ขายฝาก - จำนอง ทางเลือกใหม่ของคนร้อนเงิน
2
Feb 23

ช่วงนี้หลายคนอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเพราะโควิดไม่มากก็น้อย หนึ่งในทางออกยอดนิยมที่ใช้คือการนำทรัพย์สินที่มีออกมาขาย เช่น เสื้อผ้า ของใช้ รถยนต์ ไปจนถึง ขายคอนโด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเจอกับอีกหนึ่งปัญหาคือ ขายคอนโดไม่ออก ประกาศขายมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีใครมาซื้อ แถมยังมีเรื่องให้ปวดหัวต้องใช้เงินด่วน
แต่จะให้ไปกู้ธนาคารก็ไม่ไหว เครดิตไม่ดี รายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ธนาคารไม่อนุมัติ

ซึ่งสำหรับคนที่มีคอนโด และต้องการเงินด่วน ก็มีอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณสามารถกู้เงินด่วน และได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงกว่าการจำนอง นั่นก็คือการขายฝาก

ขายฝากและจำนองกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในฐานะทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน เพราะไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร อนุมัติเร็วกว่าธนาคาร 3-5 เท่า และวงเงินสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่มีโฉนดที่ดิน บ้าน หรือคอนโดและต้องการเงินด่วนนี่คือทางออกที่ดีที่สุด

บทความนี้ Property4Cash เปรียบเทียบขายฝาก จำนอง และสินเชื่อธนาคาร ให้เลือกได้ถูกต้อง

เรามีวิธีแก้ไขปัญหามาแนะนำให้เพื่อน ๆ พิจารณาดูนั่นคือ
การขายฝากคอนโดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้หรือหมุนต่อ

ว่าแต่การขายฝากคอนโดคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร เราไปดูกันเลยค่ะ

ขายฝากคอนโดคืออะไร ?

การขายฝากคอนโดคือการกู้เงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการกู้เงินโดยขายทรัพย์สินของตนเองให้เจ้าหนี้
โดยมีเงื่อนไขว่าลูกหนี้จะมาไถ่ทรัพย์คืนตามระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ไถ่คืนได้ภายใน 3 ปี ส่วนอสังหาริมทรัพย์สามารถไถ่คืนได้ภายใน 10 ปี

โดยผู้ที่รับซื้อฝากจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการขายฝากคอนโดสูงสุดถึง 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน
และได้รับเงินจากการขายฝากคอนโดคืนทันทีหากมีการไถ่ถอนเกิดขึ้น
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือเป็นการขายและให้โอกาสการซื้อคืนนั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่น นาย A มีคอนโดอยู่และจำเป็นต้องใช้เงิน เลยตัดสินใจขายฝากคอนโดกับ
นาย B ผู้ซึ่งเป็นนักลงทุนมีเงินเหลือใช้

เมื่อการขายฝากคอนโดเสร็จสิ้น คอนโดนั้นจะเป็นของนาย B ทันที
แต่นาย A ยังสามารถนำเงินมาซื้อคอนโดคืนจากนาย B
ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามสัญญา แต่ไม่เกิน 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด
แต่ถ้านาย A ไม่มาซื้อคืน คอนโดนั้นก็จะเป็นของนาย B โดยสมบูรณ์

