หน้ากว้างที่ดิน
4
Nov 26

หน้ากว้างที่ดิน มีผลต่อมูลค่าอย่างไร? เจาะลึกปัจจัยที่ผู้ซื้อและนักลงทุนควรรู้

                   หน้ากว้างที่ดินเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าที่ดิน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคาร การจัดวางพื้นที่ ทางเข้าออก ที่จอดรถ และศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินที่มีพื้นที่เท่ากันจึงอาจมีมูลค่าแตกต่างกันได้ หากมีหน้ากว้าง รูปร่าง หรือข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ไม่เหมือนกัน

                   สำหรับผู้ที่กำลังซื้อขายที่ดินเพื่อสร้างบ้าน ทำโครงการจัดสรร พัฒนาอาคารพาณิชย์ หรือถือครองเพื่อการลงทุน การทำความเข้าใจว่าหน้ากว้างที่ดินมีผลต่อราคาอย่างไร จะช่วยให้ประเมินความคุ้มค่าและเลือกที่ดินได้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์มากขึ้น

หน้ากว้างที่ดินคืออะไร?

                   หน้ากว้างที่ดิน คือ ระยะความกว้างของด้านที่ดินซึ่งใช้พิจารณาการเข้าถึงหรือการวางแผนใช้ประโยชน์ โดยทั่วไปมักหมายถึงด้านที่ติดถนนหรือทางเข้าออกหลัก แต่ในการประเมินจริงต้องตรวจสอบแนวเขตและลักษณะของแปลงที่ดินให้ชัดเจน เพราะที่ดินบางแปลงอาจมีหลายด้านติดถนน หรือมีรูปร่างที่ทำให้หน้ากว้างไม่สม่ำเสมอ

                   ตัวอย่างเช่น ที่ดิน 100 ตารางวา จำนวน 2 แปลง อาจมีขนาดพื้นที่เท่ากัน แต่แปลงแรกมีหน้ากว้าง 20 เมตร ส่วนอีกแปลงมีหน้ากว้าง 10 เมตร หากมีความลึกและลักษณะพื้นที่ต่างกัน ทั้งสองแปลงอาจมีความเหมาะสมต่อการก่อสร้างและการใช้ประโยชน์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

                   ดังนั้น การพิจารณามูลค่าที่ดินจึงไม่ควรดูเฉพาะจำนวนตารางวา แต่ควรพิจารณาหน้ากว้าง ความลึก รูปร่าง ทางเข้าออก และข้อกำหนดทางกฎหมายร่วมด้วย

หน้ากว้างที่ดินมีผลต่อมูลค่าอย่างไร?

                   หน้ากว้างที่ดินสามารถส่งผลต่อมูลค่าได้หลายด้าน โดยเฉพาะความสะดวกในการพัฒนา ประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ และความต้องการของผู้ซื้อในตลาด

1. เพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบและก่อสร้าง

                   ที่ดินที่มีหน้ากว้างเหมาะสมช่วยให้สามารถวางแผนตำแหน่งอาคาร ทางเข้าออก ที่จอดรถ และพื้นที่ใช้สอยได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดแปลงและข้อกำหนดการก่อสร้างด้วย ตัวอย่างเช่น ที่ดินหน้ากว้างอาจเอื้อต่อการออกแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านหน้า หรือจัดวางอาคารให้มีความสัมพันธ์กับพื้นที่จอดรถได้ง่ายกว่าที่ดินแคบและลึก หากที่ดินสามารถรองรับรูปแบบการพัฒนาที่ตลาดต้องการได้ดี ก็อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจและส่งผลดีต่อมูลค่าตลาด

2. เพิ่มโอกาสในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

                   หน้ากว้างเป็นปัจจัยที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับจำนวนอาคาร การแบ่งแปลง การจัดวางผังโครงการ และประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ ได้แก่

