
เวนคืนที่ดิน เมื่อรัฐมีความจำเป็นต้องใช้ที่ดินเพื่อดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์สาธารณะ เช่น การก่อสร้างถนน รถไฟ ทางพิเศษ ระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการของรัฐบางประเภท เจ้าของที่ดินอาจได้รับหนังสือแจ้งว่าอสังหาริมทรัพย์ของตนอยู่ในแนวเขตที่ต้องเวนคืน
คำถามสำคัญที่มักตามมาคือ “รัฐจะจ่ายเงินให้เท่าไร?” “คิดจากราคาประเมินหรือราคาตลาด?” และ “ถ้าไม่พอใจค่าทดแทน จะทำอย่างไร?”
กฎหมายไทยกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการเวนคืนและค่าทดแทนไว้โดยเฉพาะใน พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ซึ่งกรมที่ดินได้เผยแพร่ตัวบทกฎหมายไว้เป็นข้อมูลสำหรับประชาชน
บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของที่ดินควรรู้ ตั้งแต่หลักการเวนคืน วิธีคิดค่าทดแทน ไปจนถึงสิทธิในการอุทธรณ์
การเวนคืนที่ดินคืออะไร?
การเวนคืน คือ กระบวนการที่รัฐได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของเอกชนเพื่อประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิได้รับ เงินค่าทดแทน ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
ในกระบวนการเวนคืนอาจมีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าสำรวจอสังหาริมทรัพย์และจัดทำข้อมูลสำหรับกำหนดราคาได้ และในบางกรณี หากตกลงกันได้ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการซื้อขายและจ่ายค่าทดแทนให้แก่เจ้าของได้ ส่วนกรณีที่ไม่สามารถตกลงกันได้และมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย ก็อาจเข้าสู่กระบวนการวางเงินค่าทดแทนและการเวนคืนตามขั้นตอนต่อไป
ดังนั้น การได้รับแจ้งว่า “ที่ดินอยู่ในแนวเวนคืน” ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะได้รับเงินเพียงเท่ากับราคาประเมินกรมที่ดิน หรือราคาประเมินเพื่อเสียภาษีโดยอัตโนมัติ
ใครบ้างมีสิทธิได้รับค่าทดแทน?
มาตรา 40 ของพระราชบัญญัติฯ พ.ศ. 2562 กำหนดบุคคลที่อาจมีสิทธิได้รับค่าทดแทนไว้หลายกลุ่ม ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าของที่ดินเท่านั้น ได้แก่
- เจ้าของที่ดินที่ต้องเวนคืน
- เจ้าของบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นบนที่ดิน
- เจ้าของต้นไม้ยืนต้น
- ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงในบางกรณี
- บุคคลที่เสียสิทธิในการใช้ทาง วางท่อ หรือสิทธิในลักษณะอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
- เจ้าของหรือบุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าหรือการงานโดยชอบด้วยกฎหมาย และได้รับความเสียหายจากการต้องออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้น
จึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ตนเองอยู่ในฐานะใดและได้รับความเสียหายประเภทใด เพราะค่าทดแทนอาจไม่ได้มีเพียง “ราคาที่ดิน” อย่างเดียว
วิธีคิดค่าทดแทนเวนคืนที่ดิน คิดจากอะไร?
ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา 20 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการกำหนดราคาเบื้องต้นของที่ดินที่เวนคืน โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกัน ไม่ใช่ใช้ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเป็นคำตอบโดยอัตโนมัติ
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาด ต้องพิจารณาราคาซื้อขายที่ดินในตลาด ณ เวลาที่กฎหมายกำหนดเป็นฐานในการประเมิน
จุดนี้จึงแตกต่างจากความเข้าใจว่า “ค่าทดแทน = ราคาประเมินราชการ” เพราะราคาประเมินราชการเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณา ไม่ใช่คำตอบเดียวของค่าทดแทน
- ราคาประเมินที่ดินของทางราชการ กฎหมายให้พิจารณาราคาประเมินที่ทางราชการกำหนดขึ้นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย
- ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม อีกข้อมูลหนึ่งที่นำมาประกอบการพิจารณาคือราคาประเมินทุนทรัพย์สำหรับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
- สภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดิน ที่ดินแต่ละแปลงอาจมีมูลค่าแตกต่างกัน แม้อยู่ในบริเวณเดียวกัน เช่น
- ติดถนนใหญ่หรือไม่
- ติดถนนกี่ด้าน
- ทางเข้าออกสะดวกหรือไม่
- รูปแปลงเป็นอย่างไร
- อยู่ใกล้สถานีรถไฟหรือระบบขนส่งหรือไม่
- มีศักยภาพในการพัฒนามากน้อยเพียงใด
การพิจารณาจึงไม่ควรดูเพียง “ราคาต่อตารางวา” ของแปลงอื่นแล้วนำมาใช้กับทุกแปลงโดยไม่ดูสภาพเฉพาะของที่ดิน
- เหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืน วัตถุประสงค์และลักษณะของโครงการเวนคืนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กฎหมายให้พิจารณาประกอบการกำหนดราคา
หลักสำคัญคือ การกำหนดค่าทดแทนต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกเวนคืน
ค่าทดแทนไม่ได้มีแค่ “ค่าที่ดิน”
นี่เป็นประเด็นที่เจ้าของที่ดินควรให้ความสำคัญ เงินค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายประเภทอื่นนอกเหนือจากราคาที่ดิน เช่น บ้าน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือความเสียหายจากการต้องย้ายออก
รัฐบาลอธิบายว่าค่าทดแทนอาจครอบคลุมทั้ง ค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน และ ค่าทดแทนความเสียหายจากการเวนคืน เช่น การขาดประโยชน์ การขาดรายได้ หรือการเสียสิทธิในการใช้ทรัพย์สินบางประเภท
ดังนั้น หากเจ้าของมีบ้าน ร้านค้า โรงงาน หรือประกอบกิจการอยู่บนที่ดิน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินต่อตารางวาเท่านั้น
ถ้าเวนคืนเพียงบางส่วน แล้วที่ดินส่วนที่เหลือราคาลดลงล่ะ?
