22
Jan 26

ขายฝากแล้วหลุด ยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืนไหม?

               สรุปทางกฎหมาย ทางปฏิบัติ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนสายเกินไป

               “ขายฝาก” เป็นทางออกทางการเงินที่หลายคนเลือกใช้ในยามจำเป็น แต่สิ่งที่สร้างความกังวลมากที่สุด คือ ถ้าไถ่ถอนไม่ทันตามกำหนด แล้วทรัพย์หลุดไปแล้ว ยังมีโอกาสได้คืนหรือไม่? บทความนี้ Prop4rty4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณเข้าใจความจริงตามกฎหมาย โอกาสที่ยังพอมี และสิ่งที่ควรทำทันทีหากตกอยู่ในสถานการณ์นี้

ขายฝากคืออะไร

               ขายฝาก คือ การโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน (บ้าน/ที่ดิน/คอนโด) ให้ผู้รับซื้อฝากชั่วคราว โดยผู้ขายฝากมีสิทธิ ไถ่ถอนทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา หากไถ่ถอนได้ทัน ทรัพย์จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากเหมือนเดิม แต่ถ้า ไถ่ถอนไม่ทันตามกำหนด → ทรัพย์จะ “หลุดขายฝาก”

ขายฝากแล้วหลุด หมายความว่าอะไร?

               เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา และผู้ขายฝาก ไม่ดำเนินการไถ่ถอนภายในเวลา
ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า ในทางกฎหมาย

  • ผู้รับซื้อฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ 100%

  • ผู้ขายฝากหมดสิทธิ์ในทรัพย์นั้นทันที

แล้ว “ยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืนไหม?”

คำตอบคือ “อาจมี” แต่ไม่ใช่สิทธิ์ตามกฎหมายโดยตรง ขึ้นอยู่กับ “เงื่อนไข” และ “พฤติการณ์” ต่อไปนี้

3 กรณีที่อาจยังพอมีโอกาสได้ทรัพย์คืน

               1. ผู้รับซื้อฝากยินยอมให้ไถ่ถอนภายหลัง แม้สัญญาจะสิ้นสุดแล้ว แต่หากผู้รับซื้อฝาก ยังไม่ขายต่อ และ ยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร สามารถตกลงกันใหม่ได้ เช่น

  • ต่อสัญญาใหม่

  • ทำสัญญาซื้อขายคืน

  • ทำสัญญาขายฝากรอบใหม่

⚠️ กรณีนี้ขึ้นอยู่กับ “ความสมัครใจ” ของผู้รับซื้อฝากเท่านั้น

               2. สัญญาขายฝากไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่า

  • สัญญาไม่จดทะเบียนที่กรมที่ดิน

  • ระยะเวลาขายฝากเกินกว่ากฎหมายกำหนด

  • มีลักษณะเอาเปรียบอย่างร้ายแรง

ผู้ขายฝากอาจมีสิทธิ ฟ้องศาลเพื่อเพิกถอนสัญญา แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน และใช้เวลานาน

               3. มีการหลอกลวง หรือบังคับข่มขู่ หากขายฝากเกิดจากการหลอกลวง การปกปิดข้อเท็จจริง การบังคับข่มขู่ สามารถร้องเรียนหรือฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัด (ความจริงที่ควรรู้)

  • ไม่มีสิทธิ์ขยายเวลาอัตโนมัติ

  • ไม่มีช่วงผ่อนผันตามกฎหมาย

  • คำว่า “ขอผัดอีกนิด” ไม่มีผลทางกฎหมาย

เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน = สิ้นสุดสิทธิ์ทันที

ถ้ากำลังจะหลุดขายฝาก ควรทำอย่างไร? หากคุณยังอยู่ในช่วงใกล้ครบกำหนด แนะนำให้รีบทำสิ่งเหล่านี้ทันที

  1. ตรวจวันครบกำหนดในสัญญาให้ชัดเจน

  2. ติดต่อผู้รับซื้อฝากก่อนครบกำหนด (อย่ารอให้หลุด)

  3. ขอเจรจาทางเลือก เช่น ต่อสัญญา หรือหาแหล่งเงินมาไถ่ถอน

  4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านขายฝากหรือกฎหมาย

เวลาเพียงไม่กี่วัน อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ทั้งชีวิต

วิธีป้องกันไม่ให้ “ขายฝากแล้วหลุด” ตั้งแต่ต้น

  • เลือกระยะเวลาขายฝากให้สอดคล้องกับแผนเงินจริง

  • อย่ารับวงเงินเกินความจำเป็น

  • ต้องมี “แผนไถ่ถอน” ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

  • เลือกผู้รับซื้อฝากที่ชัดเจน โปร่งใส และจดทะเบียนถูกต้อง

สรุปส่งท้าย ขายฝากแล้วหลุด ยังพอมีหวังไหม?

