สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่
14
Sep 26

                   สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับที่ให้ความคุ้มครองผู้ขายฝากโดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น กำหนดระยะเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี จำกัดสินไถ่ไม่ให้คิดผลตอบแทนเกิน 15% ต่อปี กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และเปิดทางให้ผู้ขายฝากวางทรัพย์เพื่อใช้สิทธิไถ่ได้ในกรณีที่ไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไรบ้าง?

                   การขายฝากเป็นธุรกรรมที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นำที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายไปขายให้ผู้ซื้อฝาก โดยตกลงกันว่าผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด

                   ประเด็นสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การขายฝากไม่ใช่การจำนอง เพราะเมื่อจดทะเบียนขายฝากแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที ผู้ขายฝากเหลือสิทธิในการไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนดเวลาเท่านั้น

                   ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงมีมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายฝากเสียเปรียบ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาที่นำที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยมาเป็นทรัพย์ขายฝาก

กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คืออะไร?

                   กฎหมายที่ใช้คุ้มครองผู้ขายฝากในกรณีดังกล่าวคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกรมที่ดินเผยแพร่ตัวบทกฎหมายดังกล่าวไว้โดยตรง

                   กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์สำคัญในการลดความเสียเปรียบของผู้ขายฝาก โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาไถ่ การกำหนดสินไถ่ สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ และขั้นตอนเมื่อถึงกำหนดไถ่ให้ชัดเจนมากขึ้น

                   หมายเหตุ: คำว่า “สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่” ที่ใช้กันทั่วไป อาจทำให้เข้าใจว่าเพิ่งมีกฎหมายใหม่ในปี 2569 แต่กฎหมายคุ้มครองเฉพาะเรื่องนี้คือ พ.ศ. 2562 และยังเป็นหลักเกณฑ์สำคัญสำหรับการขายฝากที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

 

  1. กำหนดระยะเวลาไถ่ชัดเจน ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี

                   หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ สัญญาขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดเวลาไถ่ ต่ำกว่า 1 ปีหรือเกิน 10 ปีไม่ได้ หากในสัญญากำหนดเวลาไว้นอกกรอบดังกล่าว กฎหมายกำหนดให้ถือระยะเวลาเป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี และผู้ขายฝากยังสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดได้ นอกจากนี้ หากมีการขยายระยะเวลาไถ่ ระยะเวลาเดิมรวมกับระยะเวลาที่ขยายแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี

ประโยชน์ต่อผู้ขายฝาก: ช่วยป้องกันการกำหนดระยะเวลาไถ่ที่สั้นเกินไปจนผู้ขายฝากไม่มีเวลาเตรียมเงินมาไถ่ทรัพย์คืน

 

  1. ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์คืนก่อนครบกำหนดได้

                   ผู้ขายฝากไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายของสัญญาจึงจะไถ่ทรัพย์คืนได้ หากมีเงินพร้อม ผู้ขายฝากสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมายได้ และในกรณีที่สินไถ่ถูกกำหนดสูงกว่าราคาขายฝาก หากมีการไถ่ก่อนครบกำหนด ส่วนที่สูงกว่านั้นจะต้องลดลงตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ลดลง ขณะที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกค่าเสียโอกาสได้ แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีของราคาขายฝากตามระยะเวลาที่เหลือ จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยลดภาระของผู้ขายฝากที่สามารถหาเงินมาไถ่ได้เร็วกว่ากำหนด

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่

  1. จำกัดสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี

                   อีกเรื่องที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบอย่างละเอียดคือ จำนวนสินไถ่ กฎหมายกำหนดว่า สินไถ่อาจสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณในลักษณะดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี โดยคำนวณตั้งแต่วันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่ หลักเกณฑ์นี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยกำหนดเพดานผลตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากสามารถเรียกจากผู้ขายฝาก และทำให้ผู้ขายฝากสามารถประเมินต้นทุนในการนำทรัพย์กลับคืนได้ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างง่ายๆ

