ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน
1
Sep 26

ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ผ่อนบ้านไม่ไหว ควรทำอย่างไร?

                   หากเริ่มรู้ว่าผ่อนบ้านต่อไม่ไหว สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือรีบติดต่อธนาคารหรือเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ควรรอให้ค้างชำระจนกลายเป็นหนี้เสียหรือรอจนได้รับหมายศาล เพราะแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้ลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้ขอความช่วยเหลือได้ทั้งก่อนและหลังเป็น NPL ตามหลักเกณฑ์ Responsible Lending โดยเจ้าหนี้ต้องเสนอแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

                   การปรับโครงสร้างหนี้บ้านไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะยกหนี้ให้ แต่เป็นการ เปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของลูกหนี้มากขึ้น เช่น ขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดในช่วงแรก หรือปรับรูปแบบการชำระหนี้ตามที่เจ้าหนี้พิจารณา

ยิ่งเริ่มเจรจาเร็ว โอกาสในการหาทางออกเพื่อรักษาบ้านไว้ก็ยิ่งมีมากขึ้น

 

ปรับโครงสร้างหนี้บ้านคืออะไร?

                   การปรับโครงสร้างหนี้บ้าน คือการที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามความสามารถที่แท้จริง

รูปแบบที่อาจพบได้ เช่น

  • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ
  • ลดค่างวดในช่วงแรก
  • ปรับรูปแบบการชำระเงิน
  • ปรับอัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขบางส่วนตามเกณฑ์ของเจ้าหนี้
  • ทำค่างวดแบบขั้นบันได (Step-up)
  • รวมภาระหนี้บางประเภทตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ธปท. ระบุว่าการปรับโครงสร้างหนี้สามารถทำได้ทั้ง ก่อนเป็นหนี้เสีย (non-NPL) และ หลังเป็นหนี้เสีย (NPL) โดยรายละเอียดของแผนจะพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้และเงินที่ลูกหนี้ต้องเหลือไว้สำหรับการดำรงชีวิตด้วย

ดังนั้น หากเริ่มรู้สึกว่า “เดือนหน้าคงไม่มีเงินพอจ่ายค่างวด” ไม่ควรรอให้ถึงกำหนดชำระแล้วค่อยคิดหาทางออก

 

ผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องรอให้เป็น NPL ก่อนหรือไม่?

ไม่ต้องรอ

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดที่ลูกหนี้บ้านควรรู้

ตามหลักเกณฑ์ Responsible Lending ลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ที่เริ่มมีปัญหาการชำระหนี้แต่ยังไม่เป็น NPL มีสิทธิได้รับแนวทางปรับโครงสร้างหนี้อย่างน้อย 1 ครั้งตามเกณฑ์ที่กำหนด และหากกลายเป็น NPL แล้ว ก็ยังมีกรอบการช่วยเหลืออีกครั้งตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว

พูดง่าย ๆ คือ

อย่าตั้งใจหยุดจ่ายเพื่อรอให้เป็นหนี้เสีย เพียงเพราะคิดว่าจะได้ข้อเสนอที่ดีกว่า

การปล่อยให้ค้างชำระโดยไม่มีการติดต่อเจ้าหนี้อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น ขณะที่การติดต่อธนาคารตั้งแต่เริ่มมีปัญหาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาประเมินทางเลือกมากกว่า

 

ปรับโครงสร้างหนี้บ้านได้อย่างไรบ้าง?

  1. ขยายระยะเวลาผ่อน วิธีนี้เหมาะกับคนที่ยังมีรายได้ แต่รายได้ต่อเดือนลดลงจนค่างวดเดิมสูงเกินไป ตัวอย่างเช่น เดิมเหลือเวลาผ่อน 15 ปี หากธนาคารอนุมัติให้ขยายระยะเวลาออกไป ค่างวดต่อเดือนอาจลดลง เพราะเงินต้นถูกกระจายไปในระยะเวลาที่นานขึ้น

ข้อควรระวัง: แม้ค่างวดต่อเดือนจะลดลง แต่การผ่อนนานขึ้นอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเพิ่มขึ้น จึงควรดูทั้ง “ค่างวดรายเดือน” และ “ยอดชำระรวมตลอดสัญญา”