  • บ้านพักอาศัย: สามารถจัดวางตัวบ้าน โรงจอดรถ และพื้นที่สวนได้เหมาะสม
  • อาคารพาณิชย์: อาจมีพื้นที่ด้านหน้าเพียงพอสำหรับทางเข้า หน้าร้าน หรือการจัดวางอาคาร
  • โครงการจัดสรร: อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดวางแปลงย่อย หากเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • พื้นที่เชิงพาณิชย์: อาจเอื้อต่อการมองเห็นจากถนนและการเข้าถึงของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม หน้ากว้างมากไม่ได้รับประกันว่าจะพัฒนาได้คุ้มค่ากว่าเสมอไป ต้องพิจารณาความลึกที่ดิน รูปทรงแปลง ทางเข้าออก และกฎหมายควบคุมอาคารควบคู่กัน

3. ส่งผลต่อความสะดวกในการเข้าออก

                   ที่ดินที่มีหน้ากว้างเหมาะสมอาจช่วยให้จัดทางเข้าออกได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะที่ดินที่ต้องรองรับรถยนต์หลายคัน การขนส่งสินค้า หรือการเข้าออกของลูกค้า ในทางกลับกัน ที่ดินหน้ากว้างจำกัดอาจต้องวางแผนทางเข้าออกอย่างละเอียด และอาจลดความยืดหยุ่นในการจัดวางพื้นที่ภายใน

                   สำหรับที่ดินเชิงพาณิชย์ การเข้าออกที่สะดวกและการมองเห็นจากถนนอาจเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยเพิ่มความต้องการซื้อ แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับทางเชื่อมถนนและการอนุญาตเข้าออกด้วย

4. มีผลต่อความโดดเด่นและการมองเห็นจากถนน

                   สำหรับที่ดินติดถนนที่เหมาะกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หน้ากว้างอาจเพิ่มพื้นที่สำหรับแสดงหน้าร้าน ป้าย หรือส่วนต้อนรับลูกค้า ทำให้ธุรกิจมีโอกาสมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น ร้านค้า โชว์รูม หรือสำนักงานบางประเภทอาจให้ความสำคัญกับพื้นที่ด้านหน้ามากกว่าที่ดินสำหรับอยู่อาศัยทั่วไป

                   อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากหน้ากว้างจะขึ้นอยู่กับปริมาณการจราจร ลักษณะถนน ความสะดวกในการจอดรถ และประเภทกิจการที่สามารถดำเนินการได้จริง

5. ส่งผลต่อความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่

                   ที่ดินที่มีหน้ากว้างและความลึกสมดุลกันอาจช่วยลดพื้นที่ที่ใช้งานได้ยาก และทำให้จัดวางสิ่งปลูกสร้างได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ที่ดินที่แคบและลึกมากอาจมีพื้นที่บางส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อจำกัดเรื่องระยะร่น แสงสว่าง การระบายอากาศ หรือการเข้าถึง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรูปแบบการพัฒนาเช่นกัน เพราะที่ดินแคบและลึกอาจเหมาะกับอาคารหรือกิจการบางประเภท หากมีการออกแบบที่ดี

6. มีผลต่อความต้องการซื้อและราคาตลาด

                   ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มมีความต้องการหน้ากว้างแตกต่างกัน ผู้ที่ต้องการสร้างบ้านอาจให้ความสำคัญกับการจัดวางตัวบ้านและที่จอดรถ ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการแบ่งแปลงหรือสร้างอาคารหลายยูนิต

                   หากหน้ากว้างของที่ดินตรงกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคาได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าที่ดินหน้ากว้างจะมีราคาต่อตารางวาสูงกว่าทุกกรณี เพราะทำเล ขนาดพื้นที่ ราคาซื้อขายใกล้เคียง และข้อจำกัดทางกฎหมายยังเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

ที่ดินหน้ากว้างกับที่ดินหน้าแคบ แบบไหนมีมูลค่าสูงกว่า?

คำตอบคือ ไม่มีรูปแบบใดที่มีมูลค่าสูงกว่าเสมอไป เพราะต้องพิจารณาความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์

