ราคาประเมินที่ดินปี 2567-2570 โซนที่พุ่งแรงที่สุดทั่วประเทศ
7
May 26

           ราคาประเมินที่ดินปี 2567-2570 ปรับขึ้นเฉลี่ย 15%+ ในทำเลใกล้รถไฟฟ้าและเขตเศรษฐกิจ โดยกรมธนารักษ์ปรับราคาประเมินครั้งใหญ่กว่า 11 ล้านแปลงทั่วประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง และวงเงินขายฝากที่เจ้าของทรัพย์จะได้รับ

บทความนี้ระบุชัดว่าโซนไหนราคาพุ่งแรงที่สุด และมีผลต่อการขายฝาก-จำนองอย่างไร

ราคาประเมินที่ดินคืออะไร

              ราคาประเมินที่ดินคือ ราคาที่กรมธนารักษ์กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณ

  • ค่าธรรมเนียมโอน
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • ค่าจดจำนอง
  • การประเมินสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ราคาประเมินไม่ได้เท่ากับ “ราคาซื้อขายจริง” เสมอไป แต่เป็นตัวเลขอ้างอิงสำคัญในระบบอสังหาริมทรัพย์ไทย

ทำไมราคาประเมินที่ดินปี 2567-2570 ถึงน่าจับตา

              กรมธนารักษ์เตรียมปรับราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศกว่า 11 ล้านแปลง หลังพบว่าหลายพื้นที่มีราคาซื้อขายจริงเพิ่มขึ้นเกิน 15% โดยเฉพาะทำเลเศรษฐกิจและพื้นที่ใกล้ระบบขนส่งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน เช่น

  • รถไฟฟ้าสายใหม่
  • โครงการ EEC
  • การขยายเมือง
  • การเติบโตของเมืองท่องเที่ยว
  • การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

โซนที่ราคาประเมินที่ดินพุ่งแรงที่สุด

              1. ย่าน CBD กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์ พื้นที่เศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ ยังเป็นทำเลที่มีราคาประเมินสูงที่สุดในประเทศ เช่น

  • ถนนสีลม
  • เพลินจิต
  • วิทยุ
  • พระราม 1
  • ราชดำริ

หลายพื้นที่มีราคาประเมินแตะ 1 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว

จุดเด่น

  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • ใกล้ BTS และ MRT
  • ที่ดินหายาก
  • ดีมานด์สูงต่อเนื่อง

2. โซนรถไฟฟ้าสายใหม่ ราคาขยับต่อเนื่อง

              พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ เริ่มมีการปรับขึ้นของราคาประเมินอย่างชัดเจน เช่น

  • รามอินทรา
  • มีนบุรี
  • ลาดพร้าว
  • บางนา
  • พระราม 9

โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเป็นชานเมือง แต่ปัจจุบันเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น

แนวโน้ม

  • คอนโดเกิดใหม่จำนวนมาก
  • นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร
  • ราคาที่ดินเติบโตต่อเนื่อง

3. พื้นที่ EEC โตแรงจากภาคอุตสาหกรรม

              จังหวัดในเขต EEC อย่าง

  • ชลบุรี
  • ระยอง
  • ฉะเชิงเทรา

ยังเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน

ปัจจัยหนุน

  • นิคมอุตสาหกรรม
  • รถไฟความเร็วสูง
  • ท่าเรือและโลจิสติกส์
  • นักลงทุนต่างชาติ

โดยเฉพาะบางพื้นที่ในชลบุรี มีราคาประเมินสูงถึงประมาณ 220,000 บาทต่อตารางวา

4. เมืองท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง

              หลังการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก หลายจังหวัดมีแนวโน้มราคาที่ดินเพิ่มขึ้น เช่น

  • ภูเก็ต
  • เชียงใหม่
  • หัวหิน
  • พัทยา
  • สมุย

โดยเฉพาะภูเก็ต มีราคาประเมินบางโซนแตะระดับ 200,000 บาทต่อตารางวาแล้ว

จุดเด่น

  • นักลงทุนต่างชาติกลับมา
  • ตลาดวิลล่าและพูลวิลล่าเติบโต
  • โรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัว

ราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลอะไรบ้าง

  • ค่าโอนและภาษีสูงขึ้น เมื่อราคาประเมินเพิ่ม ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์และภาษีต่างๆ ก็เพิ่มตาม
  • วงเงินกู้และจำนองอาจสูงขึ้น อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาประเมินสูงขึ้น อาจได้รับวงเงินจำนองหรือขายฝากสูงขึ้นเช่นกัน
  • ราคาซื้อขายจริงขยับตาม หลายกรณี ราคาประเมินที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความต้องการซื้อขายจริงในตลาด

จังหวัดไหนน่าจับตาในช่วงปี 2570

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะพื้นที่ติดรถไฟฟ้า
  • ชลบุรี และระยอง ได้รับแรงหนุนจาก EEC และการลงทุนต่างชาติ
  • ภูเก็ต ฟื้นตัวจากตลาดท่องเที่ยวและอสังหาฯ ระดับลักชัวรี
  • เชียงใหม่ เริ่มมีดีมานด์จากกลุ่ม Digital Nomad และนักลงทุนระยะยาว