กรณีนี้มีความสำคัญมาก เพราะบางครั้งรัฐไม่ได้เวนคืนทั้งแปลง แต่ตัดที่ดินบางส่วนไป เช่น การขยายถนน
ปัญหาคือ หลังจากถูกตัดพื้นที่แล้ว ที่ดินส่วนที่เหลืออาจใช้ประโยชน์ได้น้อยลงหรือมีมูลค่าลดลง กฎหมาย พ.ศ. 2562 กำหนดให้พิจารณาความเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินส่วนที่เหลือด้วย หากการดำเนินโครงการทำให้ที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาลดลง ก็สามารถกำหนดค่าทดแทนสำหรับราคาที่ลดลงนั้นได้
ตัวอย่างเช่น
นาย ก มีที่ดิน 10 ไร่ และรัฐเวนคืนด้านหน้าจำนวน 2 ไร่เพื่อขยายถนน หลังเวนคืนเหลือ 8 ไร่ แต่ที่ดินส่วนที่เหลือมีรูปร่างผิดไปจากเดิม ทางเข้าออกลำบาก และใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้น้อยลง
ในกรณีลักษณะนี้ การประเมินความเสียหายไม่ควรมองเฉพาะ 2 ไร่ที่ถูกเวนคืน แต่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อ 8 ไร่ที่เหลือ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดด้วย
ในทางกลับกัน หากโครงการทำให้ที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาสูงขึ้น กฎหมายกำหนดให้สามารถนำราคาที่สูงขึ้นมาหักจากค่าทดแทนได้ แต่มีข้อจำกัดว่าการหักดังกล่าว ต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินค่าทดแทนที่ดิน ตามมาตรา 22
ตัวอย่างวิธีคิดค่าทดแทนแบบเข้าใจง่าย
สมมติว่า
- ที่ดินที่ถูกเวนคืน = 2 ไร่
- ราคาเบื้องต้นที่คณะกรรมการกำหนด = 100,000 บาท/ตารางวา
- 1 ไร่ = 400 ตารางวา
- 2 ไร่ = 800 ตารางวา
ค่าที่ดินเบื้องต้นจึงเท่ากับ
800 × 100,000 = 80,000,000 บาท
แต่ตัวเลข 80 ล้านบาทนี้เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ เฉพาะมูลค่าที่ดิน ไม่ได้หมายความว่าค่าทดแทนสุดท้ายของทุกคดีจะเท่ากับตัวเลขดังกล่าว
หากมีบ้าน อาคาร ต้นไม้ หรือความเสียหายอื่นที่เข้าเกณฑ์ ก็ต้องพิจารณาค่าทดแทนในส่วนเหล่านั้นเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
และหากที่ดินส่วนที่เหลือได้รับผลกระทบจากการเวนคืน ก็ต้องตรวจสอบว่ามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากมูลค่าที่ลดลงหรือไม่
ถ้าไม่พอใจค่าทดแทน สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
ได้
มาตรา 49 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนที่ไม่พอใจจำนวนเงินที่กำหนด สามารถ อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี ได้
ประเด็นสำคัญที่ต้องจำคือ ระยะเวลา 90 วัน
ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับเงินจากเจ้าหน้าที่ หรือรับเงินที่วางไว้ แล้วแต่กรณี
ดังนั้น หากได้รับเงินค่าทดแทนแล้วเห็นว่าไม่เป็นธรรม ไม่ควรปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ดำเนินการ เพราะกำหนดเวลาการอุทธรณ์มีความสำคัญอย่างมาก
การอุทธรณ์ต้องทำอย่างไร?
