
ธุรกิจหมุนเงินไม่ทันช่วงปลายปี โฉนดช่วยได้อย่างไร? โฉนดช่วยเรื่องเงินทุน
ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายธุรกิจต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งการสั่งซื้อสินค้า การจ่ายโบนัสและค่าตอบแทน การเติมสต๊อก การชำระหนี้คู่ค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจหรือเตรียมรับยอดขายในปีถัดไป เมื่อ รายรับเข้ามาไม่ทันกับรายจ่าย ปัญหาสภาพคล่องจึงเกิดขึ้นได้ แม้ธุรกิจจะมีทรัพย์สินและยอดขายที่ดีในภาพรวมก็ตาม
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มี โฉนดที่ดิน อยู่แล้ว ทรัพย์สินดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับจัดหาเงินทุนระยะสั้นหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ แต่โฉนดช่วยเรื่องเงินทุนได้อย่างไร? ใช้โฉนดหาเงินได้เท่าไร? และควรเลือก สินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน หรือ ขายฝากที่ดิน? บทความนี้จะพาไปดูแนวทางต่างๆ ก่อนตัดสินใจ
สรุปสั้นๆ มีโฉนด แต่ธุรกิจเงินหมุนไม่ทัน ทำอย่างไรได้บ้าง?
หากธุรกิจมีปัญหาสภาพคล่องช่วงปลายปี และมีที่ดินเป็นทรัพย์สิน อาจพิจารณาทางเลือกหลัก ๆ ได้แก่
- สินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน
- สินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกัน
- ขายฝากที่ดิน ตามเงื่อนไขของธุรกรรม
- ปรับโครงสร้างกระแสเงินสดและเจรจาเงื่อนไขกับคู่ค้า
- ใช้แหล่งเงินทุนอื่น เช่น นักลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ
การเลือกวิธีใดควรพิจารณาจากจำนวนเงินที่ต้องการ ระยะเวลาที่ต้องใช้เงิน กระแสเงินสดของธุรกิจ ต้นทุนทางการเงิน และความเสี่ยงที่มีต่อทรัพย์สิน
ทำไมช่วงปลายปีธุรกิจถึงมักมีปัญหาเงินหมุน?
ปัญหาเงินหมุนไม่ทันไม่ได้หมายความว่าธุรกิจขาดทุนเสมอไป บางธุรกิจมี ยอดขายดี แต่กระแสเงินสดติดลบชั่วคราว เนื่องจากต้องจ่ายเงินออกก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า ตัวอย่างเช่น ธุรกิจขายสินค้าได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงปลายปี จึงต้องสั่งสินค้าจากผู้ผลิตล่วงหน้า 2 ล้านบาท แต่ลูกค้าจะชำระเงินหลังส่งมอบสินค้า 30–60 วัน ในทางบัญชีธุรกิจอาจมีรายได้จากคำสั่งซื้อ แต่ในทางกระแสเงินสด ธุรกิจต้องใช้เงิน 2 ล้านบาทก่อน จึงเกิดช่องว่างระหว่าง “วันที่ต้องจ่ายเงิน” กับ “วันที่จะได้รับเงิน” หากไม่มีเงินทุนสำรองเพียงพอ ธุรกิจก็อาจเข้าสู่ภาวะเงินหมุนไม่ทัน
โฉนดที่ดินช่วยเรื่องเงินทุนได้อย่างไร?
โฉนดเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และที่ดินสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการจัดหาเงินทุนได้ในบางกรณี
ตัวอย่างเช่น
เจ้าของธุรกิจมีที่ดินมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท แต่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน 2 ล้านบาท เพื่อซื้อสินค้าและชำระค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี
เจ้าของธุรกิจอาจพิจารณานำที่ดินมาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ ทั้งนี้ วงเงินที่ได้รับจริงไม่ได้เท่ากับราคาที่ดินโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินหลักประกันและเกณฑ์ของผู้ให้เงินทุนอีกทางเลือกหนึ่งคือการพิจารณา ขายฝากที่ดิน หากลักษณะธุรกรรมและเงื่อนไขเหมาะสมกับผู้ขายฝาก
3 วิธีใช้โฉนดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ
1. ใช้โฉนดเป็นหลักประกันขอสินเชื่อ
วิธีที่พบได้ทั่วไปคือการนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ ผู้ให้กู้อาจพิจารณาข้อมูลหลายด้าน เช่น
- ราคาประเมินที่ดิน
- ทำเล
- สภาพและลักษณะของที่ดิน
- รายได้ของผู้กู้
- กระแสเงินสด
- ประวัติการชำระหนี้
- ภาระหนี้เดิม
- วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน
ข้อดีคือเจ้าของที่ดินยังคงถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ โดยมีภาระตามสัญญาสินเชื่อและหลักประกัน แต่ควรพิจารณาอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ให้ครบถ้วน
2. ขายฝากที่ดินเพื่อรับเงินก้อน
อีกทางเลือกหนึ่งคือ ขายฝากที่ดิน การขายฝากเป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายและสัญญา จึงมีความแตกต่างจากการนำที่ดินไปค้ำประกันสินเชื่อทั่วไป สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน การขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่นำมาพิจารณาได้ในกรณีที่ต้องการเงินก้อนและมีแผนการไถ่ทรัพย์คืนที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนทำธุรกรรมควรพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับ
- จำนวนเงินที่ได้รับ
- สินไถ่
- ระยะเวลาไถ่
- ค่าใช้จ่าย
- เงื่อนไขในสัญญา
- ภาระผูกพันของทรัพย์
- ผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถไถ่ทรัพย์ได้ตามกำหนด
ประเด็นสำคัญคือ หากไม่สามารถไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนด อาจส่งผลต่อสิทธิในที่ดิน จึงควรประเมินกระแสเงินสดและความสามารถในการไถ่คืนก่อนตัดสินใจ
3. ใช้โฉนดประกอบการเจรจาหาเงินทุนรูปแบบอื่น
โฉนดไม่ได้จำเป็นต้องใช้เฉพาะกับการกู้หรือขายฝากเท่านั้น ในบางสถานการณ์ เจ้าของธุรกิจอาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอฐานะทางการเงินต่อพันธมิตรหรือนักลงทุน
ตัวอย่างเช่น
- ร่วมลงทุนในโครงการ
- หา Strategic Partner
- ขอวงเงินจากคู่ค้า
- เจรจาปรับเงื่อนไขการชำระเงิน
- จัดโครงสร้างเงินทุนใหม่
ดังนั้น หากธุรกิจมีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูง ควรนำทรัพย์สินดังกล่าวมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทางการเงินของธุรกิจ
มีโฉนดแล้ว จะได้เงินเท่าไร?
ไม่มีตัวเลขตายตัว
จำนวนเงินที่สามารถจัดหาได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงราคาที่ดินตามที่เจ้าของประเมินเอง
ปัจจัยที่อาจถูกนำมาพิจารณา ได้แก่
ทำเลที่ตั้ง
ที่ดินในทำเลที่มีความต้องการซื้อขายและมีข้อมูลตลาดที่ชัดเจน อาจประเมินมูลค่าได้แตกต่างจากที่ดินในพื้นที่ที่มีสภาพคล่องต่ำ
ราคาตลาด
ควรดูราคาซื้อขายและราคาประเมินที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาประกาศขาย
ลักษณะที่ดิน
เช่น
- เนื้อที่
- หน้ากว้าง
- ทางเข้าออก
- ถนน
- รูปแปลง
- การใช้ประโยชน์
- ผังเมืองที่เกี่ยวข้อง
ภาระผูกพัน
หากที่ดินมีจำนอง อายัด หรือภาระผูกพันอื่น อาจมีผลต่อการพิจารณาธุรกรรม
จำนวนเงินที่ต้องการ
วงเงินที่ต้องการเมื่อเทียบกับมูลค่าทรัพย์ก็เป็นปัจจัยสำคัญ
มีที่ดิน 10 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหาเงินทุนได้ 10 ล้านบาท
โฉนดแบบไหนที่นำมาพิจารณาหาเงินทุนได้?
การพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารสิทธิ ลักษณะทรัพย์ ทำเล และเงื่อนไขของผู้ให้เงินทุน โดยทั่วไปควรตรวจสอบว่า
- ผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นใคร
- เอกสารสิทธิถูกต้องหรือไม่
- มีภาระจำนองหรือไม่
- มีการอายัดหรือไม่
- มีข้อจำกัดในการโอนหรือไม่
- มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกี่คน
- มีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินหรือไม่
หากมีข้อจำกัดหรือภาระผูกพัน ควรแจ้งข้อมูลตามจริงตั้งแต่ต้น เพื่อให้สามารถประเมินแนวทางจัดหาเงินทุนได้อย่างถูกต้อง
เงินทุนปลายปีควรนำไปใช้กับอะไร?
ก่อนนำโฉนดมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุน ควรตอบให้ชัดเจนก่อนว่า เงินก้อนนี้จะนำไปใช้ทำอะไร
ตัวอย่างการใช้เงินที่พบในธุรกิจ ได้แก่
เติมสต๊อกสินค้า
ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งอาจต้องเตรียมสินค้าจำนวนมากก่อนช่วงเทศกาล
จ่ายเจ้าหนี้การค้า
หากธุรกิจต้องชำระเงินให้ซัพพลายเออร์ก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า เงินทุนหมุนเวียนอาจช่วยลดช่องว่างของกระแสเงินสด
จ่ายค่าแรงและโบนัส
ช่วงปลายปีอาจมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น
ลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
เช่น ซื้ออุปกรณ์ เพิ่มกำลังการผลิต หรือปรับปรุงสถานประกอบการ
เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ใช้รองรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอรายรับจากลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ควรประเมินว่าเงินทุนที่นำมาใช้สามารถสร้างรายรับกลับมาได้ภายในระยะเวลาที่สอดคล้องกับภาระทางการเงินหรือไม่
ก่อนใช้โฉนดหาเงินทุน ต้องเช็กอะไรบ้าง?
1. เช็กมูลค่าที่ดิน
อย่าประเมินจากราคาประกาศเพียงอย่างเดียว ควรดูข้อมูลตลาดและปัจจัยของที่ดินประกอบ
2. เช็กภาระหนี้
ตรวจสอบว่าที่ดินมีจำนองหรือภาระอื่นอยู่หรือไม่
3. คำนวณเงินที่ต้องการจริง
ไม่ควรหาเงินมากกว่าความจำเป็นโดยไม่มีแผนรองรับ เพราะเงินทุนแต่ละรูปแบบมีต้นทุน
4. ทำ Cash Flow Forecast
ลองประมาณการกระแสเงินสดล่วงหน้า เช่น
เดือนนี้ → ต้องจ่ายเท่าไร
เดือนหน้า → จะได้รับเงินเท่าไร
อีก 3 เดือน → มีเงินก้อนเข้าหรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประเมินว่าธุรกิจสามารถรับภาระทางการเงินได้มากน้อยเพียงใด
5. วางแผนทางออกก่อนนำทรัพย์ไปทำธุรกรรม
โดยเฉพาะหากเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ควรวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะนำเงินจากไหนมาไถ่หรือชำระภาระเมื่อถึงกำหนด
ตัวอย่างการวางแผนเงินทุนสำหรับธุรกิจช่วงปลายปี
สมมติว่า
รายจ่ายที่ต้องใช้: 3 ล้านบาท
เงินสดที่มี: 1 ล้านบาท
เงินที่คาดว่าจะได้รับจากลูกค้า: 2 ล้านบาท แต่จะเข้าภายใน 60 วัน
ธุรกิจจึงมีช่องว่างทางกระแสเงินสดประมาณ 2 ล้านบาท
ในสถานการณ์นี้ เจ้าของธุรกิจอาจพิจารณาแหล่งเงินทุนระยะสั้นที่เหมาะสมกับกระแสเงินสดของกิจการ
หากมีที่ดินเป็นทรัพย์สิน ก็สามารถนำข้อมูลของที่ดินมาประกอบการพิจารณาทางเลือกในการจัดหาเงินทุนได้
แต่สิ่งสำคัญคือควรดูว่า เมื่อเงินจากลูกค้าเข้ามาแล้ว จะสามารถนำไปชำระคืนหรือไถ่ทรัพย์ได้ตามกำหนดหรือไม่
ใช้โฉนดหาเงินทุน ต้องระวังอะไร?
