โฉนดช่วยเรื่องเงินทุน
8
Oct 26

ธุรกิจหมุนเงินไม่ทันช่วงปลายปี โฉนดช่วยได้อย่างไร? โฉนดช่วยเรื่องเงินทุน

                   ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายธุรกิจต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งการสั่งซื้อสินค้า การจ่ายโบนัสและค่าตอบแทน การเติมสต๊อก การชำระหนี้คู่ค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจหรือเตรียมรับยอดขายในปีถัดไป เมื่อ รายรับเข้ามาไม่ทันกับรายจ่าย ปัญหาสภาพคล่องจึงเกิดขึ้นได้ แม้ธุรกิจจะมีทรัพย์สินและยอดขายที่ดีในภาพรวมก็ตาม

                   สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มี โฉนดที่ดิน อยู่แล้ว ทรัพย์สินดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับจัดหาเงินทุนระยะสั้นหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ แต่โฉนดช่วยเรื่องเงินทุนได้อย่างไร? ใช้โฉนดหาเงินได้เท่าไร? และควรเลือก สินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน หรือ ขายฝากที่ดิน? บทความนี้จะพาไปดูแนวทางต่างๆ ก่อนตัดสินใจ

สรุปสั้นๆ มีโฉนด แต่ธุรกิจเงินหมุนไม่ทัน ทำอย่างไรได้บ้าง?

                   หากธุรกิจมีปัญหาสภาพคล่องช่วงปลายปี และมีที่ดินเป็นทรัพย์สิน อาจพิจารณาทางเลือกหลัก ๆ ได้แก่

  • สินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน
  • สินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกัน
  • ขายฝากที่ดิน ตามเงื่อนไขของธุรกรรม
  • ปรับโครงสร้างกระแสเงินสดและเจรจาเงื่อนไขกับคู่ค้า
  • ใช้แหล่งเงินทุนอื่น เช่น นักลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ

การเลือกวิธีใดควรพิจารณาจากจำนวนเงินที่ต้องการ ระยะเวลาที่ต้องใช้เงิน กระแสเงินสดของธุรกิจ ต้นทุนทางการเงิน และความเสี่ยงที่มีต่อทรัพย์สิน

 

ทำไมช่วงปลายปีธุรกิจถึงมักมีปัญหาเงินหมุน?

                   ปัญหาเงินหมุนไม่ทันไม่ได้หมายความว่าธุรกิจขาดทุนเสมอไป บางธุรกิจมี ยอดขายดี แต่กระแสเงินสดติดลบชั่วคราว เนื่องจากต้องจ่ายเงินออกก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า ตัวอย่างเช่น ธุรกิจขายสินค้าได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงปลายปี จึงต้องสั่งสินค้าจากผู้ผลิตล่วงหน้า 2 ล้านบาท แต่ลูกค้าจะชำระเงินหลังส่งมอบสินค้า 30–60 วัน ในทางบัญชีธุรกิจอาจมีรายได้จากคำสั่งซื้อ แต่ในทางกระแสเงินสด ธุรกิจต้องใช้เงิน 2 ล้านบาทก่อน จึงเกิดช่องว่างระหว่าง “วันที่ต้องจ่ายเงิน” กับ “วันที่จะได้รับเงิน” หากไม่มีเงินทุนสำรองเพียงพอ ธุรกิจก็อาจเข้าสู่ภาวะเงินหมุนไม่ทัน

โฉนดที่ดินช่วยเรื่องเงินทุนได้อย่างไร?

                   โฉนดเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และที่ดินสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการจัดหาเงินทุนได้ในบางกรณี

ตัวอย่างเช่น

                   เจ้าของธุรกิจมีที่ดินมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท แต่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน 2 ล้านบาท เพื่อซื้อสินค้าและชำระค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี

                   เจ้าของธุรกิจอาจพิจารณานำที่ดินมาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ ทั้งนี้ วงเงินที่ได้รับจริงไม่ได้เท่ากับราคาที่ดินโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินหลักประกันและเกณฑ์ของผู้ให้เงินทุนอีกทางเลือกหนึ่งคือการพิจารณา ขายฝากที่ดิน หากลักษณะธุรกรรมและเงื่อนไขเหมาะสมกับผู้ขายฝาก