ปัจจัยเปรียบเทียบที่ดินหน้ากว้างที่ดินหน้าแคบ
การออกแบบอาคารมีทางเลือกในการจัดวางพื้นที่ด้านหน้ามากขึ้นอาจต้องออกแบบให้เหมาะกับพื้นที่จำกัด
ทางเข้าออกอาจจัดวางทางเข้าออกได้ยืดหยุ่นกว่าต้องตรวจสอบความกว้างและความสะดวกเป็นพิเศษ
การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อาจได้เปรียบด้านหน้าร้านและการมองเห็นอาจเหมาะกับกิจการบางประเภทที่ใช้พื้นที่ลึก
การแบ่งแปลงอาจมีทางเลือกมากขึ้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายและรูปทรงอาจมีข้อจำกัดมากขึ้นในบางกรณี
มูลค่าตลาดอาจสูงขึ้นหากตลาดต้องการหน้ากว้างอาจคุ้มค่าหากราคาซื้อเหมาะสมและใช้พื้นที่ได้ดี

หากต้องการเปรียบเทียบที่ดินอย่างเป็นธรรม ควรเลือกแปลงที่มีทำเล ขนาด รูปร่าง สภาพพื้นที่ และข้อกำหนดทางกฎหมายใกล้เคียงกัน แล้วจึงวิเคราะห์ความแตกต่างของหน้ากว้าง

หน้ากว้างที่ดินเท่าไรจึงจะเหมาะสม?

                   หน้ากว้างที่เหมาะสมไม่มีตัวเลขมาตรฐานเดียวสำหรับที่ดินทุกประเภท เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน รูปแบบอาคาร และข้อกำหนดตามกฎหมาย

ตัวอย่างแนวทางพิจารณา ได้แก่

  • ที่ดินสำหรับสร้างบ้าน: พิจารณาความกว้างที่เพียงพอต่อการวางตัวบ้าน ทางเข้าออก และที่จอดรถตามความต้องการ
  • ที่ดินสำหรับอาคารพาณิชย์: พิจารณาพื้นที่ด้านหน้าสำหรับอาคาร หน้าร้าน และการเข้าออก
  • ที่ดินสำหรับโครงการจัดสรร: ตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดแปลง ทางเข้าออก ถนนภายในโครงการ และกฎหมายจัดสรรที่ดินที่เกี่ยวข้อง
  • ที่ดินสำหรับคลังสินค้าหรือโรงงาน: พิจารณาพื้นที่สำหรับรถขนส่ง จุดกลับรถ และทางเข้าออกที่เหมาะสมกับกิจกรรม

นอกจากหน้ากว้างแล้ว ควรตรวจสอบความลึกของแปลง รูปร่างที่ดิน ระดับดิน และข้อกำหนดเรื่องระยะร่นด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถพัฒนาได้ตามแผน

วิธีประเมินว่าหน้ากว้างที่ดินเหมาะสมกับราคาหรือไม่

                   ผู้ซื้อและนักลงทุนสามารถใช้แนวทางต่อไปนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

1. ตรวจสอบขนาดและแนวเขตที่ดิน ตรวจสอบเอกสารสิทธิและข้อมูลแนวเขต เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่และหน้ากว้างที่แท้จริง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวเขต ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้อง

2. เปรียบเทียบราคาที่ดินที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ควรเปรียบเทียบทั้งราคาต่อตารางวา ทำเล หน้ากว้าง ความลึก ทางเข้าออก และสภาพพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลซื้อขายจริงที่ตรวจสอบได้มากกว่าราคาประกาศขายเพียงอย่างเดียว

3. ตรวจสอบผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร หน้ากว้างที่ดูเหมาะสมอาจไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนา หากมีข้อจำกัดเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระยะร่น ความสูงอาคาร หรือข้อกำหนดอื่น ๆ

4. ประเมินต้นทุนในการพัฒนา คำนวณต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าปรับพื้นที่ ระบบระบายน้ำ และค่าใช้จ่ายในการจัดทำทางเข้าออก เพื่อประเมินความคุ้มค่าโดยรวม

5. วิเคราะห์ความต้องการของตลาดเป้าหมาย พิจารณาว่าผู้ซื้อหรือผู้เช่าในพื้นที่ต้องการที่ดินแบบใด หากหน้ากว้างตอบโจทย์การใช้งานและตลาดเป้าหมายได้ดี ก็อาจเป็นข้อได้เปรียบในการสร้างมูลค่า

หน้ากว้างที่ดิน

Q1: หน้ากว้างที่ดินมีผลต่อราคาต่อตารางวาหรือไม่?

