Cash Flow
19
Oct 26

Cash Flow สำคัญอย่างไร? รู้จักกระแสเงินสด ตัวช่วยบริหารธุรกิจให้มั่นคงและเติบโต

                   Cash Flow หรือกระแสเงินสด คือ การเคลื่อนไหวของเงินสดที่ไหลเข้าและไหลออกจากธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่ามีเงินสดเพียงพอสำหรับจ่ายค่าใช้จ่าย ชำระหนี้ ซื้อสินค้า และต่อยอดธุรกิจหรือไม่ แม้ธุรกิจจะมีกำไร แต่หากบริหารกระแสเงินสดไม่ดี ก็อาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องได้

                   สำหรับผู้ประกอบการ SME พ่อค้าแม่ค้า และเจ้าของธุรกิจ การเข้าใจ Cash Flow จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารการเงิน เพราะช่วยให้วางแผนรายรับรายจ่ายได้อย่างเป็นระบบ รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Cash Flow คืออะไร?

                   Cash Flow หรือกระแสเงินสด หมายถึง เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ไหลเข้าสู่และไหลออกจากกิจการภายในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี

                   กระแสเงินสดแตกต่างจากกำไรทางบัญชี เพราะกำไรอาจเกิดขึ้นจากการขายสินค้าหรือบริการที่ยังไม่ได้รับเงินสดจริง ในทางกลับกัน ธุรกิจอาจมีเงินสดเข้ามาจากการกู้ยืม แม้เงินดังกล่าวจะไม่ใช่รายได้หรือกำไรจากการดำเนินงานก็ตาม

                   ตัวอย่างเช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่งขายสินค้าได้ 100,000 บาท โดยให้ลูกค้าเครดิต 30 วัน แม้จะบันทึกรายได้จากการขายแล้ว แต่หากยังไม่ได้รับชำระเงิน ร้านค้าก็อาจไม่มีเงินสดเพียงพอสำหรับสั่งซื้อสินค้าเพิ่มหรือจ่ายค่าเช่าร้านในเดือนนั้น

                   นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดูเฉพาะยอดขายหรือกำไรจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องพิจารณากระแสเงินสดควบคู่กันด้วย

Cash Flow

Cash Flow สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?

                   1. ช่วยรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ

                                      กระแสเงินสดที่ดีช่วยให้ธุรกิจมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ เมื่อมีเงินสดเพียงพอ ธุรกิจก็สามารถดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการขาดเงินทุนหมุนเวียน และไม่จำเป็นต้องหาเงินมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา

                   2. ช่วยวางแผนชำระหนี้และภาระทางการเงิน

                                      สำหรับธุรกิจที่มีภาระหนี้ การบริหาร Cash Flow ช่วยให้ทราบว่ามีเงินสดเพียงพอสำหรับชำระค่างวด ดอกเบี้ย และหนี้สินที่ครบกำหนดหรือไม่ หากพบว่าในบางเดือนมีรายรับลดลง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายคงที่สูง เจ้าของธุรกิจสามารถวางแผนล่วงหน้าเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย เจรจาเงื่อนไขการชำระเงิน หรือประเมินทางเลือกด้านเงินทุนได้อย่างรอบคอบ

                   3. ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีแผน

                                      การขยายธุรกิจต้องใช้เงินทุน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสต็อกสินค้า ซื้อเครื่องจักร เปิดสาขาใหม่ เพิ่มกำลังการผลิต หรือทำการตลาด การวิเคราะห์ Cash Flow ช่วยให้เจ้าของธุรกิจประเมินได้ว่ามีเงินสดพร้อมลงทุนเท่าใด ต้องสำรองเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายประจำเท่าไร และจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมหรือไม่

                   4. ช่วยรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด

                                      ธุรกิจอาจเผชิญเหตุการณ์ที่ทำให้รายรับลดลงหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ยอดขายตกตามฤดูกาล ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ลูกค้าชำระเงินล่าช้า หรือเกิดภัยพิบัติที่ทำให้สินค้าและอุปกรณ์เสียหาย การวางแผนกระแสเงินสดและสำรองเงินฉุกเฉินช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ดีขึ้น

