24
Oct 25

ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก

               ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน “จำนอง” กับ “ขายฝาก” ต่างกันอย่างไร?

               หลายคนที่ต้องการใช้บ้าน คอนโด หรือที่ดิน เป็นหลักประกัน เพื่อขอสินเชื่อ มักสับสนระหว่าง “จำนอง” และ “ขายฝาก” เพราะทั้งสองต่างก็เป็นวิธีนำอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นทุนเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองรูปแบบมี หลักกฎหมาย วงเงิน และความเสี่ยงต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

เปรียบเทียบความแตกต่างของการจำนอง และ ขายฝาก

  1. ลักษณะสัญญา การจำนองและขายฝาก ใช้ทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ โดยการขายฝาก จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวให้ผู้ซื้อฝาก
  2. สิทธิเจ้าของทรัพย์ การจำนอง จะยังเป็นของผู้จำนอง แต่การขายฝาก ด้านหลังโฉนดจะเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ซื้อฝากทันที ในวันทำธุรกรรม 
  3. วงเงินที่ได้รับ จำนอง 30–40% ของราคาประเมิน ส่วนขายฝาก 50–65% ของราคาตลาด
  4. การชำระคืน จำนองต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ย ส่วนการขายฝากสามารถชำระดอกเบี้ยรายเดือน หรือจะจ่ายในวันไถ่ถอน ก็ได้ 
  5. การบังคับใช้สิทธิ์ ในกรณีจำนอง หากเจ้าของปล่อยทรัพย์หลุด ผู้รับจำนองจะต้องต้องฟ้องศาลก่อนยึดทรัพย์ ส่วนขายฝาก หากหลุดแล้ว ทรัพย์จะเป็นของผู้ซื้อฝาก โดยอัตโนมัติหากไม่ไถ่ถอน

 

แล้วทำไม “จำนอง” ถึงให้วงเงินน้อยกว่า “ขายฝาก”?

  1. เพราะเจ้าของทรัพย์ยังเป็นผู้กู้ การจำนองเป็นเพียง “การนำทรัพย์มาค้ำประกัน” ผู้ให้กู้ไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงสูง สำหรับผู้ให้เงินกู้ เพราะหากผู้กู้ไม่ชำระหนี้ ผู้ให้กู้ต้อง “ฟ้องศาล” และดำเนินคดีเพื่อยึดทรัพย์คืน ซึ่งใช้เวลานาน

     → ธนาคารหรือผู้ให้กู้จึงมักจำกัดวงเงินไว้ประมาณ 30–40% ของราคาประเมิน เพื่อความปลอดภัย

 

  1. เพราะจำนองต้องอิง “ราคาประเมินราชการ” ไม่ใช่ราคาตลาด ราคาประเมินราชการมักต่ำกว่าราคาตลาดจริง 20–40% ดังนั้น เมื่อธนาคารคำนวณวงเงินจากราคาประเมิน จึงทำให้ยอดที่อนุมัติ “น้อยกว่าที่คาด” ในขณะที่ “ขายฝาก” มักอิงราคาตลาดจริง ทำให้ได้วงเงินสูงกว่า

 

  1. ข้อจำกัดของสถาบันการเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำหนดสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เช่น บ้านหลังแรก สูงสุด 80–90% บ้านหลังที่สอง ไม่เกิน 70–80% ขณะที่ ขายฝากกับบริษัทเอกชนที่ถูกกฎหมาย สามารถประเมินวงเงินตามมูลค่าตลาดจริงได้ จึงให้วงเงินสูงกว่าโดยไม่ติดข้อจำกัด LTV

 

  1. ขายฝากถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราว เพราะผู้ให้เงิน (ผู้ซื้อฝาก) ได้ชื่อเป็นเจ้าของในโฉนดทันที จึงมีความมั่นใจ และความคุ้มครองทางกฎหมายมากกว่า จึงสามารถ “ให้วงเงินสูงกว่า” การจำนองได้

แล้วแบบไหนเหมาะกับคุณ?

               ✅ จำนอง — เหมาะกับผู้ที่มีรายได้มั่นคง ต้องการผ่อนระยะยาว และไม่รีบร้อนใช้เงิน

               ✅ ขายฝาก — เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินด่วน วงเงินสูง ใช้เวลาสั้น และไม่อยากยุ่งกับเครดิตบูโร

 

               หากวันนี้ คุณเดือดร้อน ติดขัด หมุนเงินไม่ทัน และต้องการเงินด่วน สามารถเลือก “ขายฝากอสังหา” กับ Property4Cash เงินด่วนอสังหาก่อนได้นะคะ เพราะเราเข้าใจทุกความเดือดร้อน เป็นอย่างดี พร้อมผลักดันทุกเคส ไม่ทิ้งคุณไว้กลางทางแน่นอนค่ะ… 

 

               Property4Cash เงินด่วนอสังหา คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝาก จำนอง บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่ดิน และอสังหาฯ อื่นๆ จะสามารถช่วยให้คุณเปลี่ยนทรัพย์สินให้กลายเป็นเงินก้อนได้อย่างรวดเร็ว ถูกกฎหมาย และโปร่งใสแน่นอน

               สรุปส่งท้าย ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก ก็เพราะว่า… การจำนองเป็นเพียงการใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกัน แต่กรรมสิทธิ์ และชื่อด้านหลังโฉนดยังเป็นของผู้จำนองอยู่ หากเกินปล่อยทรัพย์นั้นหลุด ผู้รับจำนองจะต้องไปฟ้องศาล เพื่อยึดทรัพย์ ซึ่งกว่าจะได้ยึดทรัพย์นั้น ใช้เวลานาน ทำให้การขายฝากที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวไปยังผู้รับซื้อฝากทันทีในวันทำธุรกรรม มีความเสี่ยงน้อยกว่า วงเงินจึงสูงกว่าตามไปด้วยนั่นเองค่ะ… 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ที่ดินท้องมังกร คืออะไร?
29
Jul 25
ที่ดินท้องมังกรคืออะไร และที่ดินแบบไหนถูกหลักฮวงจุ้ย

