สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่
14
Sep 26

                   สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับที่ให้ความคุ้มครองผู้ขายฝากโดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น กำหนดระยะเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี จำกัดสินไถ่ไม่ให้คิดผลตอบแทนเกิน 15% ต่อปี กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และเปิดทางให้ผู้ขายฝากวางทรัพย์เพื่อใช้สิทธิไถ่ได้ในกรณีที่ไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไรบ้าง?

                   การขายฝากเป็นธุรกรรมที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นำที่ดิน บ้าน หรือทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายไปขายให้ผู้ซื้อฝาก โดยตกลงกันว่าผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด

                   ประเด็นสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การขายฝากไม่ใช่การจำนอง เพราะเมื่อจดทะเบียนขายฝากแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที ผู้ขายฝากเหลือสิทธิในการไถ่ทรัพย์คืนภายในกำหนดเวลาเท่านั้น

                   ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงมีมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายฝากเสียเปรียบ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดาที่นำที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยมาเป็นทรัพย์ขายฝาก

กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คืออะไร?

                   กฎหมายที่ใช้คุ้มครองผู้ขายฝากในกรณีดังกล่าวคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งกรมที่ดินเผยแพร่ตัวบทกฎหมายดังกล่าวไว้โดยตรง

                   กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์สำคัญในการลดความเสียเปรียบของผู้ขายฝาก โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาไถ่ การกำหนดสินไถ่ สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ และขั้นตอนเมื่อถึงกำหนดไถ่ให้ชัดเจนมากขึ้น

                   หมายเหตุ: คำว่า “สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่” ที่ใช้กันทั่วไป อาจทำให้เข้าใจว่าเพิ่งมีกฎหมายใหม่ในปี 2569 แต่กฎหมายคุ้มครองเฉพาะเรื่องนี้คือ พ.ศ. 2562 และยังเป็นหลักเกณฑ์สำคัญสำหรับการขายฝากที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

 

  1. กำหนดระยะเวลาไถ่ชัดเจน ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี

                   หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ สัญญาขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดเวลาไถ่ ต่ำกว่า 1 ปีหรือเกิน 10 ปีไม่ได้ หากในสัญญากำหนดเวลาไว้นอกกรอบดังกล่าว กฎหมายกำหนดให้ถือระยะเวลาเป็น 1 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณี และผู้ขายฝากยังสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดได้ นอกจากนี้ หากมีการขยายระยะเวลาไถ่ ระยะเวลาเดิมรวมกับระยะเวลาที่ขยายแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี

ประโยชน์ต่อผู้ขายฝาก: ช่วยป้องกันการกำหนดระยะเวลาไถ่ที่สั้นเกินไปจนผู้ขายฝากไม่มีเวลาเตรียมเงินมาไถ่ทรัพย์คืน

 

  1. ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์คืนก่อนครบกำหนดได้

                   ผู้ขายฝากไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายของสัญญาจึงจะไถ่ทรัพย์คืนได้ หากมีเงินพร้อม ผู้ขายฝากสามารถใช้สิทธิไถ่ก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมายได้ และในกรณีที่สินไถ่ถูกกำหนดสูงกว่าราคาขายฝาก หากมีการไถ่ก่อนครบกำหนด ส่วนที่สูงกว่านั้นจะต้องลดลงตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ลดลง ขณะที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกค่าเสียโอกาสได้ แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปีของราคาขายฝากตามระยะเวลาที่เหลือ จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยลดภาระของผู้ขายฝากที่สามารถหาเงินมาไถ่ได้เร็วกว่ากำหนด

สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่

  1. จำกัดสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี

                   อีกเรื่องที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบอย่างละเอียดคือ จำนวนสินไถ่ กฎหมายกำหนดว่า สินไถ่อาจสูงกว่าราคาขายฝากได้ แต่เมื่อคำนวณในลักษณะดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน ร้อยละ 15 ต่อปี โดยคำนวณตั้งแต่วันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่ หลักเกณฑ์นี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยกำหนดเพดานผลตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากสามารถเรียกจากผู้ขายฝาก และทำให้ผู้ขายฝากสามารถประเมินต้นทุนในการนำทรัพย์กลับคืนได้ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างง่ายๆ

                   หากราคาขายฝากกำหนดไว้ 1,000,000 บาท ผู้ขายฝากไม่ควรดูเพียงตัวเลข “สินไถ่” ที่เขียนอยู่ในสัญญา แต่ควรคำนวณด้วยว่าสินไถ่ดังกล่าวเมื่อเทียบกับราคาขายฝากและระยะเวลาของสัญญาแล้ว คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีเท่าใด

 

  1. ผู้ขายฝากยังมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์

                   แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปยังผู้ซื้อฝากเมื่อจดทะเบียนขายฝาก แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝากจนถึงวันที่หมดสิทธิไถ่สำหรับกรณีที่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ผู้ขายฝากไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้ผู้ซื้อฝากสำหรับการใช้ประโยชน์ดังกล่าว และดอกผลที่เกิดจากทรัพย์ระหว่างระยะเวลาขายฝากยังเป็นของผู้ขายฝากด้วย มาตรการนี้มีความสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะช่วยให้ผู้ขายฝากยังสามารถใช้บ้านเป็นที่อยู่อาศัยหรือใช้ที่ดินประกอบเกษตรกรรมต่อไปได้ระหว่างรอหาเงินมาไถ่

 

  1. ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนก่อนครบกำหนดไถ่

                   กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ผู้ขายฝากต้องจำวันครบกำหนดด้วยตัวเองเพียงฝ่ายเดียว ก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ขายฝาก เพื่อให้ทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีการแจ้งตามกฎหมาย หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากจะมีสิทธิไถ่ทรัพย์ต่อไปได้อีก 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่เดิม ตามเงื่อนไขของกฎหมาย นี่ถือเป็นมาตรการคุ้มครองที่สำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ขายฝากจะเสียทรัพย์เพียงเพราะพลาดกำหนดเวลาโดยไม่ทราบจำนวนสินไถ่หรือวันครบกำหนดที่แน่นอน

 

  1. หากไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ได้ สามารถวางทรัพย์ได้

                   ในบางกรณีผู้ขายฝากมีเงินพร้อมไถ่ แต่ไม่สามารถติดต่อหรือใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ โดยไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ขายฝาก กฎหมายจึงเปิดช่องให้ผู้ขายฝากสามารถ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง กรมที่ดินระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของตน ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์ภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือวันที่เหตุที่ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่สิ้นสุดลง ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น หากถึงกำหนดไถ่แล้วผู้ซื้อฝากไม่รับเงินหรือไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ขายฝากไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไป แต่ควรตรวจสอบสิทธิในการวางทรัพย์กับสำนักงานที่ดินโดยเร็ว

 

  1. ข้อพิพาทจากการขายฝากถือเป็นคดีผู้บริโภค

                   กฎหมายยังวางหลักให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากตามกฎหมายฉบับนี้เป็น คดีผู้บริโภค และให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค หลักการดังกล่าวมีความสำคัญในกรณีที่เกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ขายฝากกับผู้ซื้อฝาก เพราะผู้ขายฝากได้รับสถานะตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้อง

 

  1. สิ่งที่ผู้ขายฝากควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา

                   แม้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ผู้ขายฝากก็ไม่ควรเซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่านรายละเอียด เพราะการขายฝากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์จริง ไม่ใช่เพียงการนำทรัพย์ไปค้ำประกัน ก่อนจดทะเบียน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่