                   5. ช่วยให้ตัดสินใจทางการเงินได้แม่นยำขึ้น

                                      เมื่อทราบเงินสดรับเข้าและจ่ายออกอย่างชัดเจน เจ้าของธุรกิจจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าควรลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ชะลอการลงทุน หรือหาเงินทุนเพิ่มเติมในช่วงเวลาใดข้อมูล Cash Flow ที่เป็นปัจจุบันยังช่วยให้มองเห็นความเสี่ยงทางการเงินก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่

Cash Flow มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไป กระแสเงินสดแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operating Cash Flow)

                   เป็นเงินสดที่เกิดจากกิจกรรมหลักของธุรกิจ เช่น เงินที่ได้รับจากการขายสินค้าและบริการ รวมถึงเงินที่จ่ายให้ซัพพลายเออร์ พนักงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน กระแสเงินสดประเภทนี้ช่วยสะท้อนว่าธุรกิจสามารถสร้างเงินสดจากการดำเนินงานหลักได้มากน้อยเพียงใด

2. กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (Investing Cash Flow)

                   เป็นเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ระยะยาว เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ อาคาร หรือเงินลงทุนบางประเภท ตัวอย่างเช่น ร้านเบเกอรี่ซื้อเตาอบเพิ่มเพื่อขยายกำลังการผลิต รายการนี้เป็นเงินสดไหลออกจากกิจกรรมลงทุน

3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Cash Flow)

                   เป็นเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนและการคืนเงินทุน เช่น การกู้ยืมเงิน การชำระคืนเงินกู้ การเพิ่มทุน และการจ่ายเงินปันผลตามลักษณะของกิจการ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจได้รับเงินกู้เพื่อนำมาหมุนเวียนในกิจการ เงินที่ได้รับจะเป็นกระแสเงินสดเข้าจากกิจกรรมจัดหาเงิน แต่ไม่ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้า

Cash Flow เป็นบวกและเป็นลบ ต่างกันอย่างไร?

                   Cash Flow เป็นบวก (Positive Cash Flow) หมายถึง ในช่วงเวลาที่พิจารณา ธุรกิจมีเงินสดไหลเข้ามากกว่าเงินสดไหลออกโดยรวม หรือในกรณีของกระแสเงินสดจากกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง มีเงินสดรับมากกว่าเงินสดจ่ายในกิจกรรมนั้น

                   Cash Flow เป็นลบ (Negative Cash Flow) หมายถึง เงินสดไหลออกมากกว่าเงินสดไหลเข้าในช่วงเวลาที่พิจารณา ซึ่งอาจเกิดจากยอดขายลดลง ลูกค้าจ่ายเงินช้า มีค่าใช้จ่ายสูง หรือมีการลงทุนจำนวนมาก

                   อย่างไรก็ตาม Cash Flow ติดลบไม่ได้หมายความว่าธุรกิจกำลังมีปัญหาเสมอไป เพราะอาจเกิดจากการลงทุนเพื่อขยายกิจการได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการพิจารณาสาเหตุ ระยะเวลา และเงินสดสำรองที่มีอยู่ ในทางกลับกัน Cash Flow เป็นบวกก็ไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะมีกำไรหรือมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งเสมอไป จึงควรพิจารณาร่วมกับกำไร หนี้สิน และภาระผูกพันอื่น ๆ

วิธีคำนวณ Cash Flow เบื้องต้น

การคำนวณกระแสเงินสดเบื้องต้นสามารถทำได้โดยใช้สูตร

กระแสเงินสดสุทธิ = เงินสดรับทั้งหมด − เงินสดจ่ายทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น ร้านค้าแห่งหนึ่งมีข้อมูลในเดือนตุลาคม ดังนี้

