โฉนดที่ดิน ห้ามเคลือบพลาสติก
26
Apr 23

โฉนดที่ดิน ถือเป็นเอกสารสิทธิที่มีคุณค่า และมีความสำคัญ จึงทำให้เพื่อนหลาย ๆ คน คิดที่จะนำไปเคลือบพลาสติก
ถนอมและเก็บรักษาไว้เพื่อป้องกันการชำรุดหรือซีดจาง  แต่จริง ๆ การทำแบบนี้จะส่งผลให้โฉนดที่ดินนั้น จะชำรุดทันที
จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางที่ดินได้ เพราะอะไร? และถ้าเคลือบพลาสติกแข็งไปแล้วต้องแก้อย่างไร? ลองไปดูกันเลยค่ะ

โฉนดที่ดิน ห้ามเคลือบพลาสติก เพราะ ?
การเคลือบจะทำให้ไม่สามารถพิมพ์รายการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน เช่น การโอน การจำนอง การขายฝาก
ในสารบัญจดทะเบียนด้านหลังโฉนดที่ดินได้ ถือเป็นกรณีชำรุดไม่สามารถใช้ทำธุรกรรมได้ จะต้องมีการสร้างใบแทนโฉนดที่ดิน

หากโฉนดเคลือบไปแล้วต้องแก้อย่างไร ?
 เพื่อนคนไหนที่ได้นำโฉนดที่ดินไปเคลือบพลาสติกแข็งมาแล้ว ไม่ต้องกังวลใจ สามารถแก้ไขได้โดย
เพื่อนๆ นำโฉนดที่ดินไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน เพื่อออกใบแทนใหม่ให้ โดยไม่ต้องมีการประกาศ 30 วัน
ซึ่งด้านหน้าโฉนดที่ดินเหนือครุฑจะมีคำว่า “ใบแทน” กำกับไว้ ใบแทนดังกล่าวมีเพียงสถานะเทียบเท่าโฉนดที่ดินเดิมทุกประการ

ขั้นตอนขอโฉนดที่ดิน ใบแทน
1. รับบัตรคิวจากประชาสัมพันธ์
2. เจ้าหน้าที่รับคำขอและสอบสวน
3. ตรวจสอบหลักฐาน ตรวจหนังสือมอบอำนาจ และพิจารณาสั่งการ
4. ลงบัญชีรับทำการ
5. ตรวจอายัด
6. เขียนใบสั่ง ใบเสร็จและรับเงินค่าธรรมเนียมคำขอ
7. พิมพ์ประกาศ กรณีโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นอันตรายหรือสูญหาย
8. เจ้าของที่ดินรับประกาศและนำเจ้าหน้าที่ไปปิดประกาศ
9. ประกาศแจกที่ดินให้ปิดในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
หรือที่ว่าการกิ่งอำเภอท้องที่ ที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนันท้องที่และในบริเวณที่ดินนั้นแห่งละหนึ่งฉบับ
ในเขตเทศบาลให้ปิดไว้ ณ สำนักงานเทศบาลอีกหนึ่งฉบับ
10. ประกาศครบกำหนด 30 วัน ไม่มีผู้โต้แย้งคัดค้าน เบิกแบบพิมพ์ดำเนินการสร้างใบแทน
11. เสนอเจ้าพนักงานที่ดินพิจารณาลงนามในใบแทน และแจ้งเจ้าของที่ดินมารับใบแทน
12. แจกใบแทนให้เจ้าของที่ดิน

ค่าธรรมเนียมการขอโฉนดที่ดิน ใบแทน
1. ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท
2. ค่าประกาศแปลงละ 10 บาท (กรณีที่ต้องมีการประกาศ)
3. ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ 10 บาท
4. ค่าออกใบแทนโฉนดที่ดินฉบับละ 50 บาท
5. ค่าออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับละ 50 บาท
6. ค่ามอบอำนาจ กรณีที่มีการมอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท
7. ค่าอากรแสตมป์ปิดใบมอบอำนาจ ฉบับละ 30 บาท
8. ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท
9. ค่าประกาศแปลงละ 10 บาท (กรณีที่ต้องมีการประกาศ)
10. ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ 10 บาท
11. ค่าออกใบแทนโฉนดที่ดินฉบับละ 50 บาท
12. ค่าออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับละ 50 บาท
13. ค่ามอบอำนาจ กรณีที่มีการมอบอำนาจ เรื่องละ 20 บาท
14. ค่าอากรแสตมป์ปิดใบมอบอำนาจ ฉบับละ 30 บาท​

 

อย่ากังวลใจทุกอย่างสามารถแก้ไขได้เสมอ หากนำโฉนดที่ดินเคลือบพลาสติกแข็งแล้วก็ตาม
ถ้าอยากจะเก็บรักษาโฉนดที่ดินจริงๆแล้ว ควรใช้ซองพลาสติกสำหรับใส่โฉนดที่ดินเพื่อป้องกันความเสียหายจากการชำรุดได้
ไม่ควรพับ เพราะรอยพับอาจทำให้โฉนดที่ดินชำรุดหรือฉีกขาดในภายหลังได้  ควรเก็บไว้ในที่แห้ง
หากโฉนดที่ดินอยู่ในพื้นที่เปียกชื้นอาจทำให้เกิดเชื้อรา กระดาษเป็นขุยและข้อความในโฉนดที่ดินเลือนหายไปได้

