ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์
23
Sep 26

5 ปัจจัยหลักที่บริษัทใช้อนุมัติวงเงิน ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

                   หากต้องการนำ ที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นมาขายฝาก คำถามสำคัญที่เจ้าของทรัพย์มักต้องการรู้คือ “จะได้รับวงเงินขายฝากเท่าไร?” โดยทั่วไป บริษัทรับซื้อฝากไม่ได้พิจารณาจากราคาประเมินราชการเพียงอย่างเดียว แต่จะวิเคราะห์ มูลค่าทรัพย์ ความสามารถในการขายต่อ ความเสี่ยงของเอกสารสิทธิ ทำเล สภาพทรัพย์ และเงื่อนไขของธุรกรรม ประกอบกัน

                   ดังนั้น หากต้องการทราบว่า บริษัทใช้หลักเกณฑ์อะไรในการอนุมัติวงเงินประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ สามารถสรุปได้เป็น 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ทำเลและศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์
  2. ราคาตลาดและมูลค่าทรัพย์ในปัจจุบัน
  3. สภาพและประเภทของทรัพย์สิน
  4. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน
  5. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

 

  1. ทำเลและศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์

                   ทำเลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการประเมินวงเงินขายฝาก แม้จะเป็นที่ดินที่มีขนาดเท่ากัน แต่หากอยู่คนละทำเล มูลค่าและความต้องการของตลาดอาจแตกต่างกันอย่างมาก

บริษัทอาจพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น

  • อยู่ในเขตเมืองหรือชุมชนหรือไม่
  • อยู่ใกล้ถนนสายหลักหรือถนนสาธารณะหรือไม่
  • การเดินทางเข้า-ออกสะดวกหรือไม่
  • อยู่ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือระบบขนส่งสาธารณะหรือไม่
  • ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน หรือแหล่งชุมชนหรือไม่
  • มีโครงการพัฒนาหรือการขยายตัวของพื้นที่หรือไม่
  • ที่ดินสามารถนำไปพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

 

ทำเลดีช่วยให้ได้วงเงินสูงขึ้นหรือไม่?

                   มีโอกาสช่วยเพิ่มมูลค่าและวงเงินที่พิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำเลดีจะได้รับวงเงินสูงเสมอไป บริษัทจะนำทำเลไปพิจารณาร่วมกับราคาตลาด สภาพทรัพย์ เอกสารสิทธิ และความเสี่ยงของธุรกรรมด้วย

 

  1. ราคาตลาดและมูลค่าทรัพย์ในปัจจุบัน

                   การประเมินวงเงินขายฝากจำเป็นต้องพิจารณาว่า อสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าในตลาดประมาณเท่าไร ราคาที่ใช้พิจารณาอาจไม่ได้มีเพียงราคาประเมินจากหน่วยงานราชการ แต่ยังต้องเปรียบเทียบกับสภาพตลาดและราคาของทรัพย์ลักษณะใกล้เคียงกัน

                   ตัวอย่างเช่น ที่ดินแปลงหนึ่งมีราคาประเมินราชการ 5 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาราคาซื้อขายในพื้นที่และสภาพตลาดจริง อาจมีมูลค่าตลาดแตกต่างจากตัวเลขดังกล่าว

                   ดังนั้น ผู้รับซื้อฝากจึงต้องประเมิน มูลค่าที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง

 

ราคาประเมินราชการกับราคาตลาดต่างกันอย่างไร?

                   ราคาประเมินราชการ เป็นราคาที่หน่วยงานรัฐกำหนดเพื่อใช้เป็นฐานในเรื่องที่กฎหมายกำหนดบางประการ ขณะที่ ราคาตลาด เป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะซื้อขายกันได้ภายใต้สภาวะตลาดและปัจจัยของทรัพย์นั้น

                   สำหรับการพิจารณาวงเงินขายฝาก บริษัทอาจนำข้อมูลหลายด้านมาประกอบกัน ไม่ได้ดูจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

  1. สภาพและประเภทของทรัพย์สิน

                   ประเภทและสภาพของอสังหาริมทรัพย์มีผลโดยตรงต่อมูลค่าและความเสี่ยง

ทรัพย์ที่บริษัทอาจรับพิจารณา เช่น

  • ที่ดินเปล่า
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์เฮาส์
  • อาคารพาณิชย์
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงงาน
  • โกดัง
  • อาคารสำนักงาน
  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

แต่ทรัพย์ประเภทเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับวงเงินเท่ากัน

บริษัทอาจตรวจสอบสภาพจริง เช่น

  • อายุของอาคาร
  • สภาพโครงสร้าง
  • การต่อเติม
  • การใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • ทางเข้า-ออก
  • สภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • ความสามารถในการขายต่อ

 

บ้านเก่าหรือที่ดินเปล่า ได้วงเงินขายฝากน้อยกว่าหรือไม่?

