12
Jul 24

ในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวน หลายคนมองหาวิธีปลดล็อกศักยภาพของสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อนำมาใช้จ่ายยามจำเป็นต้องการ เงินด่วน  ” บ้านแลกเงิน ”  และ ” รถแลกเงิน ”
กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม  แต่ทางเลือกไหนดีกว่ากัน?  บทความนี้  จะพาทุกท่านมาวิเคราะห์เชิงลึก
เปรียบเทียบข้อดี  ข้อเสีย  ของทั้งสองตัวเลือก  เผยให้เห็นภาพรวม  ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

บ้านแลกเงิน

เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพของบ้าน
บ้านแลกเงินคือ สินเชื่อที่ธนาคารหรือบริษัทแหล่งเงินทุนเสนอให้กับเจ้าของบ้านหรือคอนโดที่ปลอดภาระ  โดยลูกค้าสามารถนำบ้านหรือคอนโดมาจำนองกับธนาคารเพื่อแลกกับเงินก้อนโต
โดยที่ลูกค้ายังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโดนั้นต่อไปได้  เปรียบเสมือนการเปลี่ยนบ้านที่เป็นสินทรัพย์นิ่ง  กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียน  ยามต้องการใช้จ่าย  หรือต่อยอดธุรกิจ

ข้อดีของบ้านแลกเงิน:

ได้วงเงินกู้มากกว่า: โดยทั่วไป บ้านแลกเงินให้วงเงินกู้สูงถึง 90% ของราคาประเมินหลักประกัน ในขณะที่รถแลกเงินให้วงเงินกู้สูงสุดประมาณ 70% ของราคาประเมินรถ

ดอกเบี้ยถูกกว่า: อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านแลกเงินกับ Property4cash ต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ รวมถึงสินเชื่อรถแลกเงิน

ยังมีบ้านให้พักอาศัย: ต่างจากรถแลกเงิน ที่คุณต้องขายรถ บ้านแลกเงินช่วยให้คุณยังมีบ้านให้พักอาศัย โดยไม่ต้องย้ายออกไปไหน

ปลดล็อกศักยภาพของบ้าน: บ้านแลกเงินช่วยให้คุณเปลี่ยนบ้านที่เป็นสินทรัพย์นิ่ง กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียน ยามต้องการใช้จ่าย หรือต่อยอดธุรกิจ


แต่บ้านแลกเงินก็มีข้อเสียที่ต้องพิจารณา:

 

ความเสี่ยงจากการยึดบ้าน: หากคุณไม่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้ ธนาคารหรือแหล่งเงินทุนมีสิทธิ์ยึดบ้านของคุณไปขายทอดตลาด
บ้านแลกเงิน VS รถแลกเงิน แบบไหนดีกว่ากัน

รถแลกเงิน  ตัวเลือกที่รวดเร็ว  สะดวก

รถแลกเงิน  คือ สินเชื่อที่บริษัทสินเชื่อเสนอให้กับเจ้าของรถยนต์  โดยลูกค้าสามารถนำเล่มทะเบียนรถมาแลกกับเงินก้อนโต  โดยที่ลูกค้ายังสามารถใช้งานรถคันนั้นต่อไปได้  เหมาะกับผู้ต้องการเงินด่วน  ต้องการความสะดวก  รวดเร็ว

ข้อดีของรถแลกเงิน
ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจดจำนอง
: ต่างจากบ้านแลกเงิน ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจดจำนอง

ข้อเสียของรถแลกเงิน:

ได้วงเงินกู้น้อย:

ดอกเบี้ยแพง:

ผ่อนชำระได้สั้น:

เสี่ยงเสียรถ:

บ้านแลกเงิน
  เหมาะสำหรับผู้ที่มีบ้านหรือคอนโดที่ปลอดภาระ  ต้องการเงินก้อนโต  ต้องการผ่อนชำระระยะยาว  และต้องการวงเงินที่สูง ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ

รถแลกเงิน  เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถ  ต้องการเงินด่วน  สะดวก  รวดเร็ว  และยอมรับดอกเบี้ยที่สูง แต่ได้วงเงินไม่สูงมาก

ทั้งนี้  ก่อนตัดสินใจ  ควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแลกเงินและรถแลกเงินจากธนาคารและบริษัทสินเชื่อต่างๆ   เลือกตัวเลือกที่เหมาะกับความต้องการ  ศักยภาพทางการเงิน  และความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้

หากเพื่อนๆท่านไหนสนใจบ้านแลกเงิน หรือ คอนโดแลกเงิน  เรา Property4cash รับจำนองและขายฝาก เราพร้อมให้บริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์ด้านจำนอง ขายฝากกว่า 10 ปี

 

สนใจจำนอง-ขายฝาก ต้องการ เงินด่วน หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

