20
May 26

                   อสังหาไทยซ้ำรอยปี 40  จริงไหม? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา ชวนวิเคราะห์ตลาดอสังหาในปัจจุบัน ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คำว่า “อสังหาไทยกำลังจะซ้ำรอยปี 40” ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากนักลงทุน ผู้ซื้อบ้าน ไปจนถึงผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากภาพที่เห็นในปัจจุบันเริ่มมีบางอย่างคล้ายกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดที่ขายไม่ออก กำลังซื้อที่หดตัว หรือหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

                   แต่คำถามสำคัญคือ… สถานการณ์วันนี้ “เหมือน” หรือ “ต่าง” จากปี 2540 มากแค่ไหน?

                   บทความนี้จะพาชวนวิเคราะห์แบบตรงไปตรงมา ว่าตลาดอสังหาไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงจริงหรือไม่ และถ้าไม่ถึงขั้นวิกฤต เราควรมองเกมนี้อย่างไรต่อ

 

ย้อนกลับไปปี 2540 วิกฤตเกิดจากอะไร?

                   วิกฤตปี 2540 หรือที่หลายคนเรียกว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” มีรากสำคัญจากการเก็งกำไรและการก่อหนี้จำนวนมหาศาลในภาคอสังหาริมทรัพย์

                   ในช่วงก่อนเกิดวิกฤต ประเทศไทยมีการปล่อยสินเชื่ออย่างรวดเร็ว นักลงทุนแห่ซื้อที่ดินและคอนโด เพื่อเก็งกำไร ทำให้ราคาปรับตัวสูงเกินความเป็นจริง ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากกู้เงินสกุลต่างประเทศโดยไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

                   เมื่อค่าเงินบาทลอยตัว หนี้ต่างประเทศพุ่งขึ้นทันที หลายบริษัทขาดสภาพคล่อง ธุรกิจอสังหาฯ ล้มเป็นโดมิโน และกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย

 

แล้วตลาดอสังหาฯ วันนี้กำลังมีสัญญาณอะไร?

  1. กำลังซื้อชะลอตัวชัดเจน ปัจจุบันคนไทยจำนวนมาก เผชิญปัญหาค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือนเพิ่ม และรายได้โตไม่ทันเศรษฐกิจ ทำให้การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดชะลอลง โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber และชนชั้นกลางที่เคยเป็นกำลังซื้อหลัก เริ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น เพราะธนาคารเข้มงวดเรื่องเครดิตและความสามารถในการผ่อน

ผล คือ หลายโครงการเปิดใหม่ขายได้ช้ากว่าเดิมอย่างชัดเจน

  1. คอนโดบางพื้นที่เริ่มล้นตลาด แม้ตลาดบ้านแนวราบยังพอเดินได้ แต่ตลาดคอนโดในบางทำเลเริ่มมีสัญญาณ Oversupply หรืออุปทานล้นตลาด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับความนิยมจากนักลงทุน เช่น ใกล้รถไฟฟ้าหรือย่าน CBD ที่ในอดีตถูกซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร เมื่อเศรษฐกิจชะลอ นักลงทุนต่างชาติหายไป และกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง ทำให้หลายโครงการต้องลดราคา จัดโปรแรง หรือยืดระยะเวลาการขาย
  2. ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กเริ่มเหนื่อย อีกสัญญาณที่น่าจับตา คือ บริษัทอสังหาฯ ขนาดกลางและเล็กเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้น ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง และยอดโอนต่ำกว่าคาด ทำให้หลายบริษัทต้องชะลอโครงการใหม่ หรือหันไปเน้นระบายสต็อกแทน อย่างไรก็ตาม บริษัทใหญ่หลายแห่งยังมีฐานทุนแข็งแรงกว่าช่วงปี 40 มาก ทำให้ภาพรวมยังไม่ถึงขั้น “ล้มทั้งระบบ”

 

แล้วอะไรที่ “ไม่เหมือน” ปี 40?