                   ไม่สามารถสรุปได้จากประเภททรัพย์เพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ที่ดินเปล่าในทำเลศักยภาพสูงอาจมีมูลค่ามากกว่าบ้านที่อยู่ในทำเลที่มีความต้องการต่ำ ในทางกลับกัน บ้านที่อยู่ในทำเลดีและมีสภาพพร้อมใช้งานก็อาจมีมูลค่าสูง จึงต้องประเมินเป็นรายทรัพย์

 

  1. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน

                   เอกสารสิทธิเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการพิจารณาวงเงินขายฝาก บริษัทจะต้องตรวจสอบว่าผู้ขอขายฝากมีสิทธิในทรัพย์จริงหรือไม่ และทรัพย์สามารถนำมาทำธุรกรรมได้อย่างถูกต้องหรือมีข้อจำกัดใดหรือไม่

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ประเภทเอกสารสิทธิ
  • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์
  • รายละเอียดเนื้อที่และตำแหน่งที่ดิน
  • ภาระจำนอง
  • การอายัด
  • ภาระจำยอม
  • สิทธิของบุคคลอื่น
  • ข้อจำกัดในการโอน
  • ประวัติการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

หากทรัพย์มีภาระผูกพันหรือมีประเด็นทางกฎหมาย บริษัทอาจต้องนำความเสี่ยงดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการอนุมัติวงเงิน

 

เอกสารสิทธิมีปัญหา ทำให้วงเงินลดลงหรือไม่?

                   อาจมีผลต่อการพิจารณา เพราะเอกสารสิทธิที่มีความไม่ชัดเจนหรือมีภาระผูกพันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกรรม ในบางกรณี บริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติม หรือตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินก่อนพิจารณาวงเงินขั้นสุดท้าย

 

  1. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

                   นอกจากมูลค่าของทรัพย์แล้ว บริษัทรับซื้อฝากยังต้องพิจารณา ความเสี่ยงของธุรกรรมและความเป็นไปได้ที่ผู้ขายฝากจะสามารถไถ่ทรัพย์คืนได้ การขายฝากแตกต่างจากการซื้อขายทั่วไป เพราะผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญาและกฎหมาย

บริษัทจึงอาจพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ เช่น

  • จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากต้องการ
  • ระยะเวลาขายฝาก
  • ความสามารถในการชำระสินไถ่
  • วัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้
  • สภาพคล่องของทรัพย์
  • ความสามารถในการขายต่อหากเกิดปัญหา
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมายและเอกสาร

ด้วยเหตุนี้ วงเงินที่ได้รับอนุมัติจึงอาจไม่เท่ากับราคาตลาดของทรัพย์

 

บริษัทคำนวณวงเงินขายฝากจากราคาประเมินอย่างไร?

                   โดยทั่วไป การพิจารณาวงเงินขายฝากไม่ได้ใช้สูตรเดียวกับทุกบริษัทและทุกทรัพย์ แต่แนวคิดสำคัญคือ บริษัทต้องประเมิน มูลค่าทรัพย์และระดับความเสี่ยง ก่อนกำหนดวงเงินที่เหมาะสม ตัวอย่างเชิงหลักการ หากทรัพย์มีมูลค่าตลาดสูง แต่มีข้อจำกัดในการขายต่อหรือมีปัญหาเอกสาร บริษัทอาจกำหนดวงเงินต่ำกว่ามูลค่าตลาดเพื่อบริหารความเสี่ยง ในทางกลับกัน หากทรัพย์มีทำเลดี เอกสารชัดเจน สภาพดี และมีสภาพคล่องสูง ก็อาจมีโอกาสได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจมากขึ้น ดังนั้น คำว่า “วงเงินขายฝาก” ไม่ได้เท่ากับ “ราคาขายทรัพย์” และไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมาเปรียบเทียบกันโดยตรง

 

ทำอย่างไรให้มีโอกาสได้รับวงเงินขายฝากที่เหมาะสม?

                   เจ้าของทรัพย์สามารถเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่นประเมิน เช่น

เตรียมเอกสารให้ครบ

                   ควรเตรียมโฉนดหรือเอกสารสิทธิ เอกสารประจำตัว และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ให้พร้อม

แจ้งข้อมูลทรัพย์ตามความเป็นจริง

                   ควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบ้าน อาคาร ผู้ครอบครอง ผู้เช่า ภาระผูกพัน หรือข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา

เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง

                   หากขายฝากที่ดินพร้อมบ้านหรืออาคาร ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเมินทรัพย์ได้ครบถ้วน

ตรวจสอบภาระผูกพันก่อน

                   หากมีการจำนอง ภาระจำยอม หรือภาระอื่นบนทรัพย์ ควรแจ้งให้ผู้รับซื้อฝากทราบตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในขั้นตอนตรวจสอบเอกสาร

เปรียบเทียบข้อเสนอมากกว่าหนึ่งแห่ง

                   เจ้าของทรัพย์ไม่ควรดูเฉพาะ “วงเงินที่ได้รับ” แต่ควรเปรียบเทียบ จำนวนเงินที่ได้รับจริง สินไถ่ ระยะเวลาขายฝาก ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสัญญา ด้วย

วงเงินสูงที่สุด คือข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือไม่?

