ผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก
24
Jun 26

                   ปัญหาผู้ขายฝากหัวหมอ ไม่ยอมย้ายออกเมื่อทรัพย์หลุดสัญญา แนวทางแก้ไขทางกฎหมาย ผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก จากบ้านหลังทรัพย์หลุดสัญญา ทำอย่างไร?

                   หนึ่งในปัญหาที่ผู้ลงทุนรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์พบอยู่บ่อย คือกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์ได้ภายในกำหนดเวลา จนทรัพย์หลุดสัญญาและกรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ผู้ขายฝากกลับยังคงพักอาศัยอยู่ในทรัพย์สินและไม่ยอมย้ายออก

                   หลายรายเข้าใจผิดว่าหลังครบกำหนดสัญญาแล้วสามารถเข้าไปเปลี่ยนกุญแจ ตัดน้ำ ตัดไฟ หรือขับไล่ผู้อยู่อาศัยออกจากทรัพย์ได้ทันที ซึ่งในความเป็นจริงอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมาได้ บทความนี้จะอธิบายสิทธิของผู้รับซื้อฝาก และแนวทางแก้ไขปัญหาตามกฎหมายเมื่อผู้ขายฝากไม่ยอมส่งมอบทรัพย์หลังสิ้นสุดสัญญา

 

เมื่อทรัพย์หลุดสัญญาซื้อฝาก ใครเป็นเจ้าของตามกฎหมาย?

                   ตามหลักกฎหมายซื้อฝาก เมื่อครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนและผู้ขายฝากไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์

นั่นหมายความว่า

  • ผู้รับซื้อฝากกลายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย
  • ผู้ขายฝากหมดสิทธิเรียกร้องทรัพย์คืน เว้นแต่มีเหตุทางกฎหมายอื่น
  • ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หากยังมีผู้พักอาศัยอยู่ในทรัพย์ การเข้าครอบครองต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ปัญหาที่พบได้บ่อยหลังทรัพย์หลุดสัญญา

  1. ผู้ขายฝากขอผัดผ่อนเวลาออก หลายกรณีผู้ขายฝากอ้างว่า
  • กำลังหาที่อยู่ใหม่
  • รอขายทรัพย์สินอื่น
  • รอเงินก้อนจากญาติ
  • ขอเวลาเพิ่มเติมอีกไม่กี่เดือน

แต่เมื่อครบกำหนดกลับยังไม่ย้ายออก

 

  1. อ้างว่าสัญญาไม่เป็นธรรม ผู้ขายฝากบางรายพยายามโต้แย้งว่า… ไม่เข้าใจเงื่อนไขสัญญา ถูกเอาเปรียบ ไม่ทราบกำหนดไถ่ถอน แม้จะมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดินแล้วก็ตาม

 

  1. ขัดขวางการเข้าครอบครองของเจ้าของใหม่ ตัวอย่างเช่น
  • ไม่ยอมส่งมอบกุญแจ
  • ปฏิเสธการเข้าตรวจทรัพย์
  • ข่มขู่หรือสร้างความวุ่นวาย
  • ปล่อยให้บุคคลอื่นเข้ามาอยู่อาศัยแทน

ส่งผลให้ผู้รับซื้อฝากไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์ได้ตามปกติ

 

สิ่งที่เจ้าของทรัพย์ไม่ควรทำเด็ดขาด

                   แม้กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากแล้ว แต่ไม่ควรดำเนินการดังต่อไปนี้

    • ห้ามใช้กำลังบังคับ เช่น งัดประตูเข้าไปในบ้าน ยกทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยออกเอง ล็อกบ้านจากภายนอก จ้างคนไปข่มขู่ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้
  • ห้ามตัดน้ำ ตัดไฟ เพื่อบีบบังคับ แม้จะเป็นเจ้าของทรัพย์แล้ว แต่การตัดสาธารณูปโภคเพื่อกดดันให้ย้ายออกอาจกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติม
  • ห้ามทำลายทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย ทรัพย์สินภายในบ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อยู่อาศัย การเคลื่อนย้ายหรือทำลายโดยพลการอาจนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหายได้

 

แนวทางแก้ไขทางกฎหมายเมื่อผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก

                   ขั้นตอนที่ 1 ส่งหนังสือบอกกล่าวให้ส่งมอบทรัพย์ ควรจัดทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร

เนื้อหาควรระบุ

  • สถานะเจ้าของกรรมสิทธิ์
  • วันที่ครบกำหนดไถ่ถอน
  • การสิ้นสุดสิทธิครอบครอง
  • กำหนดวันส่งมอบทรัพย์