 

  1. ลดค่างวดในช่วงแรก หากลูกหนี้มีปัญหารายได้ลดลงชั่วคราว อาจเจรจาขอแผนที่ลดภาระในช่วงแรก แล้วค่อยกลับมาชำระมากขึ้นเมื่อรายได้ฟื้นตัว

ธปท. ยกตัวอย่างรูปแบบการช่วยเหลือ เช่น ขยายระยะเวลาผ่อนหรือปรับลดอัตราผ่อนในช่วงแรก โดยรายละเอียดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

 

  1. ผ่อนแบบขั้นบันได (Step-up) วิธีนี้เหมาะกับคนที่คาดการณ์ได้ว่ารายได้ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นตัวอย่างเช่น ช่วง 1–2 ปีแรกผ่อนในระดับที่ต่ำกว่า แล้วค่อยเพิ่มค่างวดในระยะต่อไป

แนวทางดังกล่าวเคยถูกระบุโดย ธปท. เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับลูกหนี้สินเชื่อบ้านที่ต้องการเก็บทรัพย์ไว้ โดยต้องพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้และเงื่อนไขของเจ้าหนี้

ถ้าเป็น NPL แล้ว ยังปรับโครงสร้างหนี้บ้านได้หรือไม่?

ได้

                   การกลายเป็น NPL ไม่ได้หมายความว่าทุกทางเลือกในการเจรจาหนี้สิ้นสุดลงทันที

ธปท. ระบุว่าลูกหนี้ที่เป็น NPL ยังสามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ และตามหลักเกณฑ์มีการเปิดโอกาสให้พิจารณาแผนปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนโอนขายหนี้ โดยมีเวลาให้ลูกหนี้พิจารณาแผนอย่างน้อย 60 วันในกรณีที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว

ดังนั้น หากเริ่มค้างชำระแล้ว อย่าหายเงียบจากธนาคาร ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อแจ้งสถานการณ์ทางการเงินและขอแผนช่วยเหลือโดยเร็ว

 

ถ้าธนาคารโทรมาแล้วไม่มีเงินจ่าย ควรทำอย่างไร?

                   สิ่งที่ไม่ควรทำคือ หลบสาย เปลี่ยนเบอร์ หรือไม่ติดต่อธนาคาร

ธปท. แนะนำว่าหากมีปัญหาในการชำระหนี้ ควรรีบติดต่อเจ้าหนี้เพื่อชี้แจงสถานการณ์และเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ เพราะการหลีกเลี่ยงการติดต่ออาจทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นและเพิ่มโอกาสเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนโทรหาเจ้าหนี้ ได้แก่

  • รายได้ปัจจุบัน
  • รายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน
  • หนี้ทั้งหมดที่มี
  • จำนวนเงินที่สามารถจ่ายค่างวดบ้านได้จริง
  • สาเหตุที่ทำให้รายได้ลดลง
  • เอกสารแสดงรายได้หรือสถานะทางการเงิน

จุดสำคัญคืออย่าเสนอจำนวนเงินที่รู้ว่าไม่สามารถจ่ายได้จริง

                   ตัวอย่างเช่น หากรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเหลือประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ก็ควรแจ้งสถานการณ์ตามจริง แทนที่จะรับปากว่าจะจ่าย 25,000 บาทเพียงเพื่อให้ธนาคารยอมรับข้อเสนอ

 

ก่อนขอปรับโครงสร้างหนี้ ต้องคำนวณ “ค่างวดที่จ่ายไหว” อย่างไร?

ให้เริ่มจากการทำบัญชีง่ายๆ

รายได้สุทธิ – ค่าใช้จ่ายจำเป็น – ภาระหนี้อื่น = เงินที่เหลือสำหรับชำระหนี้

ตัวอย่าง

รายการจำนวนต่อเดือน
รายได้สุทธิ50,000 บาท
ค่าอาหาร/เดินทาง/สาธารณูปโภค20,000 บาท
ค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น8,000 บาท
หนี้อื่น7,000 บาท
เงินเหลือ15,000 บาท

                   หากค่างวดบ้านเดิมอยู่ที่ 25,000 บาทต่อเดือน แต่มีเงินเหลือจริงเพียง 15,000 บาท การขอให้ธนาคารลดค่างวดมาอยู่ในระดับที่สามารถจ่ายได้จริงย่อมมีเหตุผลมากกว่าการรับข้อเสนอที่ยังทำให้ขาดสภาพคล่องทุกเดือน

                   อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อวางแผนส่วนบุคคล ไม่ใช่เกณฑ์อนุมัติของธนาคาร

 

                   ควรขออะไรจากธนาคารเมื่อผ่อนบ้านไม่ไหว?