  1. ราคาขายฝากจริง ว่าตรงกับเงินที่ได้รับจริงหรือไม่
  2. จำนวนสินไถ่ และวิธีคำนวณว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  3. วันเริ่มต้นและวันครบกำหนดไถ่
  4. สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์
  5. เงื่อนไขการขยายเวลาไถ่ หากไม่สามารถหาเงินมาไถ่ได้ทัน
  6. เอกสารและหลักฐานการชำระเงิน ควรเก็บไว้ให้ครบถ้วน

หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน การให้ทนายความตรวจร่างสัญญาก่อนจดทะเบียนย่อมช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

 

                   สรุปส่งท้าย สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ฉบับใหม่ กฎหมายขายฝากฉบับใหม่คุ้มครองผู้ขายฝากอย่างไร? กล่าวโดยสรุป กฎหมายขายฝาก พ.ศ. 2562 เพิ่มหลักประกันให้ผู้ขายฝากในหลายด้าน ตั้งแต่การกำหนดระยะเวลาไถ่ 1–10 ปี การควบคุมสินไถ่และผลตอบแทนไม่เกิน 15% ต่อปี การให้ผู้ขายฝากยังใช้ประโยชน์จากทรัพย์ได้ การกำหนดให้ผู้ซื้อฝากแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และการเปิดช่องให้วางทรัพย์เมื่อไม่สามารถไถ่กับผู้ซื้อฝากได้

                   อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ทำให้การขายฝากปราศจากความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังโอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน ดังนั้นหัวใจสำคัญที่สุดคือ ผู้ขายฝากต้องเข้าใจจำนวนเงินที่ได้รับ จำนวนสินไถ่ วันครบกำหนด และเงื่อนไขการไถ่ก่อนลงนามในสัญญา

                   หากเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่าธุรกรรมของตนเข้าเกณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องจากกรมที่ดินได้โดยตรง

 

Q: ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต่างจากจำนองอย่างไร?

A: ขายฝากคือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน แล้วผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด ส่วนจำนองไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าหนี้ตั้งแต่การจดทะเบียนจำนอง ดังนั้นทั้งสองธุรกรรมมีลักษณะทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างมาก

 

Q: สัญญาขายฝากกำหนดเวลาไถ่ได้กี่ปี?

A: สำหรับการขายฝากที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากฯ พ.ศ. 2562 กำหนดเวลาไถ่ต้อง ไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี

 

Q: ผู้ขายฝากไถ่คืนก่อนครบกำหนดได้หรือไม่?

A: ได้ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์ก่อนครบกำหนดได้ และกฎหมายมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดสินไถ่ในส่วนที่สูงกว่าราคาขายฝาก รวมถึงค่าเสียโอกาสที่ผู้ซื้อฝากอาจเรียกได้ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

 

Q: ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งก่อนวันครบกำหนดหรือไม่?

A: ต้องแจ้งตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนด ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่มากกว่า 6 เดือน หากไม่แจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากอาจได้รับสิทธิไถ่ต่ออีก 6 เดือนตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

Q: ถ้ามีเงินไถ่แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน ต้องทำอย่างไร?

A: ผู้ขายฝากอาจมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานที่ดินตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ด้วยเหตุที่ไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก

 

Q: กฎหมายขายฝากคุ้มครองผู้ขายฝากทุกกรณีหรือไม่?

A: ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับการทำสัญญาขายฝาก ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้นก่อนสรุปว่าสัญญาใดได้รับความคุ้มครอง ควรตรวจสอบประเภททรัพย์ ลักษณะคู่สัญญา และวัตถุประสงค์ของการใช้ทรัพย์ด้วย

 

 

ข้อควรระวัง: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากกำลังจะทำสัญญาขายฝากจริง โดยเฉพาะทรัพย์มูลค่าสูง ควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงกับสำนักงานที่ดินหรือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายก่อนดำเนินการ

