3
May 23

https://www.isranews.org/article/isranews-news/110435-Court-of-Appeal-Prime-nature-villa-common-property-news.html

 

จากเหตุการณ์ตามข่าวนี้ แสดงให้เห็นว่า การซื้อขายที่ดินในหมู่บ้านจัดสรร พื้นที่ที่เป็นส่วนกลางของหมู่บ้าน
(โดยทั่วไปคือ พื้นที่ที่เจ้าของกรรมสิทธิทุกคนในหมู่บ้านหรือคอนโดมิเนียม มีสิทธิใช้ร่วมกัน
โดยมีการเสียค่าใช้จ่าย ที่เรียกว่าค่าส่วนกลางให้กับนิติบุคคลหมู่บ้านหรือคอนโดฯ
เช่น สนามหญ้า สระว่ายน้ำ lake ลิฟต์ส่วนกลาง สโมสร คลับเฮ้าส์ ฟิตเนส พื้นที่ทิ้งขยะ เป็นต้น)
พื้นที่ส่วนกลางในหมู่บ้าน มีทั้งส่วนที่เป็นที่ดินเปล่า และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ทีนี้เราจะทราบได้อย่างไร ว่าที่ดินที่เราต้องการจะซื้อในหมู่บ้านจัดสรรนั้นๆ
เป็นที่ดินที่เราสามารถเอามาสร้างบ้านอยู่อาศัยได้ ไม่โดนหลอกเอาที่ดิน ที่เป็น พื้นที่ส่วนกลาง มาขาย
วันนี้ Property4Cash มีคำตอบค่ะ

1.  ดูง่ายๆ เบื้องต้น ตามผังพื้นที่ขายที่มีการโฆษณาในสื่อ หรือที่เซลล์โฆษณาขาย ว่าพื้นที่ที่เราต้องการอยู่ตรงไหนของโครงการ
เข้าข่ายว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่ (ในผังพื้นที่ขายส่วนใหญ่ จะระบุว่าพื้นที่ตรงไหน คือ พื้นที่ส่วนกลาง)

ตัวอย่าง ผังพื้นที่ขาย

 

จะรู้ได้อย่างไร ว่าที่ที่เราจะซื้อเป็น พื้นที่ส่วนกลาง

 

  1. เช็คให้ละเอียด โดยการเช็คหลังโฉนด จากกรมที่ดิน สาขาที่ดูแลพื้นที่โครงการนั้นๆ
    หลังโฉนด จะระบุว่า พื้นที่จัดสรรของหมู่บ้านโครงการนั้นๆ เป็นพื้นที่เพื่อการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ของหมู่บ้านหรือไม่
    ** พื้นที่ส่วนกลางของโครงการหมู่บ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียม ไม่สามารถโอนขายให้คนอื่นได้โฉนดที่ดินที่ถูกต้องจะปรากฏข้อความด้านหลังสารบัญพบข้อความ
    “โฉนดที่ดินแปลงนี้ อยู่ภายใต้การจัดสรรที่ดิน ตามใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน เลขที่ …. / ปี พ.ศ. …. ”
    ลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และวัน เดือน ปี กำกับ ชัดเจนถ้าไม่มี หรือไม่พบข้อความดังกล่าว แสดงว่าโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวไม่อยู่ในแผนผังการจัดสรรที่ดิน
    ย่อมไม่ได้รับการรับรองคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินแต่อย่างใด แนะนำให้เลี่ยง ไม่ซื้อขอดู ขอตรวจสอบ แผนผังการจัดสรรที่ดินตามที่ได้รับอนุญาต และใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
    แผนผังโครงการจัดสรรที่ดิน จะปรากฏรายละเอียดทั้งระบบสาธารณูปโภค ทรัพย์สินส่วนกลางและทรัพย์สินส่วนบุคคล
    หรือแปลงจำหน่าย อยู่ในแผนผังการจัดสรรที่ดินของโครงการนั้นๆ
    โครงการหมู่บ้านที่ทำการจัดสรรขายอย่างถูกกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน
    ขอตรวจสอบได้กับโครงการโดยตรง

 

สำหรับคอนโดมิเนียม
อ้างอิงจาก
“คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13896/2558 ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 4 บัญญัติว่า “ทรัพย์ส่วนกลาง” หมายความว่าส่วนของอาคารที่มีใช่ห้องชุด
ที่ดินที่ตั้งอาคารชุด และที่ดินหรือทรัพย์อื่นที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อนประโยชน์ร่วมกัน สำหรับเจ้าของร่วม และมาตรา 15 บัญญัติว่าทรัพย์สินต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลาง

1.ที่ดินที่ตั้งอาคารชุด
2.ที่ดินที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
3.โครงสร้างและสิ่งก่อสร้างเพื่อความมั่นคงและเพื่อการป้องกันความเสียหายต่อตัวอาคารชุด
4.อาคารหรือส่วนของอาคารและเครื่องอุปกรณ์ที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน
5.เครื่องมือและเครื่องใช้ที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
6.สถานที่ที่มีไว้เพื่อบริการส่วนร่วมแก่อาคารชุด
7.ทรัพย์สินอื่นที่มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน

นำไปขาย หรือ นำไปจำนอง ไม่ได้เช่นกัน

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

25
Nov 25
ชำระดอกเบี้ยช้า เสี่ยงอะไรบ้างในสัญญาขายฝาก

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นวิธีขอเงินทุนที่ได้รับความนิยม เนื่องจากได้เงินไว ใช้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และยังคงมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม หนึ่งใน “ความเสี่ยงใหญ่ที่สุด” คือ ชำระดอกเบี้ยล่าช้า เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจ้าของทรัพย์ไม่ระวัง อาจนำไปสู่ “การหลุดทรัพย์” ได้เลยทีเดียว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ ความเสี่ยงเมื่อชำระดอกเบี้ยช้าในสัญญาขายฝาก 1. เสี่ยงหลุดสิทธิไถ่ถอนทรัพย์ (Risk of Losing Redemption Right)                สัญญาขายฝากกำหนดชัดว่าผู้ขายฝากต้อง ชำระดอกเบี้ยตรงเวลา หากผิดนัด ชำระช้า หรือไม่ชำระเลย อาจถูกตีความว่า “ผู้ขายฝากไม่ประสงค์จะรักษาสัญญา” ในบางกรณี ผู้รับซื้อฝากสามารถ ปฏิเสธการไถ่ถอน ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ หากปล่อยให้เลยกำหนดไถ่ถอน ทั้งทรัพย์จะกลายเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีโดยสมบูรณ์ 2. เสียค่าปรับหรือดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่ม                แม้ในกฎหมายจะไม่ได้กำหนดค่าปรับตายตัว แต่ส่วนใหญ่ ผู้รับซื้อฝากจะระบุค่าปรับการชำระล่าช้า เช่น ค่าปรับต่อวัน หรือดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อดอกเบี้ยช้าเพี […]

อ่านเพิ่มเติม
การครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินต้องดูแลก่อนโดนแย่งครอบครอง
17
Jan 23
การครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินต้องดูแลก่อนโดนแย่งครอบครอง

การครอบครองปรปักษ์ คือ การแย่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง มีได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ ในที่นี้ property4cash จะนำเสนอเกร็ดความรู้ในเรื่องของ การเฝ้าระวังการโดนแย่งครอบครองปรปักษ์ ในเรื่องของที่ดิน (อสังหาริมทรัพย์) เจตนารมณ์ของข้อกฎหมาย การครอบครองปรปักษ์ คือ ต้องการให้เจ้าของที่ดินใช้ประโยชน์ของที่ดินของตัวเองให้คุ้มค่า ไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องการทำประโยชน์ในที่ดิน และหน้าที่ของการเสียภาษี เพื่อเป็นหน่วยเล็กๆ ในการเสริมกำลังพัฒนาประเทศให้เจริญยิ่งขึ้นไป จึงต้องมีบทลงโทษเจ้าของที่ดินที่ไม่ใส่ใจที่ดินของตนเอง ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนอย่างเปิดเผย เป็นระยะเวลารวมตามที่กฎหมายกำหนด ตามหลักเกณฑ์ จนที่ดินตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของคนอื่น (ผู้ครอบครองตามหลักเกณฑ์ และตามระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ มีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลได้) และเจ้าของที่ดินก็มีสิทธิ์ต่อสู้ในชั้นศาลเช่นกัน หลักเกณฑ์ในการได้การครอบครองปรปักษ์ มียิบย่อยมากมาย ในที่นี้จะพูดถึงประเด็นใหญ่ๆ เช่น –              ที่ดินที่จะครอบครองต้องเป็นทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์ ที่ดินก็ต้องเป็นที่ดินมีโฉนดเท่านั้น ต้ […]

อ่านเพิ่มเติม
13
Feb 26
เจ้าของบ้านเกือบเสียบ้าน เพราะไม่เข้าใจ สัญญาขายฝาก

               ในช่วงที่ต้องการเงินด่วน หลายคนเลือกใช้วิธี “ขายฝากบ้าน” เพราะเห็นว่าได้เงินเร็ว และยังมีสิทธิไถ่ถอนคืนได้ในภายหลัง แต่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ สัญญาขายฝาก อาจทำให้เจ้าของบ้านเกือบต้องสูญเสียทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิต                บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะเล่ากรณีตัวอย่าง พร้อมอธิบายจุดเสี่ยงในสัญญาที่เจ้าของบ้านควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ กรณีศึกษา มีนายทุนอนุมัติเงินก้อน 1 ล้าน แต่เกือบเสียบ้านมูลค่า 3 ล้าน                คุณเอ (นามสมมติ) ต้องการเงิน 1 ล้านบาท เพื่อปิดหนี้ธุรกิจระยะสั้น จึงตัดสินใจทำ สัญญาขายฝากบ้าน มูลค่าตลาดประมาณ 3 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาไถ่ถอน 1 ปี เงื่อนไขที่ตกลงกันคือ เงินต้น 1,000,000 บาท ค่าตอบแทนรายเดือน(ดอกเบี้ย) ตามที่ระบุในสัญญา กำหนดไถ่ถอนภายใน 12 เดือน                แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคุณเอเข้าใจว่า “หากเกินกำหนดสัก 1 ปี ก็คงต่อรองได้” แต่ในความเป็นจริง เมื่อครบกำหนดแล้ว และเกินระยะเวลา 6 เดือน จากสัญญา จะไม่สามารถไถ่ถอนตามเงื่อนไข และบ้านจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที  บ้านมูลค่า 3 ล้านบาท เกือ […]

อ่านเพิ่มเติม