ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%
28
Aug 25

          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 0.25% เพื่อช่วยส่งแรงหนุนอสังหาฟื้นเชื่อมั่น – กำลังซื้อ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้ลดดอกเบี้ย นับเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ แนะรัฐเร่งคลายเกณฑ์สินเชื่อ กระตุ้นดีมานด์บ้านไม่เกิน 7 ล้าน 

          การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% และมีผลทันทีนั้น ถือเป็น “ข่าวดี” ที่ส่งแรงหนุนต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งฝั่งอุปสงค์ และอุปทานในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน

          คุณสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า… มาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกใน 3 มิติหลัก คือ “ต้นทุนการกู้ต่ำลง – ฟื้นความเชื่อมั่น – ผ่อนภาระผู้ประกอบการ” ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดบ้านจัดสรรในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

          ดอกเบี้ยที่ลดลงทันที จะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้กู้สินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่ใช้ดอกเบี้ยแบบลอยตัว ภาระผ่อนต่อเดือนจะลดลง เพิ่มความสามารถในการซื้อบ้านในระยะสั้น

          หนึ่งในผลกระทบที่จับต้องได้ชัดเจน คือ ต้นทุนการกู้ยืมลดลง สถาบันการเงินมีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามมา ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนอยู่แล้ว ทั้งการลดค่าจดจำนอง-ค่าธรรมเนียมการโอน และการยกเลิกมาตรการ LTV สำหรับทุกระดับราคา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%

          การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ยังเป็นสัญญาณว่า ธปท.ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ในมุมของผู้ประกอบการ ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จะช่วยให้สามารถบริหารต้นทุนโครงการได้ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นราคาขาย แม้ว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงจะอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อทั้งฝั่งอุปสงค์ และอุปทาน

          ต้นทุนการระดมทุนที่ถูกลง เช่น การออกหุ้นกู้หรือการกู้ธนาคาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาบ้านไว้ได้อีกระยะหนึ่ง

 

          อย่างไรก็ตาม คุณสุนทร ย้ำว่า… การ ลดอัตราดอกเบี้ย เป็นนโยบายเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอหากไม่มีการผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ควบคู่กับการเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย

          ภาครัฐ และแบงก์ชาติ ควรมีบทบาทในการผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ส่งผ่านดอกเบี้ยที่ลดลงไปถึงผู้บริโภคอย่างเต็มที่ พร้อมปรับเกณฑ์สินเชื่อให้เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน เพื่อให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นได้จริง และยั่งยืน

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก ต่างกันอย่างไร?
11
Sep 25
น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก ต่างกันอย่างไร?

          การซื้อขายที่ดินไม่ใช่แค่ดูทำเลหรือราคาเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจประเภทของ เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ด้วย โดยเฉพาะกรณีของ “น.ส.3” และ “น.ส.3 ก” ที่พบได้บ่อยในที่ดินต่างจังหวัดหรือพื้นที่นอกเขตเมือง ซึ่งหลายคนอาจยังสับสนว่าคืออะไร และมีผลต่อการครอบครองหรือขายต่ออย่างไรบ้าง           ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกว่า น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก ต่างกันอย่างไร? และมีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างไรบ้าง น.ส.3 คืออะไร?           “น.ส.3” ย่อมาจาก “หนังสือรับรองการทำประโยชน์” เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ราชการออกให้ผู้ครอบครองที่ดิน โดยรับรองว่าบุคคลนั้นได้ทำประโยชน์ในที่ดินจริง           ลักษณะของ น.ส.3 ไม่มีการระบุ “พิกัดที่แน่นอน” บนแผนที่กรมที่ดิน, ที่ดินอาจยังไม่ได้มีการรังวัดจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน, การขายหรือโอนสิทธิ์ทำได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนมากกว่าที่ดินที่มีโฉนด และไม่ใช่โฉนดที่ดิน (น.ส.4) แต่มีสถานะสูงกว่าที่ดิน ภ.บ.ท.5 หรือที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์  น.ส.3 ก คืออะไร?           “น.ส.3 ก” เป็นเอกสารสิทธิ์แบบเดียวกับ น.ส.3 แต่ มีความชัดเจนและน่าเชื่อถื […]

อ่านเพิ่มเติม
รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
8
Jul 26
รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เปิดครบสถานี ดันราคาขายฝากตึกแถวรอบนอกเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เปลี่ยนเกมอสังหาริมทรัพย์รอบนอกอย่างไร                    การเปิดให้บริการครบทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของทำเลรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยพึ่งพาการเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก                    เมื่อการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสะดวกขึ้น ส่งผลให้ความต้องการซื้อและเช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่ตึกแถวเชิงพาณิชย์ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า   ราคาตึกแถวรอบแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์                    จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง พบว่า ตึกแถวที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้า มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-25% พื้นที่ศักยภาพสูง เช่น มีนบุรี รามอินทรา ศรีนครินทร์ และสำโรง มีการปรับราคาสูงกว่าเฉลี่ยของตลาด อาคารพาณิชย์ที่สามารถปรับใช้เป็นสำนักงาน ร้านค้า หรือคลินิก มีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 20-30% ทั้งนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นขอ […]

อ่านเพิ่มเติม
24
Apr 26
ไถ่ถอนไม่ไหว ทำยังไงดี? รวมทางออกเมื่อไม่มีเงินไถ่ที่ดิน

ถ้า ไถ่ถอนไม่ไหว จริงๆ มีทางออกอะไรบ้าง?               เมื่อทรัพย์สินอย่างที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ถูกนำไปจำนองหรือขายฝาก หลายคนตั้งใจว่าจะ “ไถ่ถอนคืน” ให้ทันตามกำหนด แต่ชีวิตจริงอาจไม่เป็นไปตามแผน รายได้สะดุด ภาระเพิ่ม หรือสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยน ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนได้ทันเวลา คำถามสำคัญคือ…ถ้าไถ่ถอนไม่ไหวจริงๆ ยังมีทางออกอะไรบ้าง? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยให้คุณมองเห็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ พร้อมข้อควรระวัง เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบที่สุด เข้าใจก่อน “ขายฝาก” vs “จำนอง” ต่างกันอย่างไร? ก่อนหาทางออก ต้องเข้าใจสถานะของตัวเองก่อน ขายฝาก: กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที หากไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อ หากไม่ติดต่อไถ่ถอนคืน จำนอง: คุณยังเป็นเจ้าของทรัพย์ แต่มีภาระหนี้ หากไม่ชำระ อาจถูกฟ้องบังคับคดี การทำธุรกรรมเหล่านี้ต้องจดทะเบียนกับ กรมที่ดิน เพื่อให้มีผลตามกฎหมาย และนี่… คือ ทางออกเมื่อ “ไถ่ถอนไม่ไหว”               1. เจรจาขยายระยะเวลา ทางเลือกแรกที่ควรทำคือ “คุย” กับเจ้าหนี้โดยตรง ขอขยายเวลาไถ่ถอน ต่อสัญญาขายฝาก ปรับเงื่อนไขดอกเบี้ย หล […]

อ่านเพิ่มเติม