การนำทรัพย์สินมาใช้จัดหาเงินทุนช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ควรพิจารณา
อย่าดูเฉพาะจำนวนเงินที่ได้รับ
ควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดของธุรกรรม
อย่าประเมินรายรับในอนาคตสูงเกินไป
หากธุรกิจคาดการณ์ว่าจะมีรายรับก้อนใหญ่ แต่สุดท้ายลูกค้าชำระล่าช้า แผนชำระคืนอาจได้รับผลกระทบ
อย่าใช้เงินก้อนโดยไม่มีแผน
เงินทุนควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจน และควรติดตามผลว่าช่วยเพิ่มรายได้หรือสภาพคล่องได้ตามแผนหรือไม่
อ่านสัญญาทุกข้อ
โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา เงื่อนไขผิดนัด และเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สิน
Q: มีโฉนดแต่เงินหมุนไม่ทัน สามารถหาเงินทุนได้ไหม?
A: อาจมีทางเลือกในการใช้ที่ดินเป็นหลักประกันหรือทำธุรกรรมขายฝาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ มูลค่า ภาระผูกพัน และเงื่อนไขของผู้ให้เงินทุน
Q: ใช้โฉนดค้ำเงินกู้ได้หรือไม่?
A: ในบางกรณีสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันสินเชื่อได้ แต่ผู้ให้กู้จะพิจารณามูลค่าหลักประกันและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ
Q: มีที่ดินแต่ไม่มีรายได้ประจำ จะหาเงินทุนได้หรือไม่?
A: อาจมีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสินเชื่อทั่วไป แต่ไม่สามารถรับประกันการได้รับเงินทุนได้ เพราะแต่ละผู้ให้เงินทุนมีเกณฑ์พิจารณาที่แตกต่างกัน
Q: ขายฝากที่ดินต่างจากใช้โฉนดค้ำกู้อย่างไร?
A: การใช้โฉนดค้ำกู้เป็นการนำทรัพย์มาเป็นหลักประกันของสินเชื่อ ส่วนการขายฝากเป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โอนไปยังผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนตามกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญา
Q: ต้องมีโฉนดปลอดภาระหรือไม่?
A: ไม่สามารถตอบเหมารวมได้ เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกรรมและผู้ให้เงินทุน หากมีจำนองหรือภาระผูกพัน ควรแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสม
สรุปส่งท้าย โฉนดช่วยเรื่องเงินทุน ในวันที่ธุรกิจเงินหมุนไม่ทัน โฉนดอาจเป็นหนึ่งในทางออก ปัญหา เงินหมุนไม่ทันช่วงปลายปี อาจเกิดขึ้นได้แม้ธุรกิจจะมีรายได้และมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก เพราะรายรับและรายจ่ายไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน หากเจ้าของธุรกิจมีโฉนดที่ดิน ทรัพย์สินดังกล่าวอาจนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นหลักประกัน การขอสินเชื่อ หรือการขายฝากตามเงื่อนไขที่เหมาะสม แต่ก่อนตัดสินใจ ควรตอบคำถามสำคัญ 4 ข้อให้ได้ก่อน
ต้องการเงินเท่าไร?
จะนำเงินไปใช้ทำอะไร?
จะนำเงินจากไหนมาชำระคืนหรือไถ่ทรัพย์?
หากธุรกิจไม่เป็นไปตามแผน จะรับความเสี่ยงต่อทรัพย์สินได้หรือไม่?
เพราะการนำโฉนดมาใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องไม่ใช่เพียงเรื่องของการ “หาเงินให้ได้เร็ว” แต่เป็นเรื่องของการ บริหารกระแสเงินสดและบริหารความเสี่ยงของธุรกิจไปพร้อมกัน
Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร
อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash
Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989
หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/
นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%
อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/
ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน
ส่งข้อมูลสำเร็จ ทางทีมงานจะรีบติดต่อกลับไปค่ะ