                   ไม่เสมอไป

 

การเลือกข้อเสนอขายฝากควรพิจารณามากกว่าวงเงิน เช่น

  • เงินที่ได้รับจริงหลังหักค่าใช้จ่าย
  • สินไถ่และเงื่อนไขการไถ่
  • ระยะเวลาขายฝาก
  • ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน
  • เงื่อนไขกรณีผิดนัด
  • รายละเอียดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา

ข้อเสนอที่ให้วงเงินสูงกว่าอาจมีต้นทุนหรือเงื่อนไขอื่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรอ่านสัญญาและรายละเอียดทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

 

สรุป 5 ปัจจัยหลักในการอนุมัติวงเงินขายฝาก ประเมินราคาขายฝากอสังหาริมทรัพย์

                   การประเมินวงเงินขายฝากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้พิจารณาจากราคาประเมินเพียงอย่างเดียว แต่บริษัทมักต้องวิเคราะห์หลายปัจจัยร่วมกัน โดย 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ทำเลและศักยภาพของทรัพย์ — ทำเลมีผลต่อมูลค่าและสภาพคล่อง

  2. ราคาตลาดและมูลค่าปัจจุบัน — ต้องพิจารณามูลค่าของทรัพย์จากข้อมูลหลายด้าน

  3. สภาพและประเภททรัพย์ — บ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออาคารแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและมูลค่าแตกต่างกัน

  4. เอกสารสิทธิและภาระผูกพัน — เอกสารต้องชัดเจนและตรวจสอบสถานะทางกฎหมายได้

  5. ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน — บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงของธุรกรรมและเงื่อนไขการขายฝาก

ดังนั้น หากต้องการทราบว่า ขายฝากอสังหาริมทรัพย์จะได้วงเงินเท่าไร วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการนำข้อมูลทรัพย์จริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการประเมิน เพราะแต่ละทรัพย์มีปัจจัยและความเสี่ยงแตกต่างกัน

Q: บริษัทรับซื้อฝากใช้เกณฑ์อะไรในการอนุมัติวงเงิน?

A: โดยหลักจะพิจารณาจากทำเล ราคาตลาด สภาพและประเภททรัพย์ เอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน รวมถึงความเสี่ยงและความเป็นไปได้ในการไถ่ถอน

 

Q: ราคาประเมินราชการมีผลต่อวงเงินขายฝากหรือไม่?

A: มีส่วนในการพิจารณา แต่โดยทั่วไปไม่ควรนำราคาประเมินราชการมาใช้เป็นตัวกำหนดวงเงินเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องพิจารณาราคาตลาด สภาพทรัพย์ ทำเล และความเสี่ยงประกอบกัน

 

Q: ต้องมีราคาประเมินเท่าไรจึงจะขายฝากได้?

A: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เพราะวงเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ มูลค่า ทำเล เอกสาร และหลักเกณฑ์ของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย

 

Q: ทำเลมีผลต่อวงเงินขายฝากอย่างไร?

A: ทำเลมีผลต่อมูลค่าตลาดและสภาพคล่องของทรัพย์ หากเป็นทำเลที่มีความต้องการและสามารถนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาจส่งผลดีต่อการประเมินมูลค่า

 

Q: เอกสารสิทธิไม่ครบจะขอวงเงินขายฝากได้ไหม?

A: ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป โดยบริษัทอาจขอเอกสารเพิ่มเติมหรือตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของทรัพย์ก่อน จึงจะสามารถประเมินวงเงินได้อย่างเหมาะสม

 

Q: วงเงินขายฝากเท่ากับราคาขายของที่ดินหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน วงเงินขายฝากเป็นจำนวนเงินที่ผู้รับซื้อฝากอนุมัติภายใต้การประเมินมูลค่าและความเสี่ยงของธุรกรรม จึงอาจแตกต่างจากราคาตลาดของทรัพย์

 

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินวงเงินขายฝาก หลักเกณฑ์และวงเงินอนุมัติจริงอาจแตกต่างกันตามนโยบายของผู้รับซื้อฝาก ลักษณะทรัพย์ เอกสารสิทธิ และเงื่อนไขของแต่ละธุรกรรม ควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขการไถ่ถอนให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