ขายฝากและจำนองทางเลือกเงินด่วนสำหรับเจ้าของทรัพย์ ไม่เช็กเครดิตบูโร

ข้อดีของการขายฝาก

  1. การขายฝากคอนโดจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูง ซึ่งผู้รับซื้อจะให้วงเงินที่สูงกว่าการกู้แบบปกติ
    โดยให้วงเงินกู้มากถึง 40-70% ของราคาประเมิน และสูงกว่าการจำนอง
    เพราะการจำนองส่วนมากจะได้วงเงินกู้อยู่ที่ 10-30% ของราคาประเมินเท่านั้น
  2. การขายฝากคอนโดสามารถไถ่ถอนคืนได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเป็นการตกลงกันทั้ง 2 ฝ่ายคือ
    ผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก ทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้ตกลงกันในเรื่องของระยะเวลา โดยสามารถยืดหยุดได้
    ถ้าหากเกินที่กำหนด ก็สามารถขยายเวลาได้ แต่ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด
  3. ผู้ขายฝากจะไม่ถูกเอาเปรียบ จากการคิดดอกเบี้ยที่สูงจนเกินไป
    เพราะกฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้หรือผู้ซื้อฝากจะไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากการขายฝาก
    ได้เกิน 15% ต่อปีหรือ 1.25% ต่อเดือนเท่านั้น
  4. การขายฝากไม่ต้องมีการเช็คแบล็คลิสต์, เครดิตบูโร และ Statement แต่อย่างใด
    สำหรับคนที่ติดเครดิตบูโร ไม่ต้องกังวล สามารถยื่นได้เลย
  5. การขายฝากทำสัญญา และ สามารถต่อสัญญาได้เรื่อย ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้นานถึง 10 ปี
  6. เลือกนายทุนที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีบริษัทและที่ตั้งที่ติดต่อได้
    สามารถติดต่อได้ง่ายในเวลาทำการปกติ เช่น 9.00-00 น. ของวันจันทร์-ศุกร์
  7. ดอกเบี้ยถูกกฎหมาย ไม่เกิน 15% ต่อปี ไม่คิดดอกเบี้ยแพง เพื่อไม่ให้มีปัญหาการชำระหนี้
  8. ไม่ทำสัญญาแยกกับผู้ขายฝากคอนโด ใช้สัญญาที่ทำโดยเจ้าพนักงานกรมที่ดินเท่านั้น
    ซึ่งเป็นสัญญาเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ถูกต้องตามกฎหมาย
    ไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่อาจจะเป็นการเอาเปรียบผู้ขายฝากคอนโด
    ตัวเลขในสัญญาระบุตามจริง เช่น ถ้าตัวเลขในสัญญาระบุเงินต้นในการขายฝากคอนโด
    หรือตัวเลขสินไถ่ในการขายฝากคอนโดเกินจริง ผู้ขายฝากจะเสียเปรียบนายทุน
    และถ้าเจอนายทุนไม่ดีอาจจะทำให้เกิดการฉ้อฉลได้ตอนทำการไถ่ถอน
    โดยแอบอ้างว่าเงินต้นต้องไถ่ถอนตามที่ระบุในสัญญา

 

ขายฝากคอนโดแตกต่างจากการจำนองอย่างไร
นอกจากการขายฝากคอนโดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถนำมาใช้ชำระหนี้ได้เช่นกันนั่นคือ “การจำนอง”
โดยผู้จำนองนำทรัพย์สินของตนเอง อาทิเช่น คอนโด บ้าน ที่ดิน ไปใช้เป็นหลักค้ำประกันหนี้ในการกู้ยืม
ถ้าหากผิดนัด ไม่ได้มาชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ เจ้าหนี้สามารถฟ้องร้องคดี
และ ก็บังคับคดียึดทรัพย์สินที่เอามาจำนองไว้ ซึ่งต่างจากการขายฝากคอนโดที่เป็นการนำคอนโดไปขายให้แก่คนอื่น ๆ
ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า เมื่อถึงเวลาแล้วคนขายฝากมีสิทธิ์ไถ่ถอนคืนได้ ถ้าหากเกินกำหนด ก็เสียกรรมสิทธิ์โดยทันทีนั่นเอง
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ การขายฝากคอนโดจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการนำสินทรัพย์ของตนเองมาสร้างรายได้
แต่ควรศึกษารายละเอียดทั้งข้อดี-ข้อเสียให้ดีก่อนตัดสินใจ หากคิดว่าคุ้มค่าก็เป็นทางออกที่น่าสนใจไม่น้อย

ขายฝากและจำนองทางเลือกเงินด่วนสำหรับเจ้าของทรัพย์ ไม่เช็กเครดิตบูโร

ขายฝากและจำนองทางเลือกเงินด่วนสำหรับเจ้าของทรัพย์ ไม่เช็กเครดิตบูโร

 

Q: ขายฝากดีกว่ากู้ธนาคารอย่างไร?

A: อนุมัติเร็วกว่า 3-5 เท่า ไม่ตรวจเครดิตบูโร วงเงินสูงกว่า แต่ดอกเบี้ยสูงกว่าและมีความเสี่ยงเรื่องกรรมสิทธิ์

 

Q: ขายฝากได้เงินเร็วแค่ไหน?

A: หลังประเมินทรัพย์และตกลงเงื่อนไขแล้ว นัดทำสัญญาที่กรมที่ดิน ได้เงินวันนั้นเลย ทั้งกระบวนการใช้เวลา 1-5 วันทำการ

 

Q: ขายฝากเหมาะกับใคร?

