ขายฝาก-จำนอง มอบอำนาจ ได้ไหม ? เตรียมเอกสารยังไง ไม่ให้โมฆะ
11
Apr 23

การ มอบอำนาจ ให้ผู้อื่นไปทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินแทนเจ้าของ เป็นเรื่องปกติที่มักจะทำกัน
โดยจะเห็นได้บ่อยเป็นพิเศษเวลาเราไปทำนิติกรรมซื้อ-ขาย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดก็ตาม
เพราะหลายๆ คนก็ไม่มีเวลา หรือไม่เชี่ยวชาญในการทำเรื่องเอกสาร

การมอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ไปทำเรื่องให้ นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว
ยังหมดห่วงเรื่องโดนเจ้าหน้าที่ปฏิเสธเพราะเอกสารไม่ครบหรือไม่ถูกต้องด้วย
แล้วการทำนิติกรรมอย่าง ขายฝาก และ จำนอง ล่ะ สามารถมอบอำนาจไปทำเรื่องแทนได้ไหมนะ ?
ถ้าไม่อยากมีปัญหาเรื่องเอกสารต้องทำอย่างไร มาหาคำตอบกัน.

ขายฝาก-จำนอง มอบอำนาจได้ไหม ?

การขายฝากและจำนองสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนได้ แต่ต้องเตรียมเอกสาร 3 อย่างหลัก คือ หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21), บัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ และสำเนาโฉนดที่ดิน ทั้งหมดต้องถูกต้องครบถ้วน มิฉะนั้นสัญญาอาจเป็นโมฆะ

บทความนี้ Property4Cash สรุปเอกสารที่ต้องเตรียมและข้อควรระวังในการมอบอำนาจ

เอกสารสำหรับการมอบอำนาจมีอะไรบ้าง ?
สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมี สำหรับการในการมอบอำนาจนั้นคือ “หนังสือมอบอำนาจ”
โดยสามารถใช้แบบฟอร์มของสำนักงานที่ดินที่เรียกว่า ท.ด.21 เพื่อความถูกต้องที่สุด
สามารถขอได้ที่สำนักงานที่ดิน หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ตามนี้ก็ได้เช่นกันhttps://www.dol.go.th/Documents/td21.pdf
โดยในส่วนของรายละเอียดที่ต้องกรอกลงไปในหนังสือมอบอำนาจนั้น
ก็จำเป็นต้องเขียนตามถ้อยคำที่กำหนดไว้โดยกรมที่ดิน เพื่อไม่ให้เราโดนเจ้าหน้าที่ปฏิเสธกลับมา
สามารถดูตัวอย่างการเขียน หนังสือมอบอำนาจได้ที่ https://www.dol.go.th/Pages/ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ.aspx

นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่ต้องเตรียมไว้สำหรับแนบไปพร้อมกับหนังสือมอบอำนาจก็คือ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ท.ด.21)
  • บัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (ฉบับจริง)
    **กรณีเปลี่ยนชื่อ ให้เตรียมหนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลด้วย
  • ทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (ฉบับจริง)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • โฉนดที่ดินฉบับจริง
  • กรณีมีคู่สมรส จำเป็นต้องใช้เอกสารของคู่สมรสด้วย ดังนี้
    • หนังสือให้ความยินยอมให้ขายฝากหรือจำนองที่ดินหรือที่ดินพร้อมบ้าน
    • สำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส
    • สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส
    • สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีหย่าให้เตรียมสำเนาใบจดทะเบียนหย่า,
      กรณีคู่สมรสเสียชีวิตให้เตรียมสำเนาใบมรณะบัตรมาด้วย

ทำไมนายทุนบางคน ถึงไม่ค่อยรับเคสมอบอำนาจ ?
อาจจะเคยเห็นกันมาบ้าง สำหรับเคสที่นายทุนผู้รับซื้อฝาก “ปฏิเสธ” เคสที่เป็นการมอบอำนาจจากเจ้าของทรัพย์
สาเหตุเป็นเพราะว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต ในเรื่องของกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
หลายๆ ครั้งมักจะมีเจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงมาแสดงตัวว่า ไม่ได้ยินยอม ให้นำทรัพย์ของเขา
มาทำการจำนอง หรือ ขายฝาก เป็นเหตุให้ต้องเสียเวลามานั่งฟ้องศาลกันอีก ทำให้นายทุนหลายๆ ท่าน
ตัดปัญหาด้วยการไม่รับเคสขายฝากที่เป็นการมอบอำนาจกันเลยทีเดียว

สรุป.. การมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำเรื่อง ขายฝาก-จำนอง นั้นสามารถทำได้ แต่ทางที่ดีนั้นหากเป็นไปได้
เจ้าของทรัพย์ก็ควรจะเป็นผู้ที่ไปเรื่องทำสัญญาที่สำนักงานที่ดินเอง เพื่อลดความเสี่ยง
ลดโอกาสเกิดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตนั่นเอง

วิธีมอบอำนาจขายฝากจำนองอสังหาริมทรัพย์ เอกสารที่ต้องเตรียมไม่ให้โมฆะ

Q: มอบอำนาจให้คนอื่นไปขายฝากแทนได้ไหม?

A: ได้ ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากสามารถมอบอำนาจได้ โดยใช้หนังสือมอบอำนาจ ทด.21 ที่กรมที่ดินกำหนด

 

Q: หนังสือมอบอำนาจขายฝากต้องไปทำที่ไหน?

