอาจเผชิญ: การยึดทรัพย์สิน (Foreclosure) กระบวนการยึดทรัพย์สิน เมื่อคุณไม่ชำระหนี้จำนองตามที่กำหนด ธนาคารหรือผู้ให้กู้จะเริ่มกระบวนการยึดทรัพย์สิน ซึ่งโดยปกติแล้วจะเริ่มต้นจากการส่งจดหมายเตือนถึงการผิดนัดชำระหนี้ หากคุณยังไม่ชำระหนี้ ธนาคารจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการยึดทรัพย์สิน หลังจากได้รับการอนุมัติจากศาล ธนาคารจะสามารถเข้ายึดทรัพย์สินได้ ทรัพย์สินที่ถูกยึดจะถูกนำไปประมูลขายเพื่อกู้คืนหนี้ ผลกระทบที่ตามมา คุณจะต้องออกจากบ้านหรือทรัพย์สินนั้น โดยอาจต้องจัดการย้ายสิ่งของของคุณในเวลาที่จำกัด การสูญเสียบ้านหรือที่อยู่อาศัยอาจส่งผลต่อความมั่นคงของคุณและครอบครัว เครดิตสกอร์ลดลง (ในกรณีที่ติดจำนองกับทางธนาคาร) การส่งผลกระทบต่อประวัติการเงิน ประวัติการไม่ชำระหนี้จะถูกบันทึกในเครดิตบูโร และจะส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้คะแนนเครดิตลดลงถึง 100-200 คะแนนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เครดิตสกอร์ที่ต […]

อ่านเพิ่มเติม
Startup มีอสังหา หาเงินทุน
2
Oct 26
Startup มีอสังหา หาเงินทุนอย่างไรดี? รวม 5 ทางเลือกหาเงินทุน

Startup มีอสังหา หาเงินทุน                    Startup มีอสังหา แต่ต้องการเงินทุนเพิ่ม ควรหาเงินทุนอย่างไรดี? เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยต้องเจอ โดยเฉพาะช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ต้องการเพิ่มสภาพคล่อง ลงทุนในสินค้าและบริการ หรือมีโอกาสทางธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในระยะเวลาอันจำกัด                    สำหรับ Startup ที่มี บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน อาคารพาณิชย์ โกดัง หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ทรัพย์สินเหล่านี้สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับจัดหาเงินทุนได้ แต่การเลือกแหล่งเงินทุนไม่ควรดูเพียงว่า “ได้เงินเร็วแค่ไหน” เพราะควรพิจารณาต้นทุนทางการเงิน ระยะเวลาชำระคืน ความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน และกระแสเงินสดของธุรกิจควบคู่กัน สรุปสั้นๆ Startup ที่มีอสังหาฯ สามารถหาเงินทุนได้อย่างไร?   ทางเลือกหลักที่สามารถนำมาพิจารณา ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจ โดยใช้หลักฐานรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ประกอบการพิจารณา สินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน เหมาะกับธุรกิจที่มีทรัพย์สินและต้องการเงินทุนก้อน ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่เจ้าของทรัพย์นำอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ธุรกรรมขายฝากเพ […]

อ่านเพิ่มเติม
5
Nov 25
ทำไมการใช้ หลักทรัพย์ค้ำประกัน ถึงได้วงเงินสูง?

ทำไมการใช้ หลักทรัพย์ค้ำประกัน ถึงได้วงเงินสูง? รวมทั้งชวนเจาะลึก 3 ปัจจัยหลัก                 ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า… การที่ธนาคารหรือนายทุนจะอนุมัติวงเงินให้สูง หลักแสน หลักล้าน ถ้าไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนะคะ…                 สาเหตุที่ทำให้การใช้หลักทรัพย์เข้ามาค้ำประกัน แล้วได้วงเงินสูงมีดังนี้   ความเสี่ยงต่ำ คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ให้กู้อนุมัติวงเงินสูง เมื่อมีบ้านหรือที่ดินค้ำไว้ ผู้ให้กู้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ยังสามารถนำทรัพย์นั้นไปชำระหนี้ได้ ดังนั้นจึงกล้า “ปล่อยวงเงิน” สูงกว่าการกู้แบบไม่มีหลักประกัน (Personal Loan) หลายเท่า เช่น กู้ส่วนบุคคล (ไม่มีหลักทรัพย์) → วงเงินสูงสุดประมาณ 3–5 เท่าของรายได้ กู้แบบมีหลักทรัพย์ → วงเงินสูงสุดถึง 70–100% ของราคาประเมินทรัพย์ มูลค่าหลักประกัน นับเป็น Collateral Value ที่มั่นคง และจับต้องได้ บ้าน ที่ดิน คอนโด มีมูลค่าตลาดที่ชัดเจน และมักจะไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว เหมือนรถยนต์หรือทรัพย์สินอื่นๆ  การประเมินราคา ผู้ให้กู้จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวกำหนด […]

อ่านเพิ่มเติม