                   แม้จะมีหลายปัจจัยชวนกังวล แต่ก็มีหลายเรื่องที่แตกต่างจากวิกฤตปี 2540 อย่างมีนัยสำคัญ

  • ระบบธนาคารไทยแข็งแรงกว่าเดิม หลังผ่านวิกฤตปี 40 ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการควบคุมสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นมาก ทั้งเรื่องเงินดาวน์ การประเมินรายได้ และการตั้งสำรองหนี้เสีย นั่นหมายความว่าการปล่อยกู้ในปัจจุบันไม่ได้ “หลวม” เหมือนในอดีต
  • คนซื้อเพื่ออยู่จริงมากขึ้น ในอดีตตลาดอสังหาฯ เต็มไปด้วยนักเก็งกำไร แต่ปัจจุบันผู้ซื้อจำนวนมาก คือ คนที่ต้องการอยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะตลาดบ้านแนวราบ จึงทำให้ความเสี่ยงของฟองสบู่ขนาดใหญ่ลดลงระดับหนึ่ง

ผู้ประกอบการระวังตัวมากขึ้น ดีเวลลอปเปอร์ยุคนี้ หลายรายเรียนรู้จากบทเรียนปี 40 ทำให้มีการบริหารความเสี่ยงมากกว่าเดิม เช่น

  • ไม่เปิดโครงการจำนวนมากเกินไป
  • ลดการกู้เงินระยะสั้น
  • เน้นพรีเซลก่อนก่อสร้าง
  • คุมสต็อกให้เหมาะกับกำลังซื้อจริง

 

                   สรุปแล้ว… จะเกิดวิกฤตซ้ำรอยปี 40 ไหม? คำตอบอาจไม่ใช่ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” แบบชัดเจน ตลาดอสังหาไทยวันนี้กำลังอยู่ในภาวะ “ชะลอตัวและเปราะบาง” มากกว่าเข้าสู่ภาวะล่มสลายแบบปี 2540 สิ่งที่น่ากังวล คือ กำลังซื้อที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง และคอนโดบางพื้นที่ที่ล้นตลาด แต่ระบบการเงินไทยในปัจจุบันยังแข็งแรงกว่าสมัยก่อนมาก ดังนั้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นไม่ใช่วิกฤตใหญ่แบบต้มยำกุ้ง แต่อาจเป็นช่วง “คัดกรอง” ของตลาด ที่ผู้ประกอบการอ่อนแออยู่ยากขึ้น ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่และโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงจะอยู่รอดได้

 

คนซื้อบ้านและนักลงทุนควรทำอย่างไร?

  • หากซื้อเพื่ออยู่อาศัย หากมีรายได้มั่นคง และเลือกทำเลที่เหมาะสม การซื้อบ้านในช่วงตลาดชะลออาจเป็นโอกาส เพราะหลายโครงการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นมากขึ้น
  • หากซื้อเพื่อลงทุน ควรระวังการคาดหวังกำไรระยะสั้น เพราะตลาดไม่ได้เติบโตแรงเหมือนในอดีตอีกแล้ว การลงทุนควรเน้นกระแสเงินสดและทำเลที่มีดีมานด์จริง
  • หากเป็นผู้ประกอบการ ยุคนี้ไม่ใช่เกมของ “สร้างแล้วขายได้ทันที” อีกต่อไป แต่เป็นเกมของการบริหารต้นทุน ความเข้าใจลูกค้า และการรักษาสภาพคล่อง

                   สรุปส่งท้าย คำว่า อสังหาไทยซ้ำรอยปี 40 หรือไม่? อาจฟังดูน่ากลัว แต่ในความจริง ตลาดอสังหาฯ ไทยวันนี้กำลังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจมากกว่า นี่อาจไม่ใช่ยุคของการเติบโตหวือหวา แต่เป็นยุคที่ตลาดกำลังกลับเข้าสู่ความสมเหตุสมผลมากขึ้น และสำหรับคนที่มองเกมขาด วิกฤตของบางคน อาจกลายเป็น “จังหวะ” ของอีกคนเสมอ!