A: เหมาะกับผู้ที่มีทรัพย์สิน ต้องการเงินด่วน ไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อธนาคาร หรือต้องการเงินก้อนใหญ่เกิน 1 ล้านบาท

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

สมรสเท่าเทียม สำคัญแค่ไหนในวงการอสังหาฯ
30
Jun 23
สมรสเท่าเทียม สำคัญแค่ไหนในวงการอสังหาฯ

พูดถึงประเด็นที่ตอนนี้สังคมไทยเรากำลังให้ความสำคัญอย่าง สมรสเท่าเทียม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการผลักดันกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ให้มีผลทางกฎหมายนั้น มีความสำคัญในแง่ของความเท่าเทียมทางสิทธิต่างๆ ในสังคมของคู่รักเพศเดียวกัน หรือที่ปัจจุบันนิยมเรียกกันว่าคู่รัก LGBTQ+  วันนี้เราจึงจะอยากจะพาเพื่อนๆ ไปพบกับแง่มุมต่างๆ กันว่าสมรสเท่าเทียมนั้น มีส่วนสำคัญแค่ในกับวงการอสังหาริมทรัพย์ และจะส่งผลดีในแง่มุมใดบ้าง  สมรสเท่าเทียม กับวงการอสังหาฯ การกู้ร่วม  บ้านเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต และเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้คู่รักส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยด้วยกัน และการกู้ก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้เราสามารถมีบ้านเป็นพยานรักของกันและกันได้ ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว หากคนใดคนหนึ่งไม่สามารถกู้ซื้อบ้านโดยเพียงลำพังได้ เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอกับวงเงินที่ต้องการจะซื้อบ้าน เราสามารถนำรายได้ของคู่สมรสมาร่วมกันกู้ได้อีกแรง แต่.. มีคนกลุ่มหนึ่งที่แม้พวกเขาจะรักกันมากเพียงใด คบหาดูใจกันนานเป็นสิบปี ก็ไม่อาจจะใช้ความเป็นคู่รักในการกู้ร่วมกัน […]

อ่านเพิ่มเติม
1
Nov 25
ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เมื่อใช้ ‘บ้าน’ เป็นไลฟ์ขายของ

ภาษีอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ใช้ “บ้าน” เป็นสตูดิโอไลฟ์ขายของ เทรนด์ใหม่ บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป                ยุคของ “อินฟลูเอนเซอร์ – ไลฟ์ขายของ” ทำให้หลายคนเริ่มใช้บ้านของตัวเองเป็นพื้นที่สร้างคอนเทนต์ ถ่ายสินค้า หรือแม้แต่ตั้งเป็น “สตูดิโอขายของ” แบบเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่หลายคน มองข้าม คือผลทาง “ภาษีอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งอาจเปลี่ยนสถานะบ้านจาก “ที่อยู่อาศัย” ไปเป็น “ทรัพย์สินเพื่อการพาณิชย์” ได้โดยไม่รู้ตัว   ภาษีที่เกี่ยวข้อง: “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง”                ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ) กำหนดชัดว่า การใช้บ้านหรือที่ดินเพื่อทำการค้า หรือประกอบธุรกิจ จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา “เชิงพาณิชย์” ไม่ใช่ “อยู่อาศัย” ตัวอย่าง ถ้าใช้บ้านบางส่วนถ่ายคลิป รีวิวสินค้า ไลฟ์ขายของ หรือรับสปอนเซอร์ → อาจเข้าข่าย “ใช้เพื่อการประกอบการ” ถ้าเปิดพื้นที่เป็นสตูดิโอให้คนอื่นเช่าใช้ถ่ายงาน → ชัดเจนว่าเป็น “การประกอบธุรกิจ” ต้องเสียภาษีเชิงพาณิชย์ ความแตกต่างของอัตราภาษี ประเภทการใช้ทรัพย์ อัตราภาษีโด […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบภาษีถือครองอสังหาในนามบริษัทและบุคคลธรรมดา
8
May 26
ถือครองอสังหา ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า?

           ถือครองอสังหาในนามบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนทรัพย์และรายได้ค่าเช่าที่มี โดยทั่วไป บุคคลธรรมดาเหมาะกับทรัพย์ 1-2 ยูนิต ส่วนบริษัทเหมาะกับการลงทุนหลายยูนิตที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะหักค่าใช้จ่ายได้เต็มและเสียภาษีคงที่ 20% บทความนี้เปรียบเทียบภาษีทั้ง 2 รูปแบบแบบตรงไปตรงมา พร้อมตารางสรุปให้ตัดสินใจง่าย คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและรูปแบบรายได้ของคุณ              ถือครองอสังหาฯ ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า? โดยทั่วไปแล้ว หากถือครองเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (ไม่เกิน 5 ปี) การถือในนาม “บุคคลธรรมดา” มักเสียภาษีน้อยกว่าในภาพรวม เพราะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะหากมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี แต่หากถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการและหวังผลกำไรระยะยาวเกิน 5 ปี หรือมีรายได้จากการเช่าจำนวนมาก การถือครองในนาม “บริษัท” จะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้   เปรียบเทียบภาพรวมภาษี ประเด็น บุคค […]

อ่านเพิ่มเติม