โดยทั่วไปควรจัดทำคำอุทธรณ์ให้แสดงอย่างชัดเจนว่า
- เป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนในฐานะใด
- ไม่เห็นด้วยกับค่าทดแทนส่วนใด
- เหตุใดจำนวนเงินดังกล่าวจึงไม่เหมาะสม
- ต้องการให้กำหนดค่าทดแทนใหม่เป็นจำนวนเท่าใด
- มีเอกสารหรือพยานหลักฐานใดสนับสนุน
หลักฐานที่ควรเตรียม เช่น
- สำเนาโฉนดที่ดิน
- หนังสือแจ้งการเวนคืน
- เอกสารกำหนดค่าทดแทน
- หลักฐานราคาซื้อขายที่ดินใกล้เคียง
- ข้อมูลราคาประเมิน
- ภาพถ่ายสภาพที่ดิน
- หลักฐานสิ่งปลูกสร้าง
- เอกสารแสดงรายได้หรือความเสียหายจากการประกอบกิจการ
- หลักฐานเกี่ยวกับทางเข้าออก
- เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าที่ดินส่วนที่เหลือได้รับผลกระทบ
ยิ่งอุทธรณ์โดยมีข้อมูลเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรมมากเท่าใด ก็ยิ่งช่วยให้ประเด็นที่โต้แย้งมีความชัดเจนมากขึ้น
หลังอุทธรณ์แล้ว ใครเป็นผู้พิจารณา?
ตามมาตรา 49 เมื่อมีการอุทธรณ์ รัฐมนตรีจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์ โดยกฎหมายกำหนดกรอบเวลาในการพิจารณาไว้ และรัฐมนตรีต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ในทางปฏิบัติ หากเจ้าของที่ดินเห็นว่าค่าทดแทนไม่สะท้อนมูลค่าหรือความเสียหายที่แท้จริง จึงควรจัดทำข้อมูลประกอบการอุทธรณ์ให้ละเอียด ไม่ใช่เพียงเขียนว่า “ขอเพิ่มค่าทดแทนเพราะราคาต่ำเกินไป”
ตัวอย่างที่มีน้ำหนักมากกว่า เช่น
“ที่ดินแปลงที่ถูกเวนคืนติดถนนสาธารณะ 2 ด้าน ขณะที่แปลงที่นำมาเปรียบเทียบติดถนนเพียงด้านเดียว จึงมีสภาพและทำเลแตกต่างกัน”
หรือ
“การเวนคืนทำให้ที่ดินส่วนที่เหลือมีรูปแปลงผิดไปจากเดิมและไม่สามารถใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เดิมได้ จึงขอให้พิจารณาความเสียหายของที่ดินส่วนที่เหลือประกอบการกำหนดค่าทดแทน”
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักที่ศาลปกครองเคยพิจารณาว่า การกำหนดค่าทดแทนควรคำนึงถึงสภาพ ทำเล และที่ตั้งของที่ดินแต่ละแปลง ไม่ควรนำราคาของที่ดินในบริเวณเดียวกันมาใช้โดยไม่พิจารณาความแตกต่างของแต่ละแปลง
เจ้าของที่ดินควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนถูกเวนคืน?
หากทราบแล้วว่าที่ดินของตนอยู่ในแนวโครงการที่อาจมีการเวนคืน ควรเตรียมข้อมูลตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ตรวจสอบแนวเขตให้แน่นอน ดูว่าถูกเวนคืนทั้งแปลงหรือบางส่วน และพื้นที่ที่ถูกเวนคืนอยู่ตรงไหน
- เก็บข้อมูลราคาซื้อขายในพื้นที่ อย่าดูเฉพาะราคาประเมินราชการ ควรศึกษาราคาซื้อขายที่ดินที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะที่มีทำเล รูปแปลง ขนาด และการใช้ประโยชน์ใกล้เคียงกัน
- บันทึกสภาพที่ดินก่อนเวนคืน
ควรถ่ายภาพและเก็บข้อมูล เช่น
- บ้านและอาคาร
- โรงงาน
- ร้านค้า
- ต้นไม้
- ระบบน้ำและไฟ
- ถนนและทางเข้าออก
- สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
- ตรวจสอบผลกระทบต่อที่ดินส่วนที่เหลือ หากถูกเวนคืนเพียงบางส่วน ต้องพิจารณาด้วยว่าส่วนที่เหลือยังสามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิมหรือไม่
- อย่าเซ็นเอกสารโดยไม่อ่านรายละเอียด หากมีเอกสารเสนอซื้อหรือสัญญาใดจากเจ้าหน้าที่ ควรอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ ราคา และรายการค่าทดแทนให้ครบถ้วน หากไม่เข้าใจควรสอบถามเจ้าหน้าที่หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม
เวนคืนที่ดินแล้วรัฐไม่ใช้ประโยชน์ สามารถขอคืนได้หรือไม่?