                   หากราคาขายฝากกำหนดไว้ 1,000,000 บาท ผู้ขายฝากไม่ควรดูเพียงตัวเลข “สินไถ่” ที่เขียนอยู่ในสัญญา แต่ควรคำนวณด้วยว่าสินไถ่ดังกล่าวเมื่อเทียบกับราคาขายฝากและระยะเวลาของสัญญาแล้ว คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีเท่าใด

 

  1. ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์

                   แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้ซื้อฝากเมื่อจดทะเบียนขายฝาก แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝากจนถึงวันที่หมดสิทธิไถ่สำหรับกรณีที่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ผู้ขายฝากไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝากสำหรับการใช้ประโยชน์ดังกล่าว และดอกผลที่เกิดจากทรัพย์ระหว่างระยะเวลาขายฝากยังเป็นของผู้ขายฝากด้วย มาตรการนี้มีความสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะช่วยให้ผู้ขายฝากยังสามารถใช้บ้านเป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ที่ดินประกอบเกษตรกรรมต่อไปได้ระหว่างรอหาเงินมาไถ่

 

  1. ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไถ่

                   กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ผู้ขายฝากต้องจำวันครบกำหนดด้วยตัวเองเพียงฝ่ายเดียว ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝาก เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีการแจ้งตามกฎหมาย หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากจะมีสิทธิไถ่ทรัพย์ต่อไปได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่เดิม ตามเงื่อนไขของกฎหมาย นี่ถือเป็นมาตรการคุ้มครองที่สำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ขายฝากจะเสียทรัพย์เพียงเพราะพลาดกำหนดเวลาโดยไม่ทราบจำนวนสินไถ่หรือวันครบกำหนดที่แน่นอน

 

  1. หากไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้ สามารถวางทรัพย์ได้

                   ในบางกรณีผู้ขายฝากมีเงินพร้อมไถ่ แต่ไม่สามารถติดต่อหรือใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ โดยไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ขายฝาก กฎหมายจึงเปิดช่องให้ผู้ขายฝากสามารถ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง กรมที่ดินระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของตน ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์ภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือวันที่เหตุที่ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่สิ้นสุดลง ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น หากถึงกำหนดไถ่แล้วผู้ซื้อฝากไม่รับเงินหรือไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ขายฝากไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไป แต่ควรตรวจสอบสิทธิในการวางทรัพย์กับสำนักงานที่ดินโดยเร็ว

 

  1. ข้อพิพาทจากการขายฝากถือเป็นคดีผู้บริโภค

                   กฎหมายยังวางหลักให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้เป็น คดีผู้บริโภค และให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค หลักการดังกล่าวมีความสำคัญในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ขายฝากกับผู้ซื้อฝาก เพราะผู้ขายฝากได้รับสถานะตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้อง

 

  1. สิ่งที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา

                   แม้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ผู้ขายฝากก็ไม่ควรเซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่านรายละเอียด เพราะการขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์จริง ไม่ใช่เพียงการนำทรัพย์ไปค้ำประกัน ก่อนจดทะเบียน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่

  1. ราคาขายฝากจริง ว่าตรงกับเงินที่ได้รับจริงหรือไม่
  2. จำนวนสินไถ่ และวิธีคำนวณว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  3. วันเริ่มต้นและวันครบกำหนดไถ่
  4. สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์
  5. เงื่อนไขการขยายเวลาไถ่ หากไม่สามารถหาเงินมาไถ่ได้ทัน
  6. เอกสารและหลักฐานการชำระเงิน ควรเก็บไว้ให้ครบถ้วน

หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน การให้ทนายความตรวจร่างสัญญาก่อนจดทะเบียนย่อมช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

 

                   สรุปส่งท้าย สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไร? กล่าวโดยสรุป กฎหมายขายฝาก พ.ศ. 2562 เพิ่มหลักประกันให้ผู้ขายฝากในหลายด้าน ตั้งแต่การกำหนดระยะเวลาไถ่ 1–10 ปี การควบคุมสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี การให้ผู้ขายฝากยังใช้ประโยชน์จากทรัพย์ได้ การกำหนดให้ผู้ซื้อฝากแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และการเปิดช่องให้วางทรัพย์เมื่อไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้

                   อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ทำให้การขายฝากปราศจากความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ดังนั้นหัวใจสำคัญที่สุดคือ ผู้ขายฝากต้องเข้าใจจำนวนเงินที่ได้รับ จำนวนสินไถ่ วันครบกำหนด และเงื่อนไขการไถ่ก่อนลงนามในสัญญา

                   หากเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่าธุรกรรมของตนเข้าเกณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องจากกรมที่ดินได้โดยตรง

 

Q: ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต่างจากจำนองอย่างไร?

