20
May 24

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาการขายฝาก จำนอง กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สิน ที่ต้องการเงินด่วนเพื่อใช้จ่ายในธุรกิจหรือใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อกระแสความต้องการที่มากขึ้น คำถามที่ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา ได้รับกันมาเยอะมากคือ ขายฝาก กับ จำนอง สัญญาแบบไหนได้เงินเยอะกว่ากัน ? 

 

วันนี้ Property4Cash จะมาตอบคำถามนี้ให้กับทุกคน เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจทำสัญญาขายฝาก – จำนอง ถ้าพร้อมไปกันเลยค่ะ 

 

 ขายฝาก จำนอง ต่างกันอย่างไร ?

ก่อนที่จะพูดถึงจำนวนเงินกัน ขออธิบายสั้นๆเกี่ยวกับความต้องของการขายฝากและจำนองกันก่อน  การขายฝากนั้น ผู้ขายฝากต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินคืนได้ตามเงื่อนไขและเวลาที่กำหนด   ในส่วนของการจำนอง คือการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันเพื่อขอกู้และชำระหนี้  โดยผู้จำนองไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับจำนอง โดยทรัพย์สินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จำนองอยู่    

 

ไขข้อข้องใจ จำนอง ขายฝาก สัญญาแบบไหนได้เงินเยอะกว่า ?

 ขายฝาก กับ จำนอง สัญญาแบบไหนได้เงินเยอะกว่ากัน ?

อ่านมาถึงตรงนี้คงจะเข้าความต่างกันมากขึ้นแล้ว สำหรับคำถามที่ว่าขายฝาก และ จำนอง แบบไหนที่ได้เงินมากกว่า คำตอบก็คือ การขายฝากมักจะได้เงินมากกว่าการจำนอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของบุคคล การขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ต้องเงินก้อนในเวลาที่รวดเร็ว ถ้าหากต้องการรักษาความเป็นเจ้าของทรัพย์สินเอาไว้ และยังต้องการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน การจำนองจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

 

ก่อนจะเลือกทำสัญญาแบบไหน สิ่งสำคัญก็คือการศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยและผลตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับคุณ 

 

หากยังตัดสินใจไม่ได้ ไม่รู้จะถามใคร สามารถสอบถามข้อมูลการขายฝาก และ จำนอง ที่ Property4Cash ได้เลยค่ะ

—————————————————–

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash

โทร : 096-812-5689

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

#property4cash #เงินด่วนทันใจ #จำนอง #ขายฝาก #เงินด่วนอสังหาฯ #เคียงข้างทุกปัญหาการเงิน  #รู้ผลไว #ได้เงินจริง

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน
1
Sep 26
ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ผ่อนไม่ไหวทำอย่างไร? ทางรอดก่อนถูกยึดบ้าน

ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ผ่อนบ้านไม่ไหว ควรทำอย่างไร?                    หากเริ่มรู้ว่าผ่อนบ้านต่อไม่ไหว สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือรีบติดต่อธนาคารหรือเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ควรรอให้ค้างชำระจนกลายเป็นหนี้เสียหรือรอจนได้รับหมายศาล เพราะแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้ลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้ขอความช่วยเหลือได้ทั้งก่อนและหลังเป็น NPL ตามหลักเกณฑ์ Responsible Lending โดยเจ้าหนี้ต้องเสนอแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด                    การปรับโครงสร้างหนี้บ้านไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะยกหนี้ให้ แต่เป็นการ เปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของลูกหนี้มากขึ้น เช่น ขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดในช่วงแรก หรือปรับรูปแบบการชำระหนี้ตามที่เจ้าหนี้พิจารณา ยิ่งเริ่มเจรจาเร็ว โอกาสในการหาทางออกเพื่อรักษาบ้านไว้ก็ยิ่งมีมากขึ้น   ปรับโครงสร้างหนี้บ้านคืออะไร?                    การปรับโครงสร้างหนี้บ้าน คือการที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามความสามารถที่แท้จริง รูปแบบที่อาจพบได้ เช่น […]

อ่านเพิ่มเติม
ลงทุนขายฝาก ดีกว่าซื้อไว้ปล่อยเช่ายังไง
3
Mar 23
ลงทุนขายฝาก ดีกว่าซื้อไว้ปล่อยเช่ายังไง

ลงทุนขายฝากให้ผลตอบแทน 15% ต่อปี สูงกว่าซื้อคอนโดปล่อยเช่าที่ได้ 6-8% ต่อปีเกือบเท่าตัว และไม่มีค่าซ่อมบำรุง ไม่ต้องหาผู้เช่า เพราะผู้รับขายฝากเป็นเพียงเจ้าหนี้ที่มีโฉนดค้ำประกัน บทความนี้ Property4Cash เปรียบเทียบตรงว่าการลงทุนแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายไหน   ลงทุนขายฝาก vs ซื้อไว้ปล่อยเช่า   การลงทุนขายฝาก รับจำนอง และ การซื้อไว้ปล่อยเช่า ต่างก็เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดเข้าบัญชีเราทุกเดือนได้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่มาก               ผลตอบแทนต่อปี               ซื้อไว้ปล่อยเช่า : มีผลตอบแทนอยู่ที่ 6-8% ต่อปี               ลงทุนขายฝาก – จำนอง : มีผลตอบแทนอยู่ที่ 15% ต่อปี               การลงทุน ซื้อไว้ปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นคอนโด บ้าน หรือว่าที่ดินนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว จะมีผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 5-8% ต่อปี กล่าวคือหากเราซื้อคอนโดมาราคา 2,000,000 บาท แล้วปล่อยเช่าได้ในราคาประมาณ 8,000 – 13,000 บาท / เดือน เท่ากับว่าเราจะได้ค่าเช่าปีละประมาณ 100,000 – 160,000 บาท               ส่วนการลงทุน รับจำนอง และขายฝาก กฎหมายกำหนดให้เราสามารถคิ […]

อ่านเพิ่มเติม
17
Mar 26
ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนบ้านให้สร้างรายได้และเพิ่มสภาพคล่อง

ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนอสังหาฯ ให้สร้างโอกาสทางการเงิน                บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น เครื่องมือทางการเงิน (Financial Asset) ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง สร้างรายได้ และต่อยอดการลงทุนได้ หากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม บทความนี้จะพาไปรู้จักแนวคิดและวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ทางการเงินสูงสุด บ้านสามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินได้อย่างไร                โดยทั่วไปแล้ว บ้านถือเป็น สินทรัพย์ (Asset) ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว นอกจากการถือครองเพื่ออยู่อาศัย ยังสามารถนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ สร้างรายได้จากการปล่อยเช่า เพิ่มมูลค่าด้วยการรีโนเวท ขายต่อเพื่อทำกำไรในอนาคต การเข้าใจวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ จะช่วยเปลี่ยนจาก ค่าใช้จ่าย (Expense) ให้กลายเป็น สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) 4 วิธีใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน                1. ใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง บ้านสามารถนำไปใช้เป็น หลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ จากสถาบันการเงิน เช่น ทำขายฝาก จำนอง กับเงินด่วนอสังหา, สินเชื่อบ้านแลกเ […]

อ่านเพิ่มเติม