ควรส่งทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อใช้เป็นหลักฐานในอนาคต

 

                   ขั้นตอนที่ 2 เจรจาไกล่เกลี่ย ในหลายกรณี การเจรจาอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินคดี

ตัวอย่างเช่น

  • กำหนดวันย้ายออกที่ชัดเจน
  • ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
  • ให้ระยะเวลาผ่อนผันที่เหมาะสม

 

                   ขั้นตอนที่ 3 ฟ้องขับไล่ต่อศาล หากผู้ครอบครองยังคงปฏิเสธการส่งมอบทรัพย์ เจ้าของกรรมสิทธิ์สามารถยื่นฟ้องขับไล่ต่อศาลได้

โดยศาลจะพิจารณา

  • เอกสารสิทธิ์
  • สัญญาซื้อฝาก
  • หลักฐานการครบกำหนดไถ่ถอน
  • หนังสือบอกกล่าว

เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ครอบครองจะต้องส่งมอบทรัพย์คืน

 

                   ขั้นตอนที่ 4 บังคับคดีตามคำพิพากษา หากผู้ถูกขับไล่ยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา เจ้าของทรัพย์สามารถดำเนินการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อเข้าครอบครองทรัพย์ตามกฎหมาย วิธีนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

 

วิธีป้องกันปัญหาตั้งแต่ก่อนทำสัญญาซื้อฝาก

                   นักลงทุนมืออาชีพมักลดความเสี่ยงด้วยการเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้น ระบุเงื่อนไขการส่งมอบทรัพย์ให้ชัดเจน ควรระบุในสัญญาว่า… 

  • ผู้ขายฝากต้องส่งมอบทรัพย์เมื่อครบกำหนด
  • ต้องขนย้ายทรัพย์สินส่วนตัวออกภายในกี่วัน

 

ตรวจสอบประวัติผู้ขายฝาก

พิจารณา

  • ประวัติการชำระหนี้
  • ประวัติข้อพิพาททางกฎหมาย
  • ความน่าเชื่อถือทางการเงิน

ผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก

มีพยานและเอกสารครบถ้วน

ควรเก็บ

  • สัญญาซื้อฝาก
  • หลักฐานการจดทะเบียน
  • ภาพถ่ายทรัพย์
  • หนังสือบอกกล่าว
  • บันทึกการเจรจา

เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดคดีในอนาคต

 

กรณีผู้ขายฝากฟ้องกลับ สามารถทำได้หรือไม่?

                   ผู้ขายฝากสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ หากเห็นว่าการซื้อฝากมีปัญหาทางกฎหมาย เช่น

  • มีการฉ้อฉล
  • ถูกข่มขู่บังคับ
  • สัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ภาระการพิสูจน์จะอยู่ที่ผู้กล่าวอ้าง และศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

 

Q1: เมื่อทรัพย์หลุดสัญญาซื้อฝากแล้ว ใครเป็นเจ้าของ?

A: เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนและไม่มีการไถ่คืน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากตามกฎหมาย

 

Q2: ผู้รับซื้อฝากสามารถเปลี่ยนกุญแจบ้านได้เลยหรือไม่?

A: ไม่ควรดำเนินการเองโดยพลการ แม้จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วก็ตาม ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาท

Q3: หากผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออกต้องทำอย่างไร?

A: ควรส่งหนังสือบอกกล่าว เจรจาไกล่เกลี่ย และหากไม่สำเร็จสามารถฟ้องขับไล่ต่อศาลได้

 

Q4: สามารถตัดน้ำตัดไฟเพื่อบังคับให้ออกได้หรือไม่?

A: ไม่ควรทำ เพราะอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทหรือความรับผิดทางกฎหมายเพิ่มเติม

 

Q5: ป้องกันปัญหาผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออกได้อย่างไร?