3 วิธีใช้โฉนดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ

1. ใช้โฉนดเป็นหลักประกันขอสินเชื่อ

                   วิธีที่พบได้ทั่วไปคือการนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ ผู้ให้กู้อาจพิจารณาข้อมูลหลายด้าน เช่น

  • ราคาประเมินที่ดิน
  • ทำเล
  • สภาพและลักษณะของที่ดิน
  • รายได้ของผู้กู้
  • กระแสเงินสด
  • ประวัติการชำระหนี้
  • ภาระหนี้เดิม
  • วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

                   ข้อดีคือเจ้าของที่ดินยังคงถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ โดยมีภาระตามสัญญาสินเชื่อและหลักประกัน แต่ควรพิจารณาอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ให้ครบถ้วน

2. ขายฝากที่ดินเพื่อรับเงินก้อน

                   อีกทางเลือกหนึ่งคือ ขายฝากที่ดิน การขายฝากเป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายและสัญญา จึงมีความแตกต่างจากการนำที่ดินไปค้ำประกันสินเชื่อทั่วไป สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน การขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่นำมาพิจารณาได้ในกรณีที่ต้องการเงินก้อนและมีแผนการไถ่ทรัพย์คืนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนทำธุรกรรมควรพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับ

  • จำนวนเงินที่ได้รับ
  • สินไถ่
  • ระยะเวลาไถ่
  • ค่าใช้จ่าย
  • เงื่อนไขในสัญญา
  • ภาระผูกพันของทรัพย์
  • ผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถไถ่ทรัพย์ได้ตามกำหนด

ประเด็นสำคัญคือ หากไม่สามารถไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนด อาจส่งผลต่อสิทธิในที่ดิน จึงควรประเมินกระแสเงินสดและความสามารถในการไถ่คืนก่อนตัดสินใจ

3. ใช้โฉนดประกอบการเจรจาหาเงินทุนรูปแบบอื่น

                   โฉนดไม่ได้จำเป็นต้องใช้เฉพาะกับการกู้หรือขายฝากเท่านั้น ในบางสถานการณ์ เจ้าของธุรกิจอาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอฐานะทางการเงินต่อพันธมิตรหรือนักลงทุน

ตัวอย่างเช่น

  • ร่วมลงทุนในโครงการ
  • หา Strategic Partner
  • ขอวงเงินจากคู่ค้า
  • เจรจาปรับเงื่อนไขการชำระเงิน
  • จัดโครงสร้างเงินทุนใหม่

ดังนั้น หากธุรกิจมีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง ควรนำทรัพย์สินดังกล่าวมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทางการเงินของธุรกิจ

มีโฉนดแล้ว จะได้เงินเท่าไร?

ไม่มีตัวเลขตายตัว

จำนวนเงินที่สามารถจัดหาได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงราคาที่ดินตามที่เจ้าของประเมินเอง

ปัจจัยที่อาจถูกนำมาพิจารณา ได้แก่

ทำเลที่ตั้ง

ที่ดินในทำเลที่มีความต้องการซื้อขายและมีข้อมูลตลาดที่ชัดเจน อาจประเมินมูลค่าได้แตกต่างจากที่ดินในพื้นที่ที่มีสภาพคล่องต่ำ

ราคาตลาด

ควรดูราคาซื้อขายและราคาประเมินที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาประกาศขาย

ลักษณะที่ดิน

เช่น

  • เนื้อที่
  • หน้ากว้าง
  • ทางเข้าออก
  • ถนน
  • รูปแปลง
  • การใช้ประโยชน์
  • ผังเมืองที่เกี่ยวข้อง

ภาระผูกพัน

หากที่ดินมีจำนอง อายัด หรือภาระผูกพันอื่น อาจมีผลต่อการพิจารณาธุรกรรม

จำนวนเงินที่ต้องการ

วงเงินที่ต้องการเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์ก็เป็นปัจจัยสำคัญ

มีที่ดิน 10 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหาเงินทุนได้ 10 ล้านบาท

โฉนดแบบไหนที่นำมาพิจารณาหาเงินทุนได้?