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

14
Jan 26
เทรนด์อสังหาปี 2569 อัปเดตแนวโน้มตลาดอสังหายุคใหม่

เทรนด์อสังหาปี 2569 อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร?                ในปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม ผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน และผู้ซื้อบ้านจำเป็นต้องเข้าใจ เทรนด์อสังหาปี 2569 เพื่อปรับตัวให้ทันกับทิศทางของตลาด 1. บ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริงมาแรงกว่าการเก็งกำไร                หนึ่งในแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ที่เห็นได้ชัด คือ ความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่จริง (Real Demand) เพิ่มขึ้น ขณะที่การซื้อเพื่อเก็งกำไรลดลง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งาน คุณภาพชีวิต และความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น 2. คอนโด Low rise และบ้านแนวราบยังครองตลาด                หลังยุคการทำงานแบบ Hybrid และ Work from Home ผู้ซื้อให้ความสนใจกับบ้านแนวราบ ทาวน์โฮม และคอนโดโลว์ไรส์มากขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ 3. เทคโนโลยี Smart Home และ PropTech กลายเป็นมาตรฐาน                เทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ หรื […]

อ่านเพิ่มเติม
11
Mar 26
วางแผนไถ่ถอนขายฝากอย่างไรดี? เทคนิคจัดการเงินก่อนหมดสัญญา

วางแผนไถ่ถอนขายฝาก อย่างไรดี? ไม่ให้เสียทรัพย์สินเมื่อครบกำหนด                การ ขายฝาก เป็นทางเลือกทางการเงินที่หลายคนใช้เมื่อต้องการเงินด่วน โดยการนำทรัพย์สิน เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน หรืออาคารพาณิชย์ ไปทำสัญญาขายฝากกับผู้รับซื้อ พร้อมกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนคืนในอนาคต แต่ปัญหาที่หลายคนพบคือ ไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนทันก่อนหมดสัญญา ทำให้ต้องขยายสัญญา ขายฝาก ดังนั้นการมีแผนไถ่ถอนขายฝาก ตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยแนะนำวิธีวางแผนให้คุณสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินได้ทันเวลา 1. เข้าใจเงื่อนไขสัญญาขายฝากให้ชัดเจน                ก่อนอื่นต้องเข้าใจรายละเอียดในสัญญา เช่น ระยะเวลาไถ่ถอน ดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียมต่างๆ วันครบกำหนดไถ่ถอน โดยทั่วไปกฎหมายกำหนดระยะเวลา เช่น อสังหาริมทรัพย์ ไถ่ถอนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี แต่ส่วนใหญ่ในตลาดจริงอยู่ที่ 1–3 ปี การรู้วันครบกำหนดชัดเจนจะช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น 2. คำนวณเงินที่ต้องใช้ไถ่ถอนจริง                หลายคนเข้าใจผิดว่าจ่ายเฉพาะเงินต้น แต่จริงๆ แล้วต้องรวมเงินต้น ค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายในกา […]

อ่านเพิ่มเติม
ที่ดินเขากระโดง
7
Aug 25
สรุปประเด็น! ที่ดินเขากระโดง

          จากกรณีพิพาท ที่ดินเขากระโดง กรมที่ดินพร้อมเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกในที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลังแนวเขตที่ดินมีความชัดเจนและเป็นที่ยุติในชั้นศาล ปิดฉากข้อพิพาทกรมที่ดิน-รฟท.           โดยคดีพิพาทที่ดิน บริเวณเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยประชาชนในพื้นที่และบางส่วนมีการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนนั้นได้ถูกตัดสินเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ศาลฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นเป็นที่ยุติว่าที่ดินกว่า 5,000 ไร่ในบริเวณดังกล่าวเป็นของ รฟท.           คดีพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 50 ปี ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของรักษาการนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ได้สั่งการให้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินในพื้นที่พิพาทจำนวนกว่า 5,000 ไร่ (995 แปลง) เพื่อคืนให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)            โดยอ้างอิงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดที่ระบุชัดเจนว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. การตัดสินใจครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงกว้าง โดยเฉพาะใน […]

อ่านเพิ่มเติม