เมื่อติดต่อธนาคาร ไม่ควรพูดเพียงว่า

“ผ่อนต่อไม่ไหว ขอช่วยด้วย”

แต่ควรเสนอข้อมูลให้ชัดเจน เช่น

“ปัจจุบันรายได้ลดจาก 60,000 บาทเหลือ 45,000 บาทต่อเดือน ค่างวดบ้านปัจจุบัน 25,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 20,000 บาท จึงสามารถชำระค่างวดได้ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ต้องการขอปรับโครงสร้างหนี้เพื่อรักษาบ้านไว้”

ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้เจ้าหนี้เห็นภาพสถานะทางการเงินและนำไปพิจารณาแนวทางช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น

ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้านกับปรับโครงสร้างหนี้ ต่างกันอย่างไร?

สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

การปรับโครงสร้างหนี้ คือการเจรจากับเจ้าหนี้เดิมเพื่อเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้

การรีไฟแนนซ์ คือการนำสินเชื่อจากสถาบันการเงินใหม่มาชำระสินเชื่อเดิม เพื่อให้ได้เงื่อนไขใหม่ เช่น อัตราดอกเบี้ยหรือระยะเวลาที่เหมาะสมกว่า

หากลูกหนี้เริ่มมีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก การรีไฟแนนซ์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ทำได้ง่าย เพราะสถาบันการเงินแห่งใหม่จะประเมินรายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ และความเสี่ยงของผู้กู้

                   ดังนั้น หากเริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว ควรสอบถามเจ้าหนี้เดิมเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน แทนที่จะคิดว่ารีไฟแนนซ์เป็นทางออกเสมอ

นอกจากนี้ ธปท. ระบุข้อยกเว้นเกี่ยวกับค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อบ้าน โดยเจ้าหนี้ยังสามารถเรียกเก็บค่าปรับรีไฟแนนซ์ในช่วง 3 ปีแรกนับจากวันที่ทำสัญญาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงควรตรวจสอบสัญญาและต้นทุนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

 

บ้านจะถูกยึดทันทีหรือไม่ หากค้างค่างวด? ไม่ใช่ว่าค้างค่างวดเพียงครั้งเดียวแล้วธนาคารจะยึดบ้านทันที

                   กระบวนการบังคับหลักประกันมีขั้นตอนทางกฎหมาย และสถานการณ์จริงขึ้นอยู่กับสัญญา การผิดนัด การดำเนินคดี และขั้นตอนบังคับคดี แต่สิ่งที่ลูกหนี้ไม่ควรทำคือรอจนได้รับหมายศาลแล้วจึงเริ่มเจรจา

                   ธปท. ระบุว่าการฟ้องร้องและบังคับคดีสามารถนำไปสู่การยึดหรืออายัดทรัพย์และขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ ขณะเดียวกันยังมีช่องทางการไกล่เกลี่ยในหลายช่วงของกระบวนการ ดังนั้น คำว่า “ทางรอดก่อนถูกฟ้องยึดบ้าน” จึงควรหมายถึงการเริ่มแก้ไขหนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่รอให้กระบวนการบังคับคดีเริ่มขึ้นก่อน

 

ถ้าได้รับหมายศาลเรื่องหนี้บ้านแล้ว ยังมีทางออกหรือไม่? ยังอาจมีทางออก แต่ไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายศาล

                   หากได้รับหมายเรียกหรือเอกสารจากศาล ควรตรวจสอบทันทีว่าเป็นคดีอะไร ศาลไหน นัดวันใด และยอดหนี้ที่เจ้าหนี้เรียกร้องเท่าไร ในบางกรณีอาจมีช่องทาง ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ไกล่เกลี่ยในชั้นศาล หรือไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากเป็นหนี้จำนวนมากหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับยอดหนี้ ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ถ้าไม่มีทางผ่อนบ้านต่อจริงๆ มีทางเลือกอะไร? ไม่ใช่ทุกกรณีที่คำตอบต้องเป็น “รักษาบ้านไว้ให้ได้ทุกวิถีทาง”

 

หากประเมินแล้วว่ารายได้ในอนาคตไม่เพียงพอจริง ๆ การเจรจาทางเลือกอื่นกับธนาคารอาจช่วยลดความเสียหายได้ เช่น

  1. ขายบ้านด้วยตัวเอง หากขายบ้านได้ในราคาที่เหมาะสมแล้วนำเงินไปชำระหนี้ อาจเป็นทางเลือกที่ควบคุมกระบวนการได้มากกว่าการปล่อยให้ทรัพย์เข้าสู่การขายทอดตลาด

แต่ต้องตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือและค่าใช้จ่ายในการขายให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ

  1. ขอเวลาขายทรัพย์ ธปท. ระบุว่าการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้สินเชื่อบ้านอาจรวมถึงการขอเวลาโอนขายทรัพย์ที่เป็นหลักประกันให้บุคคลที่สาม เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ หากเจ้าหนี้และลูกหนี้ตกลงกันได้
  2. ตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้ ในบางสถานการณ์ ลูกหนี้อาจเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อนำทรัพย์ที่จำนองไว้ไปชำระหนี้ โดยต้องประเมินมูลค่าทรัพย์และเงื่อนไขให้ชัดเจนว่าหลังการโอนแล้ว หนี้สิ้นสุดทั้งหมดหรือยังมีหนี้ส่วนที่เหลือ

เรื่องนี้ไม่ควรลงนามโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียด

 

7 สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อรู้ว่าผ่อนบ้านไม่ไหว

  1. หยุดสร้างหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น อย่าใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลมาโปะค่างวดบ้านต่อเนื่องโดยไม่แก้ปัญหารายได้ เพราะอาจเพียงย้ายหนี้จากประเภทหนึ่งไปอีกประเภทหนึ่ง
  2. คำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายจริง รู้ให้ชัดว่าต่อเดือนเหลือเงินเท่าไร
  3. ติดต่อธนาคารทันที แจ้งว่ามีปัญหาชำระหนี้และต้องการขอปรับโครงสร้างหนี้
  4. ขอข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าดูเฉพาะค่างวด ต้องดูอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา ยอดหนี้ และเงื่อนไขทั้งหมด
  5. เปรียบเทียบยอดจ่ายรวม ค่างวดลดลงไม่ได้แปลว่าหนี้ถูกลงเสมอไป
  6. เก็บหลักฐานการติดต่อ เก็บอีเมล หนังสือ ข้อความ และรายละเอียดการเจรจาไว้
  7. หากได้รับหมายศาล ให้ดำเนินการทันที อย่าปล่อยให้พ้นกำหนดหรือไม่ไปศาล เพราะยังมีช่องทางไกล่เกลี่ยและการดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละขั้นตอน

 

Q: ผ่อนบ้านไม่ไหว ควรหยุดจ่ายเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่?

A: ไม่ควรหยุดจ่ายโดยตั้งใจเพียงเพื่อหวังให้ธนาคารเสนอเงื่อนไขที่ดีขึ้น หากเริ่มมีปัญหา ควรติดต่อเจ้าหนี้ก่อนและแจ้งสถานการณ์ตามจริง เพราะหลักเกณฑ์เปิดให้ลูกหนี้ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ตั้งแต่ก่อนเป็น NPL

 

Q: ปรับโครงสร้างหนี้บ้านแล้ว บ้านจะถูกยึดหรือไม่?

A: ไม่ใช่ทุกกรณี การปรับโครงสร้างหนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขใหม่ แต่หากลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่ได้ ก็อาจมีการดำเนินการตามสัญญาและกฎหมายต่อไป

 

Q: ปรับโครงสร้างหนี้บ้านทำให้เครดิตเสียหรือไม่?

