ข้อควรรู้ก่อนทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
24
Nov 23

ก่อนตกลงทำ สัญญาขายฝาก มีสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ 5 ข้อ ได้แก่ กรรมสิทธิ์โอนทันทีวันทำสัญญา, ระยะเวลาไถ่ถอนต้องชัดเจน (สูงสุด 10 ปี), อัตราดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ต่อปี, ต้องทำที่กรมที่ดินเท่านั้น และห้ามทำสัญญาเพิ่มเติมนอกกรมที่ดิน

บทความนี้ Property4Cash สรุปทุกสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญาขายฝาก

“การขายฝาก” เป็นการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินประเภทหนึ่ง
โดยกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อทันทีเมื่อมีการทำสัญญาเกิดขึ้น
ซึ่งมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย

เพราะฉะนั้นในการทำสัญญาทุกครั้ง จะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ระบุในสัญญา
ข้อควรระวังต่างๆ ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นภายหลังกันค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนตกลงทำสัญญาขายฝาก มีดังนี้

  1. ผู้ขายฝากจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันทีในวันที่ทำสัญญา

เมื่อขายฝากไปแล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝาก
โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย

  1. การทำสัญญาจะต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ กรมที่ดินเท่านั้น

ในการทำสัญญาขายฝากที่ดินจะต้องทำเป็นหนังสือ
และมีการจดทะเบียนต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น
โดยจะต้องระบุว่าเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือการขายฝากที่อยู่อาศัย

  1. อัตราดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี

ผู้ซื้อฝากจะได้รับประโยชน์เป็นค่าตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี
และจะได้รับเงินต้นคืนทันทีเมื่อมีการไถ่ถอน

ข้อควรรู้ก่อนทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  1. ผู้ขายฝากสามารถไถ่ที่ดินคืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา

ผู้ขายฝากจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ซื้อฝาก จนกว่าผู้ขายฝากจะมีเงินต้นมาไถ่ถอนที่ดินคืนได้
ตามระยะเวลากำหนดภายในสัญญา เช่น
Ex. นาย ก. ตัดสินใจไปขายฝากที่ดินกับผู้ซื้อฝาก โดยมีข้อตกลงในสัญญาขายฝากที่ดิน
ให้นาย ก. จะต้องจ่ายดอกเบี้ยกับผู้ซื้อฝาก จนกว่านาย ก. จะสามารถมาไถ่คืนที่ดินแปลงนี้
ได้ในระยะเวลากำหนดภายใน 1 ปี นับตั้งแต่ทำสัญญาขายฝาก

  1. หากครบสัญญาแล้วผู้ขายฝากยังไม่พร้อมไถ่คืน
    สามารถขอต่อสัญญาได้จนกว่าจะครบตามที่กฎหมายกำหนด

โดยส่วนใหญ่ในสัญญาจะกำหนดไม่เกิน 1 ปี
หากครบกำหนดสัญญาแล้ว ผู้ขายฝากยังไม่สามารถไถ่ถอนที่ดินได้
ตามกฎหมายระยะเวลาในการไถ่ถอนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
สามารถขอเจรจาขยายเวลาออกไปเพื่อต่อสัญญาได้จนกว่าจะครบตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการเซ็น สัญญาขายฝาก จะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน
ยิ่งเป็นเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นยิ่งต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดอย่างแม่นยำ
โดยสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝากโดยตรง
และต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อมากๆ ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนตรวจสอบได้ และบริหารจัดการอย่างมืออาชีพมาดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญาด้วยนะคะ

 

Q: ก่อนเซ็นสัญญาขายฝากต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

A: 5 สิ่งหลัก คือ กรรมสิทธิ์โอนทันที ระยะเวลาไถ่ถอน อัตราดอกเบี้ย ต้องทำที่กรมที่ดิน และห้ามมีสัญญาลับ

 

Q: สัญญาขายฝากที่ไม่ทำที่กรมที่ดินผิดกฎหมายไหม?

A: ใช่ สัญญาขายฝากที่ไม่ทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินถือเป็นโมฆะ ไม่มีผลตามกฎหมาย

 

Q: ถ้าผิดนัดไถ่ถอนสัญญาขายฝาก ยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืนไหม?