กฎหมาย พ.ศ. 2562 ยังมีหลักเกี่ยวกับการคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนหรือเหลือจากการใช้ประโยชน์ โดยเจ้าของเดิมหรือทายาทอาจมีสิทธิร้องขอคืนได้ตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างเช่น มาตรา 53 เป็นต้นไปกำหนดกลไกเกี่ยวกับการขอคืนที่ดินในกรณีที่เข้าเงื่อนไข และมาตรา 54 กำหนดเรื่องการคืนค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าที่ดินที่รัฐซื้อหรือเวนคืนทุกแปลงจะสามารถขอคืนได้ทันทีเมื่อโครงการเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการเวนคืน ระยะเวลาการใช้ประโยชน์ และเงื่อนไขตามกฎหมายเป็นรายกรณี
สรุปส่งท้าย ถูก เวนคืนที่ดิน ต้องรู้ 3 เรื่องสำคัญ การเวนคืนที่ดินโดยรัฐไม่ใช่เพียงเรื่องว่า “ที่ดิน 1 ตารางวาได้กี่บาท” แต่ต้องพิจารณาทั้งมูลค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ความเสียหาย และผลกระทบต่อที่ดินส่วนที่เหลือ
สิ่งสำคัญที่เจ้าของที่ดินควรรู้มี 3 ข้อ
ข้อแรก — ค่าทดแทนไม่ได้ดูเฉพาะราคาประเมินราชการ
การกำหนดราคาเบื้องต้นต้องพิจารณาราคาตลาด ราคาประเมิน สภาพและทำเลที่ตั้ง รวมถึงเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนประกอบกัน
ข้อสอง — ค่าทดแทนอาจมีมากกว่าราคาที่ดิน
บ้าน อาคาร ต้นไม้ การประกอบกิจการ การเสียสิทธิในการใช้ทรัพย์สิน และความเสียหายบางประเภทอาจอยู่ในข่ายได้รับค่าทดแทนตามกฎหมาย
ข้อสาม — หากไม่พอใจค่าทดแทน มีสิทธิอุทธรณ์
ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนสามารถอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายใน 90 วัน ตามมาตรา 49 โดยควรเตรียมเอกสารและหลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าค่าทดแทนที่ได้รับไม่สอดคล้องกับมูลค่าหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น
ท้ายที่สุด หากเป็นกรณีที่มีมูลค่าสูง มีบ้านหรือธุรกิจอยู่บนที่ดิน หรือมีข้อโต้แย้งเรื่องแนวเขตและจำนวนค่าทดแทน ควรให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเอกสารและคำนวณสิทธิเป็นรายกรณี โดยเฉพาะก่อนตัดสินใจทำสัญญาหรือปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายไทย ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี เนื่องจากสิทธิและจำนวนค่าทดแทนที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสารสิทธิ ประเภทอสังหาริมทรัพย์ และขั้นตอนของโครงการเวนคืนแต่ละโครงการ
Q: รัฐเวนคืนที่ดิน เจ้าของได้เงินเท่าไร?
A: จำนวนเงินไม่ได้กำหนดจากราคาประเมินราชการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาปัจจัยตามกฎหมาย เช่น ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาด ราคาประเมิน สภาพและทำเลที่ตั้ง รวมถึงผลกระทบจากการเวนคืน
Q: รัฐเวนคืนที่ดินบางส่วน ต้องจ่ายค่าที่ดินส่วนที่เหลือหรือไม่?
A: หากการเวนคืนทำให้ที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาลดลง กฎหมายมีหลักเกณฑ์ให้พิจารณาค่าทดแทนสำหรับความเสียหายดังกล่าวด้วย
Q: ไม่พอใจค่าทดแทนเวนคืน ทำอย่างไร?
A: ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ตามขั้นตอนและระยะเวลาที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 กำหนด
Q: ค่าทดแทนเวนคืนมีเฉพาะราคาที่ดินหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น ค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ การเสียสิทธิหรือความเสียหายประเภทอื่นที่กฎหมายรับรองด้วย
Q: ถ้าไม่รับเงินค่าทดแทน จะทำอย่างไร?
A: การไม่รับเงินไม่ได้ทำให้กระบวนการเวนคืนสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบขั้นตอนการวางเงิน การรับเงิน และสิทธิในการดำเนินการตามกฎหมายเป็นกรณีๆ ไป
Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร
อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash
Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989
หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/
นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%
อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/
ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน
ส่งข้อมูลสำเร็จ ทางทีมงานจะรีบติดต่อกลับไปค่ะ