                   การพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารสิทธิ ลักษณะทรัพย์ ทำเล และเงื่อนไขของผู้ให้เงินทุน โดยทั่วไปควรตรวจสอบว่า

  • ผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นใคร
  • เอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่
  • มีภาระจำนองหรือไม่
  • มีการอายัดหรือไม่
  • มีข้อจำกัดในการโอนหรือไม่
  • มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกี่คน
  • มีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินหรือไม่

หากมีข้อจำกัดหรือภาระผูกพัน ควรแจ้งข้อมูลตามจริงตั้งแต่ต้น เพื่อให้สามารถประเมินแนวทางจัดหาเงินทุนได้อย่างถูกต้อง

เงินทุนปลายปีควรนำไปใช้กับอะไร?

                   ก่อนนำโฉนดมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุน ควรตอบให้ชัดเจนก่อนว่า เงินก้อนนี้จะนำไปใช้ทำอะไร

ตัวอย่างการใช้เงินที่พบในธุรกิจ ได้แก่

เติมสต๊อกสินค้า

ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งอาจต้องเตรียมสินค้าจำนวนมากก่อนช่วงเทศกาล

จ่ายเจ้าหนี้การค้า

หากธุรกิจต้องชำระเงินให้ซัพพลายเออร์ก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า เงินทุนหมุนเวียนอาจช่วยลดช่องว่างของกระแสเงินสด

จ่ายค่าแรงและโบนัส

ช่วงปลายปีอาจมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น

ลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ

เช่น ซื้ออุปกรณ์ เพิ่มกำลังการผลิต หรือปรับปรุงสถานประกอบการ

เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ใช้รองรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอรายรับจากลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ควรประเมินว่าเงินทุนที่นำมาใช้สามารถสร้างรายรับกลับมาได้ภายในระยะเวลาที่สอดคล้องกับภาระทางการเงินหรือไม่

ก่อนใช้โฉนดหาเงินทุน ต้องเช็กอะไรบ้าง?

1. เช็กมูลค่าที่ดิน

                   อย่าประเมินจากราคาประกาศเพียงอย่างเดียว ควรดูข้อมูลตลาดและปัจจัยของที่ดินประกอบ

2. เช็กภาระหนี้

                   ตรวจสอบว่าที่ดินมีจำนองหรือภาระอื่นอยู่หรือไม่

3. คำนวณเงินที่ต้องการจริง

                   ไม่ควรหาเงินมากกว่าความจำเป็นโดยไม่มีแผนรองรับ เพราะเงินทุนแต่ละรูปแบบมีต้นทุน

4. ทำ Cash Flow Forecast

                   ลองประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้า เช่น

เดือนนี้ → ต้องจ่ายเท่าไร

เดือนหน้า → จะได้รับเงินเท่าไร

อีก 3 เดือน → มีเงินก้อนเข้าหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินว่าธุรกิจสามารถรับภาระทางการเงินได้มากน้อยเพียงใด

5. วางแผนทางออกก่อนนำทรัพย์ไปทำธุรกรรม

                   โดยเฉพาะหากเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะนำเงินจากไหนมาไถ่หรือชำระภาระเมื่อถึงกำหนด

ตัวอย่างการวางแผนเงินทุนสำหรับธุรกิจช่วงปลายปี

สมมติว่า

รายจ่ายที่ต้องใช้: 3 ล้านบาท

เงินสดที่มี: 1 ล้านบาท

เงินที่คาดว่าจะได้รับจากลูกค้า: 2 ล้านบาท แต่จะเข้าภายใน 60 วัน

ธุรกิจจึงมีช่องว่างทางกระแสเงินสดประมาณ 2 ล้านบาท

ในสถานการณ์นี้ เจ้าของธุรกิจอาจพิจารณาแหล่งเงินทุนระยะสั้นที่เหมาะสมกับกระแสเงินสดของกิจการ

หากมีที่ดินเป็นทรัพย์สิน ก็สามารถนำข้อมูลของที่ดินมาประกอบการพิจารณาทางเลือกในการจัดหาเงินทุนได้

แต่สิ่งสำคัญคือควรดูว่า เมื่อเงินจากลูกค้าเข้ามาแล้ว จะสามารถนำไปชำระคืนหรือไถ่ทรัพย์ได้ตามกำหนดหรือไม่

ใช้โฉนดหาเงินทุน ต้องระวังอะไร?