วิธีตรวจสอบราคาประเมินที่ดินล่าสุด

              สามารถตรวจสอบได้ผ่าน

  • เว็บไซต์กรมธนารักษ์
  • สำนักงานที่ดิน
  • ระบบประเมินราคาทรัพย์ออนไลน์

ควรตรวจสอบทุกครั้งก่อนซื้อขาย จำนอง หรือขายฝาก เพื่อประเมินต้นทุนและภาษีล่วงหน้า

Q1: ราคาประเมินที่ดินปี 2567 โซนไหนในกรุงเทพฯ ที่มีราคาสูงที่สุดและอยู่ที่เท่าไหร่?

  • A: จากข้อมูลรอบบัญชีปี 2566-2570 โซนที่มีราคาประเมินที่ดินสูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือ ถนนสีลม โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 1,000,000 บาทต่อตารางวา รองลงมาคือ ถนนเพลินจิต ถนนวิทยุ และถนนพระรามที่ 1 (ช่วงหน้าสยามพารากอนถึงแยกราชประสงค์) ซึ่งมีราคาประเมินอยู่ที่ 850,000 – 1,000,000 บาทต่อตารางวา

Q2: ราคาประเมินที่ดินรอบปี 2567-2570 มีความสำคัญอย่างไรต่อการทำ “จำนอง หรือ ขายฝาก”?

  • A: ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์คือ “ฐานรากสำคัญในการคำนวณวงเงินอนุมัติและค่าธรรมเนียม” ค่ะ โดยสถาบันการเงินหรือบริษัทรับซื้อฝากอย่าง Property4cash เงินด่วนอสังหา จะใช้อ้างอิงเพื่อวิเคราะห์มูลค่าทรัพย์สินขั้นต่ำในการปล่อยวงเงิน นอกจากนี้ ยิ่งที่ดินอยู่ในโซนราคาพุ่งแรง ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าหลักประกันและทำให้ผู้ยื่นขอเงินด่วนได้รับวงเงินสูงสุดที่สูงขึ้นตามไปด้วย

Q3: หากต้องการตรวจสอบราคาประเมินที่ดินรายแปลงเพื่อเตรียมทำสัญญา ต้องทำอย่างไร?

  • A: เจ้าของทรัพย์สามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินรายแปลงได้ฟรี 3 ช่องทางหลัก

    1. ตรวจสอบออนไลน์ผ่านระบบ Property Valuation ของกรมธนารักษ์ (assessprice.treasury.go.th) โดยกรอกเลขที่โฉนดและอำเภอ/จังหวัด

    2. แอปพลิเคชัน SmartLands ของกรมที่ดิน

    3. เดินทางไปสอบถามโดยตรง ณ สำนักงานที่ดิน ประจำพื้นที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่

 

Q4: ราคาประเมินที่ดินปี 2567 ปรับขึ้นเท่าไหร่?

A: เฉลี่ย 15%+ ในทำเลใกล้รถไฟฟ้า บางโซนปรับขึ้นมากกว่านั้น

 

Q5: ราคาประเมินที่ดินมีผลต่อขายฝากอย่างไร?

A: ราคาประเมินสูงขึ้น = วงเงินขายฝากสูงขึ้น แต่ค่าธรรมเนียมโอนก็สูงขึ้นด้วย

 

Q6: ตรวจสอบราคาประเมินที่ดินได้จากที่ไหน?

A: เว็บไซต์กรมธนารักษ์ treasury.go.th หรือสำนักงานที่ดินในพื้นที่

 

              สรุปส่งท้าย ราคาประเมินที่ดิน ปี 2567-2570 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโซนเศรษฐกิจ กรุงเทพฯ แนวรถไฟฟ้า พื้นที่ EEC และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมีผลต่อภาษี ค่าโอน และวงเงินสินเชื่ออีกด้วย ผู้ที่วางแผนซื้อขาย ลงทุน จำนอง หรือขายฝาก ควรติดตามราคาประเมินอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ที่ดินตาบอด
5
Aug 25
ที่ดินตาบอด คืออะไร?