  • เงินสดรับจากการขายสินค้า 250,000 บาท
  • เงินสดรับจากลูกหนี้การค้า 50,000 บาท
  • เงินสดจ่ายสำหรับซื้อสินค้า ค่าเช่า เงินเดือน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวม 220,000 บาท

ดังนั้น กระแสเงินสดสุทธิในเดือนนี้เท่ากับ

300,000 − 220,000 = 80,000 บาท

หมายความว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ร้านค้ามีเงินสดรับมากกว่าเงินสดจ่าย 80,000 บาท โดยตัวเลขนี้เป็นการคำนวณอย่างง่าย และยังไม่ได้จำแนกตามกิจกรรมดำเนินงาน ลงทุน และจัดหาเงิน

วิธีบริหาร Cash Flow ให้ธุรกิจมีสภาพคล่อง

ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นบริหารกระแสเงินสดด้วยแนวทางต่อไปนี้

  1. จัดทำประมาณการกระแสเงินสด บันทึกเงินสดรับและจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นล่วงหน้าอย่างน้อยเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน
  2. ติดตามลูกหนี้การค้า กำหนดวันชำระเงินให้ชัดเจนและติดตามยอดค้างชำระอย่างสม่ำเสมอ
  3. ควบคุมสต็อกสินค้า สั่งซื้อให้เหมาะกับความต้องการ เพื่อลดเงินทุนที่จมอยู่ในสินค้าคงเหลือมากเกินไป
  4. แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจ เพื่อให้เห็นต้นทุนและสถานะเงินสดของกิจการอย่างชัดเจน
  5. เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงที่ยอดขายลดลงหรือมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด
  6. วางแผนภาระหนี้ให้สอดคล้องกับรายรับ พิจารณาค่างวด วันครบกำหนดชำระ และความสามารถในการชำระหนี้จริง
  7. ทบทวน Cash Flow เป็นประจำ เปรียบเทียบตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงกับแผน เพื่อปรับการใช้จ่ายและการลงทุนให้เหมาะสม

หาก Cash Flow ไม่เพียงพอ ควรทำอย่างไร?

                   เมื่อธุรกิจมีเงินสดไม่เพียงพอสำหรับหมุนเวียน ควรเริ่มจากการตรวจสอบสาเหตุ เช่น ลูกหนี้จ่ายเงินล่าช้า สต็อกสินค้ามากเกินไป ต้นทุนสูง หรือภาระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ หลังจากนั้นควรพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสม ได้แก่

  • เร่งติดตามการชำระเงินจากลูกค้า
  • ลดหรือชะลอค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
  • เจรจาเงื่อนไขการชำระเงินกับคู่ค้า
  • ปรับแผนการซื้อสินค้าและการลงทุน
  • พิจารณาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม หากมีความจำเป็นและสามารถรับภาระชำระคืนได้

                   สำหรับผู้ประกอบการที่มีอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรืออาคารพาณิชย์ การจำนองหรือขายฝากอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการหาเงินทุน โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขสัญญา ค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่เกี่ยวข้อง และความสามารถในการชำระหนี้หรือไถ่ถอนอย่างรอบคอบ

                   การหาเงินทุนเพิ่มเติมไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกปัญหา Cash Flow หากธุรกิจมีรายจ่ายสูงกว่ารายรับอย่างต่อเนื่อง ควรแก้ไขโครงสร้างต้นทุนและแผนการดำเนินงานควบคู่กัน เพื่อไม่ให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นจนเกินความสามารถในการชำระ

Property4Cash ช่วยให้ผู้ประกอบการมองหาแหล่งเงินทุนได้อย่างไร?