A: ควรกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบทรัพย์ในสัญญาอย่างชัดเจน ตรวจสอบประวัติผู้ขายฝาก และจัดเก็บหลักฐานทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน

 

                   สรุปส่งท้าย ปัญหา ผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก หลังทรัพย์หลุดสัญญาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในการลงทุนรับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ากรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากแล้ว แต่การเข้าครอบครองทรัพย์ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย

                   แนวทางที่ถูกต้องคือการส่งหนังสือบอกกล่าว เจรจาไกล่เกลี่ย และหากจำเป็นให้ดำเนินคดีขับไล่ผ่านศาล ไม่ควรใช้กำลังหรือวิธีการบีบบังคับด้วยตนเอง การเตรียมสัญญาและเอกสารให้รัดกุมตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

24
Nov 23
ข้อควรรู้ก่อนตกลงทำสัญญาขายฝาก

หากใครต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่อยากนำทรัพย์สินไปขายขาด สำหรับคนที่มีที่ดินและบ้านไว้ครอบครอง “การขายฝาก” จึงเป็นทางเลือกที่ดี วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร หรือรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร (Statement) สามารถไถ่คืนที่ดินได้ และยังใช้ประโยชน์ในที่ดินต่อไปได้อีกด้วย “การขายฝาก” เป็นการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินประเภทหนึ่ง โดยกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อทันทีเมื่อมีการทำสัญญาเกิดขึ้น ซึ่งมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นในการทำสัญญาทุกครั้ง จะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ระบุในสัญญา ข้อควรระวังต่างๆ ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นภายหลังกันค่ะ ข้อควรรู้ก่อนตกลงทำสัญญาขายฝาก มีดังนี้ ผู้ขายฝากจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันทีในวันที่ทำสัญญา เมื่อขายฝากไปแล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝาก โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย การทำสัญญาจะต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ กรมที่ดินเท่านั้น ในการทำสัญญาขายฝากที่ดินจะต้องทำเป็นหน […]

อ่านเพิ่มเติม
2
Apr 26
โอนโฉนดที่ดิน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ปี 2569

โอนโฉนดที่ดิน ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เช็กเลย อัปเดตมาให้แล้ว 2569               การโอนโฉนดที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการซื้อขาย หรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน หากเตรียมเอกสารไม่ครบ อาจทำให้เสียเวลา หรือดำเนินการไม่ได้ในวันเดียว บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณเช็ก เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนโฉนดที่ดิน ปี 2569 ครบทุกกรณี พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ เอกสารโอนโฉนดที่ดิน (กรณีซื้อขายทั่วไป) ฝั่งผู้ขายต้องเตรียม โฉนดที่ดินตัวจริง (น.ส.4 จ.) บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ทะเบียนสมรส / ใบหย่า (ถ้ามี) หนังสือยินยอมคู่สมรส (กรณีแต่งงาน) ฝั่งผู้ซื้อต้องเตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ทะเบียนสมรส (ถ้ามี) กรณีกู้ธนาคาร (ซื้อบ้าน/ที่ดิน)               ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ สัญญากู้เงินจากธนาคาร, หนังสือจำนอง, แคชเชียร์เช็ค (ค่าซื้อขาย + ค่าใช้จ่าย) กรณีโอนให้ / โอนมรดก (เอกสารจะต่างจากการซื้อขายเล็กน้อย) โอนให้ (ให้เปล่า) หนังสือให้ที่ดิน สำเนาบัตรประชาชนทั้งสองฝ่าย โอนมรดก ใบมรณบัตร พินัยกรรม (ถ้ามี) หนังสือรับรอง […]

อ่านเพิ่มเติม
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ?
9
Aug 23
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม จะขยายสัญญาขายฝากได้ไหม ?

อย่างที่เพื่อนๆ รู้กันว่าการ ขายฝาก คือ การนำทรัพย์หรืออสังหาไปขายให้กับผู้รับซื้อทรัพย์ โดยกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากยังสามารถซื้อทรัพย์สินของตนเองคืนได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา แต่สิ่งที่พบเจอได้บ่อยครั้ง คือเมื่อพอถึงเวลาไถ่ถอนแล้วแต่ผู้ขายฝากยังไม่พร้อมที่จะนำเงินมาไถ่ถอน แล้วทีนี้เราควรจะทำอย่างไรต่อดี จะ ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน เงื่อนไข เกี่ยวกับการขายฝาก กำหนดเวลาไถ่ ห้ามต่ำกว่า 1 ปี หรือ เกิน 10 ปี ขายฝากจะกำหนดเวลาไถ่ถอนห้ามต่ำกว่า 1 ปีหรือไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาสั้น จนทำให้ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้ทันกำหนดเวลาไถ่ และเพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกิน 10 ปี เมื่อรวมดอกเบี้ย ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี ยอดเงินที่ต้องมาชำระคืนแก่ทุนเพื่อไถ่ทรัพย์สิน โดยจำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี 3.ทรัพย์สินที่ขายฝากเจ้าของยังใช้งานได้ […]

อ่านเพิ่มเติม