A: ขายฝากคือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน แล้วผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด ส่วนจำนองไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าหนี้ตั้งแต่การจดทะเบียนจำนอง ดังนั้นทั้งสองธุรกรรมมีลักษณะทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างมาก

 

Q: สัญญาขายฝากกำหนดเวลาไถ่ได้กี่ปี?

A: สำหรับการขายฝากที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากฯ พ.ศ. 2562 กำหนดเวลาไถ่ต้อง ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี

 

Q: ผู้ขายฝากไถ่คืนก่อนครบกำหนดได้หรือไม่?

A: ได้ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์ก่อนครบกำหนดได้ และกฎหมายมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดสินไถ่ในส่วนที่สูงกว่าราคาขายฝาก รวมถึงค่าเสียโอกาสที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกได้ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

 

Q: ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งก่อนวันครบกำหนดหรือไม่?

A: ต้องแจ้งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนด ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่มากกว่า 6 เดือน หากไม่แจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากอาจได้รับสิทธิไถ่ต่ออีก 6 เดือนตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

Q: ถ้ามีเงินไถ่แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน ต้องทำอย่างไร?

A: ผู้ขายฝากอาจมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก

 

Q: กฎหมายขายฝากคุ้มครองผู้ขายฝากทุกกรณีหรือไม่?

A: ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับการทำสัญญาขายฝาก ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้นก่อนสรุปว่าสัญญาใดได้รับความคุ้มครอง ควรตรวจสอบประเภททรัพย์ ลักษณะคู่สัญญา และวัตถุประสงค์ของการใช้ทรัพย์ด้วย

 

 

ข้อควรระวัง: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากกำลังจะทำสัญญาขายฝากจริง โดยเฉพาะทรัพย์มูลค่าสูง ควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงกับสำนักงานที่ดินหรือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายก่อนดำเนินการ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

มีทรัพย์ ไม่ต้องการขายขาด หาเงินอย่างไรดี?
1
Nov 24
มีทรัพย์ ไม่ต้องการขายขาด หาเงินอย่างไรดี?

หากคุณมีทรัพย์สินที่มีมูลค่า ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ที่ดิน ตึกแถว อาคารพาณิชย์อยู่ในมือ และประสบปัญหาทางการเงิน เจอเรื่องฉุกเฉินต้องการใช้เงินด่วน! แต่ ไม่ต้องการขายขาด มองหาเงินสดในระยะสั้นหรือเงินด่วน มีหลายวิธีที่ช่วยให้คุณใช้ทรัพย์สินเพื่อหาเงินได้ โดยไม่ต้องเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นเลย และวันนี้ Property4Cash ได้รวบรวมวิธีการหาเงินด่วนมาให้แล้ว…   นี่คือ… ทางออกเข้าถึงเงินด่วน ในยามฉุกเฉิน   ขายฝากทรัพย์สิน วิธีการขายฝากเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาเงินด่วน โดยทรัพย์สินจะถูกขายชั่วคราวให้กับผู้รับซื้อฝาก แต่ยังสามารถไถ่ถอนทรัพย์กลับคืนได้ในภายหลัง โดยไม่ต้องเสียทรัพย์สินไป หากชำระตามระยะเวลาที่กำหนด การขายฝาก ก็เป็นวิธีที่หลายๆ คนนิยมทำเพื่อหาเงินด่วน ด้วยเหตุผลที่ ไม่ต้องการขายขาด ทรัพย์สินนั่นเอง แต่ขายฝากจะเป็นเรื่องง่ายหากตัดสินใจขายฝากกับ Property4cash สะดวก ปลอดภัย ถูกกฎหมาย 100% ดูแลโดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์ด้านอสังหาฯ กว่า 10 ปี จำนองบ้านหรือที่ดินกับธนาคาร จำนองบ้านหรือที่ดิน ช่วยให้คุณกู้เงินโดยใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ซึ่งไม่ต้องขายทรัพย์นั้นขาด วงเงิน […]