A: ผลต่อข้อมูลเครดิตขึ้นอยู่กับสถานะบัญชีและรูปแบบการปรับโครงสร้างหนี้ ควรถามธนาคารโดยตรงว่าการปรับโครงสร้างครั้งนั้นจะถูกรายงานข้อมูลเครดิตในลักษณะใด

 

Q: เป็น NPL แล้ว ยังรักษาบ้านไว้ได้ไหม?

A: อาจทำได้ หากลูกหนี้ยังมีความสามารถชำระหนี้และสามารถตกลงแผนปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ได้ ธปท. ระบุว่าลูกหนี้ NPL ยังสามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ตามหลักเกณฑ์

 

Q: ปรับโครงสร้างหนี้แล้วค่างวดจะลดลงหรือไม่?

A: มีโอกาสลดลง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี การลดค่างวดอาจเกิดจากการขยายระยะเวลาผ่อนหรือเปลี่ยนเงื่อนไขอื่น และต้องดูว่าดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญาเปลี่ยนแปลงอย่างไร

 

Q: ถ้าไม่สามารถรักษาบ้านไว้ได้ ควรทำอย่างไร?

A: ควรรีบเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออก เช่น ขอเวลาขายบ้านเอง หรือพิจารณาการโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน แทนการปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปจนถึงขั้นบังคับคดีโดยไม่มีแผน

 

                   สรุปส่งท้าย ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ผ่อนบ้านไม่ไหว อย่ารอให้ถูกฟ้องแล้วค่อยแก้ การผ่อนบ้านไม่ไหวไม่ได้หมายความว่า “ต้องเสียบ้านทันที” และการเป็น NPL ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางเจรจาแล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดคือ รีบติดต่อเจ้าหนี้และขอปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าผ่อนไม่ไหว

ทางเลือกที่อาจพิจารณาได้ ได้แก่

  • ขยายระยะเวลาผ่อน
  • ลดค่างวดในช่วงแรก
  • ปรับแผนการชำระหนี้
  • ผ่อนแบบขั้นบันได
  • รีไฟแนนซ์ หากคุณสมบัติและต้นทุนเหมาะสม
  • ขายทรัพย์เพื่อชำระหนี้
  • เจรจาทางเลือกอื่นกับเจ้าหนี้

ธปท. ระบุชัดว่าลูกหนี้สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ทั้ง ก่อนและหลังเป็น NPL ตามหลักเกณฑ์ Responsible Lending และหากเป็น NPL ยังมีกรอบการพิจารณาแผนปรับโครงสร้างหนี้ก่อนการโอนขายหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

หลักคิดที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าหนีเจ้าหนี้ แต่ให้รีบเจรจา” เพราะยิ่งเริ่มแก้ปัญหาเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาเลือกทางออกก่อนที่เรื่องจะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องและบังคับคดี

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะบุคคล เงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้แตกต่างกันตามธนาคาร สัญญา สถานะบัญชี และความสามารถในการชำระหนี้ หากได้รับหมายศาลหรือเอกสารเกี่ยวกับการบังคับหลักประกัน ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

 

แหล่งข้อมูลหลักสำหรับบทความ: ธนาคารแห่งประเทศไทย — มาตรการแก้หนี้ยั่งยืน และ ธนาคารแห่งประเทศไทย — การแก้ไขหนี้บ้าน

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

24
Oct 25
ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก

ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก                ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน “จำนอง” กับ “ขายฝาก” ต่างกันอย่างไร?                หลายคนที่ต้องการใช้บ้าน คอนโด หรือที่ดิน เป็นหลักประกัน เพื่อขอสินเชื่อ มักสับสนระหว่าง “จำนอง” และ “ขายฝาก” เพราะทั้งสองต่างก็เป็นวิธีนำอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นทุนเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองรูปแบบมี หลักกฎหมาย วงเงิน และความเสี่ยงต่างกันอย่างสิ้นเชิง   เปรียบเทียบความแตกต่างของการจำนอง และ ขายฝาก ลักษณะสัญญา การจำนองและขายฝาก ใช้ทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ โดยการขายฝาก จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวให้ผู้ซื้อฝาก สิทธิเจ้าของทรัพย์ การจำนอง จะยังเป็นของผู้จำนอง แต่การขายฝาก ด้านหลังโฉนดจะเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ซื้อฝากทันที ในวันทำธุรกรรม  วงเงินที่ได้รับ จำนอง 30–40% ของราคาประเมิน ส่วนขายฝาก 50–65% ของราคาตลาด การชำระคืน จำนองต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ย ส่วนการขายฝากสามารถชำระดอกเบี้ยรายเดือน หรือจะจ่ายในวันไถ่ถอน ก็ได้  การบังคับใช้สิทธิ์ ในกรณีจำนอง หากเจ้าของปล่อยทรัพย์หลุด ผู้รับจำนองจะต้องต้องฟ้องศาลก่อนยึดทรัพย์ ส่วนขายฝาก หากหลุดแล้ว ทรัพย์จะเป็นของผู้ซื้อฝาก […]