A: มีผลได้ เพราะหน้ากว้างส่งผลต่อการออกแบบ การเข้าออก และศักยภาพในการใช้ประโยชน์ แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาต่อตารางวาเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาทำเล ขนาดแปลง รูปร่างที่ดิน กฎหมาย และราคาตลาดร่วมด้วย

Q2: ที่ดินหน้ากว้างมากมีราคาสูงกว่าที่ดินหน้าแคบเสมอหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป ที่ดินหน้ากว้างอาจได้เปรียบในด้านการออกแบบและการใช้ประโยชน์บางประเภท แต่ที่ดินหน้าแคบอาจมีราคาที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานได้ดี หากทำเลและลักษณะแปลงมีความเหมาะสม

Q3: หน้ากว้างที่ดินสำคัญกว่าขนาดพื้นที่หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากต้องการสร้างอาคารที่ต้องมีพื้นที่ด้านหน้ามาก หน้ากว้างอาจมีความสำคัญสูง แต่หากต้องการพื้นที่สำหรับการใช้งานที่เน้นความลึกหรือพื้นที่รวม ขนาดและรูปทรงที่ดินอาจมีความสำคัญไม่แพ้กัน

Q4: จะตรวจสอบหน้ากว้างที่ดินได้อย่างไร?

A: สามารถเริ่มจากตรวจสอบเอกสารสิทธิและแผนที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่จริง หากต้องการข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวเขต ควรติดต่อสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการรังวัด

Q5: หากที่ดินหน้ากว้างน้อย ควรซื้อเพื่อลงทุนหรือไม่?

A: สามารถพิจารณาลงทุนได้ หากราคาซื้อเหมาะสม ทำเลมีศักยภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ แต่ควรตรวจสอบข้อจำกัดในการเข้าออก การก่อสร้าง และต้นทุนในการพัฒนาก่อนตัดสินใจ

                   สรุปส่งท้าย หน้ากว้างที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หน้ากว้างที่ดินมีผลต่อมูลค่าผ่านความสามารถในการออกแบบอาคาร การจัดวางทางเข้าออก การใช้พื้นที่ และความต้องการของตลาด โดยเฉพาะที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และต้นทุนในการก่อสร้าง

                   อย่างไรก็ตาม ที่ดินหน้ากว้างไม่ได้มีมูลค่าสูงกว่าที่ดินหน้าแคบเสมอไป การประเมินที่เหมาะสมต้องพิจารณาทำเล ขนาดและรูปร่างที่ดิน ทางเข้าออก ผังเมือง สภาพพื้นที่ และราคาซื้อขายใกล้เคียงร่วมกัน

                   สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือการลงทุน ควรประเมินทั้งราคาและศักยภาพในการใช้งานจริง เพราะที่ดินที่เหมาะสมที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงที่หน้ากว้างที่สุด แต่เป็นแปลงที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนทั้งหมด

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ไม่ได้แจ้ง บอกดิน มีโอกาสจะได้โฉนดไหม?
10
Dec 24
ไม่ได้แจ้ง บอกดิน มีโอกาสจะได้โฉนดไหม?

โครงการ บอกดิน คือ โครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่มีที่ดิน แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือมีที่ดิน ส.ค. 1 น.ส.3 น.ส.3 ก แจ้งบอกข้อมูลตำแหน่งที่ดินทุกประเภท ที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน  โดยโครงการมุ่งเน้นการให้บริการ ในรูปแบบการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยการนำข้อมูลที่ได้ มาตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว นำไปใช้สำหรับการจัดทำแผนงาน ด้านการบริหารจัดการที่ดินของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย   ทำไมต้องมีการบอกดิน เพื่อรับแจ้งตำแหน่งที่ดิน ที่ราษฎรมีความประสงค์ให้รัฐเข้าไปดำเนินการระหว่างเจ้าหน้าที่กับราษฎรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ล่าช้า และมีหลายรูปแบบ เพื่อรวบรวมข้อมูล ภายหลังจากมีการรับแจ้งแล้ว ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน หรือเป็นแนวทางขั้นตอนตามระบบราชการ ถามไปถามมาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่นำมาดำเนินการต่อได้ สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การแจ้งผลไม่เป็นไปในรูปแบบบริการเบ็ดเตล็ด เช่น พื้นที่ยังไม่ประกาศเดินสำรวจในปีนี้ แต่จะทำเมื่อใดกำหนดไม่ได้ พื้นที่อยู่ของรัฐทำไม่ได้ไม่มีคำแนะนำเพิ่มเติมให้นอกจากขอให้ติดต่อหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ให้ถอนสภาพก่อน การบอกดิน ใช้การสื่ […]

อ่านเพิ่มเติม
11
Aug 24
สัญญาจำนองที่ออกโดยกรมที่ดิน มีอะไรบ้างที่ควรรู้?

