25
Nov 25

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นวิธีขอเงินทุนที่ได้รับความนิยม เนื่องจากได้เงินไว ใช้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และยังคงมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม หนึ่งใน “ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด” คือ ชำระดอกเบี้ยล่าช้า เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจ้าของทรัพย์ไม่ระวัง อาจนำไปสู่ “การหลุดทรัพย์” ได้เลยทีเดียว

ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ความเสี่ยงเมื่อชำระดอกเบี้ยช้าในสัญญาขายฝาก

1. เสี่ยงหลุดสิทธิไถ่ถอนทรัพย์ (Risk of Losing Redemption Right)

               สัญญาขายฝากกำหนดชัดว่าผู้ขายฝากต้อง ชำระดอกเบี้ยตรงเวลา หากผิดนัด ชำระช้า หรือไม่ชำระเลย อาจถูกตีความว่า “ผู้ขายฝากไม่ประสงค์จะรักษาสัญญา” ในบางกรณี ผู้รับซื้อฝากสามารถ

  • ปฏิเสธการไถ่ถอน

  • ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์

หากปล่อยให้เลยกำหนดไถ่ถอน ทั้งทรัพย์จะกลายเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีโดยสมบูรณ์

2. เสียค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่ม

               แม้ในกฎหมายจะไม่ได้กำหนดค่าปรับตายตัว แต่ส่วนใหญ่ ผู้รับซื้อฝากจะระบุค่าปรับการชำระล่าช้า เช่น ค่าปรับต่อวัน หรือดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อดอกเบี้ยช้าเพียงไม่กี่วัน อาจทำให้ยอดชำระสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

3. ถูกเร่งรัดหรือยกเลิกข้อตกลงบางส่วน

ผู้ให้ทุนขายฝากมีสิทธิ

  • เร่งรัดให้ชำระ

  • ใช้ทนายแจ้งเตือน

  • หรือกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดเพิ่มขึ้น

ซึ่งเพิ่มภาระและความเครียดให้กับผู้ขายฝาก โดยเฉพาะคนที่สภาพคล่องไม่ดี

4. กระทบเครดิต ความน่าเชื่อถือ และโอกาสทำสัญญาในอนาคต

               แม้ขายฝากจะไม่ได้ผูกกับเครดิตบูโร แต่พฤติกรรมการชำระล่าช้าอาจทำให้ถูกปฏิเสธการขอเพิ่มวงเงิน, ถูกตั้งเงื่อนไขดอกเบี้ยสูง หรือไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้ทุนรายเดิมในอนาคต เพราะถูกมองว่าเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง

5. เสี่ยงถูกฟ้องร้องตามสัญญา

               หากผู้ขายฝากผิดนัดบ่อย ไม่ชำระดอกเบี้ยเลย หรือมีข้อขัดแย้ง ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิดำเนินการทางกฎหมาย เช่น ฟ้องศาลเพื่อยืนยันสิทธิ, เรียกค่าเสียหาย, เร่งรัดให้โอนกรรมสิทธิ์ภายในกำหนด แม้สุดท้ายยังมีสิทธิไถ่ถอน แต่กระบวนการจะยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

แล้วต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เสี่ยงหลุดทรัพย์?

✔ 1. ชำระดอกเบี้ยล่วงหน้าเสมอ กันความเสี่ยงล่าช้า 1–2 วันเพราะธนาคารปิดหรือโอนช้า

✔ 2. แจ้งผู้ให้ทุนทันทีเมื่อรู้ว่ามีปัญหา หลายรายเข้าใจและให้เวลาเพิ่ม หากแจ้งล่วงหน้า

✔ 3. เลือกทำสัญญากับบริษัทที่โปร่งใส เช่น Property4Cash ที่มีเอกสารชัดเจน ไม่มีค่าปรับแฝง และติดตามงานอย่างเป็นระบบ

✔ 4. ตรวจสอบกำหนดไถ่ถอนให้ดี ห้ามปล่อยให้ใกล้วันหมดอายุโดยไม่เตรียมเงินไว้ล่วงหน้า

 

               สรุปส่งท้าย ชำระดอกเบี้ยล่าช้า = ความเสี่ยงหลุดทรัพย์” การทำขายฝากเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีมากเมื่อใช้ให้ถูกต้อง แต่ต้องระวังเรื่องการชำระดอกเบี้ย เพราะเพียงช้าไม่กี่วัน อาจนำไปสู่ทรัพย์สินหลุด ปัญหากฎหมาย และความเสี่ยงเสียทรัพย์โดยไม่ตั้งใจ หากต้องการตรวจสอบสัญญา หรือขอคำปรึกษาขายฝาก–จำนอง กับเงินด่วนอสังหาได้เลยนะคะ แบบโปร่งใส จริงใจ รวดเร็ว และถูกกฎหมาย