อ่านเพิ่มเติม
สิทธิอยู่อาศัยในบ้านระหว่างสัญญาขายฝาก Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash Line: @Property4Cash โทร : 0968135989 หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/ นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100% อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/ หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial
8
Jun 26
สิทธิอยู่อาศัยในบ้านระหว่างสัญญาขายฝาก ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิไล่เราไหม?

สิทธิอยู่อาศัยในบ้านระหว่างสัญญาขายฝาก ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิไล่เราไหม?                    หนึ่งในคำถามที่คนทำ “สัญญาขายฝากบ้านหรือที่ดิน” กังวลมากที่สุด คือ หลังทำสัญญาแล้ว ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านต่อได้หรือไม่? และผู้รับซื้อฝากมีสิทธิ “ไล่ออกจากบ้าน” ได้ทันทีหรือเปล่า?                    แม้การขายฝากจะเป็นธุรกรรมที่กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากแล้ว แต่เรื่อง “สิทธิการอยู่อาศัย” ยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญาและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ขายฝากควรเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจ ขายฝากคืออะไร?                    “ขายฝาก” คือ การขายทรัพย์สินโดยมีเงื่อนไขว่าสามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อจดทะเบียนขายฝากเรียบร้อย กรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินจะโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที ผู้ขายฝากเหลือเพียง “สิทธิไถ่ถอน” หากไถ่คืนไม่ทัน หรือไม่มาต่อสัญญา ทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ นี่คือจุดที่แตกต่างจาก “จำนอง” ซึ่งกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้กู้   หลังขายฝากแล้ว ยังอยู่บ้านต่อได้ไหม? คำตอบคือ “อยู่ได้” หากมีการตกลงกันไว้ แม้กรรมสิทธิ์จะเป็นของผู้รับซื้อฝากแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ขายฝ […]

อ่านเพิ่มเติม
4
Dec 25
ปัญหาหนี้แก้ได้ เดือดร้อนจนไม่ไหว? ถือโฉนดมาที่ Property4Cash เงินด่วนอสังหา

ปัญหาหนี้ แก้ได้ เดือดร้อนจนไม่ไหว? ถือโฉนดมาที่ Property4Cash เงินด่วนอสังหา ได้เลย                ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน รายจ่ายเพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ปัญหาหนี้จึงเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ คนทำงานอิสระ หรือมนุษย์เงินเดือน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เริ่ม “หมุนเงินไม่ทัน” อาจทำให้เกิดหนี้ซ้อนหนี้ ดอกเบี้ยบาน ลุกลามจนควบคุมไม่ได้                แต่คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้สถานการณ์แย่ลง… เพราะ หนี้แก้ได้ หากมีทางออกที่ถูกต้อง ปลอดภัย และไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย หนึ่งในทางเลือกที่คนจำนวนมากใช้ คือ การนำโฉนดที่ดิน บ้าน คอนโด ที่ดิน และอสังหาฯ อื่นๆ มาเปลี่ยนเป็นเงินผ่านการจำนอง–ขายฝาก และ Property4Cash คือ ผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้คุณกลับมามีสภาพคล่องได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำไมปัญหาหนี้ถึงควรรีบแก้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้? ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ หรือหนี้ธุรกิจ หากปล่อยไว้นาน ดอกเบี้ยจะทบต้นจนกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นสองเท่า เสี่ยงเสียประวัติทางการเงิน ค้างชำระหลายเดือนอาจทำให้เครดิตบูโรเสีย ส่งผลให้ขอกู้ในอนาคตแทบเป็นไปไม่ได้ ความเครียดสูง กระทบชีวิต ความกดดันเ […]

อ่านเพิ่มเติม