โฉนดที่ดิน ห้ามเคลือบพลาสติก

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

คอนโดต่ำกว่า 1 ล้านบาท
18
Jun 26
คอนโดต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทำไมหาที่รับจำนองและขายฝากยาก

                   คอนโดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทำไมหาที่รับจำนองและขายฝากยาก พร้อมแนวทางแก้ไข คอนโดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ใช้เป็นหลักประกันได้หรือไม่? เจ้าของคอนโดหลายคนที่ต้องการเงินทุนด่วน มักมองหาทางเลือกอย่างการจำนองหรือขายฝากคอนโดเพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนทางธุรกิจ ชำระหนี้ หรือแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน                    แต่เมื่อเริ่มติดต่อสถาบันการเงินหรือผู้รับจำนองเอกชน กลับพบว่าคอนโดที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านบาทได้รับการพิจารณายากกว่าปกติ บางแห่งถึงขั้นปฏิเสธรับทรัพย์ประเภทนี้                    คำถามคือ เพราะเหตุใดคอนโดราคาต่ำจึงมีข้อจำกัด และเจ้าของทรัพย์จะมีทางออกอย่างไร   เหตุผลที่คอนโดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทหาที่รับจำนองยาก มูลค่าหลักประกันต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนดำเนินการ การรับจำนองอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนในการดำเนินการหลายด้าน เช่น การประเมินราคา ค่าตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ค่าดำเนินการทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เมื่อมูลค่าคอนโดต่ำกว่า 1 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อที่ปล่อยได้จึงไม่สูงมาก ทำให้ผู้ให้บริการบางรายมองว่าผลตอบแทนไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องแบกรับ   ความเสี่ยงด้าน […]

อ่านเพิ่มเติม
ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในไทย ปี 2568
22
Aug 25
10 อันดับ ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในไทย ปี 2568

ภาพรวมเทรนด์ ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในไทย ปี 2568           ในปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจดูชะลอตัว แต่ราคาที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ กลับยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5% นับตามผลสำรวจจากศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA)           เหตุผลสำคัญมาจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าชานเมือง ที่ทำให้ความต้องการที่ดินใจกลางเมืองสูงขึ้น แม้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ในทำเลนั้นๆ   10 ทำเลที่ดินแพงสุดในไทย ปี 2568 จากรายงาน AREA ประจำปี 2568 อันดับ ทำเล ราคาตารางวา การปรับขึ้น (%) 1 สยาม–ชิดลม–เพลินจิต 3.85 ล้านบาท +2.7% 2 ถนนวิทยุ 3.07 ล้านบาท +2.3% 3 ถนนสุขุมวิท–ไทม์สแควร์ 2.93 ล้านบาท +2.8% 4 ถนนสุขุมวิท–อโศก 2.80 ล้านบาท +3.7% 5 สีลม 2.67 ล้านบาท +2.7% 6 สาทร 2.35 ล้านบาท +2.2% 7 ถนนสุขุมวิท–เอกมัย 1.96 ล้านบาท +3.2% 8 เยาวราช 1.93 ล้านบาท +4.3% 9 พหลโยธิน ช่วงต้น 1.90 ล้านบาท +5.6% 10 พญาไท 1.90 ล้านบาท +5.6%   ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงแรงขยายตัวของเมืองและความต้องการพื้นที่เพื่อการพัฒนาโครงการระดับสูง   สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากข้อมูล […]

อ่านเพิ่มเติม
31
Mar 26
อนาคตกรุงเทพฯ กับรถไฟฟ้าครบทุกสาย ราคาที่ดินจะพุ่ง แค่ไหน?

              อนาคตกรุงเทพฯ เมื่อมีรถไฟฟ้าครบทุกสาย ราคาที่ดินจะพุ่ง แค่ไหน? เมื่อกรุงเทพมหานคร กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการคมนาคม โครงข่ายรถไฟฟ้าหลากหลายสาย ทั้ง BTS, MRT และสายใหม่ๆ กำลังเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วเมืองอย่างครอบคลุม คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัย คือ เมื่อรถไฟฟ้าครบทุกสีแล้ว “ราคาที่ดินพุ่ง เปลี่ยนไปอย่างไร?” และ “โอกาสในการลงทุนจะอยู่ตรงไหน?” บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณวิเคราะห์ภาพอนาคตอย่างรอบด้าน 1. รถไฟฟ้าครบทุกสี = เมืองไร้ศูนย์กลางเดียว               ในอดีต ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ CBD เช่น สีลม สุขุมวิท หรือสาทร แต่เมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้าขยายออกไป พื้นที่รอบนอกจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เกิด “ศูนย์กลางใหม่” (New CBD) หลายแห่ง การกระจายตัวของความเจริญเพิ่มขึ้น ผลลัพธ์: ราคาที่ดินไม่ได้พุ่ง เฉพาะใจกลางเมืองอีกต่อไป แต่กระจายตัวขึ้นในหลายโซน 2. ทำเล “ปลายสาย” จะไม่ใช่จุดด้อยอีกต่อไป               เมื่อก่อนปลายสายรถไฟฟ้ามักถูกมองว่าไกลและไม่สะดวก แต่ในอนาคต เวลาเดินทางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มี Park & Ride และศูนย์พาณิชย์เกิดขึ้น คนจะยอมอยู่ไกลขึ้น เพ […]

อ่านเพิ่มเติม