สัญญาจำนอง ถือเป็นเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเป็นหลักประกันสำคัญที่ธนาคารใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ เอกสารฉบับนี้มีเนื้อหาสำคัญที่คุณควรรู้ ดังนี้: ข้อมูลของคู่สัญญา เจ้าหนี้ หรือผู้รับจำนอง เป็นผู้ให้กู้ยืมเงิน ลูกหนี้ หรือผู้จำนอง เป็นผู้กู้ยืมเงิน   ข้อมูลของที่ดิน เลขที่โฉนดที่ดิน เนื้อที่ ที่ตั้ง เอกสารสิทธิ์   วงเงินกู้ยืม จำนวนเงินที่กู้ยืม   ดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย วิธีการคำนวณดอกเบี้ย ช่วงเวลาการคิดดอกเบี้ย   สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา** สิทธิของเจ้าหนี้ เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ขายทอดตลาดที่ดินเพื่อชำระหนี้ หน้าที่ของเจ้าหนี้ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนให้ลูกหนี้หลังจากชำระหนี้ครบ สิทธิของลูกหนี้ ใช้ที่ดินตามปกติ ไถ่ถอนที่ดิน หน้าที่ของลูกหนี้ ชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตรงเวลา ดูแลรักษาที่ดิน   เงื่อนไขอื่นๆ เงื่อนไขการผิดนัดชำระหนี้ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ข้อพิพาทและการแก้ไขข้อพิพาท   ลายมือชื่อและนิ้วมือของคู่สัญญา พยาน ข้อความสำคัญอื่นๆ ว […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบวงเงินกู้คอนโด High-rise และ Low-rise
30
Apr 26
คอนโด High-rise vs Low-rise แบบไหนกู้ได้วงเงินสูงกว่า?

              ระหว่าง คอนโด high rise vs low rise แบบไหน “กู้ได้เยอะกว่า”? คอนโด High-rise มักได้วงเงินกู้สูงกว่า Low-rise ในทำเลเมือง เพราะธนาคารประเมินสภาพคล่องในการขายต่อและข้อมูลตลาดที่มีมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีผลมากที่สุดคือทำเลและโครงการ ไม่ใช่ความสูงของอาคารเพียงอย่างเดียว บทความนี้เจาะลึกว่าธนาคารใช้เกณฑ์อะไรประเมินวงเงิน และแบบไหนได้เปรียบกว่าในแต่ละสถานการณ์ High-rise vs Low-rise คืออะไร? High-rise คือ  อาคารสูง (ประมาณ 8 ชั้นขึ้นไป) ยูนิตจำนวนมาก มักอยู่ในทำเลเมือง / ใกล้รถไฟฟ้า Low-rise คือ  อาคารเตี้ย (ไม่เกิน 8 ชั้น) ยูนิตน้อย เน้นความเป็นส่วนตัว / ชุมชนขนาดเล็ก                 หากนำมาเป็นหลักประกันในการขอสินทรัพย์แลกเงิน โดยทั่วไปแล้ว “คอนโด High-rise (อาคารสูงเกิน 23 ชั้นขึ้นไป)” มีแนวโน้มที่จะได้รับ วงเงินอนุมัติที่สูงกว่า คอนโด Low-rise ค่ะ เนื่องจากคอนโด High-rise มักตั้งอยู่ในทำเลติดรถไฟฟ้าหรือใจกลางเมืองหลวง (CBD) ที่มีราคาประเมินที่ดินสูงกว่า มีสภาพคล่องในการเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วกว่า และมีความต้องการในตลาด (Demand) ทั้งซื้อ-ขายและเช่าที […]

อ่านเพิ่มเติม