เปิดอาณา เส้นความมั่งคั่ง นายกอนุทิน จากเจ้าสัวธุรกิจก่อสร้าง สู่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32
19
Sep 25
เปิดอาณา เส้นความมั่งคั่ง นายกอนุทิน จากเจ้าสัวธุรกิจก่อสร้าง สู่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เปิดอาณา เส้นความมั่งคั่ง “นายกอนุทิน” จากเจ้าสัวธุรกิจก่อสร้าง สู่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32           ในวันที่ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง สายตาทั้งประเทศต่างจับจ้องไปที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ผู้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่32 ของไทย ด้วยเส้นทางที่ไม่ธรรมดา จากทายาทนักธุรกิจพันล้านในวงการก่อสร้าง สู่ผู้นำประเทศที่หลายคนต่างจับตา จากสายเลือดธุรกิจสู่เวทีการเมือง           อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นทายาทของ นายชวน ชาญวีรกูล ผู้ก่อตั้ง บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศ ด้วยประสบการณ์และทรัพย์สินระดับมหาเศรษฐีตระกูล เขาเติบโตในครอบครัวที่ผสานทั้งความรู้เรื่องธุรกิจและคอนเนคชั่นในแวดวงการเมือง           ด้วยการศึกษาจากต่างประเทศและวิสัยทัศน์สมัยใหม่ อนุทินเริ่มต้นบทบาททางการเมืองตั้งแต่ยังหนุ่ม และโดดเด่นในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้รับเสียงชื่นชมและวิจารณ์ในระดับเท่าเทียมกัน   ทรัพย์สิน และความมั่งคั่ง ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อนุทินได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่ […]

อ่านเพิ่มเติม
ตั้งสติก่อน เป็นหนี้
9
May 25
ตั้งสติก่อน เป็นหนี้ จำเป็น หรือแค่อยากได้

ตั้งสติก่อน เป็นหนี้ จำเป็น หรือแค่อยากได้ ในยุคที่การเข้าถึงสินเชื่อ กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว การตัดสินใจ “เป็นหนี้” กลับกลายเป็นเรื่องที่ใครหลายคนทำโดยไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ แต่ก่อนที่คุณจะรูดบัตร หรือกดยืมเงินผ่านแอป ลองถามตัวเองสักนิดว่า… หนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะความจำเป็น หรือแค่อยากได้เฉยๆ? เป็นหนี้… ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีสติ การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป หากเกิดจากเหตุผลที่เหมาะสม เช่น กู้เงินเพื่อการศึกษา, กู้ซื้อบ้านหลังแรก, ลงทุนทำธุรกิจ, รักษาพยาบาลฉุกเฉิน และหนี้ในลักษณะนี้ถือเป็น “หนี้จำเป็น” เพราะมีเป้าหมายชัดเจนและมีแนวโน้มสร้างมูลค่าในอนาคต หนี้จากความอยากได้ กับดักทางการเงินที่หลายคนมองข้าม ในทางกลับกัน หนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายโดยขาดการไตร่ตรอง เช่น ผ่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่ทุกปี, ใช้จ่ายเกินรายได้ผ่านบัตรเครดิต, กู้เงินเพื่อท่องเที่ยวหรือซื้อของแบรนด์เนม หนี้ประเภทนี้มักไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว และอาจกลายเป็นภาระดอกเบี้ยที่บานปลายในอนาคต ดังนั้น วิธีตั้งสติก่อนตัดสินใจเป็นหนี้ ที่ Property4Cash เงินด่วนอสังหา รวบรวมมาให้มีดังนี้ ถามตัวเองว่า […]

อ่านเพิ่มเติม
ไถ่ถอนขายฝาก
10
Jan 23
เฮ้ย! ไถ่ถอนขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยหรอ!!!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำขายฝากนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน เสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันปกติ แต่ผู้ขายฝากหลายๆ คนนั้นไม่รู้ และนายทุนผู้รับขายฝากหรือนายหน้าก็ไม่ได้บอกเราไว้ ทำให้เจ้าของทรัพย์ที่มาทราบทีหลัง ตกใจกับค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่า ค่าใช้จ่ายในการ ไถ่ถอนขายฝาก นั้น มีอะไรบ้าง..? การไถ่ถอนขายฝาก เปรียบเสมือน “การซื้อกลับ” แต่เป็นการซื้อกลับภายในระยะเวลาสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนเหมือนกับการซื้อขายโดยทั่วไปตามปกติเช่นกัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล  ค่าใช้จ่ายการ ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม – แปลงละ 50 บาท ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย – คำนวณตามระยะเวลาถือครอง ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร นับตั้งแต่วันที่ได้ทำสัญญาขายฝากจนถึงวันที่จดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก อากรแสตมป์ – ร้อยละ 50 สตางค์ (0.50%) โดยคำนวณจากราคาที่จดทะเบียนขายฝาก หรือ ราคาประเมินจากกรมที่ดินในขณะนั้น แล้วแต่ว่าราคาใดมากกว่า  **หมายเหตุ การไถ่ถอนขายฝาก โดยหลักการแล้ว […]

อ่านเพิ่มเติม