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

24
Apr 26
ภาษีลาภลอย คือ อะไร? ใครต้องจ่าย และมีผลกระทบอย่างไร

ภาษีลาภลอย คือ อะไร? ใครต้องจ่ายบ้าง               ภาษีลาภลอย คือ ภาษีประเภทหนึ่งที่รัฐจัดเก็บจาก “ผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม” ที่เจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ได้รับโดยไม่ได้เกิดจากการลงทุนหรือการลงแรงของตนเองโดยตรง แต่เกิดจากโครงการพัฒนาของภาครัฐ เช่น การสร้างรถไฟฟ้า ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ทำให้มูลค่าที่ดินบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ เมื่อรัฐลงทุนพัฒนาแล้วทำให้ที่ดินของเอกชนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เจ้าของที่ดินอาจต้องแบ่ง “กำไรส่วนเกิน” บางส่วนกลับคืนให้รัฐในรูปแบบของภาษีลาภลอย ภาษีลาภลอย มีที่มาอย่างไร               แนวคิดของภาษีลาภลอยเกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินไม่ได้มาจากเจ้าของที่ดินโดยตรง เป็นผลจากงบประมาณภาครัฐ (ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน) จึงควรมีการกระจายผลประโยชน์กลับสู่สังคม หลายประเทศทั่วโลกมีการใช้ภาษีลักษณะนี้ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ใครต้องจ่ายภาษีลาภลอยบ้าง               โดยทั่วไป ผู้ที่อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีลาภลอย ได้แก่ 1. เจ้าของที่ดินใกล้โครงการรัฐ เช่น พื้นที่ใกล้ รถไฟฟ้า ทางด่วน สนามบิน โครงการพัฒนาเมือง […]

อ่านเพิ่มเติม
25
Apr 24
ทำความรู้จัก บสย. ตัวช่วยของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs

ธุรกิจ SMEs ในปัจจุบัน พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง “การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน” ฝันร้ายของธุรกิจ SMEs เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และไม่มีหลักทรัพย์สำหรับค้ำประกันจะขอสินเชื่อที่ไหนก็ไม่ผ่าน เชื่อเลยว่ายังมีหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีหน่วยงานจากภาครัฐที่คอยให้ความช่วยเหลือธุรกิจ SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น นั่นก็คือ “ บสย. คือ บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม”   บสย.คือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง Property4Cash มีคำตอบ ! บสย. คือ ใคร   บสย.คือ สถาบันการเงินของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง โดยมีหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่ไม่มีหลักทรัพย์ และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  เพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อตามที่ต้องการ หน้าที่หลักของบสย.  บสย.มีนโยบายค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SMEs ทุกประเภท ที่ต้องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดภาระหลักทรัพย์ และช่วยให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกิจกรรมต่างๆ และเป็นตัวกลางข้อมูลเพื่อดำเนินการระหว่ […]

อ่านเพิ่มเติม
6
Nov 25
ทำไม! ที่ดินย่านอารีย์ ถึงกลายเป็นทำเลทอง แตะ 1.2 ล้านต่อตารางวาได้?

ทำไม ที่ดินย่านอารีย์ ถึงกลายเป็นทำเลทอง แตะ 1.2 ล้านต่อตารางวาได้?                “อารีย์” ไม่ใช่แค่ชื่อสถานีรถไฟฟ้าอีกต่อไป แต่กลายเป็น สัญลักษณ์ของความหรูหราแบบคนเมือง ที่มีทั้งความสะดวก ไลฟ์สไตล์ และบรรยากาศชุมชนอบอุ่นในเวลาเดียวกัน                 ราคาที่ดินย่านนี้พุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนล่าสุดแตะระดับ 1.2 ล้านบาทต่อตารางวา และยังมีแนวโน้มขยับขึ้นอีก แต่เพราะอะไรถึง “แรง” ขนาดนี้? มาดูกันค่ะ 1. ทำเลศักยภาพกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์                อารีย์ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน เขตพญาไท  ซึ่งถือเป็น “จุดศูนย์กลาง” เชื่อมย่านสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้ง สยาม – อนุสาวรีย์ชัยฯ,ลาดพร้าว – จตุจักร และถนนวิภาวดีรังสิต                มีรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ที่ช่วยให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้รวดเร็ว ทำให้เป็นที่ต้องการของทั้งคนทำงาน ผู้บริหาร และต่างชาติที่อยากอยู่ “ใกล้ทุกอย่าง”   2.  ไลฟ์สไตล์ครบ คอนโด คาเฟ่ และออฟฟิศชั้นนำ                อารีย์ถูกขนานนามว่าเป็น “ย่านฮิปของคนมีระดับ” เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และคอนโดหรูระดับพรีเมียม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน […]

อ่านเพิ่มเติม