ตามกฎหมายหมดสิทธิ์ทันที
ในทางปฏิบัติอาจมีโอกาส หากผู้รับซื้อฝากยินยอม หรือสัญญามีปัญหาทางกฎหมาย
ทางที่ดีที่สุดอย่าให้หลุดตั้งแต่แรก

 

เพราะขายฝากที่ดี ไม่ควรจบด้วยความกลัว
แต่ควรจบด้วย “การไถ่ถอนอย่างสบายใจ”

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ขอรังวัดที่ดิน ต้องทำอย่างไรบ้าง?
8
Dec 23
ขอรังวัดที่ดิน ต้องทำอย่างไรบ้าง?

เมื่อเจ้าของที่ดินมีความจำเป็นต้องยื่นเรื่อง ขอรังวัดที่ดิน กับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น ต้องการทราบขนาดแปลงที่ดิน เขตแดนอยู่ตรงบริเวณไหน? มีปัญหาที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของใครหรือไม่ อย่างไร? ราคารังวัดที่ดินต้องจ่ายกี่บาท? รวมถึงมีหลักเกณฑ์คิดค่าบริการรังวัดอย่างไร? ยึดจากขนาดพื้นที่หรืออื่นๆ? วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนแล้วค่ะ ในการ ขอรังวัดที่ดิน กับทางรัฐ  สามารถเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินแห่งนั้นกันได้เลยค่ะ เมื่อเดินทางไปถึงแล้วสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้ได้เลยค่ะ ให้เจ้าของที่ดินรอรับบัตรคิวจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เตรียมชำระเงินค่าธรรมเนียม “การขอ” หลังจากแจ้งรับคำขอสอบสวน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งฝ่ายรังวัดเข้ามาดำเนินการ จากนั้นจะแจ้งนัดวันทำการรังวัดพร้อมกำหนดตัวช่างรังวัดและเงินมัด จำสำหรับรังวัดที่ดินซึ่งทางผู้ร้องขอต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้เสมอ ทางกรมที่ดินจะเริ่มต้นค้นหารายชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินข้างเคียง จากนั้นพิมพ์หนังสือเพื่อแจ้งให้ผู้ร้องขอรังวัดขนาดที่ดินทราบ เจ้าของที่ดินที่เป็นผู้ดำเนินเรื่องร้องขอรังวัดที่ดินจะได้รับหนังสือแจ้งข้างเคียงจากกรมที่ด […]

อ่านเพิ่มเติม
Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ
2
Aug 23
Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ ตอบโจทย์คนไม่อยากมีลูก

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการแล้ว โดยอายุเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ที่ 75 ปี เท่ากับว่าในตอนที่เรายังอยู่ในวัยทำงานจะต้องวางแผน หลังเกษียณกันไว้ให้ดี โดยเฉพาะใครที่คิดจะครองตัวเป็นโสด หรือ ไม่คิดที่จะมีลูกไว้ดูแลยามอายุมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันคอนโดหลายๆ โครงการเองก็ได้ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ หากอยากทราบข้อมูลสามารถติดต่อนายหน้าคอนโด เพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะคะ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่กลุ่มวัยเกษียณอาจพบเจอได้ นั่นคือ “มีที่พักอาศัย แต่ไม่มีเงินสด” และเป็นที่มาของ Reverse mortgage หรือสินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน Reverse mortgage คืออะไร? Reverse Mortgageหรือ #สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ คือ รูปแบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบย้อนกลับ หรือธนาคารทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อบ้าน พร้อมกับนำเงินเข้าบัญชีให้ผู้กู้ทุกเดือน และเมื่อครบกำหนดงวดสุดท้าย บ้านที่ใช้ค้ำประกันจะตกเป็นของธนาคาร ต่างจากสินเชื่อปกติที่ผู้กู้ทั่วไปต้องการซื้อบ้าน และมักจะใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคาร เมื่อชำระครบกำหนดบ้านหรือคอนโดก็จะตกเป็นของผู้กู้ ดังนั้นรูปแบบสินเชื่อ Rev […]

อ่านเพิ่มเติม
ค่าโอน
30
Dec 22
ไอ้หยา~ ค่าโอนอสังหาฯ ปีหน้า แพงขึ้น 100 เท่า!!

ถึงกับต้องร้องเสียงหลงกันว่า ไอ้หยา~ เมื่อ ค่าโอน อสังหาฯ ปีหน้า แพงขึ้นถึง 100 เท่า!! หลังมีมิติ ครม. ออกมาว่า ในปี 2566 นี้ จะมีมาตรการช่วยเหลือลดค่าโอนให้เพียง 1% เท่านั้น เทียบจากปี 2565 ที่ผ่านมาคนไทยได้รับการช่วยเหลือตรงนี้ เสียค่าโอนกันเพียงแค่ 0.01% จากปกติ 2% เท่านั้นเอง จากข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เห็นชอบมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน ด้วยมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1%  ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01%  สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ และห้องชุด (คอนโด) ทั้งบ้านมือ 1 และมือ 2 เฉพาะที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท ต่อสัญญา (แหล่งที่มาข่าว https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/62863) หมายความว่า.. หากเราจะซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท  จากเดิมปี 2565 เราจะเสียค่าโอน 0.01% หรือ 300 บาท เพียงเท่านั้น แต่ในป […]

อ่านเพิ่มเติม