A: ทางกฎหมายไม่มีสิทธิ์อีกต่อไป แต่สามารถเจรจาซื้อคืนจากผู้รับซื้อฝากในราคาตลาดได้

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

เปรียบเทียบขายฝากกับจำนองแบบไหนดีกว่า วิธีเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินด่วน
12
Jul 23
ขายฝาก หรือ จำนอง เปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินวิธีไหนง่ายที่สุด

ขายฝากและจำนองต่างเป็นวิธีเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินได้โดยไม่ต้องขายขาด แต่ต่างกันที่กรรมสิทธิ์ กล่าวคือ ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ให้นายทุนทันที ได้วงเงินสูงกว่า อนุมัติเร็วกว่า แต่มีความเสี่ยงหากไม่ไถ่คืนตรงเวลา ส่วนจำนองไม่โอนกรรมสิทธิ์ ปลอดภัยกว่าแต่วงเงินต่ำกว่า บทความนี้ Property4Cash เปรียบเทียบตรงๆ ว่าแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ไหน . แล้วถ้าเราอยากเปลี่ยนทรัพย์ให้เป็นเงินด่วนแบบนี้ การจำนองหรือขายฝาก จะตอบโจทย์เรามากกว่ากันล่ะ เรามาดูกันก่อนว่าสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร #จำนอง นั้นหมายถึง การทำนิติกรรมที่เรานำเอาทรัพย์ที่ครอบครองอยู่ ไปค้ำประกันกับผู้รับจำนอง เพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่งออกมา โดยที่ผู้รับจำนอง จะได้ดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งหากเราไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้รับจำนองมีสิทธิ์ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ ให้ศาลออกหมายบังคับคดี นำทรัพย์ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ . ส่วน #ขายฝาก เป็นการทำนิติกรรมที่เรานำเอาอสังหาฯ ไปให้ผู้รับซื้อฝาก เพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่ง โดยที่ผู้รับฝากก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ความแตกต่างระหว่างการขายฝาก กับการจำนอง ก็ […]

อ่านเพิ่มเติม
7
Oct 25
เทรนด์ Buy Now Pay Later ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง เริ่มต้นก่อหนี้ ที่คิดไม่ถึง

เทรนด์ Buy Now Pay Later ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง จุดเริ่มต้นของการเป็นหนี้ ที่คิดไม่ถึง   Buy Now Pay Later (BNPL) คืออะไร?                Buy Now Pay Later(BNPL) หรือภาษาไทยคือ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” เป็นบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้า/บริการได้ทันที และค่อยชำระเงินในภายหลังแบบไม่มีดอกเบี้ย (ถ้าชำระตรงเวลา) หรือแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ                BNPL เป็นรูปแบบ สินเชื่อระยะสั้น ที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต และมักไม่มีการตรวจสอบเครดิตเข้มงวด ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน และผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารได้   ทำไม BNPL ถึงได้รับความนิยม? สมัครง่าย ผ่านแอปฯ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต  ไม่มีดอกเบี้ย (ภายในระยะเวลาที่กำหนด) สามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดตามที่กำหนดได้                ผู้ให้บริการ BNPL ในไทย เช่น Atome, Shopee PayLater, LazPayLater, LINE Pay Later, True Money BNPL, TilTok ฯลฯ ต่างแข่งขันกัน ด้วยโปรโมชันที่ดึงดูด เช่น ส่วนลด, ผ่อน 0%, และอนุมัติเร็วภายในไม่กี่นาที จุดเร […]

อ่านเพิ่มเติม
5
Jan 26
รวม วิธีเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจช่วงต้นปี บริหารเงินให้มั่นคง

รวม วิธีเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจช่วงต้นปี บริหารเงินให้มั่นคง                ช่วงต้นปีเป็นช่วงเวลาสำคัญของผู้ประกอบการหลายราย เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายสะสมจากปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การบริหารสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา รวบรวมวิธีเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจช่วงต้นปีที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง 1. ตรวจสอบและวางแผนกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ                เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์กระแสเงินสด (Cash Flow) เพื่อดูรายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลือในแต่ละเดือน การรู้สถานะทางการเงินที่ชัดเจนช่วยให้สามารถวางแผนการใช้เงินได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง 2. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น                ช่วงต้นปีเป็นโอกาสดีในการทบทวนต้นทุนธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน ค่าการตลาด หรือค่าสมัครบริการต่าง ๆ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป จะช่วยให้ธุรกิจมีเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3. เร่งการจัดเก็บหนี้และบริหารลูกหนี้                การติดตามการชำระเงินจากลูกค้าอย่างใกล้ชิด และกำหนดเ […]

อ่านเพิ่มเติม