A: ทำได้ที่สำนักงานที่ดิน หรือทำล่วงหน้าที่บ้านแล้วนำไปยื่นวันทำสัญญา แต่ต้องมีพยาน 2 คนลงนาม

 

Q: มอบอำนาจแล้วสัญญาขายฝากจะโมฆะไหม?

A: จะโมฆะถ้าเอกสารไม่ครบหรือผิดรูปแบบ แนะนำให้เจ้าของทรัพย์ไปเองถ้าเป็นไปได้

 


สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

22
Apr 26
ทำไมต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน? ระวังอันตรายจากสัญญาปากเปล่า

ทำไมต้อง จดทะเบียนที่กรมที่ดิน เท่านั้น? (อันตรายจากสัญญาปากเปล่า) ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์               การซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีมูลค่าสูง แต่หลายคนกลับมองข้ามขั้นตอนสำคัญอย่าง “การจดทะเบียน ณ กรมที่ดิน” และเลือกใช้เพียง “สัญญาปากเปล่า” หรือข้อตกลงกันเองโดยไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหนักในอนาคตโดยไม่รู้ตัว บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณเข้าใจว่า… ทำไมการจดทะเบียนจึงสำคัญ และสัญญาปากเปล่ามีความเสี่ยงอย่างไร ทำไมต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน?               การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์กับหน่วยงานรัฐอย่าง กรมที่ดิน ไม่ใช่แค่ขั้นตอนทางราชการ แต่เป็น “ข้อบังคับตามกฎหมาย” ที่ทำให้การซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์มีผลสมบูรณ์ 1. มีผลทางกฎหมายโดยสมบูรณ์ ตามกฎหมายไทย การซื้อขายที่ดินต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ดำเนินการ การซื้อขายนั้นอาจถือว่า “ไม่สมบูรณ์” และไม่สามารถอ้างสิทธิ์ในศาลได้ 2. ป้องกันการถูกโกง การจดทะเบียนจะมีเอกสารหลักฐานชัดเจน เช่น โฉนดที่ดิน […]

อ่านเพิ่มเติม
18
Dec 25
ทำไม ลงทุนอสังหาฯ ยังไปได้ดีในยุคนี้

ทำไม ลงทุนอสังหาฯ ยังไปได้ดีในยุคนี้ ตลาดเช่ากำลังโต เพราะคนอยาก “ออมเงิน”มากกว่าผ่อนบ้าน                ในยุคที่เศรษฐกิจแกว่งแรง แต่คนรุ่นใหม่กลับ “คุมเกมการเงิน” ได้เฉียบกว่าที่คิด สะท้อนจากแนวโน้มใหม่ในตลาดที่อยู่อาศัย ที่กำลังชัดขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้ค่านิยมที่เปลี่ยนไป เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ฝันจะเป็นเจ้าของบ้าน แต่คนจำนวนมากเลือก “เช่าแบบมีแผน” เพื่อควบคุมภาระทางการเงิน และเร่งออมเงินไปใช้เพื่อเป้าหมายอื่นที่สำคัญกว่า ข้อมูล จากการสำรวจตัวอย่างพบว่า … มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้เช่า (37%) ตัดสินใจเช่าเพราะอยากออมเงิน รองลงมา คือ ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต (26%) อีก 21% บอกชัดว่าซื้อบ้านยังไม่ไหวตอนนี้                ที่น่าสนใจ คือ ผู้เช่าส่วนใหญ่ (89%) วางแผนอย่างมีวินัย โดยตั้งงบค่าเช่าไว้ไม่เกิน 30% ของรายได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “คนเช่า” ไม่ได้เช่าเพราะไม่มีเงิน  แต่เช่าเพื่อบริหารเงินให้คุ้มกว่าด้วย โอกาสสำหรับคนมีอสังหาฯ ในมือ                ในวันที่ตลาดขายอาจจะชะลอตัว แต่ตลาดเช่ากำลังเร่งเครื่องและนี่อาจเป็นช่วงเวลาทองของเจ้าของอสังหาฯ ที่พร้อมปล่อยเช่า เพราะถ้าเราเข้าใจ “ผู้เช่ารุ่ […]

อ่านเพิ่มเติม
รีไฟแนนซ์ Retention ต่างกันอย่างไร?
26
May 23
Retention กับ Refinance ต่างกันอย่างไร?

เมื่อผ่อนบ้านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วหลายคนก็เริ่มที่จะหาทางทำให้ดอกเบี้ยนั้นลดลง ซึ่งวิธีการที่เราคุ้นเคยกันนั้นคือการ รีไฟแนนซ์ แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่ามาก คือการ Retention แล้วทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ Retention เป็นการติดต่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ในขณะที่ รีไฟแนนซ์ เป็นการนำที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ผ่อนชำระอยู่ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อใหม่มาปิดหนี้ยอดเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หนี้ของเรากับเจ้าหนี้ ซึ่งก็คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมนั้นสิ้นสุดลง พร้อม ๆ กับการเกิดขึ้นของหนี้ใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ ซึ่งข้อแตกต่างสามารถแบ่งได้ตามนี้ #สถาบันการเงิน Retention จะใช้ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิม ไม่ต้องหาสถาบันการเงินใหม่ Refinance จะต้องหาธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ #การเตรียมเอกสาร Retention ไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เนื่องจากธนาคารสามารถใช้เอกสารเดิมหลายฉบับที่ผู้กู้ใช้ยื่นขอสินเชื่อ Refinance เนื่องจากเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ จึงต้องมีการเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด #ระยะเวลาอนุมัติ Retention เนื่องจากมีข้อ […]

อ่านเพิ่มเติม