การนำทรัพย์สินมาใช้จัดหาเงินทุนช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ควรพิจารณา

อย่าดูเฉพาะจำนวนเงินที่ได้รับ

ควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดของธุรกรรม

อย่าประเมินรายรับในอนาคตสูงเกินไป

หากธุรกิจคาดการณ์ว่าจะมีรายรับก้อนใหญ่ แต่สุดท้ายลูกค้าชำระล่าช้า แผนชำระคืนอาจได้รับผลกระทบ

อย่าใช้เงินก้อนโดยไม่มีแผน

เงินทุนควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจน และควรติดตามผลว่าช่วยเพิ่มรายได้หรือสภาพคล่องได้ตามแผนหรือไม่

อ่านสัญญาทุกข้อ

โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา เงื่อนไขผิดนัด และเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สิน

Q: มีโฉนดแต่เงินหมุนไม่ทัน สามารถหาเงินทุนได้ไหม?

A: อาจมีทางเลือกในการใช้ที่ดินเป็นหลักประกันหรือทำธุรกรรมขายฝาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ มูลค่า ภาระผูกพัน และเงื่อนไขของผู้ให้เงินทุน

Q: ใช้โฉนดค้ำเงินกู้ได้หรือไม่?

A: ในบางกรณีสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันสินเชื่อได้ แต่ผู้ให้กู้จะพิจารณามูลค่าหลักประกันและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ

Q: มีที่ดินแต่ไม่มีรายได้ประจำ จะหาเงินทุนได้หรือไม่?

A: อาจมีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสินเชื่อทั่วไป แต่ไม่สามารถรับประกันการได้รับเงินทุนได้ เพราะแต่ละผู้ให้เงินทุนมีเกณฑ์พิจารณาที่แตกต่างกัน

Q: ขายฝากที่ดินต่างจากใช้โฉนดค้ำกู้อย่างไร?

A: การใช้โฉนดค้ำกู้เป็นการนำทรัพย์มาเป็นหลักประกันของสินเชื่อ ส่วนการขายฝากเป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โอนไปยังผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนตามกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญา

Q: ต้องมีโฉนดปลอดภาระหรือไม่?

A: ไม่สามารถตอบเหมารวมได้ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกรรมและผู้ให้เงินทุน หากมีจำนองหรือภาระผูกพัน ควรแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสม

                   สรุปส่งท้าย โฉนดช่วยเรื่องเงินทุน ในวันที่ธุรกิจเงินหมุนไม่ทัน โฉนดอาจเป็นหนึ่งในทางออก ปัญหา เงินหมุนไม่ทันช่วงปลายปี อาจเกิดขึ้นได้แม้ธุรกิจจะมีรายได้และมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก เพราะรายรับและรายจ่ายไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน หากเจ้าของธุรกิจมีโฉนดที่ดิน ทรัพย์สินดังกล่าวอาจนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นหลักประกัน การขอสินเชื่อ หรือการขายฝากตามเงื่อนไขที่เหมาะสม แต่ก่อนตัดสินใจ ควรตอบคำถามสำคัญ 4 ข้อให้ได้ก่อน

ต้องการเงินเท่าไร?

จะนำเงินไปใช้ทำอะไร?

จะนำเงินจากไหนมาชำระคืนหรือไถ่ทรัพย์?

หากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผน จะรับความเสี่ยงต่อทรัพย์สินได้หรือไม่?

เพราะการนำโฉนดมาใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องไม่ใช่เพียงเรื่องของการ “หาเงินให้ได้เร็ว” แต่เป็นเรื่องของการ บริหารกระแสเงินสดและบริหารความเสี่ยงของธุรกิจไปพร้อมกัน