          ที่ดินท้องมังกร เป็นคำที่มาจากศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีน ซึ่งเปรียบเทียบทำเลที่ดินกับร่างกายของมังกร หนึ่งในสัตว์มงคลที่มีพลังอำนาจ ความเจริญรุ่งเรือง และโชคลาภ ที่ดินที่ได้ลักษณะ “ท้องมังกร” มักหมายถึง ทำเลที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีพลังงานไหลเวียนดี เหมาะสำหรับการสร้างบ้านหรือธุรกิจ ลักษณะเด่นของ “ที่ดินท้องมังกร” อยู่ในแอ่งกระทะ (โอบล้อมเหมือนท้องมังกร) ลักษณะที่ดินแบบแอ่งหรือมีภูเขา/เนินเขาโอบล้อมด้านหลัง เปรียบเสมือนมังกรกำลังก้มลงห่อหุ้มพลัง เป็นจุดที่พลังงานไหลเวียนมารวมตัว ถือเป็นจุดศูนย์รวมโชคลาภ มีน้ำอยู่ด้านหน้า (แม่น้ำ สระ หรือทะเล) น้ำในศาสตร์ฮวงจุ้ย หมายถึง ความมั่งคั่ง หากด้านหน้าของที่ดินมีน้ำไหลเอื่อยหรืออยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่าเป็นที่ดินมงคล ทิศหลังแข็งแรง ทิศหน้าปลอดโปร่ง ด้านหลังที่ดินควรมีภูเขาหรือสิ่งก่อสร้างที่มั่นคง เช่น กำแพง ตึก เพื่อเปรียบเสมือน “กระดูกสันหลังมังกร” ส่วนด้านหน้า ควรเปิดโล่งเพื่อให้พลังงานดีเข้ามาได้อย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือคมทิ่มแทงตรงหน้า เช่น เสาไฟฟ้า ถนนพุ่งตรงเข้าบ้าน หรือมุมอาคารคมๆ เล็งเข้าหาตัวบ้าน […]

อ่านเพิ่มเติม
เศรษฐกิจไทย 2026
8
Jun 26
เศรษฐกิจไทย 2026 ทำไมการถือเงินสดสำคัญกว่าทรัพย์สิน?

สรุปภาวะ เศรษฐกิจไทย 2026 ทำไมการถือครองเงินสด (Cash) ถึงสำคัญกว่าทรัพย์สินนิ่ง?   เศรษฐกิจไทยปี 2026 กำลังเข้าสู่ “ยุคโตช้า แต่ความเสี่ยงสูง”                     ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง ภาคส่งออกที่ไม่แน่นอน และกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่                    รายงานจาก IMF และ World Bank ประเมินว่า GDP ไทยปี 2026 อาจเติบโตเพียงประมาณ 1.5–1.6% ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ขณะที่ภาคการเงินยังเผชิญภาวะสินเชื่อตึงตัว และธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงเงินทุนได้ยาก สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนและเจ้าของธุรกิจเริ่มกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า…  “ในยุคเศรษฐกิจชะลอแบบนี้ การถือเงินสด อาจสำคัญกว่าการถือสินทรัพย์หรือไม่?”   ทำไม “Cash is King” กลับมาอีกครั้งในปี 2026                    ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น การถือครองทรัพย์สิน เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน หุ้น หรือธุรกิจ อาจสร้างผลตอบแทนได้ดี แต่ในภาวะเศรษฐกิจโตช้า สภาพคล่องในตลาดลดลง และกำลังซื้ออ่อนแรง “เงินสด” กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีพลังมา […]

อ่านเพิ่มเติม
25
Nov 25
ชำระดอกเบี้ยช้า เสี่ยงอะไรบ้างในสัญญาขายฝาก

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นวิธีขอเงินทุนที่ได้รับความนิยม เนื่องจากได้เงินไว ใช้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และยังคงมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม หนึ่งใน “ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด” คือ ชำระดอกเบี้ยล่าช้า เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจ้าของทรัพย์ไม่ระวัง อาจนำไปสู่ “การหลุดทรัพย์” ได้เลยทีเดียว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ความเสี่ยงเมื่อชำระดอกเบี้ยช้าในสัญญาขายฝาก 1. เสี่ยงหลุดสิทธิไถ่ถอนทรัพย์ (Risk of Losing Redemption Right)                สัญญาขายฝากกำหนดชัดว่าผู้ขายฝากต้อง ชำระดอกเบี้ยตรงเวลา หากผิดนัด ชำระช้า หรือไม่ชำระเลย อาจถูกตีความว่า “ผู้ขายฝากไม่ประสงค์จะรักษาสัญญา” ในบางกรณี ผู้รับซื้อฝากสามารถ ปฏิเสธการไถ่ถอน ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หากปล่อยให้เลยกำหนดไถ่ถอน ทั้งทรัพย์จะกลายเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีโดยสมบูรณ์ 2. เสียค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่ม                แม้ในกฎหมายจะไม่ได้กำหนดค่าปรับตายตัว แต่ส่วนใหญ่ ผู้รับซื้อฝากจะระบุค่าปรับการชำระล่าช้า เช่น ค่าปรับต่อวัน หรือดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อดอกเบี้ยช้าเพี […]

อ่านเพิ่มเติม