อ่านเพิ่มเติม
5 ประเภทลงทุนอสังหา ที่นักลงทุนมือใหม่จำเป็นต้องรู้จัก
10
Sep 25
5 ประเภทลงทุนอสังหา ที่นักลงทุนมือใหม่จำเป็นต้องรู้จัก

              5 ประเภทลงทุนอสังหา ที่นักลงทุนมือใหม่จำเป็นต้องรู้จัก ก่อนที่นักลงทุนมือใหม่จะคิดคว้าโอกาสร่ำรวยด้วยอสังหาฯ ไม่ว่าจะบ้าน คอนโด หรืออสังหาอื่นๆ ก็ควรจะต้องเตรียมความพร้อมทั้งสภาพการเงิน พร้อมทุ่มเทเวลาทั้งแรงกายแรงใจแล้ว ยังจำเป็นต้องทำความเข้าใจรูปแบบของการลงทุนอสังหาฯ แต่ละประเภทให้อย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง หากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ               และบทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปมาให้เพื่อน 5 ข้อแล้วค่ะ ไปอ่านกันเลยนะคะ…     ลงทุนแบบเก็งกำไร ยอดนิยมของนักลงทุนมือใหม่               เรียกว่า… เป็นรูปแบบการลงทุนยอดนิยมของนักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ ที่คิดจะแสวงหากำไร ด้วยวิธีการขายใบจองคอนโด ด้วยเหตุผลใช้เงินลงทุนไม่เยอะ และได้ผลตอบแทนเร็ว    ลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน แบบเสือนอนกิน               อีกหนึ่งประเภทของการลงทุนที่ได้รับความนิยมในวงการนักลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเสือนอนกินได้เลยทีเดียว ทั้งนี้การเป็นนักลงทุนประเภทนี้ อาจต้องมีเงินเย็นหรือเงินเก็บสักก้อนในการลงทุน เพื่ […]

อ่านเพิ่มเติม
11
Feb 26
รวมศัพท์ต้องรู้เกี่ยวกับการจำนองและขายฝาก เข้าใจง่าย

รวม ศัพท์จำนองและขายฝาก น่ารู้                การจำนอง และ การขายฝาก เป็นธุรกรรมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินคำเหล่านี้บ่อยครั้ง แต่ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณไปรู้จัก คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับการจำนองและขายฝาก เพื่อให้เข้าใจขั้นตอน สิทธิ หน้าที่ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม ความหมายของ “จำนอง”                จำนอง คือ การนำทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้ โดยผู้จำนองยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสามารถอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ หากชำระหนี้ครบถ้วน สัญญาจำนองจะสิ้นสุดลง แต่หากผิดนัดชำระหนี้ ผู้รับจำนองมีสิทธิฟ้องบังคับคดีเพื่อนำทรัพย์ออกขายทอดตลาด ศัพท์สำคัญเกี่ยวกับการจำนอง ผู้จำนอง บุคคลที่นำทรัพย์สินของตนไปเป็นหลักประกันเงินกู้ ผู้รับจำนอง เจ้าหนี้ที่รับทรัพย์สินไว้เป็นหลักประกัน สัญญาจำนอง เอกสารทางกฎหมายที่ระบุรายละเอียดหนี้ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขต่าง ๆ ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (กรมที่ดิน) ไถ่ถอนจำนอง การชำระหนี้ครบถ้วนเ […]

อ่านเพิ่มเติม