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

17
Jun 25
มีอสังหาฯ อยากได้เงินทุน “จำนอง” หรือ “ขายฝาก” ดีกว่ากัน?

          มีอสังหาฯ อยากได้เงินทุน ระหว่าง “จำนอง” หรือ “ขายฝาก” ดีกว่ากัน? ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน หากคุณเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ หรือคอนโด แล้วต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินสดก้อนใหญ่ด่วน การนำทรัพย์สินโดยเฉพาะ อสังหาริมทรัพย์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง “กระแสเงินสด” เป็นทางเลือกที่เจ้าของทรัพย์หลายคนมองหา           โดยทั้งสองวิธีเป็นการนำอสังหาฯ มาใช้เป็นหลักประกันในการขอเงินทุน แต่มีรายละเอียด ข้อดี-ข้อเสีย และความเสี่ยงต่างกัน บทความนี้จะช่วยคุณเข้าใจอย่างชัดเจน และเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณที่สุด ทำความรู้จักกับความหมายของ “จำนอง” คืออะไร?           การจำนอง (Mortgage) คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ของคุณไปเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยคุณยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น และหากคุณผ่อนชำระครบตามสัญญา ทรัพย์สินนั้นก็จะไม่มีภาระอีกต่อไป ✅ ข้อดีของการจำนอง: ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน อัตราดอกเบี้ยต่ำ (เพราะส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อจากธนาคาร) มีระยะเวลาผ่อนชำระนาน ทำให้สามารถวางแผนทางการเงินได้ง่าย […]

อ่านเพิ่มเติม
อายุสัญญาขายฝาก
15
Jun 26
อายุสัญญาขายฝาก ต่ำสุด-สูงสุดกี่ปี ขยายสัญญาได้กี่ครั้ง

อายุสัญญาขายฝาก ต่ำสุดและสูงสุดกำหนดไว้กี่ปี ขยายสัญญาได้กี่ครั้ง รู้ก่อนทำสัญญาขายฝาก อายุสัญญาสำคัญกว่าที่คิด                    การขายฝากเป็นทางเลือกทางการเงินที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นิยมใช้เมื่อต้องการเงินทุนเร่งด่วน โดยนำบ้าน ที่ดิน คอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ไปทำสัญญาขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก พร้อมกำหนดสิทธิในการไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน                    อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยคือ “สัญญาขายฝากทำได้กี่ปี” และ “สามารถขยายสัญญาได้กี่ครั้ง” ซึ่งเป็น   อายุสัญญาขายฝากขั้นต่ำกี่ปี                    ภายใต้กฎหมายคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝาก กำหนดให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต้องมีระยะเวลาไถ่ถอนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ปี การกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายฝากถูกกำหนดเงื่อนไขที่สั้นเกินไปจนไม่มีโอกาสหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ทัน ดังนั้น หากเป็นการขายฝากบ้าน ที่ดิน หรือคอนโด สัญญาจะต้องมีอายุอย่างน้อย 1 ปีนับจากวันจดทะเบียนขายฝาก   อายุสัญญาขายฝากสูงสุดกี่ปี                    สำหรับอสังห […]

อ่านเพิ่มเติม
22
Jan 26
ขายฝากแล้วหลุด ยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืนไหม? รู้ก่อนสาย

ขายฝากแล้วหลุด ยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืนไหม?                สรุปทางกฎหมาย ทางปฏิบัติ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนสายเกินไป                “ขายฝาก” เป็นทางออกทางการเงินที่หลายคนเลือกใช้ในยามจำเป็น แต่สิ่งที่สร้างความกังวลมากที่สุด คือ ถ้าไถ่ถอนไม่ทันตามกำหนด แล้วทรัพย์หลุดไปแล้ว ยังมีโอกาสได้คืนหรือไม่? บทความนี้ Prop4rty4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณเข้าใจความจริงตามกฎหมาย โอกาสที่ยังพอมี และสิ่งที่ควรทำทันทีหากตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ขายฝากคืออะไร                ขายฝาก คือ การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน (บ้าน/ที่ดิน/คอนโด) ให้ผู้รับซื้อฝากชั่วคราว โดยผู้ขายฝากมีสิทธิ ไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา หากไถ่ถอนได้ทัน ทรัพย์จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากเหมือนเดิม แต่ถ้า ไถ่ถอนไม่ทันตามกำหนด → ทรัพย์จะ “หลุดขายฝาก” ขายฝากแล้วหลุด หมายความว่าอะไร?                เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา และผู้ขายฝาก ไม่ดำเนินการไถ่ถอนภายในเวลาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า ในทางกฎหมาย ผู้รับซื้อฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ 100% ผู้ขายฝากหมดสิทธิ์ในทรัพย์นั้นทันที แ […]

อ่านเพิ่มเติม