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

9
Dec 25
มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า

มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า                ที่ดินเปล่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มูลค่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็อาจกลายเป็นภาระ ทั้งค่าเสียโฉนด ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าดูแลรักษา ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า “มีที่ดินเปล่าอยู่ จะเอาไปทำอะไรดีให้คุ้มค่า?” บทความนี้รวบรวมทุกแนวทางที่ทำได้จริง ตั้งแต่การปล่อยเช่า ไปจนถึงการพัฒนาให้สร้างรายได้แบบยั่งยืน มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? ไอเดียทำเงินที่เหมาะกับทุกขนาดที่ดิน                1) ปล่อยเช่าที่ดิน — วิธีเริ่มต้นง่ายและเสี่ยงต่ำ หนึ่งในทางเลือกที่เจ้าของที่ดินนิยมมากที่สุดคือ ปล่อยเช่าที่ดิน เพราะไม่ต้องลงทุนก่อสร้างเพิ่ม เหมาะมากถ้ายังไม่พร้อมใช้ที่ดินทำธุรกิจใดๆ รูปแบบยอดนิยม เช่น เช่าที่เพื่อจอดรถ เปิดตลาดนัด ลงเต็นท์ร้านอาหาร เช่าพื้นที่เก็บของ ทำเป็นโกดังชั่วคราว ข้อดี คือ สร้างรายได้ทันทีโดยไม่ใช้เงินลงทุนมาก แต่ต้องตรวจสอบสัญญาให้รัดกุมเพื่อป้องกันความเสียหายต่อที่ดิน                2) ทำเกษตรรายได้ดี — เทรนด์ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ถ้าที่ดินอยู่ในต่างจังหวัดหรือรอบเมือง การทำเกษ […]

อ่านเพิ่มเติม
8
May 26
ถือครองอสังหา ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า?

           ถือครองอสังหาในนามบริษัทหรือบุคคลธรรมดา ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนทรัพย์และรายได้ค่าเช่าที่มี โดยทั่วไป บุคคลธรรมดาเหมาะกับทรัพย์ 1-2 ยูนิต ส่วนบริษัทเหมาะกับการลงทุนหลายยูนิตที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพราะหักค่าใช้จ่ายได้เต็มและเสียภาษีคงที่ 20% บทความนี้เปรียบเทียบภาษีทั้ง 2 รูปแบบแบบตรงไปตรงมา พร้อมตารางสรุปให้ตัดสินใจง่าย คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและรูปแบบรายได้ของคุณ              ถือครองอสังหาฯ ในนามบริษัท vs บุคคลธรรมดา แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า? โดยทั่วไปแล้ว หากถือครองเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (ไม่เกิน 5 ปี) การถือในนาม “บุคคลธรรมดา” มักเสียภาษีน้อยกว่าในภาพรวม เพราะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะหากมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี แต่หากถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการและหวังผลกำไรระยะยาวเกิน 5 ปี หรือมีรายได้จากการเช่าจำนวนมาก การถือครองในนาม “บริษัท” จะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้   เปรียบเทียบภาพรวมภาษี ประเด็น บุคค […]

อ่านเพิ่มเติม
เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีขั้นตอนอะไรบ้าง อัปเดตปี 2568
11
Feb 25
เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีขั้นตอนอะไรบ้าง อัปเดตปี 2568

ชวนมาเตรียมความพร้อม เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีเอกสารและขั้นตอนอะไรบ้าง? สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อขายที่ดิน หรือกำลังจะโอนที่ดินให้ลูกหรือคนในครอบครัว แต่ยังไม่มั่นใจว่าต้องทำอย่างไร? Property4Cash ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว… ว่าการโอนที่ดินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องยื่นเรื่องที่ไหน และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้ไม่เสียเวลาและสามารถยื่นเรื่องโอนที่ดินให้จบอย่างรวดเร็วในวันเดียว มาดูกันว่าวิธีการโอนที่ดินนั้นเป็นอย่างไรบ้าง? เอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดินให้กับผู้อื่น สิ่งแรกที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนที่ดิน คือ การเตรียมเอกสารโอนที่ดินให้พร้อม ซึ่งแบ่งออกเป็นกรณีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยทั้งสองแบบต้องเตรียมเอกสารแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ กรณีบุคคลธรรมดา สำหรับบุคคลธรรมดาที่ทำการซื้อ-ขายที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารต่อไปนี้ เอกสารการโอนที่ดินผู้ซื้อ บัตรประชาชน พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง หนังสือเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)   ในกรณีที่ให้ผู้อื่นมาท […]

อ่านเพิ่มเติม