                   สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเติมสต็อกสินค้า ขยายกิจการ ปรับปรุงร้านค้า หรือเสริมสภาพคล่อง การทำความเข้าใจ Cash Flow เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจหาเงินทุนเพิ่มเติม

                   Property4Cash เงินด่วนอสังหา ให้บริการและคำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกด้านเงินทุนโดยใช้หลักประกันอสังหาริมทรัพย์ เช่น การขายฝากและการจำนอง ทั้งนี้ การพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน รายละเอียดของผู้ขอรับบริการ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

                   ก่อนตัดสินใจ ผู้ประกอบการควรประเมินว่าเงินทุนที่ต้องการจะช่วยแก้ปัญหาอะไร สร้างรายรับเพิ่มได้อย่างไร และจะนำกระแสเงินสดส่วนใดมารองรับภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต รวมถึงต้องเข้าใจความเสี่ยงของการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกันอย่างครบถ้วน

                   การวางแผน Cash Flow อย่างรอบคอบควบคู่กับการเลือกแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และลดความเสี่ยงจากปัญหาสภาพคล่องในระยะยาว

                   สรุปส่งท้าย Cash Flow สำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจอย่างไร? Cash Flow เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจสถานะเงินสดของธุรกิจ วางแผนชำระค่าใช้จ่าย บริหารหนี้สิน เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และประเมินความสามารถในการลงทุนเพื่อการเติบโต ธุรกิจที่มีรายได้สูงหรือมีกำไรไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสดเพียงพอเสมอไป การติดตามเงินสดรับและจ่ายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสภาพคล่อง หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ SME ควรเริ่มต้นจากการจัดทำ Cash Flow อย่างง่าย ตรวจสอบเงินสดคงเหลือ และวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

Q: Cash Flow คืออะไร?

A: Cash Flow คือ กระแสเงินสดที่ไหลเข้าและไหลออกจากธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ใช้ประเมินว่ากิจการมีเงินสดเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย การชำระหนี้ และการลงทุนหรือไม่

Q: Cash Flow สำคัญกว่ากำไรหรือไม่?

A: Cash Flow และกำไรมีความสำคัญต่างกัน กำไรสะท้อนผลประกอบการตามหลักบัญชี ส่วน Cash Flow แสดงการเคลื่อนไหวของเงินสดจริง ธุรกิจจึงควรติดตามทั้งสองอย่างควบคู่กัน

Q: ธุรกิจมีกำไรแต่ Cash Flow ติดลบได้หรือไม่?

A: ได้ เช่น ธุรกิจขายสินค้าได้มากแต่ให้เครดิตลูกค้า ทำให้ยังไม่ได้รับเงินสด หรือมีการจ่ายเงินซื้อสินค้าคงคลังและลงทุนจำนวนมาก จึงอาจมีกำไรทางบัญชีแต่ขาดสภาพคล่องในบางช่วงเวลา

Q: จะบริหาร Cash Flow ให้ดีขึ้นได้อย่างไร?

A: ควรจัดทำประมาณการเงินสดรับและจ่าย ติดตามลูกหนี้ ควบคุมสินค้าคงเหลือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เตรียมเงินสำรอง และวางแผนชำระหนี้ให้สอดคล้องกับรายรับ

Q:  หากธุรกิจขาดสภาพคล่อง ควรหาเงินทุนเพิ่มหรือไม่?

A: ควรวิเคราะห์สาเหตุของการขาดสภาพคล่องก่อน หากเป็นปัญหาชั่วคราวจากลูกค้าชำระเงินล่าช้าหรือจำเป็นต้องลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เงินทุนเพิ่มเติมอาจช่วยได้ แต่ควรประเมินต้นทุนและความสามารถในการชำระคืนก่อนตัดสินใจ

Q:  บ้านหรือที่ดินสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจได้หรือไม่?

A: อาจทำได้ผ่านทางเลือก เช่น การจำนองหรือขายฝากอสังหาริมทรัพย์ โดยต้องพิจารณาสิทธิในทรัพย์สิน ภาระผูกพัน เงื่อนไขสัญญา และความสามารถในการชำระหนี้หรือไถ่ถอน ทั้งนี้ การอนุมัติและวงเงินขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

19
Feb 26
เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินสด เพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ | ทางเลือกเจ้าของอสังหา

