มีที่อยู่แล้ว อยาก กู้เงิน สร้างบ้าน
29
Apr 25

สำหรับใครที่ ต้องการ กู้เงิน สร้างบ้าน และมีที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการ กู้เงินสร้างบ้าน ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านจัดสรรหรือคอนโดในโครงการ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขั้นตอนการขอกู้สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายและไม่สะดุดระหว่างทาง

ขั้นตอนการกู้เงินสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง

1. ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน 

ก่อนจะ กู้เงิน ธนาคารจะตรวจสอบว่า… คุณมีสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องหรือไม่ ที่ดินควรมี โฉนดที่ดินประเภท น.ส.4 จ. เท่านั้นถึงจะสามารถนำมากู้ได้

ข้อควรระวัง: ถ้าที่ดินยังมีการจำนอง หรือเป็นของพ่อแม่ ต้องมีการโอนหรือทำหนังสือยินยอมให้ใช้เป็นหลักประกัน

 

2. ประเมินงบประมาณและขอแบบบ้าน

คุณต้องมีแบบแปลนบ้านพร้อม BOQ (Bill of Quantity) หรือรายการวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นเอกสารยื่นขอสินเชื่อ แบบบ้านสามารถขอจากสถาปนิกหรือบริษัทรับสร้างบ้าน โดยควรสอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น 1.5 – 3 ล้านบาท

 

3. เลือกธนาคารและเช็กเงื่อนไขสินเชื่อสร้างบ้าน

สินเชื่อสร้างบ้าน มีความพิเศษกว่าสินเชื่อซื้อบ้านทั่วไป โดยจะทยอยจ่ายตามความคืบหน้าการก่อสร้างเป็น งวดๆ และควรเปรียบเทียบเงื่อนไขจากหลายธนาคาร เช่น ดอกเบี้ยเริ่มต้นปีแรก, ระยะเวลาผ่อน (สูงสุด 30 ปี), วงเงินอนุมัติ (สูงสุด 100% ของมูลค่าบ้าน+ที่ดิน)

มีที่อยู่แล้ว อยาก กู้เงิน

4. ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร

เอกสารที่ต้องเตรียม เช่น

  • สำเนาโฉนดที่ดิน
  • แบบแปลนบ้านและ BOQ
  • สลิปเงินเดือน/หนังสือรับรองรายได้
  • เอกสารแสดงหนี้สิน/ภาระผ่อนอื่น ๆ (ถ้ามี)
  • ธนาคารจะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระก่อนอนุมัติสินเชื่อ

 

5. อนุมัติสินเชื่อและเริ่มสร้างบ้าน

หลังได้รับการอนุมัติ ธนาคารจะโอนเงินเป็น “งวด” ตามสัญญา โดยตรวจสอบความคืบหน้าแต่ละขั้น เช่น

  • งวดแรก: วางฐานราก
  • งวดกลาง: โครงสร้างและหลังคา
  • งวดสุดท้าย: บ้านเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่

แนะนำ: เลือกผู้รับเหมาหรือบริษัทที่มีประสบการณ์ พร้อมสัญญาที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาบ้านไม่เสร็จ

สรุปส่งท้าย กู้เงิน สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ทำได้ไม่ยากถ้าวางแผนให้ดี การมีที่ดินอยู่แล้วถือว่า… ได้เปรียบอย่างมาก เพราะสามารถใช้เป็นหลักประกันและลดต้นทุนไปได้ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือคือการเตรียมแบบบ้าน เอกสารให้ครบถ้วน และเลือกธนาคารที่ให้เงื่อนไขดีที่สุด เท่านี้คุณก็สามารถมีบ้านในฝันบนที่ดินของตัวเองได้ไม่ยาก

และถ้าคุณมีที่ดินอยู่ แล้วต้องการเงินด่วน ก็สามารถขอสินเชื่อโฉนดแลกเงินกับ Property4Cash เงินด่วนอสังหา ได้เลยค่ะ!

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

1
Nov 25
จำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์ แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน?

               ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อน ว่า… ทั้ง จำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์  เป็นการใช้ อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันเงินกู้ แต่มีจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมาก    เปรียบเทียบจำนองบ้าน vs รีไฟแนนซ์ จำนองบ้าน ใช้บ้านค้ำเพื่อกู้เงินสดก้อนใหม่, ผู้กู้หลัก คือ เจ้าของบ้านที่ต้องการเงินทุน, ผลลัพธ์ ได้เงินสดทันที, ดอกเบี้ยโดยทั่วไป สูงกว่าเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง), ระยะเวลาอนุมัติ เร็ว (1–3 สัปดาห์) รีไฟแนนซ์บ้าน ย้ายหนี้ไปธนาคารใหม่เพื่อลดดอกเบี้ย, ผู้กู้หลัก คือ เจ้าของบ้านที่มีสินเชื่ออยู่แล้ว ผลลัพธ์ ได้ภาระผ่อนต่อเดือนลดลง, ต่ำกว่าของเดิม (ตามโปรโมชั่นธนาคาร), ระยะเวลาอนุมัติ เช้ากว่า (1–2 เดือน)                การ “จำนอง” คือ การนำบ้านหรือที่ดินไปค้ำประกันเพื่อขอเงินกู้ โดยที่เจ้าของยังถือกรรมสิทธิ์อยู่ แต่ธนาคารหรือผู้ให้กู้มีสิทธิบังคับขายได้ หากไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ข้อดี : ได้เงินสดก้อนใหญ่โดยไม่ต้องขายบ้าน, ยังอยู่ในบ้านได้ตามปกติ, ระยะเวลาทำเรื่องสั้น เหมาะกับคนต้องการ “เงินด่วน” ข้อเสีย : ดอกเบี้ยสูงกว่ารีไฟแนนซ์, หากผิดนัดชำระต่อเนื่อง อาจถูกฟ้องบังคับจำนอง […]

อ่านเพิ่มเติม
25
Feb 26
ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?

ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?                การซื้อขายบ้าน คอนโด หรือที่ดินในปี 2569 หลายคนกังวลว่า “ต้องจ่ายค่าอะไรบ้างที่กรมที่ดิน?” และ “คำนวณอย่างไรให้ไม่พลาด?” บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปให้ครบ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณเบื้องต้น โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามแนวทางของ กรมที่ดิน และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศราชการ) ค่าใช้จ่ายหลักๆ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ มีอะไรบ้าง? 1) ค่าธรรมเนียมการโอน อัตรา 2% ของ “ราคาประเมินราชการ” หรือ “ราคาซื้อขาย” แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า ปกติผู้ซื้อ–ผู้ขายตกลงกันว่าใครเป็นผู้ชำระ (มักแบ่งคนละครึ่ง แต่ไม่ตายตัว) สูตรคำนวณ ค่าธรรมเนียมโอน = 2% × ราคาที่ใช้คำนวณ (ประเมินหรือซื้อขายที่สูงกว่า) 2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) อัตรา 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว) เรียกเก็บเมื่อผู้ขายถือครองอสังหาฯ ไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี คำนวณจากราคาที่สูงกว่าเช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมโอน สูตรคำนวณ ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 3.3% × ราคาที่ใช้คำนวณ หากเข้าเงื่อนไขยกเว้น จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แ […]

อ่านเพิ่มเติม
เรียนรู้วิธีเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ” ทั้งในมุมมองของพนักงานและองค์กร พร้อมแนะนำแนวทางปรับตัวและปกป้องอาชีพของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
7
Jun 25
ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ เราต้องเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง?

          ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน การ ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ กลายเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยไม่ทันตั้งตัว บางครั้งบริษัทใหญ่ที่ดูมั่นคงกลับปลดพนักงานแบบทันทีทันใด สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งต่อผู้ถูกปลดและเพื่อนร่วมงาน แล้วเราควรเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้อย่างไร? 1. สังเกตสัญญาณก่อนการ ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ           แม้ว่าจะไม่มีใครบอกล่วงหน้า แต่หลายครั้งก็มี “สัญญาณเตือน” เช่น บริษัทเริ่มลดต้นทุนหรือหยุดรับพนักงานใหม่  โครงการสำคัญถูกชะลอหรือยกเลิก  ผู้บริหารลาออกหลายคนในเวลาใกล้เคียงกัน  หากพบเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรเริ่มวางแผนล่วงหน้า   2. วางแผนการเงินฉุกเฉิน           การมี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หรือเงินเก็บอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ ช่วยให้เรารับมือกับภาวะตกงานแบบไม่ทันตั้งตัวได้ดีขึ้น อย่ารอให้ถูกปลดแล้วค่อยเริ่มออม เพราะอาจสายเกินไป   3. อัปเดตทักษะและสร้างเครือข่าย เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการ เช่น Data Analytics, Digital Marketing, AI Tools ฯลฯ  อัปเดตเรซูเม่ให้ทันสมัย  เข้าร่วมกิจกรรม Networking หรือ LinkedIn เพื […]

อ่านเพิ่มเติม