25
Nov 25
ชำระดอกเบี้ยช้า เสี่ยงอะไรบ้างในสัญญาขายฝาก

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นวิธีขอเงินทุนที่ได้รับความนิยม เนื่องจากได้เงินไว ใช้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และยังคงมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม หนึ่งใน “ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด” คือ ชำระดอกเบี้ยล่าช้า เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจ้าของทรัพย์ไม่ระวัง อาจนำไปสู่ “การหลุดทรัพย์” ได้เลยทีเดียว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ความเสี่ยงเมื่อชำระดอกเบี้ยช้าในสัญญาขายฝาก 1. เสี่ยงหลุดสิทธิไถ่ถอนทรัพย์ (Risk of Losing Redemption Right)                สัญญาขายฝากกำหนดชัดว่าผู้ขายฝากต้อง ชำระดอกเบี้ยตรงเวลา หากผิดนัด ชำระช้า หรือไม่ชำระเลย อาจถูกตีความว่า “ผู้ขายฝากไม่ประสงค์จะรักษาสัญญา” ในบางกรณี ผู้รับซื้อฝากสามารถ ปฏิเสธการไถ่ถอน ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หากปล่อยให้เลยกำหนดไถ่ถอน ทั้งทรัพย์จะกลายเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีโดยสมบูรณ์ 2. เสียค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่ม                แม้ในกฎหมายจะไม่ได้กำหนดค่าปรับตายตัว แต่ส่วนใหญ่ ผู้รับซื้อฝากจะระบุค่าปรับการชำระล่าช้า เช่น ค่าปรับต่อวัน หรือดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อดอกเบี้ยช้าเพี […]

อ่านเพิ่มเติม
บางนา-ตราด
13
Jul 26
ทำเล บางนา-ตราด กรุงเทพตะวันออก ที่ดินเปล่าขายฝากได้ง่ายแค่ไหน

ทำเล บางนา-ตราด ศูนย์กลางโลจิสติกส์ตะวันออก ที่ดินเปล่าโซนนี้มีสภาพคล่องในการขายฝากแค่ไหน                    บางนา ตราด ทำไมจึงเป็นทำเลทองของธุรกิจโลจิสติกส์                    ถนนบางนา ตราด ถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก                    ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ที่ดินเปล่าตลอดแนวบางนา-ตราด มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแปลงที่สามารถพัฒนาเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน หรือโครงการเชิงพาณิชย์ได้   ที่ดินเปล่าในโซนบางนา-ตราด ยังมีความต้องการสูงหรือไม่                    คำตอบคือ “ยังมีความต้องการสูง” แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ความต้องการใช้พื้นที่ด้านโลจิสติกส์ยังเติบโตจากหลายปัจจัย เช่น การเติบโตของธุรกิจ E-commerce การขยายตัวของคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า […]

อ่านเพิ่มเติม
3
Dec 25
เป็นหนี้ก่อนรวย หรือรวยก่อนเป็นหนี้? ควรเลือกทางไหนให้ชีวิตการเงินมั่นคง

เป็นหนี้ก่อนรวย หรือ รวยก่อนเป็นหนี้? คำถามที่คนยุคนี้ต้องคิดให้รอบด้าน                ในยุคที่หลายคนต้องการเติบโตเร็วขึ้น ทั้งด้านธุรกิจ การลงทุน และไลฟ์สไตล์ ทำให้แนวคิด “เป็นหนี้ก่อนรวย” ถูกพูดถึงมากขึ้น ขณะเดียวกันบางคนก็เลือก “รอให้รวยก่อนแล้วค่อยเป็นหนี้” เพื่อความปลอดภัยทางการเงิน                แล้วจริงๆ แบบไหนดีกว่ากัน? คำตอบคือ ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ความเสี่ยง และวินัยทางการเงินของแต่ละคน บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยคุณวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดเจนว่าแนวทางไหนเหมาะกับคุณที่สุด 1) เป็นหนี้ก่อนรวย ใช้เงินล่วงหน้า เพื่อสร้างโอกาส                นี่คือแนวคิดการใช้ Leverage หรือ “เงินคนอื่น” เพื่อทำให้เติบโตเร็วขึ้น ข้อดี เริ่มต้นไวกว่า ไม่ต้องรอให้มีเงินครบ ช่วยสร้างทรัพย์สิน เช่น กู้ซื้อบ้าน คอนโด ที่ดิน หรืออุปกรณ์สำหรับทำธุรกิจ เงินทำงานเร็วขึ้น ทำให้ได้รับผลตอบแทนในอนาคต เหมาะกับคนที่เห็นโอกาสและต้องการ “จังหวะ” ที่ไม่สามารถรอได้ ข้อเสีย มี ภาระดอกเบี้ยและสภาพคล่อง ที่ต้องรับผิดชอบ หากไม่มีวินัย อาจกลายเป็น หนี้เสีย ความเสี่ยงสูงหากรายได้ไม่แน่นอ […]

อ่านเพิ่มเติม