เปลี่ยนบ้านเป็นเงิน หรือ เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็น “เงินสด” เพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ                ในโลกธุรกิจ “จังหวะ” คือ ทุกอย่างหลายครั้งโอกาสดีๆ เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นการสต็อกสินค้าในราคาพิเศษ การขยายสาขา การเข้าซื้อกิจการ หรือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ปัญหาที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเจอ คือ “เงินสดไม่พอในเวลาที่ต้องใช้” ทั้งที่จริงแล้ว… คุณอาจมี “สินทรัพย์” อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนมันให้เป็น “สภาพคล่อง” เกิดเหตุการณ์ เงินสด ขาดสภาพคล่อง ทำไมสินทรัพย์ถึงเป็นทางออก?                ก็เพราะว่า… อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือที่ดิน คือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่มีข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่อง หากต้องการขายขาดเลย อาจใช้เวลานาน กระบวนการโอนก็ค่อยข้างยุ่งยาก อาจต้องลดราคาหากต้องการเงินด่วนจริง                แต่ในขณะเดียวกัน “เงินสด” สามารถนำไปต่อยอด สร้างกำไร และคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันที ดังนั้นแนวคิดสำคัญ คือ การเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่ ให้กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยไม่จำเป็นต้องขายทิ้ง วิธีเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นเงินสด 1️⃣ ขายทรัพย์สิน เ […]

อ่านเพิ่มเติม
หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน
2
Sep 25
หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน

หาก เจ้าของที่ดินเสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ใครมีสิทธิรับมรดกที่ดิน? หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยในกรณีการเสียชีวิตของเจ้าของที่ดิน คือ “ใครมีสิทธิรับมรดก?” โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าของไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนเสียชีวิต เรื่องสิทธิในที่ดินอาจกลายเป็นปัญหายุ่งยากในครอบครัวหากไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายมรดก บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหาจะอธิบายหลักเกณฑ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย ว่าใครคือผู้มีสิทธิรับมรดกในกรณีที่ไม่มีพินัยกรรม และจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป หากไม่มีพินัยกรรม มรดกจะตกแก่ใคร? กรณีที่เจ้าของที่ดินเสียชีวิตโดย ไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สิน (รวมถึงที่ดิน) จะถูกแบ่งตาม กฎหมายมรดกไทย โดยจะยึดตามลำดับ ทายาทโดยธรรม ซึ่งมี 6 ลำดับ ดังนี้ 👉 ลำดับของทายาทโดยธรรม: ผู้สืบสันดาน (เช่น บุตรหลาน) บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หมายเหตุ: คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิได้รับมรดกร่วมด้วย ไม่ว่าจะมีทายาทในลำดับใดอยู่หรือไม่! หลักการแบ่งมรดก ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีที่ 1 มีคู่สมรส + ลูก ที่ดิน […]

อ่านเพิ่มเติม
บางนา-ตราด
13
Jul 26
ทำเล บางนา-ตราด กรุงเทพตะวันออก ที่ดินเปล่าขายฝากได้ง่ายแค่ไหน

ทำเล บางนา-ตราด ศูนย์กลางโลจิสติกส์ตะวันออก ที่ดินเปล่าโซนนี้มีสภาพคล่องในการขายฝากแค่ไหน                    บางนา ตราด ทำไมจึงเป็นทำเลทองของธุรกิจโลจิสติกส์                    ถนนบางนา ตราด ถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินสุวรรณภูมิ และโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก                    ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ที่ดินเปล่าตลอดแนวบางนา-ตราด มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแปลงที่สามารถพัฒนาเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน หรือโครงการเชิงพาณิชย์ได้   ที่ดินเปล่าในโซนบางนา-ตราด ยังมีความต้องการสูงหรือไม่                    คำตอบคือ “ยังมีความต้องการสูง” แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ความต้องการใช้พื้นที่ด้านโลจิสติกส์ยังเติบโตจากหลายปัจจัย เช่น การเติบโตของธุรกิจ E-commerce การขยายตัวของคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า […]

อ่านเพิ่มเติม