ที่ดินตาบอด คืออะไร? ชวนเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย           “ที่ดินตาบอด” คือ ที่ดินที่ ไม่มีทางเข้าออก โดยตรงสู่ถนนสาธารณะหรือทางสาธารณะ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงจากภายนอกได้โดยสะดวก ต้องผ่านที่ดินของผู้อื่นหรือไม่มีเส้นทางเข้าออกที่ชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานที่ดิน รวมถึงมูลค่าของทรัพย์สินนั้นๆ ด้วย ลักษณะของที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออกจากถนนสาธารณะ ติดกับที่ดินแปลงอื่นโดยรอบ ต้องผ่านที่ดินของผู้อื่นเพื่อเข้าออก บางครั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชนบท ข้อเสียของการครอบครองที่ดินตาบอด การเข้าถึงลำบาก – ไม่สะดวกในการใช้ชีวิตหรือทำธุรกิจ ขาดมูลค่าในการพัฒนา – การขออนุญาตก่อสร้างอาจติดขัด ขายต่อยาก – ผู้ซื้อส่วนใหญ่มองว่าเป็นที่ดินที่มีความเสี่ยง เกิดข้อพิพาทได้ง่าย – หากต้องขอใช้ทางผ่านที่ดินของผู้อื่น แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินตาบอด ขอใช้ทางจำเป็นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 เจ้าของที่ดินตาบอดสามารถขอผ่านที่ดินของผู้อื่นได้ หากไม่มีทางอื่นในการเข้าออก และต้องจ่ายค่าทดแทนความเสียหายให้เจ้าของที่ดินนั้น เจรจาซื้อทางเข้าออก หากมีเจ้าของที่ดินรอบข้างย […]

อ่านเพิ่มเติม
ทำไม การขายฝาก ถึงเป็นตัวเลือกในยามฉุกเฉิน
15
Jan 25
ทำไม การขายฝาก ถึงเป็นตัวเลือกในยามฉุกเฉิน

 >>> ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า… การขายฝาก เป็นตัวเลือกที่ดีในยามฉุกเฉิน เพราะในช่วงเวลาฉุกเฉินที่ต้องการเงินสดอย่างรวดเร็ว เช่น อุบัติเหตุด่วน การเจ็บป่วยฉุกเฉิน การชำระหนี้เร่งด่วน หรือการลงทุนที่จำเป็นต่ออนาคต หลายๆ คน ก็จะนึกถึงเงินด่วน ทั้งเงินด่วนสังหา เงินด่วนรถแลกเงิน หรือแม้แต่ของมีค่าที่อยู่ในมืออื่นๆ ก็สามารถทำให้เราเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวก และรวดเร็วได้นั่นเอง…   และ การขายฝาก เป็นทางหนึ่งที่ทำให้คนที่ต้องการเงินด่วน เข้าถึงแหล่งเงินทุน จากทรัพย์สินที่มีอยู่นั้นเองค่ะ มีทรัพย์สินก็สามารถช่วยให้คุณได้รับเงินสดทันที โดยไม่ต้องสูญเสียสิทธิ์ในทรัพย์สินอย่างถาวร แค่นำมาขายฝาก หากพร้อมเมื่อไหร่ ก็ไถ่ถอนคืนได้ทุกที่   มาทำความรู้กันก่อนว่า ขายฝาก หมายถึงอะไร?   ขายฝาก คือ การทำสัญญาที่ผู้ขายฝากตกลงขายทรัพย์สินของตนให้กับผู้ซื้อฝาก โดยสัญญาตกลงกันว่า… ผู้ขายฝาก สามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นกลับคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแตกต่างจากการขายทั่วไป ที่ผู้ขายจะสูญเสียสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นไปอย่างถาวร แต่การขายฝาก ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ขายไถ่ถอนทรัพย์สินกลับคืนได้หากมีความ […]

อ่านเพิ่มเติม
24
May 24
เคล็ด(ไม่)ลับ “ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน” เสริมพลังบวกอย่างมั่นคง

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา มักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับ “โต๊ะทำงาน” เฉลี่ยวันละ 8-10 ชั่วโมง โต๊ะทำงานคือสิ่งสำคัญในการทำงาน แต่เรามักมองข้ามความสำคัญของโต๊ะทำงานไป ตามหลัก ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน ให้ถูกที่ถูกทาง เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยจะช่วยเสริมพลังในการทำงาน ให้การทำงานราบรื่น ไร้อุปสรรค ซึ่งจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากยิ่งขึ้น    ตำแหน่งโต๊ะทำงาน จุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด ! การวางตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ถูกต้องตามหลัก ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน จะช่วยการทำงานลื่นไหล ทำอะไรก็ง่ายไปหมด โดยหลักการวางตำแหน่งโต๊ะทำงานนั้นง่ายนิดเดียว เพียงวางตามหลัก “เสือ-มังกร” วิธีการดูก็คือเมื่อยืนอยู่ภายในห้อง ให้หันหน้าออกทางประตู ฝั่งขวามือคือตำแหน่ง “เสือ” ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้หญิง หากผู้หญิงนั่งตำแหน่งเสือจะช่วยสร้างพลังบวก สร้างบารมี เหมาะกับทุกตำแหน่งในองค์กร สำหรับฝั่งซ้ายมือคือตำแหน่ง “มังกร” เป็นตัวแทนของผู้ชาย เมื่อผู้ชายอยู่ในตำแหน่งมังกร การเจรจาประสานงาน ไม่มีติดขัด คิดอะไรทำได้ดั่งใจแน่นอนค่ะ     บริเวณที่ตั้งโต๊ะทำงาน นั่งถูกที่งานดีแน่นอน  นอกจากการวางตำแหน่งโต๊ะทำงานที่เหมาะสมแล้ว ความสำคัญของบริเว […]

อ่านเพิ่มเติม